Share

บทที่ 3

Author: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย
ฉือเย่าคว้าข้อมือที่ดิ้นรนของเธอไว้ กดแน่นขึ้นไปชิดผนังเหนือศีรษะ

จูบเธออย่างบ้าคลั่ง

ราวกับสัตว์ร้ายที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

น้ำตาเอ่อล้นอีกต่อไปไม่ไหว ไหลรินออกจากดวงตาที่ปิดแน่นของสวี่หว่านหนิง

เขาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

สวี่หว่านหนิงทนไม่ไหวอีกแล้ว จึงกัดลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแรง

“ซี้ด” ความเจ็บแล่นวาบ ฉือเย่าจึงผละออกจากริมฝีปากของเธอ

ฉือเย่าที่เธอรู้จักมาโดยตลอด เป็นคนอ่อนโยน

แต่วันนี้กลับโหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้ ยิ่งคิดได้แบบนี้ ก็ยิ่งรู้ว่าเขาคงเกลียดเธอถึงที่สุด หัวใจของสวี่หว่านหนิงเจ็บปวดเป็นระลอก

ฉือเย่ายังกดมือของเธอไว้ ไม่คิดจะปล่อย พลางหายใจลมร้อนผ่าวพ่นรดแก้มเธอ

“ในเมื่อเธอหายไปจากโลกของฉันแล้ว ก็หายไปให้หมด อย่าให้ฉันต้องเจอเธออีก”

เสียงของฉือเย่าแหบต่ำ เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเธออย่างโหดเหี้ยม

ใต้แผ่นอก เป็นความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกขาด เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

“ได้” ลำคอของสวี่หว่านหนิงแน่นขมปร่า แต่ก็ตอบอย่างเด็ดขาด

มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้

ว่าในโลกของเธอ…ฉือเย่าไม่เคยหายไปเลย

เธอเพิ่งเข้าใจคำพูดหนึ่ง วัยเยาว์ไม่ควรได้พบใครที่ดีเลิศเกินไป ไม่เช่นนั้น ตลอดชีวิตที่เหลือ จะคิดถึงไม่รู้จบ และโดดเดี่ยว

ฉือเย่าปล่อยเธอ ก่อนจะยกนิ้วยาวเรียวปาดเบา ๆ ที่ริมฝีปากซึ่งถูกกัด ไร้ซึ่งความอาลัย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบันไดหนีไฟ

สวี่หว่านหนิงทรุดตัวพิงกำแพง ร่างกายอ่อนแรง ดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตา บนริมฝีปากยังหลงเหลือกลิ่นอายของฉือเย่า

หัวใจของเธอราวกับถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ อีกครั้ง เจ็บจนหายใจไม่ออก

เธอพักอยู่ในบันไดหนีไฟครู่หนึ่ง

เช็ดน้ำตาบนแก้ม พลันหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งข้อความหาเสิ่นฮุ่ย

“ฮุ่ยฮุ่ย ฉันมีธุระกลับก่อนนะ ช่วยหาคนเอากระเป๋าไปส่งที่บ้านให้หน่อย”

เมื่อส่งข้อความเสร็จ เธอก็พยุงตัวลุกขึ้น พลันเงยหน้าสูดหายใจลึก และปาดน้ำตาที่ขอบตาอีกครั้ง ทั้งกายและใจอ่อนล้า เดินลงบันได พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้พบฉือเย่าอีก

เสิ่นฮุ่ยตอบกลับมา “หนิงหนิง ทำได้ดีมาก ริมฝีปากของฉือเย่าถูกเธอกัดจนแตกเลย ดูท่าจะเดือดดาลสุด ๆ ฉันสนับสนุนเธอนะ ว่าเราจะไม่ยุ่งกับผู้ชายที่มีแฟนแล้ว”

สวี่หว่านหนิงเม้มริมฝีปากอย่างขมขื่น หัวใจเหมือนถูกควักออกไปจนว่างเปล่า เธอจากโรงแรมไปอย่างเงียบงัน

