บุปผางามในมือโจร

บุปผางามในมือโจร

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-06-11
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
77Bab
3.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพราะถูกใส่ร้ายจนต้องโทษอาญา จึงทำให้ตระกูลมู่หรงถูกลงโทษประหารทั้งตระกูล แต่ทว่า 'มู่หรงเจวี๋ย' อดีตแม่ทัพผู้เก่งกาจ กลับหนีรอดออกมาได้ เพราะความโกรธแค้นและต้องการเอาคืนตระกูลหนิงที่หักหลังตระกูลมู่หรง เขาจึงเร่ร่อนจนได้พบกับกลุ่มโจรป่าบนหุบเขา ด้วยความสามารถที่เก่งกาจจึงทำให้เขาล้มหัวหน้าโจรป่าคนเก่าได้และตั้งตนเป็นหัวหน้าโจรแทน เขาวางแผนลักพาตัวบุตรสาวของท่านรองแม่ทัพหนิงมาที่รังโจร เพื่อทรมานนางให้สาแก่ใจ สาสมกับที่ตระกูลหนิงทำกับตระกูลมู่หรงเอาไว้ จากนั้นค่อยตัดหัวนางส่งกลับไปที่จวนตระกูลหนิงเสีย! แต่ทว่าเหตุใดเขาจึงได้สตรีน้อยช่างเถียง แถมยังยั่วประสาทเขามาแทนกันเล่า และเมื่อได้ใกล้ชิดนางมากขึ้น เขากลับได้ล่วงรู้ถึงความลับที่แสนชั่วร้ายที่คนตระกูลหนิงซุกซ่อนเอาไว้ อีกทั้งเมื่อวันเวลาผ่านไป เขากับนางกลับเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย ท่ามกลางความรักความแค้นนี้ เขากับนางจะฝ่าฟันมันไปได้หรือไม่

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ตระกูลมู่หรง

เมืองหลวงไท่เหลียง

รัชศก เฉวียน ปีที่ 50 

ฮ่องเต้นามว่าหยางเฉวียน

จวนตระกูลมู่หรง

เสียงกรีดร้องโหยหวนปะปนผสมผสานมากับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งจวน ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาและสยดสยองในคราเดียวกัน เหล่าทหารต่างเงื้อดาบขึ้นสูง ก่อนจะฟาดฟันลงไปบนลำคอของอดีตแม่ทัพใหญ่ มู่หรงฟัง ตามมาด้วยภรรยาของเขา และมู่หรงหลินบุตรสาววัยเพียงสิบห้าปี อีกทั้งเหล่าบ่าวไพร่ก็ถูกขายทิ้งออกไปจากจวนจนหมด 

"ตามหามู่หรงเจวี๋ยให้พบ!!!"

สิ้นเสียงพูดของ ท่านรองแม่ทัพหนิง เหล่าทหารต่างพากันออกตามหามู่หรงเจวี๋ยจนแทบจะพลิกแผ่นดิน 

ยามนี้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าลงแล้ว ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่ง ที่ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ดวงตาคมจ้องมองลงไปที่พื้นดินเบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงไท่เหลียง และจวนตระกูลมู่หรงของเขา 

"ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ นายท่านและฮูหยินใหญ่ และคุณหนู ถูกสังหารสิ้นแล้วขอรับ"

ไม่มีเสียงตอบรับจากมู่หรงเจวี๋ย เขากำมือแน่น หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า หลั่งรินลงมาเป็นสาย เขามิเคยร้องไห้หรือเสียน้ำตาให้กับสิ่งใดแม้แต่น้อย แต่ในครั้งนี้มันเกินที่เขาจะรับไหว 

จวนตระกูลมู่หรงเป็นจวนแม่ทัพที่สร้างความดีความชอบ ต่อสู้ปกป้องบ้านเมืองมาหลายชั่วอายุคน ท่านพ่อของเขาเป็นอดีตท่านแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการทหารที่เก่งกาจที่สุด เมื่อท่านแก่ชราลง เขาจึงสานต่อเจตนารมณ์ของท่านพ่อ ด้วยการเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกาจไม่แพ้บิดาของตนเลยแม้แต่น้อย

