Masukเสิ่นรั่วหลันไม่คิดว่าบุรุษผู้นี้จะจูบเป็น มิใช่ว่าเขาเป็นนักพรตถือพรหมจรรย์ไม่แตะต้องสตรีหรอกหรือ? ซ้ำจูบของเขายังอุกอาจดุดันแสดงอำนาจจนนางหายใจแทบไม่ทัน มือเล็กกำเป็นหมดทุบแผ่นอกแต่ไม่สะเทือนเลยสักนิด กลีบปากสวยหวานล้ำจนชายหนุ่มเพิ่มแรงจุมพิตริมฝีดูดดื่มกลืนกินยากจะต้านทาน ยิ่งร่างเล็กขยับตัวดิ้นรน เรือนร่างอ่อนนุ่มก็บดเบียดเรือนร่างกำยำของอีกฝ่ายปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านขึ้นทุกขณะ เพราะความหวานเย้ายวนเกินต้านนี้ทำให้ซ่งอวี้หานวางความระแวดระวังไปหมดสิ้น กว่าจะรู้สึกตัวนั้นบานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่เข้ามาอย่างกะทันหัน “เจ้าลูกหัวแข็ง จู่ๆ ก็แต่งงาน ไม่คิดจะบอกพ่อแม่ก่อนหรือไร!” เสียงตะคอกดังลั่นทำให้เสิ่นรั่วหลันได้สติพร้อมกับซ่งอวี้หาน ทว่าเวลานี้ร่างกายของทั้งสองแนบชิดและริมฝีปากที่เพิ่งผละจากกัน ดวงตากลมวาวมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ “ท่านพี่ใจเย็นๆ ระงับโทสะ มีอะไรคอยๆ พูดกัน อุ้ย!” แม้หญิงสาวยังไม่พบหน้าว่าที่พ่อแม่สามี แต่ยามนี้เดาได้ไม่ยากว่าคนที่บุกเข้าห้องมาคือผู้ใด นางรีบดันซ่งอวี้หานออกห่าง แต่กล
หญิงสาวไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงหันกลับไปมองแต่นางก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขา เจียงชิงหว่านเอียงใบหน้ามองผ่านฉากกั้นแต่ไม่ถนัดนัก จึงชะโงกตัวออกจากอ่างอาบน้ำ “ว้าย!” ซ่งอวี้หานได้ยินเสียงร้องจึงสาวเท้าเข้ามาทันที ยังดีที่เขาเคลื่อนไหวว่องไวใช้สองมือจับไหล่นางไว้ได้ทันก่อนนางจะหล่นจากอ่างน้ำ มือที่หยาบกร้านเพราะจับกระบี่และแส้หนังสัมผัสผิวกายนุ่นละมุนพลันเกิดความร้อนรุ่มขุมหนึ่งขึ้นมา ดวงตาสองคู่ผสานกันนิ่งงันจนเห็นเงาสะท้อนในดวงตาคู่นั้น หญิงสาวเห็นดวงตาคู่นั้นหลุบลงนางก็รีบพูดขึ้น “ห้ามมองนะ!” ชายหนุ่มรีบหลับตาลงในทันที แต่ก่อนนั้นเพียงแวบเดียวที่เขาเผลอมองผิวขาวผ่องดุจหิมะและยังเห็นบัวคู่งามร่ำไร “เจ้ายืนได้มั่นคงหรือยัง” “ได้แล้ว ท่านปล่อยมือได้” ถึงกับต้องบังคับใจตนเองสั่งให้ปล่อยมือจากต้นแขนอ่อนนุ่ม จู่ๆ ก็รู้สึกกระหายขึ้นมาจนต้องกลืนน้ำลายลงคอ “ข้าได้ยินเสียงเจ้าร้องจึงเข้ามา” “ข้าเรียกท่าน ท่านไม่ตอบรับข้าก็เลยชะโงกตัวออกไปดู” เจียงชิงหว่านทรุดตัวลงไปนั่งในอ่างน
