Masukเฟิงเย่ หญิงสาวจากโลกปัจจุบันที่หลงเชื่อเพื่อนสนิท กระทั่งทำให้ติดอยู่ในดินแดน ซวงเสวี่ยเชียนเหนียน แรกเดินทางมาถึงนางถูกตามล่า ด้วยความเชื่อของผู้คนดินแดนนี้ว่า หากผู้ใดที่เทพธิดาหนี่ว์ซานเลือก ผู้นั้นจะแคล้วคลาดสมปรารถนา กระทั่งได้พบกับ เกาเฟิงเหยียน เทพผู้ปกป้องที่ถูกสร้างเพื่อให้เป็นคู่หมาย และผู้ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือ ดินแดนอันหนาวเหน็บ เรื่องราวตื่นเต้นได้เริ่มขึ้น พร้อมกันนั้นหญิงสาวก็ต้องหาทางกลับบ้าน เนื่องจากดินแดนนี้คือดินแดนที่ถูกสร้างขึ้น และผู้คนที่นี่ไม่ใช่เรื่องจริง ถึงอย่างนั้นเมื่อได้มาสัมผัสหญิงสาวกลับลังเล หากถึงเวลาต้องจากไปนางจะทำได้จริงๆ หรือ เพราะในขณะที่กำลังตามหากุญแจเพื่อกลับบ้าน หัวใจกลับกำลังถูกล่อลวงทีละน้อยๆ แม้จะตระหนักดีว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง!!!
Lihat lebih banyak“เพราะโลกปัจจุบันอันแสนวุ่นวาย ทั้งยังเต็มไปด้วยการแก่งแย่ง หลายคนจึงโหยหาอดีต เห็นได้ชัดจากยอดขายและยอดการเข้าชมเว็บนิยายย้อนอดีตมากมาย เมื่อเล็งเห็นโอกาส ‘เทียนอวี้’ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเกมคอมพิวเตอร์ และ
Snow White นักเขียนนิยายชื่อดัง จึงร่วมมือกันคิดค้นวิวัฒนาการใหม่ขึ้น ภายใต้ชื่อของบริษัทเกมอันดับหนึ่งของจีน‘โพรเจคซวงเสวี่ยเชียนเหนียน[1]’
โลกเสมือนจริงที่ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนนอนหลับฝันตื่นหนึ่ง โดยตัวละครต่างๆ จะถูกสมมุติขึ้น และผู้เล่นสามารถกำหนดให้ตัวเองเล่นเป็นตัวละครตัวไหนก็ได้
หลังจากเทียนอวี้แถลงข่าวเรื่องนี้ ทั้งนักข่าวและผู้คนก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังหวังว่าโพรเจคนี้จะถูกปล่อยออกมาโดยเร็ว”
เสียงอ่านข่าวด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่กำลังกินพิซซ่าหันมาสนใจ ดังนั้นเทียนอวี้จึงได้แต่หงุดหงิด “นี่จะไม่สนใจกันจริงๆ เหรอ”
“ฉันไม่ว่าง” เฟิงเย่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปากก็เคี้ยวพิซซ่าไปพลาง “นายก็รู้ว่าช่วงนี้ฉันงานยุ่งจะตาย”
“แต่ฉันอยากให้เธอลองเล่นจริงๆ นะ มีแต่เธอที่ฉันเชื่อใจ”
“ฉันไม่ชอบนิยายของ Snow White นายก็รู้ ยัยนั่นน่ะถึงจะสำนวนดีแต่โรคจิต ชอบเขียนตอนจบทำร้ายจิตใจคนอ่าน โดยเฉพาะสายสุขนิยมอย่างฉัน”
“ก็เพราะอย่างนี้ฉันถึงอยากให้เธอลองเล่นแล้วบอกทีว่ามีอะไรที่ต้องแก้”
“ฉันมีอคติ!” เฟิงเย่ถลึงตาใส่เพื่อนรัก “นายเข้าใจมั้ยอคติน่ะ เพราะไม่ชอบสไตล์การเขียนของนักเขียน ดังนั้นฉันเลยคิดว่าตัวเองต้องมีอคติแน่นอน”
“แต่คราวนี้ฉันมั่นใจนะว่าเธอต้องชอบ เรื่องนี้ไม่เหมือนนิยายทุกเรื่องที่ Snow White เคยเขียน”
“ทำไมถึงไม่เหมือน”