——

ถึงเวลากลางดึกแล้ว งานเลี้ยงเลิกรา

ถนนสายหลักกว้างโล่ง รถน้อย

แสงไฟถนนสีเหลืองหม่นส่องเข้ามาในรถ ตกกระทบบนใบหน้าด้านข้างที่หม่นหมองของฉือเย่า

บาดแผลบนริมฝีปากของเขาเด่นชัดเป็นพิเศษ

ซูเยว่เยว่ไม่ได้ดื่ม กำลังขับรถอย่างตั้งใจ พลางใช้นิ้วที่จับพวงมาลัยแน่น ทั้งตัวแผ่กลิ่นอายของความขุ่นเคือง

เธอมองริมฝีปากของฉือเย่า แล้วพูดอย่างโมโห “เมืองเซินเฉิงกว้างขนาดนี้ คนก็มากมาย ทำไมถึงต้องมาเจอผู้หญิงคนนั้นด้วยนะ”

ฉือเย่าหันหน้าไปมองวิวถนนนอกหน้าต่าง ดวงตาลึกล้ำว่างเปล่า ไม่ตอบคำถาม แต่ย้อนถามกลับว่า “เธอมาได้ยังไง?”

ซูเยว่เยว่รู้สึกผิดเล็กน้อย “ฉันถามพี่ซวี่ เขาบอกว่าคุณอยู่ที่นี่น่ะ”

ฉือเย่าพูดเสียงแข็ง “เธอไม่ต้องพยายามแทรกตัวเข้ามาในวงสังคมของฉันอีก”

“พี่เย่า คุณรู้ใช่ไหมว่าสวี่หว่านหนิงรู้จักพวกเขา ถึงได้มาที่นี่?”

ฉือเย่าหลับตาลงอย่างหงุดหงิด ไม่พูดอะไร

ซูเยว่เยว่หันไปสังเกตสีหน้าเขา เมื่อเห็นว่าอารมณ์ไม่ได้แปรปรวนมาก จึงถามต่อ “ผู้หญิงเลวอย่างสวี่หว่านหนิงทรยศคุณ คุณจะไม่คิดคืนดีกับเธอใช่ไหม?”

ฉือเย่าพ่นเสียงเย็นชา “เธอทำกับฉันยังไง มันก็เป็นเรื่องของฉัน ยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะมาพูดจาดูถูกแบบนี้นะ”

ซูเยว่เยว่ยิ่งคิดยิ่งโกรธ เสียงสูงขึ้น “พี่เย่า ทำไมยังปกป้องเธออยู่อีก ทั้งที่ตอนนั้นเธอทำกับคุณขนาดนั้น”

ฉือเย่าขัดขึ้นเสียงเย็น “เงียบได้ไหม?”

เสียงของซูเยว่เยว่หยุดลงทันที และไม่พูดอะไรอีก

เพียงแค่นึกถึงว่าตอนนั้น ฉือเย่ารักสวี่หว่านหนิงมากแค่ไหน หัวใจของเธอก็ยิ่งกระวนกระวาย

ตอนที่สวี่หว่านหนิงเลิกกับฉือเย่า ฉือเย่าเคยร้องไห้ เคยคุกเข่าถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่อยู่

เพื่อรั้งเธอไว้ ในฤดูใบไม้ร่วงปลายปีของเมืองหลวง ฉือเย่ายืนท่ามกลางพายุฝนเย็นจัดถึงเจ็ดชั่วโมง จนหมดสติและถูกส่งเข้าโรงพยาบาล

แม้สวี่หว่านหนิงจะพูดคำโหดร้ายที่สุดในโลกออกมา ฉือเย่าก็ยังไม่ยอมแพ้

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย สวี่หว่านหนิงเปลี่ยนช่องทางติดต่อทั้งหมดและออกจากเมืองหลวง

นับแต่นั้น ทั้งสองจึงตัดขาดกันอย่างแท้จริง

——

“หนิงหนิง หลังเรียนจบ เราแต่งงานกันเถอะ”

“รีบขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“โลกภายนอกมีสิ่งล่อลวงมากกว่ามหาวิทยาลัย หนิงหนิงของฉันสวยขนาดนี้ ต้องมีผู้ชายมากมายหมายปองแน่”

“ไม่ต้องห่วง สวี่หว่านหนิงจะรักฉือเย่าเพียงคนเดียวตลอดไป”

“รักฉัน ก็แต่งงานกับฉัน ให้ฉันสบายใจ”

“ได้ เราจะแต่งงานกันหลังเรียนจบ”

“อยากจัดงานแต่งที่ไหนเหรอ?”