ท่านแม่เป็นสตรีที่งดงามเหนือสตรีใดในใต้หล้า แม้จะเป็นเพียงสาวบ้านป่า แต่ท่านพ่อก็รักท่านแม่เพียงผู้เดียว อีกทั้งเขายังมีน้องสาวนามว่า มู่หรงหลิน นางกำลังจะได้เป็นว่าที่ไท่จื่อเฟยขององค์รัชทายาท ตระกูลมู่หรงดูเหมือนจะเพียบพร้อมไปด้วยอำนาจและบารมีเหนือจวนตระกูลอื่น จนกระทั่งถูกใส่ร้ายว่าตระกูลมู่หรงคิดก่อการกบฏ!!!

เมื่อปลายฤดูหนาวที่ผ่านมา เกิดสงครามระหว่างแคว้นขึ้น แคว้นม่อหยวนต้องการโจมตีเมืองหลวงไท่เหลียง เพื่อหวังแย่งชิงอำนาจและครอบครองตำแหน่งฮ่องเต้ไว้ในกำมือ เขากับท่านพ่อมุ่งหน้าสู้รบกับศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต แม้ท่านพ่อจะชราลงไปไม่น้อยแล้วแต่ฝีมือกลับเก่งกาจเป็นอย่างยิ่ง 

แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่า เมื่อสงครามจบลง ตระกูลมู่หรงกลับกลายเป็นกบฏไปเสียแล้ว ด้วยเพราะรองแม่ทัพหนิงกราบทูลต่อฝ่าบาท ว่าพบหลักฐานที่ท่านพ่อลอบส่งเสบียงและอาหารให้แก่ศัตรู โดยมีหัวหน้าทหารคนสนิทเป็นพยานปากสำคัญ

แท้จริงแล้วเรื่องราวมิใช่เช่นที่รองแม่ทัพหนิงกล่าวหา!!!

ในวันนั้นเขาออกไปลาดตระเวนรอบ ๆ ค่ายทหาร ท่านพ่อได้รับจดหมายที่หัวหน้าทหารคนสนิทผู้นั้นส่งมาให้ บอกว่าทหารแคว้นไท่เหลียงถูกจับตัวเป็นเชลยศึกอยู่ที่แคว้นม่อหยวนยามนี้ต้องการความช่วยเหลือจากท่านพ่ออย่างเร่งด่วน ท่านอ๋องม่อหยวนต้องการเสบียงอาหารจำนวนมากอีกทั้งตั๋วเงินเพื่อแลกกับชีวิตของทหารแคว้นไท่เหลียงที่ถูกจับเป็นเชลยศึกเอาไว้ โดยกำหนดวันเวลาและสถานที่นัดพบกันอย่างชัดเจน ด้วยความที่ท่านพ่อรักพวกพ้องพี่น้องร่วมรบเป็นอย่างมาก จึงมิได้สงสัยหรือเคลือบแคลงสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งมีพระราชโองการจากฝ่าบาท ว่าให้สั่งประหารคนตระกูลมู่หรงทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากบังอาจสมคบคิดกับศัตรู นำเสบียงของใช้และตั๋วเงินลอบส่งให้ศัตรูถือเป็นโทษหนัก นับว่าตั้งตนเป็นกบฏ 

ท่านพ่อพยายามกราบทูลต่อฝ่าบาทว่ามิได้รู้เห็นและไม่เคยคิดก่อกบฏ ที่ทำไปเพราะต้องการช่วยเหลือพวกพ้องที่ตกเป็นเชลยศึก แต่ฝ่าบาทกลับไม่ยอมฟังแม้แต่น้อย อีกทั้งยังหูเบาเชื่อลมปากของหนิงฮองเฮาจนไม่ลืมหูลืมตา และยังต่อว่าท่านพ่อว่าเป็นคนโป้ปด เมื่อส่งคนไปตรวจสอบกลับไม่พบกับเชลยตามที่ท่านพ่อกล่าวมาแม้แต่คนเดียว เรื่องทั้งหมดเป็นท่านพ่อที่หลอกลวงเบื้องสูง ให้ประหารทิ้งสถานเดียว 

