Accueil / แฟนตาซี / หวนคืนฝืนชะตารัก / ตอนที่ 10 เปิดร้านวันแรก

Share

ตอนที่ 10 เปิดร้านวันแรก

last update Date de publication: 2026-02-05 09:44:57

แต่รออยู่นานก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักคน หลายคนที่มองเข้ามาด้วยแววตาอยากรู้อยากลอง แต่แล้วก็เดินผ่านไปอย่างหน้าตาเฉย เรณูจึงเผลองีบหลับไป ทรงกลดก็ได้แต่นั่งมองด้วยท่าทางหงอยเหงา

พวกเขารอจนเกือบเที่ยงวันก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักคน ช้องปีบกับทองใบจึงเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนเรณูงีบหลับไปสองตื่นแล้ว

            ทรงกลดเอ่ยกับเรณูว่า “เจ้าว่าเราจะรอดไหม”

            “ต้องรอดสิ” เรณูตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะในใจนางคิดว่าอย่างไรตนก็ต้องทำได้

            “แต่วันนี้เรายังไม่มีลูกค้าสักคนเลยนะ”

            “เดี๋ยวก็มี” ร้านของนางเป็นสินค้าแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครได้ลองกิน ก็ต้องขายยากเป็นธรรมดา

            แต่ตอนนี้เรณูนึกอยากกินส้มตำขึ้นมาอีกแล้ว จึงตำส้มตำหนึ่งครก และตำกล้วยตานีอีกหนึ่งครก นางยังลวกผักตาลปัตรฤาษีกับผักหนามเป็นผักแกล้มอีกด้วย จังหวะนั้นป้าข้างบ้านที่เคยนำพุทรามาให้ก็เดินผ่านหน้าร้านมาพอดี

            “เรณูเปิดร้านขายอะไรหรือ” ไม่ถามเปล่า นางยังเดินเข้ามาข้างในร้านด้วย

            “ขายส้มตำเจ้าค่ะ”

            “ส้มตำรึ” อิ่มถามพลางขมวดคิ้ว เพราะนางไม่เคยได้ยินชื่ออาหารชนิดนี้มาก่อน

            “เจ้าค่ะ หรือจะเรียกให้ตรงปกก็คือตำมะละกอนั่นเองเจ้าค่ะ”

            “มะละกอดิบกินได้หรือ ข้าเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ” อิ่มพูดพร้อมกับมองสำรวจเรณูตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนมีบางอย่างดูแปลกตาไป แต่อิ่มบอกไม่ได้ว่าคืออะไรกันแน่ นางปัดความสงสัยนั้นทิ้งไป

            “ได้เจ้าค่ะ ใบของมันก็กินได้นะเจ้าคะ” ชาวอีสานมักนำใบอ่อนของมะละกออ่อนมากินแกล้มกับตำเมี่ยงต่าง ๆ เช่นตำกล้วย ตำลูกจัน และตำข่า

            “ไม่ขมแย่รึ แค่ข้าเผลอกินเปลือกมันตอนผลมันสุกแล้วยังรู้สึกขมปี๋เลย” อิ่มทำหน้าเหยเก

            “ขมเล็กน้อยเจ้าค่ะ แต่ก็อร่อยด้วยเหมือนกัน หากที่บ้านท่านป้ามีใบมะละกออ่อนก็เอามาลองกินกับตำกล้วยได้นะเจ้าคะ ข้ากำลังทำเสร็จพอดี”

            “มีตำกล้วยด้วยรึ” อิ่มตาโตรู้สึกแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก

            “มีเจ้าค่ะ” 

            “เช่นนั้นข้าขอกลับไปเอาใบมะละกอที่บ้านก่อนนะ ข้าอยากรู้ว่ามันมีรสชาติเช่นไร”

            “เจ้าค่ะ”

            อิ่มไปไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับใบอ่อนมะละกอสี่ห้าก้าน