“เพราะฉันเขียนโครงเรื่องให้เขาไง”
“เอ๋ นายเนี่ยนะ”
เมื่อเห็นเพื่อนรักเริ่มหันมาให้ความสนใจ เทียนอวี้จึงรีบยกรายละเอียดมาให้ดูถึงโต๊ะ มือหนึ่งผลักกล่องพิซซ่าไปด้านข้าง ส่วนอีกมือก็ยัดรายละเอียดให้หญิงสาว ทั้งยังพยายามโน้มน้าวให้เฟิงเย่ลองเข้าไปเล่น
“นี่เป็นเกมกึ่งนิยาย คนที่ชอบอ่านนิยายก็จะรู้สึกเหมือนกำลังดูซีรี่ส์ ส่วนคนที่ชอบเล่นเกมก็สามารถเลือกเข้าไปผจญภัยได้ ของเธอฉันตั้งค่าทั้งสองแบบ ทั้งได้ดูซีรี่ส์ไปด้วยตามล่าหากุญแจในการกลับมาพร้อมๆ กัน หนึ่งแถมหนึ่งไง”
“แล้วทำไมไม่ทดลองด้วยตัวเอง” เฟิงเย่หรี่ตาอย่างไม่ไว้ใจ นึกสงสัยว่าทำไมเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ
“เจ้าของผลงานจะไปหาข้อบกพร่องของตัวเองเจอได้ยังไง ถึงเจอก็อาจเข้าข้างตัวเอง เธอก็รู้”
นั่นเป็นคำตอบที่เฟิงเย่เถียงไม่ออก “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน เป็นคนอื่นที่บริษัทก็ได้นี่ ยังไงฉันก็เป็นคนนอก”
“เธอมีหุ้นส่วนในบริษัทตั้งสิบเปอร์เซ็นต์ กล้าเรียกตัวเองว่าคนนอก เธอไม่รู้สึกผิดต่อเงินที่เข้าบัญชีครั้งละหลายสิบล้านหยวนเลยเหรอไง”
เฟิงเย่แทบสำลักกับคำจิกกัดของเพื่อน
“นี่เป็นโพรเจคแรกที่ฉันร่วมมือกับพี่ชายของเธอ ฉันก็อยากให้ออกมาเพอร์เฟคที่สุด อีกอย่างให้ทายว่าพระเอกเรื่องนี้ฉันใช้ใครเป็นต้นแบบ”
“ใคร”
“หรือว่า...วิลเลี่ยม หวง พระเอกฉายาหล่อยันเงาคนนั้น” เฟิงเย่เริ่มสนอกสนใจจริงจังขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้กำลังติดละครเย็นที่มี วิลเลี่ยม หวง เล่นเป็นตัวเอก
เทียนอวี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันรู้ว่าแกต้องสนใจขึ้นมาถ้าพูดถึงพระเอก”
“แล้วนางเอกละ”
“มีที่ไหนกัน แกไม่รู้จักฉันหรือไง”
เฟิงเย่หัวเราะดังลั่น “ฉันก็ว่างั้น ฮ่าๆ ถามหานางเอกกับนาย ไม่สู้ฉันถามหานายเอกดีกว่า”
เรื่องที่เทียนอวี้ชอบผู้ชายด้วยกันไม่ใช่ความลับระหว่างคนทั้งสอง ดังนั้นแน่นอนว่าโพรเจคนี้ต้องเป็นโพรเจควาย[2]ถึงอย่างนั้นแม้เรื่องนี้เปิดกว้างขึ้นมาก แต่เทียนอวี้ก็ไม่เคยเปิดเผยกับคนอื่นมาก่อน เหตุผลลึกๆ เฟิงเย่รู้ดีแต่ไม่เคยพูดออกมา
“เทียนอวี้”
“หืม”
“ในนั้นมีพี่อยู่ด้วยใช่มั้ย” เฟิงเย่เอ่ยถามเขาเสียงเบา
“นี่แหละประโยชน์ของโพรเจคนี้” เทียนอวี้หัวเราะเสียงขื่น “ดูให้หน่อยได้ไหมว่าฉันในนั้นเป็นยังไง แล้วพี่ชายเธอดีกับฉันมากมั้ย”
[1] 霜雪千年 เกล็ดหิมะพันปี
[2] ยาโอยหรือยะโอะอิ เป็นคำศัพท์ที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น เริ่มแรกเดิมทีคำนี้ หมายถึง ประเภทหนึ่งของงานโดจินชิซึ่งเป็นผลงานล้อเลียนมังงะหรืออนิเมะ แต่ปัจจุบันกลายเป็นลักษณะความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศระหว่างชายกับชาย ต่อมาในญี่ปุ่นได้เกิดคำศัพท์ใหม่แทนที่คือคำว่า บอยส์เลิฟ (Boy's Love)