แม้แต่หัวหน้าทหารคนสนิทผู้นั้นก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนส่งจดหมายหรือมาแจ้งเรื่องเชลยศึกกับท่านพ่อเลยสักฉบับเดียว เขาถูกท่านพ่อใส่ร้าย ท่านพ่ออับจนหนทางจะแก้ตัว จึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอย่างฝืนทน

ท้ายที่สุดความดีความชอบที่ตระกูลมู่หรงสั่งสมมาก็เป็นเพียงแค่สายลมที่พัดผ่านไป ก่อนจะต้องโทษประหารเพียงวันเดียว ท่านพ่อสั่งให้เขาหนีไปเสีย อย่างไรเขาจะต้องรอด เดิมทีเขาคิดจะพามู่หรงหลินหนีไปด้วยกัน แต่นางยืนกรานที่จะไม่ไปกับเขา ท้ายที่สุดแล้วจึงเหลือเขาเพียงคนเดียวที่รอดตายจากโทษประหารครั้งนี้มาได้ 

เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะตระกูลหนิง รองแม่ทัพหนิงหยวนต้องการแย่งชิงอำนาจทางการทหารจากตระกูลมู่หรงเอาไว้ในมือ และต้องการส่งบุตรสาว นามว่า หนิงเซียน ให้อภิเษกเป็นไท่จื่อเฟยขององค์รัชทายาท ต้องการเป็นใหญ่ในเมืองหลวงไท่เหลียง จึงคิดแผนการต่ำช้าเช่นนี้ขึ้นมา แต่ไหนแต่ไรสองตระกูลแม้จะดูเหมือนเป็นมิตรต่อกัน ทว่ากลับซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้ ยิ่งได้เห็นแววตาเย้ยหยันดูแคลนของรองแม่ทัพหนิงหยวนความเกลียดชังในใจของเขาก็ยิ่งทวีคูณมหาศาล 

หึ!!! ถึงขนาดทูลขอต่อฝ่าบาทให้มาคุมการประหารด้วยตนเอง คงจะกลัวคนตระกูลมู่หรงหนีรอดไปได้และกลับมาบั่นคอสิท่า!!!

ไหนจะหัวหน้าทหารที่สารเลวผู้นั้นอีก!!! ทั้งที่ท่านพ่อช่วยเหลือมันทุกอย่าง ให้มันได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกองทัพแต่ทว่ามันกลับทรยศหักหลังท่านพ่อได้อย่างเลือดเย็น!

หากวันนั้นเขาอยู่กับท่านพ่อ เรื่องราวมันอาจจะไม่เป็นเช่นนี้!!! ตระกูลมู่หรงคงไม่พบกับจุดจบที่น่าเวทนาเช่นนี้เป็นแน่!!!

"ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ"

"ต่อไปนี้ข้าไม่ใช่ท่านแม่ทัพใหญ่อีกแล้ว เจ้าอย่าเรียกข้าเช่นนี้อีก ยามนี้ตระกูลมู่หรงจบสิ้นแล้ว เจ้าจงไปตามทางของเจ้าเถิด"

"ไม่ขอรับ!!! บ่าวจะติดตามนายน้อยจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ"

มู่หรงเจวี๋ยจ้องมอง หานอวี้ บ่าวรับใช้คนสนิทของเขาด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง ในยามยากเขาก็มีเพียงหานอวี้ที่ไม่คิดทอดทิ้งเขาไปที่ใด 

"ไม่ใช่มีแค่บ่าวนะขอรับ องครักษ์เงาของนายท่านใหญ่จะคอยคุ้มกันนายน้อยไปทุกที่"

หานอวี้มองป้ายหยกสั่งการที่หานอวี้มอบให้ด้วยดวงตาแดงก่ำ นี่คือองครักษ์เงาฝีมือดีที่ท่านพ่อฝึกฝนมาเองกับมือ 

"ท่านพ่อมอบให้เจ้ามาหรือ?"

"ขอรับ นายท่านใหญ่กำชับบ่าวเอาไว้ ว่าจะต้องส่งให้ถึงมือนายน้อยให้ได้ขอรับ"

มู่หรงเจวี๋ยพยักหน้าเล็กน้อย เขากำป้ายหยกสั่งการเอาไว้ในมือ พลางครุ่นคิดในใจ 

นี่คงเป็นเจตนารมณ์ของท่านพ่อที่ต้องการให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนตระกูลมู่หรงสินะ? 