ซ่งอวี้หานใช้เท้าเตะประตูแล้วก้าวเข้ามาในห้อง เขาวางร่างที่อุ้มมาอย่างมิดชิดลงบนเตียงของตน ใบหน้างามแดงเรื่อลมหายใจถี่กระชั้น ดวงตารื้นด้วยหยาดน้ำตา ดูเย้ายวนน่าสงสารและน่ารังแกไปพร้อมกัน “ข้าต้องทำอย่างไร” “อ่างน้ำ...ข้าต้องแช่น้ำ” “ได้” เขารับคำแล้วเดินออกไปสั่งบ่าวไพร่ให้จัดการตามที่ต้องการ จากนั้นเดินกลับมาอีกครั้งก็เห็นหญิงสาวดิ้นทุรนทุรายบนเตียงจนผ้าปูที่นอนยับย่นไปหมด “คุณหนูเจียง” “ห้ามเข้ามา” เสียงนางฟังแล้วเชิญชวนมากกว่าผลักไส ชิงหว่านกัดฟันด้วยความโกรธและโมโห ชาติก่อนคือคณิกาไป๋ลู่ ย่อมรู้ดีว่าต้องระวังทั้งเรื่องกลิ่นธูปและกำยาน นางประมาทและชะล่าใจจึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ มารดาเถอะ! ใครกล้าวางยาคณิกาไป๋ลู่! เพียงได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ ซ่งอวี้หานก็ตวัดมือปลดม่านมุ้งลงบดบังร่างหญิงสาวที่อยู่ด้านใน แต่กระนั้น เขายังยืนบังนางไว้อีกขั้น ใช้สายตาเย็นชามองบ่าวรับใช้ที่ยกน้ำอุ่นใส่ในอ่างอาบน้ำจนเต็ม “ออกไปให้หมด หากข้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา” “ขอรับ ใต้เท่าซ
ชิงหว่านตกใจรีบยกมือขึ้นปิดจมูก ยามที่เข้ามาห้องนี้ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หญิงสาวตั้งสติรีบลงจากเตียง นางรีบร้อนจนสวมรองเท้าไม่เรียบร้อยรีบออกจากห้องอย่างรวดเร็ว มือเล็กยื่นไปหมายจะเปิดประตูแต่กลับมีมือแข็งแกร่งจับไหล่นางไว้แน่น นิ้วมือบีบต้นแขนนางจนหญิงสาวนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ “จะรีบไปไหนรึ” “ข้า...ข้าหลงทาง ...ข้าไม่ใช่คนของที่นี่” “ไม่ใช่? แต่เหตุใดทำตัวคุ้นเคยนัก” มือใหญ่จับร่างนางให้พลิกตัวมาเผชิญหน้า ซ้ำยังดันร่างนางไปจนแผ่นหลังชิดบานประตู มือข้างหนึ่งเชยคางนางขึ้น มือกำเป็นหมัดทุบอีกฝ่ายแต่ไม่เป็นผล กลับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่คุ้นหู เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นชายผู้หนึ่ง เขาสวมหน้ากากรูปนกสีแดงปิดครึ่งใบหน้า รูปนกนั้นคุ้นตาคล้ายกับรอยสักสีแดงบนตัวคนร้ายที่ลักพาตัวเจียงชิงหว่าน “!!!” ดวงตากลมเบิกกว้าง หรือคนผู้นี้คือ ‘ประมุก’ ที่คนชั่วเหล่านั้นพูดถึง “คุณหนูเจียงจำข้าได้แล้วรึ” ชิงหว่านนิ่งงันตัวแข็งทื่อไปทันที น้ำเสียงยิ่งคุ้นหูและคนผู้นี้รู้ว่านางคือเจียงชิงหว่าน!