            มือสองข้างของทรงกลดถือถาดส้มตำกับถาดตำกล้วยตานีที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเดินออกมาที่แคร่ไม้ไผ่ใกล้ร้านค้า จากนั้นเดินไปหยิบกระติบข้าวเหนียวในบ้าน และเรียกพ่อกับแม่มากินอาหารด้วยกัน มีย่างปลาดุกที่เหลือจากมื้อเช้าสามตัวเขาจึงถือออกมาด้วย

            อิ่มมองเห็นช้องปีบกับทองใบเดินออกมาจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้ามาชิมส้มตำของแม่นางเรณูสักหน่อย”

            “ตามสบายไม่ต้องเกรงใจ” ช้องปีบเอ่ย เพราะยามที่ครอบครัวของนางกลับมาจากแสดงหมอลำ อิ่มมักนำของกินมาให้เสมอ แม้เป็นสิ่งของเพียงเล็กน้อยแต่นางก็เป็นเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจ

            “อันนี้เขาเรียกว่าอะไร” อิ่มถามด้วยความสงสัย น้ำของมันมีลักษณะเป็นสีเข้มจนเกือบดำ ทำให้ดูไม่น่ากินเลยสักนิด

            “นี่แหละเจ้าค่ะเขาเรียกว่าตำกล้วยตานี” เรณูตอบ

            อิ่มมองหน้าช้องปีบคล้ายกำลังอยากถามบางอย่าง ช้องปีบจึงกล่าวว่า “พวกเราก็ยังไม่มีใครเคยกินสักคนเลย เคยกินแต่ส้มตำ”

            “อ๋อ”

            จากนั้นทุกคนก็ลงมือกินส้มตำกับข้าวเหนียวก่อน เรณูยังมีฝีมือคงที่ วันนั้นตำรสชาติอย่างไรวันนี้ก็ยังคงตำได้รสชาติเดิม แต่อิ่มยังไม่เคยกินถึงกับร้อง “อื้อหือ ไม่คิดว่าส้มตำจะอร่อยขนาดนี้ เจ้าใส่เครื่องปรุงอะไรบ้าง ที่บ้านข้ามีมะละกอเดี๋ยวข้าจะลองทำกินบ้าง”

            “คล้ายกับเครื่องปรุงที่เราทำแกงเลยเจ้าค่ะ มีพริก กระเทียม ปลาร้า น้ำปลา มะเขือเทศ มะนาว และผงนัวเจ้าค่ะ หากท่านป้าชอบรสหวานนิดก็ใส่น้ำตาลก็ได้เจ้าค่ะ” แต่สูตรของเรณูไม่ใส่น้ำตาล “และถ้าอยากให้อร่อยมากขึ้นจะใส่มะกอกป่าสุกก็อร่อยไม่แพ้กันเจ้าค่ะ”

            “ง่ายถึงเพียงนั้น ทำไมบ้านเราไม่เคยมีใครทำกินสักคนเลยนะ”

            เรณูยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “สามารถกินกับผักสดได้ทุกชนิดเลยนะเจ้าคะ” 

ทุกคนกินส้มตำเกือบจะหมด แม้น้ำก็แทบไม่เหลือเพราะทรงกลดซดน้ำส้มตำกินด้วย กระนั้นก็ยังไม่มีใครกล้าแตะตำกล้วยกับใบมะละกอเลยสักคน เรณูจึงลงมือก่อนใคร เด็ดใบมะละกออ่อนมาห่อกับตำกล้วย กินไปคำหนึ่งนางก็สำลักกระแอมไอออกมา หลังจากนั้นเรณูยังกินต่ออย่างเอร็ดอร่อยและไอเกือบทุกรอบ แต่ทุกคนก็ยังลองกินตาม และหลังจากนั้นทุกคนก็ไอออกมาตาม ๆ กัน

พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้มด้วยความตลก อิ่มถามว่า “ทำไมกินตำกล้วยต้องไอด้วยนะ”