เช่นนั้นข้าก็จะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังขอรับ!!! 

"หานอวี้พวกเราออกเดินทางกันเถิด"

"นายน้อยจะไปที่ใดหรือขอรับ"

"ออกเดินทางตามทางเท้านี้ มุ่งหน้าขึ้นไปบนหุบเขาเหลียนหยาง"

หานอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที 

"นายน้อย เขาเหลียนหยาง!!! มันคือที่อยู่ของรังโจรนะขอรับ!!!"

"ก็รังโจรนั่นละ ที่ข้าจะไป!!!"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
77 Bab
บทที่ 1 ตระกูลมู่หรง
เมืองหลวงไท่เหลียง รัชศก เฉวียน ปีที่ 50 ฮ่องเต้นามว่าหยางเฉวียน จวนตระกูลมู่หรงเสียงกรีดร้องโหยหวนปะปนผสมผสานมากับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งจวน ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาและสยดสยองในคราเดียวกัน เหล่าทหารต่างเงื้อดาบขึ้นสูง ก่อนจะฟาดฟันลงไปบนลำคอของอดีตแม่ทัพใหญ่ มู่หรงฟัง ตามมาด้วยภรรยาของเขา และมู่หรงหลินบุตรสาววัยเพียงสิบห้าปี อีกทั้งเหล่าบ่าวไพร่ก็ถูกขายทิ้งออกไปจากจวนจนหมด "ตามหามู่หรงเจวี๋ยให้พบ!!!"สิ้นเสียงพูดของ ท่านรองแม่ทัพหนิง เหล่าทหารต่างพากันออกตามหามู่หรงเจวี๋ยจนแทบจะพลิกแผ่นดิน ยามนี้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าลงแล้ว ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่ง ที่ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ดวงตาคมจ้องมองลงไปที่พื้นดินเบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงไท่เหลียง และจวนตระกูลมู่หรงของเขา "ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ นายท่านและฮูหยินใหญ่ และคุณหนู ถูกสังหารสิ้นแล้วขอรับ"ไม่มีเสียงตอบรับจากมู่หรงเจวี๋ย เขากำมือแน่น หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า หลั่งรินลงมาเป็นสาย เขามิเคยร้องไห้หรือเสียน้ำตาให้กับสิ่งใดแม้แต่น้อย แต่ในครั้งนี้มันเกินที่เขาจะรับไหว จวนตระกูลมู่หรงเป็นจวนแม่ทัพที่สร้างความดีความชอบ ต
Baca selengkapnya
บทที่ 2 จวนตระกูลหนิง
จวนตระกูลหนิง "คุณหนูรอง อย่าวิ่งสิเจ้าคะ เดี๋ยวก็ถูกฮูหยินใหญ่ดุเอาได้นะเจ้าคะ" ผิงผิง สาวใช้วัยสิบเจ็ดปี กำลังวิ่งตาม หนิงซือซือ พร้อมกับเอ่ยปากห้ามปรามนางเหมือนเช่นทุกวัน หนิงซือซือเพียงหันมาส่งยิ้มให้ผิงผิง ก่อนจะวิ่งตรงไปที่ห้องครัว แต่แล้วนางกลับวิ่งเข้าไปชนกับใครบางคนเข้า "เดินเช่นไรของเจ้ากัน หนิงซือซือ วิ่งมาชนข้าเช่นนี้ ไม่แหกตาดูหรือไรกัน!!!" หนิงซือซือหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะทำความเคารพสตรีตรงหน้าอย่างขอไปที "คารวะพี่หญิงเจ้าค่ะ" "ข้าบอกเจ้ากี่คราแล้ว ให้เรียกข้าว่าคุณหนูใหญ่ เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวของอนุต่ำศักดิ์ คิดจะมาตีสนิทกับข้า ช่างไม่เจียมตน!!!" หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่ชอบน้องสาวต่างมารดาผู้นี้เท่าใดนัก ด้วยเพราะหนิงซือซือนั้นทั้งขี้โรคมาตั้งแต่วัยเด็ก กิริยามารยาทก็ทำให้นางขายหน้าได้ไม่เว้นวัน นางจึงเกลียดชังหนิงซือซือเป็นอย่างมาก"ขออภัยด้วยเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน" "หึ!!!" หนิงเซียนปรายตามองหนิงซือซืออีกครา ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนดอกกุ้ยฮวาซึ่งเป็นเรือนของไท่ฮูหยินในทันที หนิงซือซือล
