Share

บทที่ 2

Author: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ฉือเย่าหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมา ก่อนจะกระดกดื่มจนหมดในอึกเดียว

ถ้าใช้การดื่มเหล้าเป็นบทลงโทษ ก็เท่ากับว่าเขาไม่ต้องจูบใคร

คนอื่น ๆ พากันหัวเราะ

ซูเยว่เยว่โยนกระดาษทิชชู่ทิ้ง พลางพูดอย่างงอน ๆ “พี่เย่า พี่นี่น่าเบื่อจริง ๆ จะอายอะไรขนาดนั้น?”

ฉือเย่าหายใจออกลึก ๆ พลางปรับลมหายใจให้เข้าที่


เกมดำเนินต่อไป ผลัดกันเล่นอยู่หลายตา เมื่อมาถึงตาสวี่หว่านหนิง เธอกลัวว่าถ้าเลือกรับคำท้าจะรุนแรงเกินไป และก็กลัวดื่มไม่ไหวเลยพูดออกไปว่า “ฉันเลือกพูดความจริงค่ะ”

ซูเยว่เยว่คว้าโอกาสทันที ก่อนจะถามด้วยท่าทีดุดัน “ฉันขอถามนะ สวี่หว่านหนิง เรื่องเมื่อห้าปีก่อนน่ะ เธอเคยเสียดายบ้างไหม ? ”

มือของฉือเย่ากำแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาก้มตามองเหล้าดีกรีสูงที่เพิ่งรินเต็มแก้ว พลางคิ้วขมวดแน่น

คำถามนี้ทำให้ทุกคนงง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางสวี่หว่านหนิงด้วยความอยากรู้

ในวินาทีนั้น หัวใจของสวี่หว่านหนิงราวกับตกลงสู่ห้วงลึกมืดมิด ดิ่งลงไม่หยุด

“ไม่เสียใจ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าย้อนกลับไปอีกครั้ง ฉันก็จะเลือกแบบเดิม”

ซูเยว่เยว่พอใจอย่างยิ่ง มุมปากยกยิ้มบาง ๆ ด้วยความอารมณ์ดีขึ้นทันตา “เล่นต่อกันเถอะ”

ทันใดนั้น ฉือเย่าก็หยิบแก้วเหล้าดีกรีสูงตรงหน้าขึ้นมา แล้วกระดกดื่มจนหมดอีกครั้ง

การกระทำนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง

เกิดอะไรขึ้น ถึงกับต้องดื่มลงโทษตัวเองอีกแก้ว?

“พวกคุณเล่นต่อเถอะ ผมขอไปห้องน้ำหน่อย” ฉือเย่าลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกไป

สวี่หว่านหนิงมองแผ่นหลังของเขา ใจเต็มไปด้วยความกังวล

เมื่อก่อน ฉือเย่าไม่เคยสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า และก็ดื่มไม่ค่อยเก่งด้วย


เพิ่งดื่มเหล้าดีกรีสูงไปสองแก้ว คงจะทรมานไม่น้อย

แต่ตอนนี้ เขามีซูเยว่เยว่แล้ว คงไม่ต้องให้เธอเป็นห่วงหรอก

ขณะที่เธอถอนสายตากลับมา ก็สบเข้ากับสายตาของซูเยว่เยว่ สายตานั้นทั้งดุดัน โกรธเกรี้ยวและเย็นชา

ราวกับกำลังด่าเธอว่าเป็นยัยตัวก่อปัญหา

ในตอนนั้นเอง เสิ่นฮุ่ยก็เข้ามา ทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ความอึกทึกในห้อง กับความหม่นหมองในใจของสวี่หว่านหนิง ช่างตัดกันราวกับอยู่กันคนละโลก

คนอื่นเล่นเกมกันอย่างสนุก แต่สวี่หว่านหนิงกลับใจลอย

เสิ่นฮุ่ยสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำ

เมื่ออยู่ต่อหน้าหน้ากระจกบานใหญ่

สวี่หว่านหนิงวางมือทั้งสองลงในน้ำเย็น ก่อนจะค่อย ๆ ถูเบา ๆ

เสิ่นฮุ่ยหยิบลิปสติกขึ้นมาเติมสี พลางมองเธอผ่านกระจก “วันนี้เธอเป็นอะไร ดูไม่ค่อยเหมือนปกติเลย”