“ฉันชอบทะเล ชายหาดและแสงแดด”

“หนิงหนิงชอบอะไร ฉันก็ชอบอย่างนั้น งั้นงานแต่งของเรา จัดที่ทะเลเถอะ”

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ดังจอแจ ปลุกสวี่หว่านหนิงจากความฝัน เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ

ม่านสีเข้มปิดสนิท ห้องทั้งห้องคลุมด้วยความมืดสลัว แสงแดดลอดผ่านรอยแยกเข้ามาเล็กน้อย

เธอรู้สึกว่าหางตาเปียกชื้น เธอฝันถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว

ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูสายเข้า เห็นเป็นสายของเฉินจื่อหาว

ชื่อที่ทำให้สวี่หว่านหนิงรู้สึกต่อต้านขึ้นมา

เธอลุกขึ้น รับสายแนบหู ก่อนจะหลับตาสูดลมหายใจเพื่อกดอารมณ์งัวเงียยามเช้า

“ถึงเวลาจ่ายเงินแล้ว มาที่โรงพยาบาล” น้ำเสียงของเฉินจื่อหาวแข็งกร้าว

“อืม” เธอตอบสั้น ๆ แล้ววางสายไป

เธอโยนโทรศัพท์ลงแล้วเอนตัวล้มกลับลงบนเตียง

ห้าปีก่อน พ่อของเธอถูกจับเข้าคุก ข้อหาทำร้ายเฉินปินซึ่งเป็นพ่อของเฉินจื่อหาว จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

พ่อของเธอยืนยันว่า ตัวเองบริสุทธิ์ ถูกใส่ร้าย

แต่พยานและหลักฐานล้วนชี้ไปที่เขา ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ พ่อของเธอเคยทะเลาะกับเฉินปิน และเขาเคยพูดออกไปด้วยความโกรธว่า “พรุ่งนี้จะเอาชีวิตแก”

แรงจูงใจก็มีอยู่ สุดท้ายเลยถูกตัดสินจำคุก 22 ปี ชดใช้ 4 ล้านบาทและต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของเฉินปิน

พ่อของเธอเป็นคนซื่อสัตย์ สุภาพ ใจดีมาตลอดชีวิต ส่วนเฉินปินเป็นอันธพาลชื่อกระฉ่อนในพื้นที่

เธอเชื่อว่าพ่อของเธอบริสุทธิ์

เพื่อเปลี่ยนผลการตัดสิน เธอจึงสอบใบอนุญาตทนาย ตลอดหลายปีมานี้ เธอสืบค้นข้อมูล รวบรวมหลักฐานใหม่และยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่

เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะคืนความบริสุทธิ์ให้พ่อให้ได้
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 30

    วันแรกของการอยู่ร่วมกัน สุดท้ายก็ยังมีความอึดอัด ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้างสวี่หว่านหนิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่ออ่านสำนวนคดีพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตหลี่เสวี่ยจากตึกฝั่งตรงข้ามยามเย็น เธอสังเกตเห็นหลี่เสวี่ยพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งกลับบ้านทั้งสองกอดจูบกันในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็รูดม่านปิดลงสวี่หว่านหนิงถึงกับตกตะลึงหลี่เสวี่ยคนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ตกลงเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากี่คนกันแน่?ไม่กลัวเฉินจื่อหาวกลับบ้านมาเห็นหรือไง?“ก๊อก ก๊อก!”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติของสวี่หว่านหนิงกลับมาเธอรีบเก็บกล้องส่องทางไกลใส่ลิ้นชัก ก่อนจะหันไปมองประตู “มีอะไรหรือเปล่า?”“ทำกับข้าวเยอะไปหน่อยน่ะ เธอจะมากินด้วยกันไหม?”สวี่หว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเธอมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น 6 โมงเย็นแล้ว“ได้ค่ะ”เธอถือโทรศัพท์ออกจากห้อง เดินไปที่โต๊ะอาหารเพื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉือเย่าบนโต๊ะมีอาหาร 3 อย่างกับซุปหนึ่งหม้อเนื้อผัดไข่ ปลานึ่ง ผักกาดแก้วผัด ซุปฟักกับซี่โครงหมูและข้าวสวยสองชามที่ตักไว้เรียบร้อยเธอเหมือนไม่ได้กินอาหารบ้านๆ ที่ครบถ้วนและมีคุณค่าขนาดนี้ม

