เข้าสู่ระบบหลี่เล่อหยางเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทว่าเธอกลับเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็กลายเป็นอดีตคนรักของพอ.ที่เป็นนางร้ายตัวประกอบและกำลังจะตายในอีกไม่นานนี้…
ดูเพิ่มเติม“ฉางเจ๋อ! เล่อหยางเล่า! นางเป็นอย่างไรบ้าง!” รัชทายาทมามาถึงก็พ่นคำถามใส่อู๋หยางโหวไม่หยุด เขาชะเง้อคอมองเค้าไปข้างใน ไม่ได้สนใจอู๋หยางโหวที่กำลังพยายามหลบหน้ารัชทายาทด้วยไม่อยากให้รัชทายาทเห็นว่าเขาร้องไห้อู๋ฉางเจ๋อนับกงเล่อหยางเป็นสหายของเขาตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันแล้ว เพราะเขาถูกใจนางมาก ต่อมายิ่งได้รู้จักกันเพิ่มขึ้น เขาคิดว่าตัวเองนั้นคิดไม่ผิดที่เลือกให้นางเป็นสหาย ตอนที่รัชทายาทส่งนางมาให้เขา เขาตกใจมาก จนเกือบจะลืมวิธีการใช้วิทยายุทธ์ ระหว่างทางที่พานางมาที่นี่ ใจกังวลไปหมด กลัวว่าจะพานางไปรักษาไม่ทัน“เจ้า! ฉางเจ๋อ…หลบหน้าเปิ่นไท่จื่อทำไม” รัชทายาทจับอีกฝ่ายหันกลับมา อู๋หยางโหวสะบัดหน้าหลบหลบหลีกมือของรัชทายาท สุดท้ายก็หนีไม่พ้น รัชทายาทบีบคางเขาไว้แน่น “เจ้าร้องไห้?”อู๋หยางโหวดิ้นหลุดออกมาก็บีบนวดกรามบริเวณคางที่ถูกจับเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยถาม “คางของกระหม่อมหลุดติดมือพระองค์ไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจับแล้วมันถึงได้รู้สึกแปลกๆ”“ … ” รัชทายาทมองมือตัวเองด้วยกลัวว่ามันจะติดมาจริงๆ เพ้ย! “เจ้าตอบคำถามเปิ่นไท่จื่อมาก่อน”“รัชทายาท พระองค์ก็เห็นว่ากระหม่อมนั่งอยู่หน้าห้อง มันหมายค
ขณะที่เมืองหลวงกำลังเตรียมตัวรับมือป้องกันภัยจากกลุ่มกบฏกันอย่างเต็มที่ ทางชายแดนใต้นั้นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด วันนี้เป็นวันที่สองของการทำศึกแล้ว ทหารของสองฝั่งเริ่มลดลงเรื่อยๆ จีอ๋องขี่ม้าสู้รบเคียงข้างน้องชาย ตัวเขาและน้องชายกินยาต้านพิษมาแล้ว แต่ใช่ว่ามันจะต้านพิษของชนนเผ่าใต้ได้ทุกชนิดยามนี้ชินอ๋องไป๋เทียนหลงกำลังต่อสู้อยู่กับบุตรชายของผู้นำเผ่า จีอ๋องก็อยู่ไม่ไกลจากเขาสัก ภายในใจคิดว่า เขาต้องทำให้ศึกนี้จบเร็วที่สุด เขาไม่อยากให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ จีอ๋องคล้ายกำลังปลดผลึกตัวเอง วิทยายุทธ์ขั้นสูงสุดถูกนำออกมาใช้ร่วมกับวิชาแพทย์ ทำให้มันประสานกันอย่างลงตัว เพียงเขาคนเดียวก็สามารถป้องกันศัตรูรอบตัวที่ต้องการเข้าจัดการชินอ๋องจากทางด้านหลังได้แล้ว และยังมีทิศทางอื่นอีกชนเผ่าใต้เริ่มเห็นความผิดปกติแล้ว เพราะคนของพวกเขาลดลงไปมากกว่าเมื่อวานนี้ ครั้นมองเห็นว่าผู้ใดเป็นคนจัดการสังหารสหายของตน ความบ้าคลั่งก็เริ่มต้นขึ้น จีอ๋องรับมือกับพวกเขาได้อย่างแข็งแกร่ง คนหนึ่งต้านรับคนสี่คน“คิดจะใช้พิษรึ เอาพิษข้าไปก่อนแล้วกัน!” จีอ๋องสาดพิษใส่คนทั้งสี่ที่เข้ามาต่อสู้กับเขา “หึ คิดว่าพ
“เปิ่นหวางไม่คิดว่าแดนใต้จะร้อนมากขนาดนี้ เทียนหลงใกล้ถึงหรือยัง เปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้วนะ” จีอ๋องอยู่ในรถม้านานติดต่อกันหลายวันแล้ว ป่านนี้เมืองหลวงคงจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เปิ่นหวางคิดถึงหิมะ คิดถึงอากาศหนาว เป็นเพราะชนเผ่าใต้บ้าบอนั่น ทำให้เขาต้องมาลำบากอยู่ที่นี่ คอยดูเถิดไปถึงเมื่อไหร่เปิ่นหวางจะเผาให้วอดเลย ร้อนดีนักใช่ไหม หึ!