“ไม่ได้เป็นไรหรอก แค่อาจจะเหนื่อยนิดหน่อย” สวี่หว่านหนิงหยิบกระดาษทิชชู่ ก้มหน้าเช็ดมือช้า ๆ

“ใกล้จะจบแล้วล่ะ” เสิ่นฮุ่ยพูดด้วยสายตาเป็นห่วง และมีน้ำเสียงอ่อนโยน “กลับบ้านไปก็พักผ่อนดี ๆ นะ อย่ากดดันตัวเองมาก ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

“อืม” สวี่หว่านหนิงพยักหน้า ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง พลางถามอย่างสงสัย “เสิ่นฮุ่ย สามีเธอกับฉือเย่าสนิทกันมากเหรอ ? ”

“ก็ค่อนข้างสนิทนะ” เสิ่นฮุ่ยตอบ “ฉือเย่าเป็นคนเมืองหลวง เมื่อครึ่งปีก่อนเพิ่งถูกย้ายจากสถาบันอวกาศมาที่เมืองเซินเฉิง” จากนั้นเธอก็เน้นเสียง “หนิงหนิง เธอสนใจเขาเหรอ ? ”

สวี่หว่านหนิงรีบอธิบาย “ไม่ใช่ ฉันแค่…”

“ฉันเข้าใจ ๆ!” เสิ่นฮุ่ยยิ้มบาง ๆ พลางขยิบตาและตัดบทอย่างมั่นใจ “ก็เขาหล่อดี หุ่นก็ดี แถมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยดัง และยังเป็นวิศวกรระบบขับเคลื่อนอวกาศ อนาคตไกล”

สวี่หว่านหนิงถอนหายใจ พลางเลือกที่จะไม่อธิบายต่อ และทิ้งกระดาษทิชชู่ลงถังขยะ

เสิ่นฮุ่ยเรียนมหาวิทยาลัยทางใต้ ส่วนสวี่หว่านหนิงเรียนอยู่ทางเหนือ ห่างกันหลายพันกิโลเมตร เธอรู้เพียงว่าสวี่หว่านหนิงเคยมีแฟนคบกันสี่ปีในมหาวิทยาลัย แต่ไม่รู้ว่าคนนั้นคือฉือเย่า เลยคิดว่าวันนี้เป็นการพบกันครั้งแรก จึงพูดเตือนว่า

“หนิงหนิง เธอสวยนะ คู่กับฉือเย่าก็เหมาะดี แต่เขาเป็นคนละชนชั้นกับพวกเรา”

“สามีฉันบอกว่า ปู่ของฉือเย่ามีรูปถ่ายในชุดทหาร บนอกเต็มไปด้วยเหรียญเกียรติยศ ที่บ้านในเมืองหลวงยังแขวนป้ายวีรบุรุษชั้นหนึ่งไว้ด้วยนะ”

“พ่อของเขาเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง แม่เป็นผู้พิพากษาเกษียณอายุ ส่วนพี่ชายเป็นตำรวจปราบยาเสพติด น้องสาวเป็นผู้สื่อข่าวแนวหน้า ลุงก็เป็นบุคคลใหญ่ในอัยการ ทั้งตระกูลโดดเด่นเจิดจ้ากันหมด”

“ครอบครัวระดับนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะแต่งเข้าไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายเขายังมีซูเยว่เยว่ อย่าหาว่าฉันไม่แนะนำผู้ชายดี ๆ ให้เธอเลยนะ ฉันแค่กลัวว่าเธอจะเจ็บน่ะ”

สวี่หว่านหนิงฟังเงียบ ๆ แต่ไม่มีท่าทีตอบกลับอะไรเลย

เพราะเรื่องเหล่านี้ เธอรู้มาตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว

เธอยังรู้ด้วยว่า พี่ชายของฉือเย่าไม่ได้เสียชีวิต แต่เพราะอันตรายจากหน้าที่ จึงต้องประกาศต่อสาธารณชนว่าเสียชีวิต เพื่อปกป้องความปลอดภัยของครอบครัว

เธอกับฉือเย่าคบกันสี่ปี อยู่ด้วยกันกว่าสามปี ถึงขั้นคุยเรื่องแต่งงานแล้วด้วยซ้ำ


ระหว่างคบกัน ฉือเย่ามักพาเธอกลับบ้านไปกินข้าว

ครอบครัวของเขาล้วนเป็นคนดี มีการศึกษา ใจดี จิตใจอ่อนโยนและซื่อตรง บรรยากาศในบ้านอบอุ่นมาก


และปฏิบัติต่อเธอเป็นอย่างดี

เป็นเธอเองที่ไม่มีวาสนาที่จะได้แต่งเข้าไปในครอบครัวที่ดีเช่นนั้น

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉือเย่าเป็นบุคคลโดดเด่นของทั้งมหาวิทยาลัย เป็นคนมีความสามารถ ผลการเรียนยอดเยี่ยมและมีหน้าตาหล่อเหลา

ถือเป็นเป็นบุตรแห่งสวรรค์ที่ใคร ๆ ต่างชื่นชม เป็นดั่งแสงจันทร์ขาวนวลในใจของผู้หญิงมากมาย

คนอย่างสวี่หว่านหนิง มีคุณค่าอะไรถึงได้ถูกรักอย่างเร่าร้อนถึงสี่ปี

เธอควรรู้จักพอได้แล้ว

ทั้งสองออกจากห้องน้ำ เดินไปตามโถงทางเดิน

สายตาของสวี่หว่านหนิงสะดุดเข้ากับพื้นที่สูบบุหรี่ที่ว่างเปล่า เธอเห็นฉือเย่ายืนพิงกำแพงอยู่ตรงนั้นอย่างเกียจคร้าน พลางก้มหน้าลง หว่างนิ้วยาวเรียวคีบบุหรี่ที่กำลังลุกไหม้

เขายกบุหรี่ขึ้นสูบเบา ๆ ควันบางลอยคลอใบหน้าหล่อเหลานั้น หัวไหล่กว้างดูราวกับแบกรับความหนักอึ้งไว้มากมาย

ฝีเท้าของสวี่หว่านหนิงช้าลง ด้วยสายตาที่ไม่อาจละจากเขาได้

เมื่อก่อนเขาไม่เคยสูบบุหรี่ เขาใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย

แต่ตอนนี้ ติดทั้งบุหรี่ทั้งเหล้า

ก่อนที่เธอกับเสิ่นฮุ่ยจะเดินผ่านพื้นที่สูบบุหรี่ ฉือเย่าดับบุหรี่ลงที่ที่เขี่ยบุหรี่บนถังขยะ

แล้วก้าวออกมาจากพื้นที่สูบบุหรี่ แล้วยืนตรงริมโถง

ในเสี้ยววินาทีที่เดินสวนกัน ฉือเย่าคว้าจับแขนของเธอไว้

เสิ่นฮุ่ยตกใจ อึ้งงัน เบิกตากว้าง พลางเบิกตาโพลงมองฉือเย่า แล้วหันมามองสวี่หว่านหนิง นี่พวกเธอสองคนปิ๊งกันตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกเลยเหรอ

หัวใจของสวี่หว่านหนิงเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายแข็งทื่อ ขยับไม่ได้ พลางมองเขาอย่างตื่นตระหนกและไม่สบายใจ

เมื่อสบเข้ากับดวงตาของเขา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นทันที

ดวงตาคู่นั้นของเขานั้นลึกล้ำ เย็นชา คมกริบและแดงเรื่อจาง ๆ

“มาคุยกันหน่อย” เสียงของเขาแหบและทุ้มต่ำ คล้ายเจือกลิ่นอายของความเมา

“เอ่อ…พวกคุณคุยกันเถอะ” เสิ่นฮุ่ยลนลาน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้สึกว่ามันช่างระเบิดอารมณ์เหลือเกิน จนแทบอยากจะวิ่งหนีไป

สวี่หว่านหนิงยังไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะเหลือบมองแผ่นหลังของเสิ่นฮุ่ยที่หนีหายไป แขนของเธอถูกฉือเย่าจับไว้ ก่อนจะถูกลากเข้าไปในพื้นที่สูบบุหรี่

อย่างน้อย ที่นี่ยังเป็นที่สาธารณะ

แต่เขาไม่หยุดแค่นั้น เขาผลักประตูหนีไฟข้างพื้นที่สูบบุหรี่ ก่อนจะลากเธอเข้าไปในบันไดหนีไฟ

แล้วเหวี่ยงเธออย่างแรง

ร่างของสวี่หว่านหนิงกระแทกเข้ากับผนัง

เธอยังไม่ทันได้ตั้งสติ ฉือเย่าก็กดไหล่ทั้งสองของเธอไว้ แล้วก้มลงจูบอย่างรุนแรง

จูบที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้สวี่หว่านหนิงตกใจ ลมหายใจเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ จากตัวเขา ผสมกับกลิ่นสนจาง ๆ ที่หอมสะอาด

ไม่มีสัญญาณเตือน และไม่มีแม้แต่คำพูดใด ๆ

จูบของฉือเย่าดุดันและหนักหน่วง
แฝงด้วยการลงโทษ การระบายอารมณ์ ความบังคับและความโกรธเกรี้ยว

“อืม…” เธอครางต่ำอย่างเจ็บปวด

เจ็บ… ริมฝีปากนั้นทั้งเจ็บทั้งบวม


เธอตกใจ ดิ้นรนสุดแรง สองมือทุบลงบนแผงอกแข็งแรงของเขา
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 30

    วันแรกของการอยู่ร่วมกัน สุดท้ายก็ยังมีความอึดอัด ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้างสวี่หว่านหนิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่ออ่านสำนวนคดีพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตหลี่เสวี่ยจากตึกฝั่งตรงข้ามยามเย็น เธอสังเกตเห็นหลี่เสวี่ยพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งกลับบ้านทั้งสองกอดจูบกันในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็รูดม่านปิดลงสวี่หว่านหนิงถึงกับตกตะลึงหลี่เสวี่ยคนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ตกลงเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากี่คนกันแน่?ไม่กลัวเฉินจื่อหาวกลับบ้านมาเห็นหรือไง?“ก๊อก ก๊อก!”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติของสวี่หว่านหนิงกลับมาเธอรีบเก็บกล้องส่องทางไกลใส่ลิ้นชัก ก่อนจะหันไปมองประตู “มีอะไรหรือเปล่า?”“ทำกับข้าวเยอะไปหน่อยน่ะ เธอจะมากินด้วยกันไหม?”สวี่หว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเธอมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น 6 โมงเย็นแล้ว“ได้ค่ะ”เธอถือโทรศัพท์ออกจากห้อง เดินไปที่โต๊ะอาหารเพื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉือเย่าบนโต๊ะมีอาหาร 3 อย่างกับซุปหนึ่งหม้อเนื้อผัดไข่ ปลานึ่ง ผักกาดแก้วผัด ซุปฟักกับซี่โครงหมูและข้าวสวยสองชามที่ตักไว้เรียบร้อยเธอเหมือนไม่ได้กินอาหารบ้านๆ ที่ครบถ้วนและมีคุณค่าขนาดนี้ม