ชิงหร่านกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าผัดแป้งปกปิดร่องรอยอ่อนล้า เรือนร่างซูบผอมลงไปมาก หรูซื่ออายุสิบแปดความสามารถยังไม่อาจเทียบเท่ากับนางในชาติก่อน สตรีในหอนางโลมล้วนชิงดีชิงเด่นกันทั้งนั้น หรูซื่อก็เช่นกันครั้งกันจะเรียกว่าเป็นสหายก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพียงแต่หรูซื่อช่วยปิดบังเรื่องของนาง หรือที่จริงหรูซื่ออาจไม่ได้ต้องการช่วย แค่ทำหลับหูหลับตาไปเท่านั้น ช่างเถิดนางในชาติก่อนติดค้างหรูซื่ออยู่บ้าง มาชาตินี้ได้บังเอิญรู้เรื่องของนางเข้า ก็คิดเสียว่าสวรรค์ให้นางมาชดใช้ในสิ่งที่เคยทำลงไป “แม่นางหรูซื่อ” ชิงหว่านเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบใบหน้าระบายยิ้มน้อย “หมอเจียงประสงค์ดีไม่ได้คิดเป็นอื่น และยิ่งเห็นแม่นางน้อยสีหน้ากังวลอยากให้หมอเจียงเจียดยามาให้พี่สาวที่ป่วย แต่หมอเจียงฟังอาการที่เล่ามาแล้วคิดว่าควรมาตรวจด้วยตนเองจะดีกว่า จึงได้มาที่นี่แม้ต้องมาในฐานะแขกก็ตาม แต่เราไม่มีเจตนาร้าย หวังว่าแม่นางหรูซื่อจะเข้าใจ” แม้แต่งกายเป็นชายแต่หรูซื่อที่อยู่หอนางโลมพบพานผู้คนมามาก มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหญิงงาม ชิงหว่านเข้าใจสายตาของหรูซื่อก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้น
ไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นรู้ว่าหญิงนางโลมเจ็บป่วยเพราะเกรงผู้อื่นกลัวติดโรคจากหญิงนางโลม แต่หมอเสิ่นโจวก็ไม่ใช่หมอที่ดีนัก ในคราวนั้นนางเจ็บป่วยแต่องค์ชายสามยื่นมือเข้าช่วย นางคิดว่าเขามีใจแต่แท้ที่จริงเขาวางแผนเพื่อให้นางเดินตกหลุมพรางที่เขาวางไว้ หลุมที่ว่าก็คือนางตกหลุมรักเขาจนยอมตายเพื่อเขา “เจ้าคิดว่าพี่ควรไป?” เจียงเจิ้งฮ่าวรู้สึกว่าน้องสาวมีบางสิ่งเคลือบแคลงอยู่ “เจ้าค่ะ” ชิงหว่านจำหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างดี นางเป็นสาวใช้ขั้นต่ำทำงานจิปาถะทั่วไปและยังมีขาลีบเล็กไปข้างหนึ่งทำให้นางไม่ได้เป็นหญิงนางโลม แต่โดยทั่วไปมีนิสัยน่าคบหาแต่มักถูกผู้อื่นรังแกอยู่บ่อยครั้งและนางคาดเดาว่าคนที่เจ็บป่วยจริงๆ ก็คือหรูซื่อ-หญิงนางโลมที่เคยโดดเด่นอันดับต้นๆ ของหอระบำจันทร์ “แม่นาง” เจียงเจิ้งฮ่าวพูดขึ้น “อาการที่เล่ามาดูไม่น่าไว้ใจนัก อย่างไรให้ข้าไปตรวจให้ดีหรือไม่” “ได้หรือเจ้าคะ” หญิงผู้นั้นสีหน้าดีใจและตื่นตระหนกไปพร้อมกัน “ข้าก็อยากให้ท่านหมอไปตรวจพี่หรูซื่อ อ๊ะ นางไม่ใช่พี่สาวข้าหรอกเจ้าค่ะ แต่นางใจดีกับข้ามาก” “แม่นา