“ใกล้แล้วพี่รอง พ้นเมืองนี้ไปเราก็จะถึงแล้ว ท่าทนอีกนิดเถิด”“ข้าทนมาเดือนกว่าแล้ว ก้นข้าช้ำไปหมดแล้วเจ้าจะดูหรือไม่”ไป๋เทียนหลงส่ายหน้าให้พี่ชาย เขาเองก็นั่งอยู่ในรถม้าด้วยกันไม่ใช่หรือ พอจะออกไปขี่ม้าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้เขาไปอีก“หากข้างหน้ามีลำธารก็แวะพักกันก่อน” ชินอ๋องตะโกนบอกองครักษ์ ทั้งที่พึ่งพ้นประตูเมืองออกมาได้ไม่นานองครักษ์ขานรับและขี่ม้าออกไปตรวจสอบดูทางข้างหน้า ก่อนจะพบแหล่งน้ำและบอกให้ทุกแวะพักที่ตรงนั้นจีอ๋องดีใจยิ่งกว่าผู้ใด เขาลงจากรถม้าก็รีบเดินตรงไปที่ลำธารทันที ธารน้ำใสและเย็นถูกใจเขายิ่งนัก“เทียนหลง น้ำเย็นยิ่งนัก เจ้าลงมาเร็วเข้า น้ำที่โรงเตี๊ยมยังไม่ดีเท่านี้ อ่า ค่อยยังชั่ว”ครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธพี่ชาย ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินลงไปในลำธา
เช้าวันรุ่งขึ้นในยามเหม่า รัชทายาทเป็นคสไปส่งกงเล่อหยางที่กระโจมด้วยตัวเอง ใช้ความมืดอำพรางตัวนางและเขา หลบหลีกทหารเวรยาม โดยมีองครักษ์เงาคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อเข้ามาในกระโจมกงเล่อหยางตัวปลอมและสาวใช้ก็รีบวิ่งเข้ามาหาเจ้านาย “คุณหนู!!”“เสี่ยวถง เจ้าเหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้เล่า เจ้าก็ด้วย…”“บ่าวนอนไม่หลับเจ้าค่ะ แหะๆ บ่าวกลัวว่าจะมีคนเข้ามาในกระโจมกะทันหันเจ้าค่ะ ถึงเวลานั้นคุณหนูจะเดือดร้อนเอาได้ บ่าวไม่กล้าละเลยเจ้าค่ะ”กงเล่อหยางยกมือขึ้นกุมขมับ เป็นห่วงนาง แต่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ “ไปนอนพักกันสักหน่อยเถิด ยังพอมีเวลา ไม่ต้องห่วงข้า”“เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำ แล้วรีบแยกย้ายกันไปนอน“รัชทายาทจะกลับเลยหรือไม่เพคะ” กงเล่อหยางหันไปมองคนที่นั่งจิบชาอยู่ไป๋หลงส่ายหน้า “ไม่รีบ เปิ่นไท่จื่อกลับไปตอนนี้คงต้องปวดหัวมากกว่าเดิมแน่นอน”เสิ่นมู่หยางเมื่อคืนไม่ได้กลับกระโจม เขานอนเตียงเดียวกันกับอู๋หยางโหวอยู่ในกระโจมรัชทายาท กว่าเขาจะนอนหลับก็เหนื่อยกันแทบแย่ แต่เรื่องแบบนี้จะโทษใครได้ เสิ่นมู่หยางก็ผิดที่ชิงหยางบอกว่ามีคนรักแล้วไม่ยอมถอยออกมา ส่วนชิงหยางก็ผิดที่ไม่พูดบอกเขาให้ชัดเจนกว่
เข้าสู่กลางคิมหันต์แล้ว เป็นเวลาเดือนกว่าแล้วที่ชินอ๋องตามติดนางไม่ห่าง กงเล่อหยางเห็นเขาเป็นเพียงสหายเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งคนที่ช่วงนี้นางพบเขาอยู่บ่อยครั้ง คนผู้นั้นคือรัชทายาทไป๋หลง ยามไปตรวจบัญชีร้านค้า ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของเขาการทะลุมิติของนางไม่ได้เหมือนนางเอกในนิยาย นา
ภายในงานชมบุปผชาติไม่มีสิ่งใดมากนัก หลังจากที่ฮองเฮาทรงพูดคุยกับเหล่าคุณหนูคุณชายก็ปลีกตัวออกไป ปล่อยให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกันกงเล่อหยางเริ่มที่จะรู้สึกเบื่อหน่ายบ้างแล้ว ครั้นเห็นชิงหยางจ่างกงจู่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงที่ตัวเองอยู่มากนัก นางจึงรีบเดินเข้าไปทักทาย“ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ”ชิงหยางจ่
ก่อนวันงานชมบุปผชาติ แม่นมก็นำชุดที่นางได้จัดเตรียมไว้มาให้นางลองสวมใส่ดู หากมีความผิดพลาดตรงไหนจะได้รีบแก้ไขชุดสีม่วงขับผิวนางให้งดงามกระจ่างใสยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมยามต้องแสงตะวัน นางชอบชุดนี้มาก แต่นางคงเป็นจุดสนใจของผู้คนไม่น้อย เลยมีสีหน้าลำบากใจออกมา จะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่ทันแล้ว จนได้ยินเสี่ยวถ
กงเล่อหยางนั่งรอหมอหลวงอยู่หน้าเรือนด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างปิดไม่มิด มือที่วางอยู่บนหน้าตักประสานกันแน่น สายตาจ้องมองประตูเรือนรับรองอย่างใจจดใจจ่อหนึ่งเค่อต่อมานางจึงลุกขึ้นไปสอดส่องดูที่หน้าประตู ครั้นมองไม่เห็นสิ่งใดก็กลับมานั่งที่เดิมสองเค่อผ่านไปแล้วหมอหลวงก็ยังไม่ออกมา กงเล่อหยางร้อนใจนักกลั





