Mag-log inตอนที่ 7 ถูกลงโทษ
สองวันต่อมา เยี่ยเฟยหลิงพยายามทำตัวเงียบๆ ไม่ให้เป็นที่สนใจของผู้ใด แต่เรื่องที่นางตกน้ำและถูกองค์ชายสิบสามช่วยชีวิตไว้กลับกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนในวังพูดถึงไม่หยุด บ้างก็ว่านางตั้งใจตกน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจ บ้างก็ว่านางมีความสัมพันธ์ลับๆ กับองค์ชายสิบสามตั้งแต่ก่อนเข้าวัง เช้าวันนี้ ขณะที่เยี่ยเฟยหลิงกำลังจัดเครื่องหอมในห้องโถงเล็ก นางกำนัลอาวุโสก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เยี่ยเฟยหลิง ไทเฮาเรียกพบ เจ้าต้องไปเดี๋ยวนี้” เยี่ยเฟยหลิงชะงัก นางรู้ดีว่าการถูกเรียกตัวไปพบไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ “รีบไปเถอะ ไม่อยากให้ไทเฮาต้องรอนาน” นางกำนัลอาวุโสเอ่ยเสียงเย็น เยี่ยเฟยหลิงจัดชุดให้เรียบร้อยแล้วรีบตามนางกำนัลอาวุโสไปยังตำหนักฉือหนิงที่ประทับของไทเฮา ระหว่างทางนางพยายามควบคุมลมหายใจและความกังวล ในชาติก่อน นางก็เคยถูกเรียกตัวเช่นนี้หลังจากข่าวลือถูกแพร่ออกไป เมื่อมาถึงตำหนักฉือหนิง นางกำนัลอาวุโสนำเยี่ยเฟยหลิงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ไทเฮานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ใบหน้าของพระนางแม้จะมีริ้วรอยแห่งวัยแต่ก็ยังคงความงามและอำนาจที่น่าเกรงขาม เยี่ยเฟยหลิงคุกเข่าลงทันทีที่เข้ามาในห้อง “หม่อมฉันเยี่ยเฟยหลิงถวายบังคมไทเฮาเพคะ” ไทเฮามองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีคำสั่งให้ลุกขึ้น ทำให้เยี่ยเฟยหลิงต้องคุกเข่าอยู่เช่นนั้น “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าตั้งใจตกน้ำเพื่อให้องค์ชายสิบสามช่วย เป็นเช่นนั้นหรือไม่?” “ไม่เป็นความจริงเพคะ!” เยี่ยเฟยหลิงรีบปฏิเสธทันที “หม่อฉันเพียงแต่พลาดท่าตกลงไปในสระเพคะ” ไทเฮาหัวเราะเย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าเชื่อเจ้าหรือ? นางกำนัลต่ำต้อยเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรมาหมายตาองค์ชาย” เยี่ยเฟยหลิงก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม “หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ” “เจ้ารู้หรือไม่ว่าลูกสาวขุนนางขั้นที่หกเช่นเจ้า ได้เข้ามาเป็นนางกำนัลในวังหลวงนั้น ถือเป็นวาสนาอันสูงส่งของเจ้าแล้ว?” ไทเฮาเอ่ยเสียงเย็น เยี่ยเฟยหลิงกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าตอบโต้ “องค์ชายสิบสามถึงจะเกิดจากสนมปลายแถว แต่ก็ยังเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ เจ้าคิดว่าตัวเองมีฐานะสูงส่งพอที่จะเทียบกับองค์ชายหรือ?” “หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้นเพคะ” เยี่ยเฟยหลิงยังคงก้มหน้าตอบ ‘นางมารเฒ่านี้ยังร้ายกาจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน’ “อีกายังไงก็คืออีกา ไม่มีทางเป็นหงส์ได้หรอก” ไทเฮาเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าคงไม่คิดว่าการที่องค์ชายช่วยชีวิตเจ้า จะทำให้เจ้ามีโอกาสได้เป็นอะไรมากกว่านางกำนัลต่ำต้อยกระมัง?” เยี่ยเฟยหลิงไม่รู้สึกกับคำพูดดูถูกเหล่านั้น แต่นางก็ยังคงก้มหน้านิ่ง “หม่อมฉันไม่กล้าคิดเกินฐานะเพคะ” “ดี” ไทเฮาพยักหน้า “แต่ข้าเห็นว่าเจ้าควรได้รับบทเรียน เพื่อไม่ให้ลืมฐานะของตัวเอง” ไทเฮาหันไปพยักหน้าให้นางกำนัลอาวุโสที่ยืนอยู่ข้างๆ นางกำนัลอาวุโสรีบเดินออกไปและกลับมาพร้อมกับนางกำนัลอีกสองคนที่ถือไม้เรียวยาว “สำหรับนางกำนัลที่ลืมฐานะของตัวเอง ยี่สิบไม้เรียวคงพอจะช่วยให้จดจำได้” เยี่ยเฟยหลิงตกใจจนหน้าซีด “ไทเฮา หม่อมฉันผิดไปแล้วขอทรงเมตตาด้วย!” “ลากตัวไป” ไทเฮาสั่งเสียงเย็น นางกำนัลสองคนเข้ามาจับแขนเยี่ยเฟยหลิง ลากนางไปยังลานด้านนอกห้องโถง ที่นั่นมีไม้กระดานตั้งอยู่ พวกนางบังคับให้เยี่ยเฟยหลิงนอนลงและมัดนางไว้แน่น “ไทเฮา ได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ” เยี่ยเฟยหลิงร้องขอ น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ไทเฮาไม่สนใจคำวิงวอน พระนางเพียงแต่พยักหน้าให้นางกำนัลที่ถือไม้เรียว เสียงไม้เรียวฟาดลงบนแผ่นหลังของเยี่ยเฟยหลิงดังสนั่น ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างของนาง ทำให้นางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “หนึ่ง” นางกำนัลอาวุโสนับเสียงดัง ไม้เรียวฟาดลงอีกครั้ง เยี่ยเฟยหลิงกัดฟันแน่น พยายามไม่ร้องออกมา “สอง” ทุกครั้งที่ไม้เรียวฟาดลงบนแผ่นหลัง เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกเหมือนไฟกำลังเผาไหม้ผิวหนังของนาง ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ แต่นางพยายามอดทน ในใจของเยี่ยเฟยหลิง ความโกรธแค้นพลุ่งพล่าน ในชาติก่อน เยี่ยเฟยหลิงได้ฆ่าไทเฮาด้วยการรัดคอด้วยมือของนางเอง หลังจากที่นางได้เป็นฮองเฮา นางจำได้ถึงความรู้สึกเมื่อนางบีบคอของหญิงชราที่เคยดูถูกนางและหาทางปลดนางลงจากตำแหน่งฮองเฮา ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว และลมหายใจสุดท้ายที่ค่อยๆ จางหายไป “เจ็ด” เสียงนับดังขึ้น ดึงเยี่ยเฟยหลิงกลับมาสู่ความเป็นจริง เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกว่าเสื้อผ้าด้านหลังของนางเปียกชุ่มไปด้วยเลือด แต่นางไม่ร้องขอความเมตตาอีก นางเพียงแต่กัดฟันแน่นและทนรับการลงโทษ “สิบแปด...สิบเก้า...ยี่สิบ” เมื่อการลงโทษสิ้นสุดลง เยี่ยเฟยหลิงแทบไม่มีแรงจะลุกขึ้น นางกำนัลแก้เชือกที่มัดมือนางออก แล้วพยุงนางให้ลุกขึ้นยืน “พาตัวกลับไป และจำไว้ว่านี่เป็นเพียงบทเรียนเล็กน้อย หากเจ้ายังคิดจะทำตัวเกินฐานะอีก โทษที่รออยู่จะหนักกว่านี้มาก” ไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม เยี่ยเฟยหลิงถูกพยุงกลับไปยังเรือนนางกำนัล ทุกย่างก้าวนำมาซึ่งความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความแค้น นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ในชาติก่อนนางกลายเป็นคนทะเยอทะยาน นางถูกไทเฮาดูถูกและทำร้ายจนไม่เหลือความเป็นคน หลังจากนี้หลี่เฉิงเหวินก็จะแอบเอายามาให้นาง ชาติก่อนนางซึ้งใจจนน้ำตาไหลพลาก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา เมื่อมาถึงเรือนนางกำนัล หลิวอี้รีบวิ่งเข้ามาช่วยเหลือทันทีที่เห็นสภาพของเยี่ยเฟยหลิง “เฟยหลิง! เกิดอะไรขึ้น?” หลิวอี้ร้องออกมาด้วยความตกใจ “ไทเฮา... ลงโทษข้า...” เยี่ยเฟยหลิงตอบเสียงแผ่ว หลิวอี้รีบพาเยี่ยเฟยหลิงเข้าไปในห้องและช่วยนางนอนลงบนเตียงในท่านอนคว่ำ นางค่อยๆ เปิดเสื้อด้านหลังของเยี่ยเฟยหลิงออก ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นรอยแผลจากไม้เรียว “รอเดี๋ยว ข้าจะไปหายามาทาให้” หลิวอี้รีบวิ่งออกไป เยี่ยเฟยหลิงนอนนิ่งบนเตียง ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบกับความแค้นในใจ นางเกลียดตัวเองที่ฆ่าหลิวอี้ทั้งที่รู้ว่านางไม่มีวันหักหลังตัวเอง ไม่นานหลิวอี้ก็กลับมาพร้อมกับโถใบเล็กที่บรรจุยาสมุนไพร “นี่เป็นยาที่หมอหลวงปรุงขึ้น ข้าขอมาจากห้องยา มันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและทำให้แผลหายเร็วขึ้น” หลิวอี้ค่อยๆ ทายาลงบนแผลของเยี่ยเฟยหลิง ทำให้นางสะดุ้งด้วยความเจ็บปวด “ทำไมไทเฮาถึงลงโทษเจ้า?” หลิวอี้ถามเบาๆ “เพราะเรื่องที่ข้าตกน้ำและถูกองค์ชายสิบสามช่วย” เยี่ยเฟยหลิงตอบเสียงแผ่ว “นั่นไม่ยุติธรรมเลย! คนกำลังจะจมน้ำจะไม่ให้ช่วยได้อย่างไร?” “บนโลกใบนี้ไม่มีความยุติธรรม มีแต่อำนาจและการแก่งแย่งชิงดีเท่านั้น” หลิวอี้มองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง “เจ้าพูดเหมือนคนที่ผ่านโลกมามากแล้ว” เยี่ยเฟยหลิงยิ้มด้วยแววตาเศร้าๆ “ขอบใจเจ้ามาก ที่ช่วยเหลือข้ามาตลอด” “ขอบใจอะไรกัน เจ้าเป็นเพื่อนข้า ไม่ช่วยเจ้าจะให้ไปช่วย เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าจะบอกหัวหน้านางกำนัลว่าเจ้าป่วย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สักสองสามวัน” เยี่ยเฟยหลิงพยักหน้า หลังจากหลิวอี้ออกไปแล้ว เยี่ยเฟยหลิงนอนนิ่งบนเตียง ความคิดของนางวนเวียนอยู่กับแผนการในอนาคต นางรู้ว่าในไม่ช้าองค์ชายสิบสามจะมาหานาง แสดงความเห็นอกเห็นใจและพยายามดึงนางเข้าสู่แผนการของเขาตอนที่ 31 ข่าวลือเมื่อพวกเขาเดินห่างออกไปแล้ว เฉินเจ๋อหยวนก็หันมาจ้องมองเยี่ยเฟยหลิงด้วยสายตาเย็นชา“เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่?” เขาถามเสียงเย็นเยี่ยเฟยหลิงยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาคู่งามฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ราชครูหนุ่มอีกก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือเพียงไม่กี่ชุน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาแตะะจมูกชายหนุ่ม“ข้าไม่ได้ทำอะไร” นางกระซิบเสียงหวานไม่ทันให้เฉินเจ๋อหยวนได้ตอบโต้ เยี่ยเฟยหลิงก็ยกตัวขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มของนางแตะลงบนแก้มของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วแต่แผ่วเบาเฉินเจ๋อหยวนแข็งค้างไปทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครกล้าทำเช่นนี้กับเขา ราชครูผู้เย็นชาที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงให้ความเกรงใจ“เจ้า...” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ฉาบไปด้วยความโกรธและความสับสนแต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เสียงอุทานดังขึ้นจากปลายทางเดิน“อะ...อะไรกัน!”เยี่ยเฟยหลิงหันไปมองต้นเสียงพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก บัณฑิตสามคนยืนตะลึงอยู่ไม่ไกล ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“คุณหนูเยี่ย...กับท่านราชครูเฉิน...” หนึ่งในนั้นพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายต
ตอนที่ 30 สำนักศึกษาในขณะเดียวกัน รถม้าของหลี่เฉิงเหวินกำลังมุ่งหน้ากลับจวน เขานั่งพิงหมอนอิงอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าของเขาฉายแววพึงพอใจ“เยี่ยเฟยหลิง...” เขาพึมพำชื่อของนางพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย “วันนี้ข้าหมดไปกับเจ้าเยอะมาก วันหน้าเจ้าต้องตอบแทนข้า”ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเจ็บปวดแปลกๆ ที่หัวใจ หลี่เฉิงเหวินขมวดคิ้ว วางมือลงบนหน้าอกของตัวเอง ความรู้สึกนั้นไม่รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ“แปลก...” เขาพึมพำหลี่เฉิงเหวินส่ายหน้าเบาๆ พยายามสลัดความรู้สึกนั้นออกไป เขาคิดว่าคงเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการออกไปข้างนอกทั้งวัน ไหนจะกดดันกับสถานการณ์ในวังตอนนี้อีก“ต้องรีบเร่งแผนการให้เร็วขึ้น ต้องทำให้เยี่ยเฟยหลิงยอมหมั้นหมายกับข้าโดยเร็ว”หลี่เฉิงเหวินหลับตาลง นึกถึงภาพในงานเลี้ยงเมื่อวาน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เยี่ยเฟยหลิง แม้แต่ขุนพลที่มีชื่อเสียงในความซื่อสัตย์อย่างซ่งจื่อหนานยังตกตะลึงกับความงามของนางแต่ที่ทำให้เขาพึงพอใจที่สุดคือปฏิกิริยาของเฉินเจ๋อหยวน ราชครูหนุ่มผู้มีชื่อเสียงในความเย็นชาและไม่สนใจสตรี กลับมองเยี่ยเฟยหลิงด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากปกติ“ไม่ว่ายุคไหน กลยุทธ์นารีพ
ตอนที่ 29 ยาพิษเช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยเฟยหลิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สดชื่น นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงหันมองไปรอบๆ ห้องที่เงียบสงบ “คุณหนู ท่านตื่นหรือยังเจ้าคะ?” เสียงของชิงชิงดังขึ้นจากนอกห้อง“เข้ามาเถอะ ชิงชิง” เยี่ยเฟยหลิงตอบชิงชิงเปิดประตูเข้ามา วางอ่างน้ำลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างให้อากาศสดชื่นไหลเข้ามาในห้อง แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องกระทบใบหน้าของเยี่ยเฟยหลิง ทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย"คุณหนู ท่านดูอิดโรยมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?" ชิงชิงถามพลางเตรียมผ้าเช็ดหน้าเยี่ยเฟยหลิงถอนหายใจเบาๆ "ใช่ ข้าฝันร้าย""ฝันร้ายอะไรหรือเจ้าคะ?"เยี่ยเฟยหลิงไม่ตอบนางลุกจากเตียง เดินไปที่อ่างน้ำ ก้มลงล้างหน้า น้ำเย็นๆ ช่วยให้นางรู้สึกตื่นตัวขึ้น "วันนี้ฮูหยินกับนายท่านรออยู่ที่โถงกลางแล้วเจ้าค่ะ" ชิงชิงบอกขณะช่วยเยี่ยเฟยหลิงแต่งตัวชิงชิงช่วยเยี่ยเฟยหลิงสวมชุดสีฟ้าอ่อน ปักลายดอกท้อสีชมพู แล้วจัดแต่งทรงผมอย่างประณีต ก่อนจะประดับด้วยปิ่นทองรูปผีเสื้อ"คุณหนูงดงามมากเจ้าค่ะ" ชิงชิงชมพลางยิ้ม“ไปกันเถอะ” นางพูดพลางเดินออกจากห้อง ชิงชิงเดินตามหลังนางไปอย่างเงียบๆเมื
ตอนที่ 28 บนหลังม้าเจ้ายังเคยทำได้หลี่เกอหยางยอมปล่อยริมฝีปากของนาง แต่มือของเขายังคงจับร่างของนางไว้แน่น “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงไปยั่วยวนชายอื่น”“ข้าไม่ใช่สมบัติของท่าน! ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า” เยี่ยเฟยหลิงตอบกลับด้วยความโกรธคำพูดของนางยิ่งทำให้หลี่เกอหยางโกรธมากขึ้น เขาผลักนางลงบนเบาะรถม้า ร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของนาง“ท่านจะทำอะไร? ปล่อยข้านะ!” เยี่ยเฟยหลิงพยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่น้ำหนักของเขาทำให้นางแทบขยับตัวไม่ได้“ข้าจะทำให้เจ้าจำได้ว่าเจ้าเป็นของใคร” หลี่เกอหยางกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความโกรธมือของเขาเลื่อนลงมาที่ชายกระโปรงของนาง ก่อนจะค่อยๆ รั้งขึ้น เผยให้เห็นต้นขาเรียวงามของนาง“ไม่!