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 29

    สุดท้ายยังต้องลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ กลายเป็นสัญญาอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการมีผลผูกพันทางกฎหมายฉือเย่าวางขวดน้ำลง นั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านกฎแต่ละข้ออย่างละเอียดอ่านจบ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ จากนั้นกดลายนิ้วมือลงบนแท่นหมึกสีแดงที่เตรียมไว้ข้างๆสวี่หว่านหนิงหิ้วถุงใหญ่ 2 ถุงกลับมาจากข้างนอกเธอเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญสบกับดวงตาสีดำลึกของฉือเย่าจึงเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะอยู่คนเดียวมา 5 ปี จู่ๆ ในบ้านก็มีผู้ชายเพิ่มขึ้นมาแถมยังเป็นแฟนเก่าอีกมันไม่ชินจริงๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเธอหลบสายตา เดินไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไป “คุณเซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?”“เซ็นแล้ว” ฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ออกมา เดินเข้าไปหาเธอแล้วเปิดหน้าจอให้เห็นคิวอาร์โค้ดสวี่หว่านหนิงก้มมองโทรศัพท์เขา “ทำอะไร?”“ในสัญญามีข้อเรื่องการช่วยเหลือกันและการแบ่งค่าใช้จ่ายถ้าไม่มีช่องทางติดต่อคุณจะโอนค่าเช่ายังไง”ความสัมพันธ์แบบอยู่ร่วมกัน จำเป็นต้องแลกข้อมูลติดต่อกันจริงๆไม่ว่าจะเป็น ฝนตกต้องช่วยกันเก็บผ้า ลืมปิดเตาหรือโอนค่าเช่าทางออนไลน์ ล้วนต้องติดต่ออีกฝ่ายได้เธอลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะวางถุงลงเพื่อห

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 28

    เมื่อออกจากห้องมาแล้ว เสิ่นฮุ่ยกับไป๋ซวี่จับมือกันเข้าไปในลิฟต์ไป๋ซวี่รีบโอบกอดเสิ่นฮุ่ยไว้ พูดเสียงอ่อนโยนปลอบใจ “ขอโทษนะ ที่รัก”เสิ่นฮุ่ยผลักเขาออก “ไปให้พ้น ก็บอกแล้วว่าใครไม่หย่าใครเป็นหมาไง”ไป๋ซวี่ทำหน้าจริงใจ “โฮ่ง โฮ่ง!”เสิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่แต่แล้วก็พึมพำอย่างเศร้าๆ “ฉันรู้สึกผิดกับหนิงหนิง พวกเราใช้เรื่องหย่ามาบีบให้เธอยอม ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ”ไป๋ซวี่ทำหน้าบริสุทธิ์ “แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนิ ใครจะรู้ว่าทั้งเธอทั้งฉือเย่าต่างก็หัวแข็ง ไม่มีใครยอมถอยเลย”“หนิงหนิงทำเพราะต้องสืบคดีของพ่อเธอ ฆาตกรก็อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เธออยู่ที่นี่สะดวกกว่า แต่ฉือเย่าล่ะ ทำไมเขาไม่ยอมย้ายเหรอ”ไป๋ซวี่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ปกติฉือเย่าเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน วางตัวดี มีมารยาทและภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้”“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ในเมื่อเรื่องทางนี้จบแล้ว งั้นเราไปที่สำนักงานทะเบียนสมรสดีกว่า”“ที่รัก อย่าขู่ผมเลย ผมเลือดลมยิ่งไม่ดีอยู่ หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว”เสิ่นฮุ่ยเม้มปากยิ้มบางๆไป๋ซวี่จับมือเธอขึ้นมาจูบ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 27