Baca selengkapnya
บทที่ 3 องค์รัชทายาทผู้ทนทุกข์
เขาเหลียนหยาง"นายท่านขอรับ วันนี้เราปล้นมาได้หลายจวนเลยขอรับ ระยะนี้อากาศค่อนข้างร้อน เหล่าขุนนางเดินทางมาที่บ้านสวนบนเขากันเยอะเหมือนเช่นที่นายท่านบอกเอาไว้จริง ๆ" "ดี จำให้ขึ้นใจ ปล้นจวนขุนนางที่ชอบโกงกินราษฎร เอาให้มันหลาบจำ พวกเจ้าต้องระวังตัวด้วยเล่า ยามนี้เราควรหยุดพักเสียก่อน ไว้ข้าสั่งให้ออกปล้นจวนใด ค่อยไปทำ" "ขอรับนายท่าน" "ออกไปได้" สิ้นคำพูดที่ดุดันและน่าเกรงขาม ลูกน้องโจรที่เข้ามารายงานความเป็นไป ก็รีบเดินออกไปจากเรือนทันที หานอวี้ที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยขึ้นมา "นายน้อยขอรับ เวลาเพียงไม่กี่เดือน ท่านก็สามารถขึ้นเป็นหัวหน้าโจรภูเขาได้สำเร็จ ข้านับถือท่านยิ่งนัก" "เจ้าอย่าชมข้าให้มากนัก ข้าเบื่อจริง ๆ คำชมจอมปลอมพวกนี้" หานอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ยกับมู่หรงเจวี๋ยอีกครา "องครักษ์เงาที่นายน้อยส่งให้ไปสืบความ ได้เรื่องมาแล้วนะขอรับ" "ว่าอย่างไร?" "อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เหล่าไท่ฮูหยิน และคุณหนูของจวนตระกูลหนิงจะเดินทางมาไหว้พระขอพรที่วัดเหลียนซาน เพื่อเป็นฤกษ์ดีก่อนที่คุณหนูใหญ่หนิงเซียนจะอภิเษกกับองค์รัชทายาทขอรับ" "ดี จงเตรียมการให้พร้อม ข้าจะจัดก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 เด็กสาวดวงซวย
ยามนี้หนิงซือซือกำลังนั่งอ่านตำราอย่างเบื่อหน่าย ระยะนี้คนในจวนค่อนข้างจับตาทุกการกระทำของนาง ทำให้นางไม่สามารถทำตามใจในสิ่งที่ตนชอบได้ ทุก ๆ วันยามเช้า หนิงซือซือมักจะแอบไปที่ท้ายจวนเพื่อฝึกยิงธนูและฟันดาบ รวมถึงการใช้มีดสั้นนางเองก็คล่องมือไม่ใช่น้อย หนิงซือซือเป็นสตรีที่ฉลาดมีไหวพริบ เพียงแค่แอบดูท่านพ่อฝึกฝนเหล่าทหารไม่กี่ครา นางก็จำได้แม่นแล้ว ไม่นานมานี้นางถูกแม่ทัพใหญ่หนิง ซึ่งก็คือบิดาของนางดุด่า เพราะว่ามาพบนางยามที่กำลังฝึกฝนอาวุธเหล่านี้เข้าพอดี เป็นสตรีควรจะเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน เรียนเย็บปักถักร้อย ไม่ใช่มาใส่ใจเรื่องของบุรุษเช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรมาดวงชะตาของเจ้าก็เป็นอัปมงคลมาตั้งแต่เกิด ไต้ซือชราเคยกำชับข้าเอาไว้ ว่าห้ามให้เจ้าออกจากจวนไปพบหน้าผู้ใดเด็ดขาด ห้ามแต่งงาน มิเช่นนั้นเจ้าจะนำความหายนะมาสู่ตระกูลหนิงของข้า!!! คำพูดเหล่านี้หนิงซือซือจำได้จนแทบขึ้นใจ บางครานางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ท่านพ่อบอกว่านางเป็นบุตรสาวจากอนุนอกเรือน มารดาเป็นสตรีบ้านป่า ท่านพ่ออุ้มนางกลับเข้าจวนมาด้วยตนเอง แต่เหตุใด นางจึงไม่เคยรู้สึกถึงความผูกพันระหว่างพ่อลูกเลยแม้แต่น้อย นางไม่เคยรับรู้ถ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 เตรียมการ