เยี่ยหลิง อาวุโสสุดและน่าเชื่อถือที่สุด เขามักจะมีหน้าที่ขับรถม้า ทั้งยังเชี่ยวชาญอาวุธลับและการต่อสู้ในระยะประชิด ที่สำคัญดูเหมือนหญิงสาวได้ยินมาว่าเขาเชี่ยวชาญเรื่องพิษอีกด้วย“เจ้ากำลังมองอะไรหรือ” เกาเฟิงเหยียนมองตามสายตาของหญิงสาว หากแต่นางกลับปิดม่านลง“คนของท่าน”“คนของข้า?” เขาเลิกคิ้วมองนางเป็นเชิงถาม“ใช่ พวกเขาดูฝีมือไม่เป็นสองรองใคร ท่านพบพวกเขาที่ไหนหรือ”เกาเฟิงเหยียนอมยิ้ม “จะพาตัวมาเสี่ยงภัยแน่นอนว่าข้าต้องเตรียมตัว ที่มาของพวกเขานั้นไม่กล่าวถึงจะดีกว่า”“อ้อ” หญิงสาวพยักหน้าแม้สงสัยแต่บางเรื่องก็มีขีดจำกัดของมัน ดังนั้นหากเขาพูดถึงขนาดนี้นางไม่ถามจะดีกว่า เพราะดูแล้วที่มาที่ไปของคนทั้งสี่อาจไม่น่ากล่าวถึงสักเท่าใดนักยุทธภพบางครั้งก็ซับซ้อน ยิ่งเบื้องหลังของจอมยุทธ์ที่ล้วนเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า ยิ่งไม่ได้ดูงดงามดังเช่นที่เคยได้ยินได้ฟังรถม้าวิ่งรอบเมืองไปรอบหนึ่ง เกาเฟิงเหยียนกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เขาพาหญิงสาวออกมาเปิดหูเปิดตาและพบว่านางมีความจำเป็นเลิศ เพราะนางสามารถทวนเส้นทางที่รถม้าวิ่งผ่านได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังรู้ว่าจวนของเขาตั้งอยู่บนถนนสายหลักของเมืองหลวง“
เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวแน่นอนว่าเกาเฟิงเหยียนไม่ได้เซ้าซี้ เขาหันกลับไปมองจางซื่อ “ข้าซื้อขนมจากร้านเตี่ยนอันกลับมาด้วย ให้คนจัดใส่จานแล้ว...”“ขนมหรือ” หญิงสาวตาโต “ไปนั่งในสวนดีหรือไม่ เสี่ยวถิงกับเสี่ยวจือบอกว่าที่สวนมีสระจำลองด้วย ข้ายังไม่เคยเห็นรอบๆ จวนเลย”สาวใช้ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก“เจ้ายังเดินไม่ได้”“ท่านพาข้าไปก็ได้นี่ จริงหรือไม่พี่ใหญ่”คราวนี้เป็นหวังอวี่บ้างที่ต้องสะดุ้ง “แม่นางเยี่ยข้ามิใช่พี่ชายของเจ้า เรียกเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมัง”“ท่านรังเกียจข้าหรือ” หญิงสาวแสร้งทำหน้าเศร้า ดวงตาหรือก็แดงก่ำจนน่าสงสารเกาเฟิงเหยียนส่ายหน้าเพราะรู้ว่านางเสแสร้ง“ข้าไม่ได้...” หวังอวี่มองหญิงสาวสลับกับมองขอความช่วยเหลือผู้เป็นศิษย์พี่“ไปเตรียมการที่เรือนตะวันตก ส่งขนมกับน้ำชาไปด้วย ข้าจะพาคุณหนูเยี่ยของพวกเจ้าออกไปนั่งเล่นที่นั่น”“เจ้าค่ะ”เสี่ยวถิงกับจางซื่อเร่งฝีเท้าออกมา ทั้งนี้ก็เพราะต้องไปตระเตรียมเตาผิง เสื้อคลุม รวมไปถึงของว่างน้ำชา ทิ้งเสี่ยวจือเอาไว้คอยรับคำสั่ง“เรือนตะวันตกหรือ” เฟิงเย่ตาลุกวาวนับจากเข้ามายังจวนแห่งนี้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่นางจะได้ออกไปดูอะไรข้างนอกบ้าง ด