“โบราณเคยกล่าวไว้ว่า ใครกินตำกล้วยแล้วไม่ไอคนนั้นเป็นปอบเจ้าค่ะ” เรณูกล่าว

จากนั้นทุกคนก็หัวเราะกันอย่างครื้นเครง แต่ทองใบกับช้องปีบก็ยังสงสัย โบราณบ้านไหนเคยกล่าวไว้เช่นนี้ นางเพิ่งเกิดเมื่อวาน จะรู้จักคำโบราณมากกว่าพวกเขาได้อย่างไร และดูเหมือนว่าตั้งแต่เรณูกลับมาอยู่ด้วยคราวนี้ นิสัยนางจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก มีความสุขุมรอบคอบมากขึ้น คิดอ่านเป็นขั้นเป็นตอน อีกทั้งยังใช้จ่ายอย่างมีระเบียบแบบแผน ไม่สุรุ่ยสุร่ายเหมือนที่ผ่านมา

อิ่มพูดขึ้นอีกว่า “ใบมะละกอนี่ไม่ขมเลยนะ กินกับตำกล้วยเข้ากันดีเลยทีเดียว” มีรสขมเพียงนิดเดียวนอกนั้นมีรสมันเข้ากันกับตำกล้วยเป็นอย่างดี ช่างเป็นอาหารที่วิเศษนัก 

ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย ต่างคนต่างตักตำกล้วยห่อใบมะละกออ่อนกินอร่อยจนต้องเลียนิ้วมือเลยทีเดียว

ก่อนกลับบ้านวันนั้น อิ่มรู้สึกติดใจในรสชาติของส้มตำและตำกล้วยตานี นางจึงสั่งกลับบ้านแบบเผ็ดกับเผ็ดน้อยไปสองครก และตำกล้วยอีกหนึ่งครก เรณูขายทุกอย่างครกละสามสิบบาท แต่นางรับรองได้ว่าทั้งคุณภาพและปริมาณคุ้มราคาอย่างแน่นอน

เมื่อถึงเวลาเก็บของตอนเย็น ท่านน้าทั้งสองก็มาช่วยเก็บด้วย สรุปวันนี้เรณูมีรายได้จากการขายส้มตำเก้าสิบบาทถ้วน

ช้องปีบเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่า “เจ้าอย่าเพิ่งถอดใจไปก่อนล่ะ” เพราะเรณูไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน นางจึงกลัวว่าหลานสาวจะล้มเลิกความตั้งใจไปกลางครันเสียก่อน

เรณูหันมายิ้มอ่อนให้ เอ่ยว่า “ไม่หรอกเจ้าค่ะท่านน้า ข้าจะสู้จนถึงที่สุดเจ้าค่ะ” เรื่องค้าขาย นางลำบากมานักต่อนัก นี่เป็นแค่บททดสอบเริ่มต้นเท่านั้น

“ดีแล้ว เจ้ากำลังจะเป็นแม่คน ต้องรู้จักอดทนให้มาก เพราะหากเจ้าคลอดลูกออกมา เจ้าจะเหนื่อยมากกว่านี้หลายเท่าตัว”

“เจ้าค่ะ” 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 65 ตอนพิเศษ

    ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่สิบแล้ว ร้านเรณูตำแหลกยังคงขายดีมาโดยตลอด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือไซดักทรัพย์ที่ดูเก่าและเริ่มผุพังไปตามกาลเวลาเพราะทั้งโดนแดดโดนฝน และสิ่งที่เรณูรู้สึกใจหายมากที่สุดก็คือเมื่อสามวันก่อนเรณูฝันถึงผู้หญิงที่อยู่ในไซดักทรัพย์ตามปกติเหมือนที่เคยฝันทุกปี และนางก็มาให้หวยตามเดิม ตอนนี้นางมีเงินหลายสิบล้านก็เพราะไซดักทรัพย์อันนี้ แต่ที่นางบอกว่ารู้สึกใจหายก็คือนางมากล่าวลาด้วย ในความฝันในคืนนั้นนางพูดว่า “อีกเจ็ดวันข้าก็จะไปแล้วนะ” อีกเจ็ดวันจะถึงวันสิ้นปีพอดี “ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” “ข้าต้องไปผุดไปเกิดแล้ว” “ข้าดีใจด้วยนะเจ้าคะ และก็ขอบคุณท่านมากที่อยู่กับข้ามานาน” นานจนไซเก่าเลยทีเดียว “อืม ข้าลาก่อน” กล่าวจบร่างของนางก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา เรณูยืนมองไซดักทรัพย์ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ วันนี้นางพาครอบครัวมากินมื้อเย็นกับครอบครัวท่านน้า พอกินเสร็จจึงออกมาเดินเล่น คำสิงห์เห็นนางยืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วจึงเดินเข้ามาหา “มีอะไรหรือ” “ข้ามีอี