หุบเขาเหลียนหยาง มู่หรงเจวี๋ยในยามนี้กำลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกมาสูดอากาศยามเช้า บนหุบเขานี้โชคดีที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ใช้ได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งแม่น้ำก็ยังใสสะอาด บางคราที่เก็บของป่ามาได้มากหน่อย เขาก็จะให้คนนำไปขายเพื่อหาต่อทุนเพิ่ม หลายคืนก่อนเขาออกปล้นเสนาบดีกรมพระคลังที่ออกมาพักผ่อนที่เรือนพักร้อน ได้ยินว่าคนผู้นี้รีดไถราษฎรมากมาย เขาจึงไปขอแบ่งมาใช้เสียหน่อย แล้วยังกระทืบมันจนสลบคาเท้าเพื่อระบายอารมณ์อีกด้วย จะว่าไปชีวิตในรังโจรของเขานี่มันก็ไม่เลวเสียจริง ๆ มีเรื่องให้สนุกสนานไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่เขาล้มหัวหน้าโจรคนเก่าได้ เขาก็กลายเป็นที่ยอมรับของคนในกองโจร แม้แต่อดีตหัวหน้าโจรก็ยังกลายมาเป็นลูกน้องของเขา "โจวเซิง ข้าถามเจ้าสักเรื่องสิ" มู่หรงเจวี๋ยก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนที่ถูกเขาล้มลงจากตำแหน่งหัวหน้าโจร โจวเซิงเงยหน้ามามองมู่หรงเจวี๋ยก่อนจะยิ้มตาหยี "เรื่องเดียวนะขอรับ ห้ามเกินสองเรื่อง" มู่หรงเจวี๋ยปรายตามองโจวเซิงคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ "อย่ามากวนประสาทข้า" "ก็ลูกพี่บอกว่าขอถามข้าสักเรื่อง ก็คือเรื่องเดียวสิขอรับ หากจะถามสองเรื่อง ลูกพี่ก็ต้องพ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ความกังวลใจของหนิงฮองเฮา
วังหลวง"ได้ยินว่าอีกสามวันพี่ใหญ่จะพาหนิงเซียนไปไหว้พระที่วัดเหลียนซาน และบอกกล่าวกับเหล่าดวงวิญญาณบรรพบุรุษหรือ""พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา"แม่ทัพใหญ่หนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ก่อนจะยกถ้วยชาที่หนิงฮองเฮาสั่งให้นางกำนัลเทใส่ถ้วยขึ้นดื่ม หนิงฮองเฮายกมือขึ้นไล่เหล่านางกำนัลขันทีให้ออกไปจนหมด ก่อนจะหันมาเอ่ยกับแม่ทัพใหญ่หนิง"พักนี้หยางเซียวหลิ่นมักจะทำตัวเย็นชากับข้าอยู่ไม่น้อย แต่ตราบใดที่ฝ่าบาทยังอยู่ พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวล ตำแหน่งมารดาของแผ่นดินอย่างไรย่อมต้องตกเป็นของหนิงเซียน""ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตาบุตรสาวของกระหม่อม""ญาติสนิทกันทั้งนั้น อ้อ พี่ใหญ่ ข้าลืมถามท่านเลย บุตรสาวคนรองของท่านหนิงซือซือน่ะ ได้ยินว่าไม่ได้เรื่องได้ราว หนิงเซียนมาระบายกับข้าทุกคราที่เข้าวัง มิสู้ส่งนางเข้าวังมาพบข้า ให้ข้าช่วยสอนกฎระเบียบให้ดีหรือไม่ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบุตรอนุ แต่ก็เป็นถึงคุณหนูรองจวนแม่ทัพ วันหน้านางต้องแต่งงานออกเรือน จะได้ไม่ขายหน้าตระกูลหนิง"แม่ทัพใหญ่หนิงที่ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปในทันที เขาวางถ้วยชาลง ก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิด หนิงฮองเฮาที่ได้เห็นเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยถามพี
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ชิงตัวคน
การเดินทางไปไหว้พระและไหว้บรรพบุรุษที่วัดเหลียนซานในครานี้ แม่ทัพใหญ่หนิงส่งทหารคุ้มกันไปร่วมหลายสิบนาย เดิมทีเขาอยากส่งทหารไปคุ้มกันมากกว่านี้ แต่เพราะไท่ฮูหยินยืนกรานว่าไม่ต้องการสร้างความตื่นตกใจให้เหล่าภิกษุที่ถือศีลบำเพ็ญเพียรอยู่ในวัด และไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายใดใด แม่ทัพใหญ่หนิงจึงยอมทำตามคำสั่งของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดเวลาเกือบสองปีมานี้เขาเฝ้าติดตามหาร่องรอยของมู่หรงเจวี๋ย แต่หาเช่นใดก็ไม่พบ แม้จะติดป้ายประกาศจับไปทั่วทั้งเมืองหลวง แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อหนึ่งปีก่อน เขาพบเบาะแสว่ามีคนพบศพลอยมาตามน้ำ ลักษณะคล้ายมู่หรงเจวี๋ยเขาจึงไปตรวจดูด้วยตนเอง แต่เพราะศพมีสภาพขึ้นอืดแล้ว เขาจึงไม่แน่ใจเท่าใดนัก และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ เขาหาป้ายหยกสั่งการทางทหารของจวนตระกูลมู่หรงไม่พบ เคยได้ยินมาว่าบิดาของมู่หรงเจวี๋ยมีทหารในปกครองร่วมหลายหมื่นนายที่ฝึกฝนเอาไว้ ฝีมือก็ร้ายกาจไม่แพ้ทหารของวังหลวงเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ฝ่าบาทไม่ทรงรู้ แต่เขาเองรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะเขากับบิดาของมู่หรงเจวี๋ยเคยเป็นสหายสนิทกัน สหายสนิทที่ยอมบอกทุกเรื่องแก่เขา และตายด้วยน้ำมือของเขาในคราวเดี
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เริ่มต้นการเอาคืน
หนิงซือซือรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกคราก็เป็นเวลาย่ำค่ำเสียแล้ว นางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปทั่วทุกส่วน โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ นางยกมือขึ้นจับที่ท้ายทอยพร้อมกับเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและมองไปโดยรอบ ที่นี่ที่ใดกัน เหตุใดจึงมืดสลัวเช่นนี้!!! หนิงซือซือพยายามตั้งสติ ก่อนจะครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางก็มีท่าทีลนลานไม่น้อย นางถูกโจรลักพาตัวมา!!! หนิงซือซือพยายามมองสำรวจตนเองด้วยความตื่นตระหนก แสงตะเกียงเพียงน้อยนิดที่ให้แสงสว่าง ทำให้นางมองเห็นว่าเสื้อผ้าของนางยังอยู่ครบ มิได้มีส่วนใดที่ฉีกขาดไปเลยแม้แต่น้อย แต่ว่านางกลับถูกมัดมือด้วยเชือก และถูกโซ่ตรวนตรึงข้อเท้าซ้ายเอาไว้ อีกทั้งที่ที่นางถูกจับมาขังก็มีสภาพซอมซ่อราวกับบ้านร้างก็ไม่ปานบัดซบ!!! นี่มันเรื่องอันใดกัน!!!หนิงซือซือพยายามขยับข้อมือเพื่อหาทางแก้มัดเชือกนั้น แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่เป็นใจ ยิ่งนางขยับเท้ามากเท่าใด นางก็รู้สึกเจ็บมากเท่านั้น แอ๊ด!!! เสียงเปิดประตูทำให้หนิงซือซือหันไปมอง แสงจากดวงจันทร์ส่องเข้ามาทำให้นางมองเห็นบุรุษที่สวมชุดสีดำ บนใบ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ให้นางตายจาก