    “ฉันไม่ไป” สวี่หว่านหนิงส่ายหน้า เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยและไม่ใช่เรื่องราคาเลยด้วยซ้ำการอยู่ที่นี่ ทำให้เธอสะดวกในการติดตามสืบสวนแม่ของเฉินจื่อหาว เพราะจริงๆ แล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเธอก็คิดจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่ค่าเช่าแพง แถมที่พักแถวนี้ก็หายาก แผนการดังกล่าวเลยถูกพับเก็บมาจนถึงตอนนี้กว่าจะได้เจอห้องของเสิ่นฮุ่ยที่ว่างพอดี ยังให้เช่าเธอในราคาครึ่งหนึ่ง เธอไม่มีทางยอมย้ายออกเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้น บ้านฝั่งตรงข้ามของฉือเย่ามีซูเยว่เยว่อาศัยอยู่ แค่คิดว่าต้องเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ ก็ปวดหัวแล้วฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดประวัติการพูดคุยผ่านข้อความ ก่อนจะตั้งหน้าจอแนวตั้งให้สวี่หว่านหนิงดู “คุณเป็นทนาย น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าข้อความการคุยผ่านโทรศัพท์ในรวมถึงหลักฐานการโอนเงินล้วนมีผลทางกฎหมาย ใช่ไหม?”สวี่หว่านหนิงเงียบไปฉือเย่าพูดต่อ “บ้านหลังนี้ ผมย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีเรียบร้อย อะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ตอนนี้คุณถือว่าแย่งชัดๆ”สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึกเพราะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอเอามือดึงเชือกหมวกเสื้อฮู้ดไปมา “บ้านหลังนี้เ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 26

    ณ เขตเตี๋ยอวิ๋นสวี่หว่านหนิงแบ่งเวลาช่วงสุดสัปดาห์ ย้ายบ้านคนเดียวเมื่อจัดของจนถึงเที่ยงคืน เธอเหนื่อยกระดูกแทบหักเธออาบน้ำ แล้วเข้าไปนอนพักเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นในฐานะผู้หญิงโสดที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน สวี่หว่านหนิงมีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง เธอเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเธอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบมองเวลาเวลาตี 5:30เป็นช่วงเวลาทองของพวกโจรจริงๆสวี่หว่านหนิงทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ จึงสวมเสื้อคลุมบางๆ แล้วคว้าปืนช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างระมัดระวังเธอแนบหูลงกับบานประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะ “ปึงๆ” ดังขึ้นทันที ทำเอาเธอสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าวขโมยถึงกับกล้าเคาะประตูงั้นเหรอ อุกอาจเกินไปแล้วหรือจะเป็นเสิ่นฮุ่ยหัวใจของสวี่หว่านหนิงเต้นกระหน่ำ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกำปืนช็อตแน่น แล้วตะโกนถาม “ใครน่ะ”“ออกมาหน่อยสิ”เสียงผู้ชายจากนอกประตู คุ้นเคย อบอุ่น นุ่มลึกและมีเสน่ห์เหมือนเสียงของฉือเย่าเลยสวี่หว่านหนิงตกตะลึงพลางคิดว่าตัวเองหูฝาด “คุณเป็นใครกันแน่ เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ถ้ารู

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 25

    หลังจากตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ เม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจยาวเขาไม่พูดอะไรสักคำ ความผิดหวังในดวงตาราวกับกำลังลุกไหม้ จากนั้นก็หันหลังอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปคว้าเสื้อสูทและเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวออกจากห้องเช่าไปอย่างรวดเร็วสวี่หว่านหนิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางมองแผ่นหลังของฉือเย่าที่จากไปหัวใจของเธอเหมือนถูกควักออกไปทั้งก้อน เลือดไหลนอง เจ็บจนแทบขาดใจ เธอใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแต่น้ำตากลับไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกเธอไถลตัวลงตามผนัง นั่งยองอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ปากถูกปิดแน่นจนทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ สายตามัวพร่าไปด้วยน้ำตา ทั้งใบหน้าและหลังมือเปียกชุ่มไปหมดเจ็บเหลือเกิน… เจ็บจริงๆฉันควรทำอย่างไรดีขอโทษนะ ฉือเย่า ขอโทษจริงๆ…——เดือนพฤศจิกายน เมืองเซินเฉิงมีฝนตกหนักครั้งใหญ่เมืองชายทะเลทางใต้ ในที่สุดก็ได้รับคลื่นอากาศหนาวระลอกแรกอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซีย ทั้งชื้นทั้งเย็น ลมที่พัดมาแทรกซึมถึงกระดูก หนาวจนฟันกระทบกันไม่หยุดไม่กี่วันก่อน สวี่หว่านหนิงได้รับแจ้งจากเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status