เสี่ยวถิงกับเสี่ยวจืออมยิ้ม เมื่อมองเห็นท่าทีสนอกสนใจจนลืมเวลาของนายหญิงแห่งเรือนอวิ๋นหลาน สองสามวันมานี้หญิงสาวบ่นพร่ำว่าเบื่อที่ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่บนเตียง ร้อนถึงท่านมหาเสนาบดีซึ่งสั่งให้คนขนหนังสือที่เขาหวงแหนมาให้นางเลือกอ่านแรกๆ ดูเหมือนยังคงมีเสียงบ่นว่าหนังสือเช่นนี้ ผู้ใดจะใช้อ่านแก้เบื่อ แต่เห็นชัดว่าเมื่อนางหยิบมาอ่านแล้วกลับวางไม่ลง ดังนั้นแม้ไม่อาจลงจากเตียง เฟิงเย่จึงยังสามารถหาอะไรทำฆ่าเวลาได้บ้างถึงอย่างนั้นทั้งที่หมกมุ่นอยู่กับตำนานความเชื่อแห่งหนี่ว์ซาน บันทึกที่คนไร้นามเขียนเอาไว้ กลับไม่อาจดึงดูดหญิงสาวเอาไว้ได้จากเสียงหนึ่งที่ดังถี่ๆเฟิงเย่กวาดมือเข้าไปยังใต้ผ้านวม นาฬิกาสีดำกำลังส่งเสียงเตือนพร้อมกับจุดสีขาวและสีแดง“กุญแจ!!!”ด้วยความลืมตัวแม้แต่หนังสือก็ร่วงหล่น ร่างเล็กที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวลงจากเตียงปราดลงมา และนั่นคือสาเหตุให้เจ้าตัวกองอยู่กับพื้น ทั้งยังส่งเสียงครางด้วยความเจ็บ“อา...เจ็บๆๆๆ” เท้าทั้งสองข้างปวดจนเต้นตุบ เฟิงเย่นั่งลงลูบเท้าทั้งสองข้างหน้าประตูมีเสียงโครมครามพร้อมเสียงกรีดร้องของเสี่ยวถิงและเสี่ยวจือ ทำให้เรือนอวิ๋นหลานโกลาหลขึ้นหว
“หืม” ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวแทบสะดุ้ง “เฟิงหรือ เฟิงตัวไหน!”“มิใช่เฟิงที่แปลว่าใบเฟิง[1]เช่นนามของเจ้า แต่เป็นเฟิงที่แปลว่าลม”“อ้อ” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ “ที่นี่มีคนแซ่หม่า นามเทียนอวี้หรือไม่”ดังคาดนางเอ่ยถามถึงคนผู้นี้จริงๆ เกาเฟิงเหยียนส่ายหน้า “ข้าไม่รู้จักคนแซ่หม่า แต่หากเจ้ามองหาบุรุษที่มีนามว่าเทียนอวี้ ข้าว่าข้ารู้จักอยู่คนหนึ่ง”“เขาเป็นใครหรือ!” หญิงสาวมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาในทันที“เขาเป็นหัวหน้ามือปราบแห่งศาลเจิ้งเต๋อ จวนของเขาอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวง ห่างจากจวนของหวังอวี่ไปไม่ไกล”“หืม บ้านอยู่ใกล้กันด้วยหรือ”สังเกตจากคำพูดของหญิงสาว เกาเฟิงเหยียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “หากคิดจับคู่ให้สองคนนี้เกรงว่าคงไม่ง่าย”“ทำไมเล่า”“เพราะทั้งสองไม่ใคร่จะลงรอยกันเท่าไรนัก”“อ้าว เกิดอะไรขึ้นหรือ มิใช่ว่าเทียนอวี้...” ถึงตอนนี้เฟิงเย่พลันชะงัก นางหรี่ดวงตามองเกาเฟิงเหยียนครู่หนึ่ง สงสัยขึ้นมาครามครันว่าเพราะเหตุใดเขาจึงคล้อยตามนางทุกเรื่องแม้ตัวละครนี้ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อให้ปกป้องคุ้มครองนาง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะคล้อยตามนางโดยไม่สงสัยสิ่งใด...มองดูสายตาคมที่จ้องมองมา เฟิงเย่