ยามนี้ในจวนตระกูลหนิงกำลังวุ่นวายเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะไท่ฮูหยินที่ฟื้นขึ้นมาเอาแต่ร้องเรียกหาหนิงซือซือ จนแม่ทัพใหญ่หนิงต้องปลอบนางเป็นการใหญ่ "ท่านแม่ ซือเอ๋อร์นางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยามนี้ทางการกำลังออกตามหาอยู่" "ฮือออ เจ้าใหญ่ เจ้าต้องพานางกลับมาให้ได้นะ!!!" แม่ทัพใหญ่หนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะให้หนิงฮูหยินและหนิงเซียนออกไปด้านนอกห้องเสียก่อน เมื่ออยู่กันตามลำพังเพียงสองคน แม่ทัพใหญ่หนิง จึงเอ่ยกับมารดาของตนทันที "ท่านแม่ ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ ท่านทำใจเสียเถิด เดิมทีนางก็ควรหายไปตั้งแต่ยามเด็กแล้ว ถือว่านี่เป็นคราวเคราะห์ของนาง ให้นางรับเคราะห์แทนพวกเรา เพื่อให้จวนตระกูลหนิงอยู่รอด" "แต่ว่า..." "ท่านแม่ ท่านฟังข้า หากท่านอยากอยู่อย่างสุขกายสบายใจ อยากเห็นตระกูลหนิงรุ่งโรจน์ ท่านจงทำใจเสีย ท่านเข้าใจใช่หรือไม่? ท่านก็รู้เรื่องราวนี้มาตั้งแต่ต้น" ไท่ฮูหยินหลับตาลง ก่อนจะร้องไห้ออกมา นางสงสารหนิงซือซือเหลือเกิน หลานสาวของนางไม่น่าจะต้องมาพบเจอเรื่องราวเลวร้ายเช่นนี้เลย แม่ทัพใหญ่หนิงใช้เวลาปลอบมารดาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาจากห้อง เดิมที
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ตัวประกัน
ด้านหนิงซือซือนั้น นางถูกโจวเซิงปลุกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เช้ามืด เขาใช้นางให้ไปหาบน้ำ หนิงซือซืองัวเงียเดินโซเซมาพร้อมกับถังใส่น้ำที่นางแบกเอาไว้บนบ่า เมื่อคืนนางได้กินเพียงหมั่นโถวสองลูก แล้วยังต้องตื่นแต่เช้ามาถูกทารุณเช่นนี้ ช่างบัดซบยิ่งนัก!!! ยิ่งคิดถึงใบหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังเอาไว้ อีกทั้งแววตาที่เกลียดชังนางอย่างไม่ปิดบัง ในใจของนางก็ยิ่งโมโหโทโส หึ!!! สู่รู้ว่าคุณหนูรองอย่างข้าอ่อนแอเสียด้วย หึ!!! คงจะเตรียมการมาอย่างดีสิท่า!!! หนิงซือซือแบกน้ำมาใส่ถังใบใหญ่จนเต็ม นางเดินวนไปกลับร่วมหลายรอบจนแทบจะเป็นลมล้มพับ นี่โชคยังดีที่ยามอยู่ในจวนนางซุกซนชอบช่วยบ่าวไพร่ทำงานนั่นนี่จนถูกท่านย่าดุ ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาสเช่นนี้ "โอ๊ย!!! ไหล่ข้าจะหลุดแล้ว!!!" "นี่ ตัวประกันหนิงเซียน เจ้ายังต้องซักผ้าต่ออีกกองหนึ่ง" "ฮะ!!! ซักผ้าอีก นี่ท่าน ชื่ออันใดนะ? ข้าจำไม่ได้" "โจวเซิงคนหล่อ" หนิงซือซือลอบเบ้ปากคราหนึ่ง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับโจวเซิง "ท่านโจวเซิง ข้าเหนื่อยแล้ว ขอพักกินข้าวก่อนจะได้หรือไม่ อิ่มแล้วข้าจะได้มีแรงไปซักต่อ" "ไม่ได้ ลูกพี่บอกว่า หากตัวประกันหนิงเ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status