…นี่มันบนรถม้านะ!...” เยี่ยเฟยหลิงร้องเสียงสั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย“ชาติก่อนบนหลังม้าเจ้ายังเคยทำได้ บนรถม้าเจ้าจะอายอะไร” หลี่เกอหยางกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาวาววับด้วยความปรารถนา “หยุดดิ้นได้แล้ว วันนี้ข้าทำไม่นานหรอก เวลามีน้อย”เอ่ยจบ เขาก็สอดนิ้วกลางกับนิ้วชี้เข้าไปในช่องทางรักของนางเพื่อเปิดทาง ความชื้นในกายของนางทำให้เขายิ้มอย่างพึงพอใจ“อ๊ะ!..ไม
ตอนที่ 27 ไม่ได้สนใจณ โต๊ะที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง หลี่เฉิงเหวินกำลังรินสุราให้กับหลี่เกอหยางและเฉินเจ๋อหยวน สุราสีเหลืองอำพันไหลลงสู่ถ้วยกระเบื้องเนื้อละเอียดที่มีลวดลายมังกรสีทองพันรอบหลี่เกอหยางยกถ้วยสุราขึ้นจิบเบาๆ รสชาติหวานละมุนแต่แฝงด้วยความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านในลำคอ “รสชาติไม่เลว” เขากล่าว “แต่ข้าคิดว่าสุราในแคว้นของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน”เฉินเจ๋อหยวนจิบสุราของเขาอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่เฉิงเหวิน “องค์ชายสิบสาม ท่านกำลังสนใจคุณหนูเยี่ยหรือ?”หลี่เฉิงเหวินยิ้มบางๆ “ท่านราชครูมีหูตาไวดังที่ลือกัน ใช่ ข้ากำลังสนใจนาง นางเป็นหญิงสาวที่งดงามและฉลาด” “แต่ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเลือกสตรีที่มีฐานะสูงกว่านี้”หลี่เกอหยางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างหลี่เฉิงเหวินหัวเราะเบาๆ “เสด็จพี่ ข้าไม่ได้คิดจะแต่งนางเป็นชายาเอก ข้าเพียงแค่ต้องการให้นางเป็นสนมเท่านั้น”“แม้จะเป็นสนม ก็ควรเลือกคนที่มีภูมิหลังที่ดี” เฉินเจ๋อหยวนกล่าว “ตระกูลเยี่ยไม่ได้มีอำนาจมากนัก แม้ว่าบิดาของนางจะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลพอที่จะเป็นประโยชน์กับ
ตอนที่ 26 งานเลี้ยงภายในห้องโถงใหญ่ของจวน แขกเหรื่อมากมายกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็ดื่มสุรา บ้างก็ชมการแสดงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่มุมหนึ่งของห้องเมื่อเยี่ยเฟยหลิงก้าวเข้ามา เสียงสนทนาในห้องค่อยๆ เบาลง หลายคนหันมามองนางด้วยความสนใจ บ้างก็กระซิบกระซาบกันเฉินเจ๋อหย่วนนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง เขาถือจอกสุราในมือแต่แทบไม่ได้แตะมัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่เยี่ยเฟยหลิงทันทีที่นางก้าวเข้ามาในห้อง แม้จะผ่านไปเป็นปี เขาก็จำนางได้ทันที ถึงนางจะงดงามขึ้นมากก็ตามดวงตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากร่างอรชรของนาง “นั่นคือคุณหนูเยี่ยหรือ?” เสียงกระซิบถามมาจากข้างๆเฉินเจ๋อหย่วนไม่ตอบ เขาเพียงจิบสุราเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆไม่ไกลจากเฉินเจ๋อหย่วน แม่ทัพซ่งหนานจื่อยืนอยู่กับกลุ่มขุนนางฝ่ายทหาร เขาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นเยี่ยเฟยหลิง เกิดมาเขาพึ่งเคยเห็นหญิงงามที่สามารถล่มทั้งเมืองได้แบบจริงๆ ครั้งแรก ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง“นั่นใครกัน?” เขาถามเสียงแผ่ว“คุณหนูตระกูลเยี่ย บุตรสาวของขุนนางเยี่ยหลง” ขุนนางที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอบ “ข้าได้ยินว่านางเพิ่งก







