LOGINหลี่เล่อหยางเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทว่าเธอกลับเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็กลายเป็นอดีตคนรักของพอ.ที่เป็นนางร้ายตัวประกอบและกำลังจะตายในอีกไม่นานนี้…
View Moreหลี่เล่อหยาง เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย หลังกลับจากทำงานเธอก็จะนั่งอ่านทบทวนบทเรียน สองชั่วโมงก่อนนอนเธอจะแต่งนิยาย ซึ่งการแต่งนิยายของเธอนั้นไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ก็ถือเป็นรายได้อีกทางที่ทำให้เธอนั้นมีเงินใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องยืมหรือกู้เงินใคร
ระหว่างที่เธอกำลังนั่งแต่งนิยายอยู่นั้น หลี่เล่อหยางอยู่ๆ ก็ฟุบหลับลงไปบนโต๊ะ วิญญาณหลุดออกจากร่าง ร่างโปร่งแสงยืนมองกายเนื้อของตัวเอง พลางคิดว่า ‘เธอต้องมาตายแบบนี้จริงหรือ’ เธอถอนหายใจออกมา ในใจภาวนาให้มีคนคิดสงสัยที่ติดต่อเธอไม่ได้หรือมาหาเธอที่ห้องแล้วรับรู้ถึงความผิดปกติ เธอไม่อยากให้ร่างกายต้องเนาเหม็นอยู่ที่นี่ และเหมือนว่าเบื้องบนจะรับรู้ความคิดของเธอ... ก๊อกๆ “เล่อหยาง” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเพื่อนสาวที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน วิญญาณของหลี่เล่อหยางรีบไปที่หน้าประตู เธอแย้มรอยยิ้มออกมาในรอบหลายปี นับตั้งแต่ที่พ่อของเธอแต่งงานใหม่หลี่เล่อหยางก็ตัวคนเดียวมาโดยตลอด เนื่องจากครอบครัวใหม่ของบิดาไม่ยินดีต้อนรับเธอ อีกนัยหนึ่งคือพ่อของเธอเองก็คิดที่จะผลักไสเธอออกไปอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสจึงใช้ข้ออ้างนี้กับเธอ แต่หลี่เล่อหยางนั้นก็ไม่เคยโกรธเคือง เธออยู่กับบิดามาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่กลับไม่มีความผูกพันกันเลยสักนิด เธอเคยถามถึงมารดา เขาบอกเธอว่ามารดาไม่ต้องการเธอ เธอถึงได้อยู่กับเขาจนถึงทุกวันนี้ ‘กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินเสียงสัญญาณ’ “เล่อหยาง เราอยู่หน้าห้องเธออ่ะ อยู่ที่ห้องรึเปล่า เรา…” เป็นห่วง ตื๊ดๆ เขาพูดแค่นั้นก็ตัดสายไป คิ้วคมขมวดเข้าหากันแน่น เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างไรไม่รู้ เสิ่นหลงเป็นเพื่อนที่หลี่เล่อหยางรู้จักได้ราวสี่ห้าเดือน ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยยามที่ได้อยู่กับเขา หลี่เล่อหยางค่อนข้างที่จะเป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับเสิ่นหลง หลี่เล่อหยางมองไปที่เขาด้วยสายตาเศร้าหมอง เสิ่นหลงโทรเรียกนิติของหอพักเพื่อให้มาช่วยเปิดห้องให้ เขายืนมองหน้าห้องของเธอด้วยความกังวลใจ ไม่นานนิติก็ขึ้นมาพร้อมกับช่าง เผื่อเธอลงกลอนด้านในห้องจะได้ไม่เสียเวลา ช่างช่วยกันงัดแงะประตูอยู่นานกว่าจะเปิดออกได้ ซึ่งในระหว่างนั้น นิติบอกให้เสิ่นหลงโทรเรียกรถพยาบาล เพราะขนาดพังประตูเสียงดังขนาดนี้แล้ว ภายในห้องยังไม่มีความเคลื่อนไหว แสดงว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแน่นอน เสิ่นหลงใจกระตุก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็รีบโทรเรียกรถพยาบาลตามที่นิติบอก เพราะถ้าเกิดเรื่องจริงอย่างน้อยพยาบาลก็จะได้ช่วยเหลือได้ทันเวลา