Mag-log inตอนที่ 6 ราชครู
ศาลาตั้งอยู่ในมุมสงบของสวนหลวง ล้อมรอบด้วยต้นหลิวที่กิ่งก้านโน้มลงสู่ผิวน้ำ ดอกบัวสีชมพูอ่อนและสีขาวบานสะพรั่งในสระ ภาพที่เห็นช่างงดงามและสงบเงียบ เยี่ยเฟยหลิงวางอุปกรณ์ทำความสะอาดลงและเริ่มกวาดพื้นศาลา นางทำงานอย่างขะมักเขม้น จะได้รีบเสร็จไวๆ ขณะที่นางกำลังเช็ดราวระเบียงศาลา เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง นางหันไปมองและพบกับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินเข้ม “องค์ชายสิบสาม!” นางแกล้งอุทานด้วยความตกใจ รีบคุกเข่าลงคำนับ หลี่เฉิงเหวินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนัก ที่นี่มีแค่เราสองคน” เยี่ยเฟยหลิงลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหวานก้มลงต่ำ สายตาจับจ้องที่พื้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและชิงชัง นางเกลียดเขาจนอยากถลกหนังเลาะกระดูก “ข้าดีใจที่ได้พบเจ้าอีก” เขาเอ่ยพลางก้าวเข้ามาใกล้ “ข้าเป็นห่วงเจ้ามากหลังจากเหตุการณ์วันนั้น” เยี่ยเฟยหลิงเงยหน้าขึ้น แววตาของนางเปลี่ยนเป็นสดใสไร้เดียงสา “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ” เยี่ยเฟยหลิงตอบเสียงเบา “องค์ชายไม่ควรมาที่นี่ หากมีคนมาเห็น...” “ข้าไม่กลัว ข้าได้ยินว่ารัชทายาทเรียกเจ้าไปพบ เขาทำอะไรเจ้าหรือไม่?” เยี่ยเฟยหลิงแข็งตัวไปชั่วขณะ มือสั่นเล็กน้อย “ไม่มีอะไรเพคะ" หลี่เฉิงเหวินขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ต้องกลัวบอกข้ามาตามตรง เขาทำอะไรเจ้า?” เยี่ยเฟยหลิงส่ายหน้า “ไม่มีอะไรจริง ๆ เพคะ” หลี่เฉิงเหวินก้าวเข้ามาใกล้อีก มือของเขายื่นออกมาแตะที่ผ้าพันคอของนาง “ทำไมเจ้าต้องพันผ้าในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้?” เยี่ยเฟยหลิงถอยหลังทันที มือกุมผ้าพันคอไว้แน่น แต่หลี่เฉิงเหวินเร็วกว่า เขาดึงผ้าพันคอออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นรอยช้ำสีบนลำคอขาวผ่องของนาง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหรี่ลงด้วยความโกรธ “เกอหยางทำเช่นนี้กับเจ้าหรือ?” เยี่ยเฟยหลิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่งามฉายแววหวาดระแวง ใบหน้าที่เคยแสดงความไร้เดียงสาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ ชายตรงหน้าช่างเสแสร้งได้เก่งเหลือเกิน ทั้งที่ในชาติก่อนเขายืนถ้วยยาพิษให้นางด้วยสายตาเย็นชา แต่บัดนี้กลับมายืนทำหน้าเป็นห่วงราวกับเป็นเทพบุตรผู้แสนดี “ไม่เป็นไรเพคะ” เยี่ยเฟยหลิงตอบเสียงเบา พยายามควบคุมความรู้สึกเกลียดชังที่พลุ่งพล่านในอก “เป็นแค่อุบัติเหตุเล็กน้อย หม่อมฉันทำของหล่น องค์รัชทายาทเพียงแค่โมโหเล็กน้อย” หลี่เฉิงเหวินสีหน้าเคร่งเครียด เขาจ้องมองรอยช้ำบนลำคอของนางอย่างโกรธเกรี้ยว “นี่เรียกว่าเล็กน้อยหรือ? เขาไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับเจ้า!” เขาดึงร่างบอบบางเข้ามากอด โอบกระชับแน่นราวกับต้องการปกป้องนางจากอันตรายทั้งปวง “ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู “ข้าสัญญา ต่อไปนี้จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก” เยี่ยเฟยหลิงแข็งค้างไปชั่วขณะ นางรู้สึกขยะแขยง แต่นางยังต้องแสดงบทบาทให้สมจริง นางจึงค่อยๆ ยกมือขึ้นตอบรับอ้อมกอดของเขาอย่างลังเล แสร้งทำเป็นสั่นเทาเล็กน้อยเพื่อให้เขาเชื่อว่านางกำลังหวาดกลัวจริงๆ “องค์ชาย...” นางเอ่ยเสียงสั่น “หม่อมฉันไม่อยากให้ท่านมีเรื่องกับรัชทายาทเพราะหม่อมฉัน” หลี่เฉิงเหวินคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย มือหนาประคองใบหน้าเรียวเล็กของนางขึ้นมาอย่างทะนุถนอม “อย่ากลัวเลย ข้าจะหาทางจัดการ ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเจ้าอีก” เยี่ยเฟยหลิงจ้องมองดวงตาคู่นั้น เขาจะปกป้องนางอย่างงั้นหรือ? ...ทั้งที่ในชาติก่อนเขาเป็นคนทำลายชีวิตของนาง “องค์ชายใจดีเหลือเกิน” นางตอบพร้อมรอยยิ้มที่แสนจะไร้เดียงสา “แต่หม่อมฉันเป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับความเมตตาของท่าน” หลี่เฉิงเหวินส่ายหน้า “อย่าพูดเช่นนั้น ในสายตาข้า เจ้ามีค่ามากกว่าที่เจ้าคิด” เยี่ยเฟยหลิงแสร้งทำตาโต “องค์ชาย! ท่านไม่ควรพูดเช่นนั้น หากมีคนได้ยิน...” “ข้าไม่กลัว ข้าจะดูแลเจ้า ข้าสัญญา” เมื่อเห็นนางกำนัลสองคนกำลังเดินผ่านมา ทำให้ทั้งสองต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว “ข้าต้องไปแล้ว” เขากระซิบ “แต่ข้าจะกลับมาหาเจ้าอีก” เขาหยิบผ้าพันคอที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพันให้นางอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เยี่ยเฟยหลิงมองตามแผ่นหลังของเขา รอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดและเดินออกจากศาลา เมื่อเดินออกมาจากศาลาได้ไม่ไกล เยี่ยเฟยหลิงก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงสง่าในชุดขาวยืนอยู่ใต้ต้นหลิวไม่ห่างจากตรงนั้น ชายผู้นั้นมีใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักจากหยก ดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึกจ้องมองมาที่นางอย่างเย็นชา “คุณหนูตระกูลเยี่ยช่างเก่งเรื่องยั่วยวนบุรุษ สมคำล่ำลือจริงๆ” เสียงทุ้มลึกดังขึ้น เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ เฉินเจ๋อหยวน ราชครูหนุ่มผู้เป็นทั้งอาจารย์และคนสนิทของหลี่เกอหยาง และเป็นชายที่นางเคยมอบกายให้ในชาติก่อน ภายนอกเขาดูสง่าและหยิ่งยโสราวกับก้อนหินเย็นชาที่เดินได้ ไม่มีใครเคยเห็นเขาแสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากความเย็นชาและความเฉยเมย แต่เยี่ยเฟยหลิงรู้ดี... ในชาติก่อน เมื่อได้ครอบครองนางแล้ว เขากลับกลายเป็นคนละคน เหมือนสุนัขที่ยอมสยบอยู่ใต้กระโปรงของนาง นั่นทำให้หลี่เฉิงเหวินหาทางฆ่าเขาอยู่ตลอด แต่ราชครูผู้นี้ฉลาดเกินกว่าจะมีช่องโหว่ให้หลี่เฉิงเหวินเล่นงานได้ ในชาติก่อน เฉินเจ๋อหยวนเป็นชายที่ไม่เคยแต่งงาน เขาทุ่มเทชีวิตให้กับการรับใช้ราชสำนักและองค์รัชทายาท จนกระทั่งนางใช้เสน่ห์ยั่วยวนเขา ทำให้เขาตกหลุมรักนางจนถอนตัวไม่ขึ้น เขายอมหักหลังหลี่เกอหยางทรยศราชสำนักก็เพราะนาง และชายผู้นี้แหละที่จะเป็นเกราะกำบังให้กับนาง ชาติที่แล้วนางทำให้เขาหลงใหลได้ ชาตินี้ก็ต้องทำได้เหมือนกัน “ท่านราชครู” นางคำนับอย่างนอบน้อม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เฉินเจ๋อหยวนก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงทำให้เงาของเขาทาบทับร่างเล็กของนาง “เจ้าเพิ่งเข้าวังได้ไม่นาน แต่กลับสามารถดึงดูดความสนใจจากองค์ชายสิบสามได้อย่างรวดเร็ว น่าทึ่งจริงๆ” “ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น” เยี่ยเฟยหลิงตอบ ก้มหน้าลงต่ำ แสร้งทำเป็นหวาดกลัว เฉินเจ๋อหยวนยกมือขึ้นจับคางของนาง บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับพยายามอ่านความคิดของนาง “เจ้าไม่เคยพบข้ามาก่อน แล้วเจ้ารู้จักข้าได้ยังไง? ...” “ข้าเคยติดตามท่านพ่อไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนราชครูครั้งหนึ่งเจ้าค่ะ แต่นานมากแล้วและตอนนั้นข้ายังเด็กมากท่านอาจจะจำไม่ได้” นางตอบเสียงสั่น เฉินเจ๋อหยวนปล่อยมือออก แต่สายตายังคงจับจ้องที่นาง “ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน อย่าคิดใฝ่สูงเกินตัวในวังหลวง ไม่อย่างนั้นคนที่เสียใจจะเป็นเจ้า” เยี่ยเฟยหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย “ข้าน้อยไม่กล้า” “ดี” เฉินเจ๋อหยวนพยักหน้า “ข้าหวังว่าเจ้าจะจดจำคำเตือนของข้าไว้” เขาเดินผ่านนางไป แต่ก่อนจะเดินพ้น เขาหยุดและพูดโดยไม่หันกลับมามอง “ระวังคอของเจ้าด้วย รอยช้ำนั่นอาจทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้” เยี่ยเฟยหลิงแข็งค้าง มือสั่นเทาขยับขึ้นไปแตะที่ผ้าพันคอ นางไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น เมื่อเฉินเจ๋อเหยวนเดินลับตาไปแล้ว เยี่ยเฟยหลิงถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นปนหวาดกลัว “ไม่คิดว่าจะได้พบเขาเร็วขนาดนี้” นางพึมพำกับตัวเอง เยี่ยเฟยหลิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง รอให้หัวใจเต้นกลับสู่จังหวะปกติ นางไม่คาดคิดว่าจะได้พบเฉินเจ๋อหยวนเร็วเช่นนี้ และการพบกันครั้งนี้ทำให้นางต้องระมัดระวังมากขึ้น ทั้งต้องระวังหลี่เกอหยางตอนที่ 29 ยาพิษเช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยเฟยหลิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สดชื่น นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงหันมองไปรอบๆ ห้องที่เงียบสงบ “คุณหนู ท่านตื่นหรือยังเจ้าคะ?” เสียงของชิงชิงดังขึ้นจากนอกห้อง“เข้ามาเถอะ ชิงชิง” เยี่ยเฟยหลิงตอบชิงชิงเปิดประตูเข้ามา วางอ่างน้ำลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างให้อากาศสดชื่นไหลเข้ามาในห้อง แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องกระทบใบหน้าของเยี่ยเฟยหลิง ทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย"คุณหนู ท่านดูอิดโรยมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?" ชิงชิงถามพลางเตรียมผ้าเช็ดหน้าเยี่ยเฟยหลิงถอนหายใจเบาๆ "ใช่ ข้าฝันร้าย""ฝันร้ายอะไรหรือเจ้าคะ?"เยี่ยเฟยหลิงไม่ตอบนางลุกจากเตียง เดินไปที่อ่างน้ำ ก้มลงล้างหน้า น้ำเย็นๆ ช่วยให้นางรู้สึกตื่นตัวขึ้น "วันนี้ฮูหยินกับนายท่านรออยู่ที่โถงกลางแล้วเจ้าค่ะ" ชิงชิงบอกขณะช่วยเยี่ยเฟยหลิงแต่งตัวชิงชิงช่วยเยี่ยเฟยหลิงสวมชุดสีฟ้าอ่อน ปักลายดอกท้อสีชมพู แล้วจัดแต่งทรงผมอย่างประณีต ก่อนจะประดับด้วยปิ่นทองรูปผีเสื้อ"คุณหนูงดงามมากเจ้าค่ะ" ชิงชิงชมพลางยิ้ม“ไปกันเถอะ” นางพูดพลางเดินออกจากห้อง ชิงชิงเดินตามหลังนางไปอย่างเงียบๆเมื