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 64 บทส่งท้าย

    เนื่องจากผู้ต้องหาสิ้นใจไปแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนลงมือแต่เพียงผู้เดียว คดีจึงถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว ส่วนก้านตองหลังจากที่นางไปพบสาลี่วันนั้น สัปดาห์ต่อมานางก็เกิดการแท้งบุตรโดยสมบูรณ์ คราแรกยังคิดว่าตนมีประจำเดือนด้วยซ้ำ ก้านตองทั้งรู้สึกเสียใจแกมยินดีในเวลาเดียวกัน ต่อจากนี้นางจะได้ไม่มีสิ่งใดมาทำให้นางมีบ่วงกรรมกับผู้ชายคนนั้นอีก และลูกจะได้ไม่ต้องเกิดมามีปมด้อย ทางด้านพ่อกับแม่บุญธรรมของพันตา เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว แทนที่จะเสียใจแต่พวกเขากลับดีใจที่ไม่ต้องมีเขาอยู่ร่วมชายคาอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรหนี้ในส่วนของพันตา เขาก็หามาใช้ให้จนหมดแล้ว เหลือเพียงหนี้ส่วนอื่น ผ่องศรีก็คงต้องยอมให้ลูกทั้งสามเป็นหนี้แทนแล้ว สี่เดือนต่อจากนั้น ศีรษะและขาขวาของคำสิงห์ก็หายดีเป็นปกติแล้ว อีกทั้งเขายังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกไว้จนเสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งการปลูกพืชครั้งนี้ก็ทำให้คำสิงห์มีกำไรมากกว่าการปลูกอ้อยกับมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก และเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินตอนสิ้นปีอีกมิหนำซ้ำยังมีเงินสองล้านบาทใช้หนี้ภรรยาอีกด้วย แต่เขาก็ยังแอบสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมภรรยาถึง

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 63 จุดจบของพันตา

    “เจ้ารู้จักบ้านของมันรึ” “รู้เจ้าค่ะ” “ได้ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” “ท่านแม่” ตอนนี้ดอกไม้ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ก้านตองจึงจำใจให้มารดาไปด้วย สองแม่ลูกมาถึงบ้านของพันตา ก็พบว่ามีเพียงพ่อกับแม่ของเขาเท่านั้นที่อยู่บ้าน “เจ้าสองคนมาหาใครรึ” ผ่องศรีเอ่ยถามออกไป ดอกไม้ไม่ได้ตอบ แต่กลับถามกลับไปว่า “ท่านคงเป็นท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าพันมันสินะ” “อ๋อ มาหาเจ้าพันหรอกรึ” ผ่องศรี “ใช่ ข้ากับลูกสาวมาหาเจ้าพัน และก็มาหาท่านทั้งสองด้วย” “เจ้ามีธุระอะไรกับข้าและสามีหรือ” “เจ้าพันมันทำลูกสาวข้าท้อง มันต้องรับผิดชอบ ท่านต้องไปเรียกมันมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้” ผ่องศรีขำพรืดออกมา “เจ้าพันมันไม่อยู่ที่นี่เป็นเดือนแล้ว” “แล้วเขาไปอยู่ไหนเจ้าคะ” ก้านตองถาม “ไปอยู่กับเมียมันมั้ง” “เมีย!” ทั้งดอกไม้และก้านตองพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “นี่พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าพันมันมีเมียอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้มันก็โดนตำรวจหมายหัว มันคงออกมาเจอพวกเจ้าหรอก” ส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 62 เมียอีกคนของคำสิงห์