หลี่เล่อหยางในร่างโปร่งแสง ยืนมองเสิ่นหลงที่แสดงความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด เธอยังเห็นเขาแอบหันหลังไปปาดน้ำตาอีกด้วย ชีวิตนี้เธอไม่คิดว่าจะมีคนเสียใจกับการจากไปของเธอ เธอจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกรัก เศร้าโศก เสียใจ หรือมีความสุขนั้นเป็นอย่างไร เธอมีแต่ความเฉยชา ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ จนมาพบกับเสิ่นหลงที่ทำให้เธอนั้นยิ้มได้อีกครั้ง ความวุ่นวายที่เธอเห็นอยู่เบื้องหน้านั้นไม่เทียบเท่ากับเพื่อนของเธอ อย่างเสิ่นหลง ที่ตอนนี้กำลังร้องไห้กอดร่างของเธอไว้ด้วยความหวงแหน หลี่เล่อหยางค่อยๆ หลั่งน้ำตาออกมา เธอพยายามที่จะสัมผัสเขา แต่กลับทำไม่ได้ หลี่เล่อหยางเฝ้าติดตามเสิ่นหลงตลอดช่วงเวลา เขาทั้งจัดงานศพให้เธออย่างสมเกียรติ นั่งพูดคุยกับเธอที่หน้าโรงศพเขาบอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้เธอฟัง รวมถึงเรื่องที่เธอไม่คาดคิด เขาสารภาพรักกับเธอ พร้อมทั้งร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง และเอาแต่โทษตัวเอง ที่ไม่ยอมเปิดปากบอกเธอ หรือเดินทางไปที่ห้องของเธอให้เร็วกว่านี้ หมอวินิจฉัยการตายของเธอว่า เธอพักผ่อนน้อย นอนไม่เป็นเวลา ร่างกายอ่อนล้า ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนทำให้เธอนั้นนอนหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว ง่ายๆ คือเธอนอนไหลตาย หลี่เล่อหยางที่ยืนอยู่ข้างเสิ่นหลง อยู่ๆ ภาพก็ตัดมาที่สถานที่แห่งหนึ่ง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นสะพานอยู่ไม่ไกลก็คิดว่า เธอต้องดื่มน้ำแกงลืมเลือนและข้ามสะพานไป เพื่อไปเกิดใหม่ เธอเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าสะพาน แต่กลับไม่เห็นใคร หลี่เล่อหยางลังเลใจ ว่าจะก้าวเดินไปข้างหน้าดีหรือไม่ ยายเมิ่งอาจจะรอเธออยู่ที่กลางสะพานหรือที่ปลายสะพานก็ได้ ระหว่างที่เท้าข้างขวากำลังจะก้าวไปข้างหน้าภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นมืดมิดอีกครั้ง หลี่เล่อหยางหลับตาลง เธอไม่รู้ว่ามันจะนำทางเธอไปที่ไหน ถามว่าเธอกลัวหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ ถ้าเทียบกับชีวิตบนโลกมนุษย์ “ลืมตาได้แล้ว” เสียงแหบเอ่ยขึ้น หลี่เล่อหยางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองท่านผู้เฒ่าที่นั่งเล่นหมากล้อมอยู่เบื้องหน้าอย่างสนใจ เธอเอาแต่จ้องมอง จนท่านผู้เฒ่าอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ “ชอบถึงขนาดละสายตาไม่ได้เลยรึ” ท่านผู้เฒ่าพูดขึ้นพลางกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปนั่งที่ตรงข้าม หลี่เล่อหยางเดินเข้าไปนั่งตรงข้าม แล้วมองกระดานหมาก เธอชื่นชอบหมากล้อมมาก แต่ติดที่ว่าทำอย่างไรเธอก็ไม่เข้าใจการเล่นหมากชนิดนี้ ยามเขียนนิยายเธอเขียนเพียงเเค่ว่าพระเอกเล่นหมากล้อมเก่ง และเขียนกลยุทธ์แทรกเข้าไปเพียงแค่นั้น เธอเคยลองเขียนวิธีการเดินหมากล้อมลงไปแล้วแต่นักอ่านไม่เข้าใจ ทั้งยังต่อว่าที่เธอไม่รู้เรื่องนี้แต่ก็ยังดึงดันที่จะเขียนมันลงไป แบบนี้จะทำให้เสียนักอ่าน เธอจึงลบตอนนั้นออกไปและลงตอนใหม่ “ท่านผู้เฒ่าพาฉันมาที่นี่เหรอคะ” เธอเอ่ยถามอย่างสงสัย ท่านผู้เฒ่าลูบเครา พร้อมพยักหน้า “ข้าติดค้างเจ้าอยู่อย่างหนึ่ง จึงได้เรียกเจ้ามาที่นี่” “ติดค้างอะไรเหรอคะ” หลี่เล่อหยางมุ่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “เรื่องนั้นอย่าสนใจเลย ข้าจะให้เจ้าไปเกิดใหม่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตให้ดี อย่ายึดติดกับสิ่งใดในโลกนั้น เพราะมันอาจไม่เป็นอย่างที่เจ้าคิด ไปเสีย” มือเหี่ยวย่นเพียงโบกสบัดเบาๆวิญญาณของหลี่เล่อหยางก็หายไปทันที หลี่เล่อหยางอยากจะถามเพิ่มเติม แต่ภาพก็ตัดไปเสียแล้ว “ชีวิตในชาตินี้ ขอให้เจ้าโชคดีและมีความสุขมากๆ นะนางหนู” ท่านผู้เฒ่ากล่าวทิ้งท้าย พลางเดินหมากต่ออย่างอารมณ์ดีกงเล่อหยางไม่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ หรือเอาแต่วิ่งตามบุรุษอย่างที่ผู้คนกล่าวขาน ในทุกๆ วันหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นางจะออกไปตรวจดูบัญชีร้านค้าแม้ว่าทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้นั้นมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปจนถึงชาติหน้า แต่กงเล่อหยางก็ยังอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองไม่มีใครทราบถึงเรื่องในอนาคต วันนี้มีกินมีใช้ วันหน้าอาจจะไม่มีก็ได้ ยิ่งเป็นตระกูลชนชั้นสูง ยามก้าวเดินยิ่งต้องระมัดระวัง ก้าวพลาดเมื่อใด ชีวิตของตัวเองและคนในตระกูลก็จบสิ้นเมื่อนั้น“อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู วันนี้คุณหนูมาเร็วกว่าทุกวันนะขอรับ”ผู้ดูแลร้านเดินออกมาทักทาย เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นนายหญิงของตัวเอง“หลายวันแล้วที่ข้าไม่ได้เข้ามาตรวจบัญชี วันนี้จึงมาเร็วหน่อย เพราะยังต้องไปตรวจอีกหลายร้าน รบกวนท่านลุงเว่ยนำบัญชีไปให้ข้าที่ห้องทำงานด้วย” กงเล่อหยางบอกกล่าวเสียงนุ่มนวล เนื่องจากหลี่เล่อหยางมีนิสัยคล้ายกันกับกงเล่อหยาง หญิงสาวจึงไม่ได้กังวลว่าจะถูกจับผิดเรื่องความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมากนัก“ได้เลยขอรับ เดี๋ยวเชิญคุณหนูขึ้นไปรอข้าบนห้องก่อน ข้าขอไปหยิบเอกสารรายงานสักครู่ขอรับ”ท่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อันฉีสาวใช้ของซ่งฮวา เข้ามารายงานความคืบหน้าทันที หลังจากได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ซ่งฮวาวางถ้วยชาลงอย่างสง่างาม พลางเอ่ย “ง่ายถึงเพียงนั้นเชียว แน่ใจว่าไม่มีใครพบเห็นเจ้า”นางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคนของตัวเองจะจัดการเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดาย“ดูเหมือนวันนี้สวรรค์จะเข้าข้างเราเจ้าค่ะ ที่จวนกงจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ให้บ่าวไพร่ ทำให้หละหลวมเรื่องการตรวจสอบคน อีกอย่างหนึ่งก็คือสาวใช้ของคุณหนูใหญ่กง ไม่ได้ภักดีกับนางมากถึงขั้นถวายชีวิต และยังมักใหญ่ใฝ่สูง บ่าวถึงได้ซื้อตัวนางได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”ซ่งฮวาส่งเสียงหัวเราะออกแผ่วเบา “กงเล่อหยาง หากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไรนะ”นางไม่ได้ชมชอบคุณชายมู่มากถึงขนาดยอมพลีกายถวายชีวิต ที่ทำไปล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลของมันกงเล่อหยางแม้ไม่มีบิดามารดา ทว่าอำนาจในมือกลับมีมากจนน่าอิจฉา ซ่งฮวาย่อมทราบถึงเรื่องบุญคุณความดีของอดีตแม่ทัพใหญ่กงกับฝ่าบาทและไทเฮาถามว่านางกลัวหรือไม่ หากเรื่องราวที่นางกระทำกับกงเล่อหยางถูกเปิดเผยออกมา ซ่งฮว่าตอบได้เลยว่า ไม่นางสามารถหาคนมารับผิดแทนได้ อีก