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 29

    สุดท้ายยังต้องลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ กลายเป็นสัญญาอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการมีผลผูกพันทางกฎหมายฉือเย่าวางขวดน้ำลง นั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านกฎแต่ละข้ออย่างละเอียดอ่านจบ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ จากนั้นกดลายนิ้วมือลงบนแท่นหมึกสีแดงที่เตรียมไว้ข้างๆสวี่หว่านหนิงหิ้วถุงใหญ่ 2 ถุงกลับมาจากข้างนอกเธอเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญสบกับดวงตาสีดำลึกของฉือเย่าจึงเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะอยู่คนเดียวมา 5 ปี จู่ๆ ในบ้านก็มีผู้ชายเพิ่มขึ้นมาแถมยังเป็นแฟนเก่าอีกมันไม่ชินจริงๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเธอหลบสายตา เดินไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไป “คุณเซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?”“เซ็นแล้ว” ฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ออกมา เดินเข้าไปหาเธอแล้วเปิดหน้าจอให้เห็นคิวอาร์โค้ดสวี่หว่านหนิงก้มมองโทรศัพท์เขา “ทำอะไร?”“ในสัญญามีข้อเรื่องการช่วยเหลือกันและการแบ่งค่าใช้จ่ายถ้าไม่มีช่องทางติดต่อคุณจะโอนค่าเช่ายังไง”ความสัมพันธ์แบบอยู่ร่วมกัน จำเป็นต้องแลกข้อมูลติดต่อกันจริงๆไม่ว่าจะเป็น ฝนตกต้องช่วยกันเก็บผ้า ลืมปิดเตาหรือโอนค่าเช่าทางออนไลน์ ล้วนต้องติดต่ออีกฝ่ายได้เธอลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะวางถุงลงเพื่อห

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 28

    เมื่อออกจากห้องมาแล้ว เสิ่นฮุ่ยกับไป๋ซวี่จับมือกันเข้าไปในลิฟต์ไป๋ซวี่รีบโอบกอดเสิ่นฮุ่ยไว้ พูดเสียงอ่อนโยนปลอบใจ “ขอโทษนะ ที่รัก”เสิ่นฮุ่ยผลักเขาออก “ไปให้พ้น ก็บอกแล้วว่าใครไม่หย่าใครเป็นหมาไง”ไป๋ซวี่ทำหน้าจริงใจ “โฮ่ง โฮ่ง!”เสิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่แต่แล้วก็พึมพำอย่างเศร้าๆ “ฉันรู้สึกผิดกับหนิงหนิง พวกเราใช้เรื่องหย่ามาบีบให้เธอยอม ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ”ไป๋ซวี่ทำหน้าบริสุทธิ์ “แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนิ ใครจะรู้ว่าทั้งเธอทั้งฉือเย่าต่างก็หัวแข็ง ไม่มีใครยอมถอยเลย”“หนิงหนิงทำเพราะต้องสืบคดีของพ่อเธอ ฆาตกรก็อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เธออยู่ที่นี่สะดวกกว่า แต่ฉือเย่าล่ะ ทำไมเขาไม่ยอมย้ายเหรอ”ไป๋ซวี่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ปกติฉือเย่าเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน วางตัวดี มีมารยาทและภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้”“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ในเมื่อเรื่องทางนี้จบแล้ว งั้นเราไปที่สำนักงานทะเบียนสมรสดีกว่า”“ที่รัก อย่าขู่ผมเลย ผมเลือดลมยิ่งไม่ดีอยู่ หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว”เสิ่นฮุ่ยเม้มปากยิ้มบางๆไป๋ซวี่จับมือเธอขึ้นมาจูบ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 27