    เรณูเดินเข้ามาในห้องซึ่งสามีกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ตอนนี้เขาช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เพียงแต่เท้าข้างขวายังลงน้ำหนักมากไม่ได้เท่านั้น คำสิงห์ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงลืมตาพลางลุกขึ้นนั่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ด้วยความดีใจแล้วพูดคำทะลึ่งกับนาง “ลืมจุ๊บบักอร่อยใช่ไหมเมียรัก” ตอนนี้เขาเริ่มใช้ภาษาบ้านเกิดตนเองกับภาษาบ้านภรรยาผสมกันแล้ว เพราะภาษาของนางเขาเรียนรู้ตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เรณูจึงตอบกลับเป็นภาษาของตนบ้าง “สิมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอิหยังอยู่หั่น เจ้าฮู่บ่ว่าผู้ได๋มาหาเจ้า” (จะมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอะไรกัน พี่รู้ไหมว่าใครมาหาพี่” หัวคิ้วเขาเคลื่อนเข้าหากันทันที “ใคร?” “อีนางก้านกล้วย” นางพูดออกเป็นภาษอีสานน้ำเสียงติดประชดประชันเล็กน้อย คำสิงห์ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ เรณูจึงเฉลยออกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยายก้านตอง” คำสิงห์ถึงกับหลุดขำออกมา “นางมาทำไม” “นางบอกว่าท้องกับท่าน” พูดจบก็เตรียมจะลุกเดินออกไปทันที แต่คำสิงห์กลับคว้าร่างนางให้มานั่งบนตักได้ทัน พร้อมกับหอมแก้มนางหนึ่งฟอดใหญ่ “ข้าไม่ได้ทำนางท้องส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 61 อาการคล้ายกับคนท้อง

    เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูนาง “เรื่องทำน้องให้กับพริกไง”เรณูผละตัวออกจากเขาแล้วทำตาเขียวใส่ “นี่พี่สิงห์ยังมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องนี้อีกหรือเจ้าคะ”เขาพยักหน้าทำตาละห้อย “เจ้าไม่สงสารพี่หรือ หลายเดือนมากแล้วนะ” แค่ได้กอดภรรยาเขาก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว หากไม่เกรงใจนางเขาคงไม่ขออนุญาตก่อนเช่นนี้“แต่พี่ยังขาเจ็บอยู่จะทำได้ยังไงเล่า”“แต่เจ้าทำได้” เรณูถึงกับหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ “นะ ทำให้หน่อยนะคนดีของพี่”“ไม่ต้องมาพูดคำหวาน”เขาอุ้มนางมานั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากันพลางเอ่ยออกเสียงแหบพร่า “เจ้าดูสิว่ามันพร้อมมากแค่ไหน”เรณูสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ดุนดันขึ้นมาตรงบั้นท้ายของนาง มือของเขาจับสะโพกนางให้ขยับย้ายไปมา เรณูรู้สึกสงสารจึงได้แต่ตามใจเขา “ทำให้ก็ได้” คนตัวโตจึงยิ้มออก สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แล้วรั้งลงมาหา ริมฝีปากสีเรื่อประกบเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกวาบหวามยิ่งนักคำสิงห์ทนรอไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายจูบนางอย่างเร่าร้อนเอง เพียงเสี้ยวนาทีเสื้อผ้าของทั้งสองก็ถูกถอดออกจนพ้นกาย ไม่นานต่อจากนั้นร่างอรชรของนางจึงเป็นฝ่ายควบขี่อยู่บนตัวเขาเนิ่นนานกว่าเข