เวลานี้บ่าวไพร่ในโรงครัวกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เนื่องจากอยู่ๆ คุณหนูของพวกเขาเกิดอยากจะเข้าครัวทำอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะเดียวกันด้านหน้าจวน ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากกงเล่อหยางให้ไล่สิ่งอัปมงคลออกไปจากจวน“นี่! เจ้าเป็นแค่พ่อบ้านมีสิทธิ์อะไรมาขวางข้าที่เป็นคุณหนู ข้าเป็นญาติผู้น้องของพี่หญิงเล่อหยางนะ” หญิงสาวพยายามพูดเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านที่สัญจรไปมา นางคือบุตรสาวคนรองของท่านอารอง น้องชายต่างมารดาของแม่ทัพใหญ่กง นามว่า กงซูมี่“ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนี้หากเจ้านายไม่ได้รับสั่ง ทว่าคุณหนูอนุญาตให้ข้ามีสิทธิ์ในการจัดการความวุ่นวายอย่างเต็มที่ คุณหนูรีบกลับไปเถิด ก่อนที่จะอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ครอบครัวท่านเองก็มีกินมีใช้ไม่ขาดมือจะมาพึ่งพิงคุณหนูของข้าด้วยเรื่องใดกัน โปรดชี้แนะบ่าวผู้โง่เขลาด้วยเถิดขอรับ”กงซูมี่ นางไม่คิดว่าจะโดนตอบกลับมาเช่นนี้ ก็ยืนกำหมัดหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจริงอย่างที่พ่อบ้านกล่าวมาคือท่านอารองที่แยกบ้านออกไปนั้น พวกเขามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ได้เชิดหน้าชูตาในตำแหน่งรองเจ้ากรม ไหนจะมีสินเดิมของ
ตั้งแต่กลับจากจวนตระกูลกง มู่ฉิงเทียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ ในมือเขามีถุงหอมเก่าๆ ใบหนึ่ง ใจของเขากำลังสับสน เขาบอกเลิกนาง แล้วเขาตัดใจได้จากนางจริงหรือ ปากบอกนางว่า ชอบซ่งฮวา แต่ว่าความรู้สึกจริงๆ กลับเป็นเพียงความแปลกใหม่เท่านั้น เขารู้ว่าซ่งฮวาเข้าหาเขาเพราะอะไรมู่ฉิงเทียนหลับตาลงเพื่อทบทวนความรู้สึกของตัวเอง เกือบยี่สิบปี กงเล่อหยางอยู่ข้างกายเขามาเกือบยี่สิบปี เขาย่อมรู้จักนิสัยนางดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดช่วงสองปีที่ผ่านมานางถึงเปลี่ยนไปขนาดนั้น และเขาเองที่ควรเชื่อใจนาง กลับผันใจไปให้คนอื่น หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น แล้วกล่าววาจาทำร้ายจิตใจนางที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจช่วงเวลาสองเดือนมานี้ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับนาง วันนั้นที่เขาพลั้งปากบอกเลิกนางไป จนทำให้นางประชดเขาด้วยการกระโดดน้ำ ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้านางเข้าไปอีก พร้อมกับที่เขานั้นกลับมาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขารู้ว่าสองปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทั้งที่นางเป็นคนรักของเขา แต่เขากลับปกป้องสตรีอื่นก๊อกๆ“เข้ามา”มู่ฉิงเทียนขยับนั่งตัวตรง เก็บถุงหอมใบเก่าไ