    “ฉันไม่ไป” สวี่หว่านหนิงส่ายหน้า เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยและไม่ใช่เรื่องราคาเลยด้วยซ้ำการอยู่ที่นี่ ทำให้เธอสะดวกในการติดตามสืบสวนแม่ของเฉินจื่อหาว เพราะจริงๆ แล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเธอก็คิดจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่ค่าเช่าแพง แถมที่พักแถวนี้ก็หายาก แผนการดังกล่าวเลยถูกพับเก็บมาจนถึงตอนนี้กว่าจะได้เจอห้องของเสิ่นฮุ่ยที่ว่างพอดี ยังให้เช่าเธอในราคาครึ่งหนึ่ง เธอไม่มีทางยอมย้ายออกเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้น บ้านฝั่งตรงข้ามของฉือเย่ามีซูเยว่เยว่อาศัยอยู่ แค่คิดว่าต้องเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ ก็ปวดหัวแล้วฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดประวัติการพูดคุยผ่านข้อความ ก่อนจะตั้งหน้าจอแนวตั้งให้สวี่หว่านหนิงดู “คุณเป็นทนาย น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าข้อความการคุยผ่านโทรศัพท์ในรวมถึงหลักฐานการโอนเงินล้วนมีผลทางกฎหมาย ใช่ไหม?”สวี่หว่านหนิงเงียบไปฉือเย่าพูดต่อ “บ้านหลังนี้ ผมย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีเรียบร้อย อะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ตอนนี้คุณถือว่าแย่งชัดๆ”สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึกเพราะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอเอามือดึงเชือกหมวกเสื้อฮู้ดไปมา “บ้านหลังนี้เ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 26

    ณ เขตเตี๋ยอวิ๋นสวี่หว่านหนิงแบ่งเวลาช่วงสุดสัปดาห์ ย้ายบ้านคนเดียวเมื่อจัดของจนถึงเที่ยงคืน เธอเหนื่อยกระดูกแทบหักเธออาบน้ำ แล้วเข้าไปนอนพักเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นในฐานะผู้หญิงโสดที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน สวี่หว่านหนิงมีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง เธอเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเธอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบมองเวลาเวลาตี 5:30เป็นช่วงเวลาทองของพวกโจรจริงๆสวี่หว่านหนิงทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ จึงสวมเสื้อคลุมบางๆ แล้วคว้าปืนช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างระมัดระวังเธอแนบหูลงกับบานประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะ “ปึงๆ” ดังขึ้นทันที ทำเอาเธอสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าวขโมยถึงกับกล้าเคาะประตูงั้นเหรอ อุกอาจเกินไปแล้วหรือจะเป็นเสิ่นฮุ่ยหัวใจของสวี่หว่านหนิงเต้นกระหน่ำ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกำปืนช็อตแน่น แล้วตะโกนถาม “ใครน่ะ”“ออกมาหน่อยสิ”เสียงผู้ชายจากนอกประตู คุ้นเคย อบอุ่น นุ่มลึกและมีเสน่ห์เหมือนเสียงของฉือเย่าเลยสวี่หว่านหนิงตกตะลึงพลางคิดว่าตัวเองหูฝาด “คุณเป็นใครกันแน่ เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ถ้ารู

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 25

    หลังจากตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ เม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจยาวเขาไม่พูดอะไรสักคำ ความผิดหวังในดวงตาราวกับกำลังลุกไหม้ จากนั้นก็หันหลังอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปคว้าเสื้อสูทและเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวออกจากห้องเช่าไปอย่างรวดเร็วสวี่หว่านหนิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางมองแผ่นหลังของฉือเย่าที่จากไปหัวใจของเธอเหมือนถูกควักออกไปทั้งก้อน เลือดไหลนอง เจ็บจนแทบขาดใจ เธอใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแต่น้ำตากลับไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกเธอไถลตัวลงตามผนัง นั่งยองอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ปากถูกปิดแน่นจนทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ สายตามัวพร่าไปด้วยน้ำตา ทั้งใบหน้าและหลังมือเปียกชุ่มไปหมดเจ็บเหลือเกิน… เจ็บจริงๆฉันควรทำอย่างไรดีขอโทษนะ ฉือเย่า ขอโทษจริงๆ…——เดือนพฤศจิกายน เมืองเซินเฉิงมีฝนตกหนักครั้งใหญ่เมืองชายทะเลทางใต้ ในที่สุดก็ได้รับคลื่นอากาศหนาวระลอกแรกอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซีย ทั้งชื้นทั้งเย็น ลมที่พัดมาแทรกซึมถึงกระดูก หนาวจนฟันกระทบกันไม่หยุดไม่กี่วันก่อน สวี่หว่านหนิงได้รับแจ้งจากเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status