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 60 เหตุผลของเรณู

    ภายในห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลดงผักหวานคำสิงห์พลางขยับมือทั้งสองข้าง และเอ่ยออกเสียงแผ่วเบา “เรณู” ท่าทางเขาคล้ายกับคนนอนละเมอ พริมาได้ยินจึงบอกมารดาที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ยินดังนั้นจากที่ง่วงนอนเพราะพักผ่อนน้อยเรณูจึงเบิกตากว้างขึ้นมองสามีทันที คำสิงห์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพูดออกเสียงแหบแห้ง “เรณู” เรณูยิ้มพรายพลางน้ำตาซึม “ข้าเอง” เขามองลูกสาวพร้อมกับเรียกชื่อนาง “พริกขี้หนูลูกพ่อ” “ท่านพ่อ พริกขี้หนูคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กใบหน้าบิดเบ้แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม “พ่อก็คิดถึงเจ้า” ว่าพลางยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว “ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ พ่อกลับมาหาเจ้าแล้ว” พริมาพยักหน้าหงึกหงักเรณูจึงเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ “ข้าตามพยาบาลมาตรวจท่านก่อน” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปกดกริ่งที่อยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่นานพยาบาลก็เข้ามาในห้อง พยาบาลวัดไข้และความดันและซักถามอาการของเขาหลายอย่าง และดูเหมือนว่าร่างกายเขาจะตอบสนองการรักษาเป็นอย่างดี แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาได้ร

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 16 เจอหน้าพ่อครั้งแรก

    แต่เรณูก็ไม่กล้าเปิดปากถาม จึงพูดกับก้านตองว่า “วันนี้คิวยาว เจ้ากลับไปรอที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวข้าจะให้กลดเอาไปส่งให้” “ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอดูอาหารสักหน่อยว่ายังมีอะไรเหลือบ้าง” ก้านตองชินแล้วที่ต้องรออาหารร้านนี้นาน ๆ แต่ก็รอนานไม่เกินยี่สิบนาที แต่เจ้าของร้านมีบริการส่งอาหารถึงที่

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 14 ต้องย้ายไปคุมงาน

    เมื่อบุตรชายทำงานหนักขึ้น ผาสุกจึงตอบแทนทุกคนในครอบครัวโดยการซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นทุกปี จนตอนนี้เขาเป็นเสี่ยไร่อ้อยไร่มันสำปะหลังที่มีพื้นที่กว่าหนึ่งพันสามร้อยไร่เลยทีเดียว แต่ที่เพิ่มมาด้วยอีกอย่างหนึ่งก็คือหนี้ธนาคาร เพราะเงินที่ได้จากการทำไร่ผาสุกนำไปซื้อที่ดินจนหมด ส่วนเงินที่กู้จากธนาคารนำมาใช้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 13 ความพิเศษของไซดักทรัพย์

    คืนหนึ่งขณะที่ทรงกลดกำลังไกวหลานที่นอนอยู่ในเปล โดยมีแม่กับเรณูนั่งอยู่ด้วย เขาเอ่ยขึ้นว่า “เรณู หากข้าให้พริกเรียกข้าว่าพ่อ เจ้าจะว่าอย่างไร” พอเห็นหน้าหลานสาวแล้ว เขาก็อดสงสารนางไม่ได้จึงอยากให้นางมีพ่อเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างเรณูเบิกตาโตด้วยความตกใจ “แต่เจ้ายังไม่แต่งงาน เดี๋ยวสาว ๆ พวกนั้นก็เข้า

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 18 เสียงอันคุ้นเคย

    ทุกคนลงมือกินอาหารแล้ว ฟ้าลั่นจึงเอ่ยขึ้นว่า “นึ่งปลาทับทิมกินกับส้มตำรสจัดจ้านเหมือนเมื่อตอนกลางวันก็คงดีนะ” คิดมาถึงตรงนี้เขาก็อยากกินอีกแล้ว “เออจริงด้วย ข้าก็คิดว่ามันต้องเข้ากันมากแน่ ๆ” ดำรงเสริมขึ้นอีก “ร้านเขาปิดตั้งแต่บ่ายสามแล้วเจ้าค่ะ” ก้านตองว่า “ทำไม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status