ตอนที่ 28 บนหลังม้าเจ้ายังเคยทำได้หลี่เกอหยางยอมปล่อยริมฝีปากของนาง แต่มือของเขายังคงจับร่างของนางไว้แน่น “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงไปยั่วยวนชายอื่น”“ข้าไม่ใช่สมบัติของท่าน! ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า” เยี่ยเฟยหลิงตอบกลับด้วยความโกรธคำพูดของนางยิ่งทำให้หลี่เกอหยางโกรธมากขึ้น เขาผลักนางลงบนเบาะรถม้า ร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของนาง“ท่านจะทำอะไร? ปล่อยข้านะ!” เยี่ยเฟยหลิงพยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่น้ำหนักของเขาทำให้นางแทบขยับตัวไม่ได้“ข้าจะทำให้เจ้าจำได้ว่าเจ้าเป็นของใคร” หลี่เกอหยางกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความโกรธมือของเขาเลื่อนลงมาที่ชายกระโปรงของนาง ก่อนจะค่อยๆ รั้งขึ้น เผยให้เห็นต้นขาเรียวงามของนาง“ไม่!…นี่มันบนรถม้านะ!...” เยี่ยเฟยหลิงร้องเสียงสั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย“ชาติก่อนบนหลังม้าเจ้ายังเคยทำได้ บนรถม้าเจ้าจะอายอะไร” หลี่เกอหยางกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาวาววับด้วยความปรารถนา “หยุดดิ้นได้แล้ว วันนี้ข้าทำไม่นานหรอก เวลามีน้อย”เอ่ยจบ เขาก็สอดนิ้วกลางกับนิ้วชี้เข้าไปในช่องทางรักของนางเพื่อเปิดทาง ความชื้นในกายของนางทำให้เขายิ้มอย่างพึงพอใจ“อ๊ะ!..ไม
ตอนที่ 27 ไม่ได้สนใจณ โต๊ะที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง หลี่เฉิงเหวินกำลังรินสุราให้กับหลี่เกอหยางและเฉินเจ๋อหยวน สุราสีเหลืองอำพันไหลลงสู่ถ้วยกระเบื้องเนื้อละเอียดที่มีลวดลายมังกรสีทองพันรอบหลี่เกอหยางยกถ้วยสุราขึ้นจิบเบาๆ รสชาติหวานละมุนแต่แฝงด้วยความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านในลำคอ “รสชาติไม่เลว” เขากล่าว “แต่ข้าคิดว่าสุราในแคว้นของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน”เฉินเจ๋อหยวนจิบสุราของเขาอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่เฉิงเหวิน “องค์ชายสิบสาม ท่านกำลังสนใจคุณหนูเยี่ยหรือ?”หลี่เฉิงเหวินยิ้มบางๆ “ท่านราชครูมีหูตาไวดังที่ลือกัน ใช่ ข้ากำลังสนใจนาง นางเป็นหญิงสาวที่งดงามและฉลาด” “แต่ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเลือกสตรีที่มีฐานะสูงกว่านี้”หลี่เกอหยางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างหลี่เฉิงเหวินหัวเราะเบาๆ “เสด็จพี่ ข้าไม่ได้คิดจะแต่งนางเป็นชายาเอก ข้าเพียงแค่ต้องการให้นางเป็นสนมเท่านั้น”“แม้จะเป็นสนม ก็ควรเลือกคนที่มีภูมิหลังที่ดี” เฉินเจ๋อหยวนกล่าว “ตระกูลเยี่ยไม่ได้มีอำนาจมากนัก แม้ว่าบิดาของนางจะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลพอที่จะเป็นประโยชน์กับ
ตอนที่ 26 งานเลี้ยงภายในห้องโถงใหญ่ของจวน แขกเหรื่อมากมายกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็ดื่มสุรา บ้างก็ชมการแสดงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่มุมหนึ่งของห้องเมื่อเยี่ยเฟยหลิงก้าวเข้ามา เสียงสนทนาในห้องค่อยๆ เบาลง หลายคนหันมามองนางด้วยความสนใจ บ้างก็กระซิบกระซาบกันเฉินเจ๋อหย่วนนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถง เขาถือจอกสุราในมือแต่แทบไม่ได้แตะมัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่เยี่ยเฟยหลิงทันทีที่นางก้าวเข้ามาในห้อง แม้จะผ่านไปเป็นปี เขาก็จำนางได้ทันที ถึงนางจะงดงามขึ้นมากก็ตามดวงตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากร่างอรชรของนาง “นั่นคือคุณหนูเยี่ยหรือ?” เสียงกระซิบถามมาจากข้างๆเฉินเจ๋อหย่วนไม่ตอบ เขาเพียงจิบสุราเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆไม่ไกลจากเฉินเจ๋อหย่วน แม่ทัพซ่งหนานจื่อยืนอยู่กับกลุ่มขุนนางฝ่ายทหาร เขาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นเยี่ยเฟยหลิง เกิดมาเขาพึ่งเคยเห็นหญิงงามที่สามารถล่มทั้งเมืองได้แบบจริงๆ ครั้งแรก ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง“นั่นใครกัน?” เขาถามเสียงแผ่ว“คุณหนูตระกูลเยี่ย บุตรสาวของขุนนางเยี่ยหลง” ขุนนางที่ยืนอยู่ข้างๆ ตอบ “ข้าได้ยินว่านางเพิ่งก
ตอนที่ 25 โรคประหลาดสามวันผ่านไป เยี่ยเฟยหลิงนั่งอยู่ในห้องของตน กำลังจิบชาอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ ชิงชิงวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น“คุณหนู! มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองแล้วเจ้าค่ะ!” ชิงชิงรายงานเสียงเบา “ที่หอดอกเหมย หญิงสาวทุกคนเป็นโรคประหลาด มีตุ่มพองน่าเกลียดขึ้นเต็มตัว รวมถึงคนที่เคยไปเที่ยวหอดอกเหมยเช่นกัน”เยี่ยเฟยหลิงยิ้มบางๆ “เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้”“คุณหนู…แล้วพวกเขาจะตายไหม” ชิงชิงถามอย่างกังวล“อย่าตกใจไปเลย” เยี่ยเฟยหลิงหัวเราะเบาๆ “มันเป็นเพียงยาที่ทำให้เกิดผื่นคัน ไม่อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่น่าเกลียดเท่านั้น อีกสองสามวันก็หายเอง”“งั้นคุณหนูจะเริ่มเตรียมตัวไปงานเลี้ยงคืนนี้เลยไหมเจ้าคะ?” ชิงชิงถาม พลางเหลือบมองไปที่ชุดหลายชุดที่วางเรียงอยู่บนเตียง เป็นชุดที่ฮูหยินเลือกไว้ให้คุณหนูเยี่ยเฟยหลิงยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของนางมาก่อนในชาตินี้ “แน่นอน เจ้าไปหยิบชุดสีแดงสดที่ท่านน้าตัดให้ข้าออกมา”“ชุดสีแดงหรือเจ้าคะ?” ชิงชิงทวนคำพลางขมวดคิ้ว “แต่คุณหนู... ชุดนั้นค่อนข้าง... โดดเด่น”“นั่นแหละที่ข้าต้องการ” เยี่ยเฟยหลิงลุกขึ้นยืน เดินไปที่กระจกทองเหลืองขนาดใหญ่
ตอนที่ 24 แวะมาเยี่ยมบ่ายวันต่อมา เยี่ยเฟยหลิงนั่งอยู่ในห้องของตน กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ชิงชิงวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น“คุณหนู! คุณหนู! องค์ชายสิบสามเสด็จมาที่จวนเจ้าค่ะ!”เยี่ยเฟยหลิงชะงัก ถ้วยชาในมือแทบจะร่วงหล่น นางไม่คิดว่าหลี่เฉิงเหวินจะมาหานางเร็วเช่นนี้ แผนการของนางเพิ่งเริ่มต้นเอง ยังไม่ถึงเวลาเผชิญหน้ากับเขา“เขามาทำไม?” เยี่ยเฟยหลิงถามเสียงเรียบ พยายามซ่อนความตกใจ“ข้าก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่นายท่านกับฮูหยินกำลังต้อนรับองค์ชายอยู่ที่ห้องรับแขก พวกท่านให้ข้ามาตามคุณหนูไปพบองค์ชาย”เยี่ยเฟยหลิงสูดหายใจลึก นางต้องควบคุมสติ ไม่ให้ความเกลียดชังปรากฏบนใบหน้า “ช่วยข้าแต่งตัวหน่อย”ชิงชิงรีบช่วยนางแต่งตัวอย่างเรียบร้อย เลือกชุดสีฟ้าอ่อนที่ดูสุภาพแต่งดงาม จัดทรงผมให้เรียบร้อย แต่ไม่หวือหวามากนักเมื่อเยี่ยเฟยหลิงเดินเข้าสู่ห้องรับแขก นางเห็นบิดามารดาของนางนั่งอยู่อย่างเกร็งๆ ตรงข้ามกับหลี่เฉิงเหวินในชุดสีม่วงเข้ม“หลิงเอ๋อร์ มานี่สิลูก” มารดาของนางเรียก “องค์ชายสิบสามมาเยี่ยมเจ้า”เยี่ยเฟยหลิงค้อมกายคำนับอย่างสง่างาม “องค์ชายสิบสาม”หลี่เฉิงเหวินมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใ







