พิษรักโทมัส

พิษรักโทมัส

last updateDernière mise à jour : 2025-11-28
Par:  ฅนบนดอยEn cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
54Chapitres
989Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

'เราแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์เท่านั้น อย่าอิน'งานแต่งเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์เท่านั้น ไม่ควรจริงจัง ไม่ควรเผลอใจ ไม่ควรหวั่นไหว และไม่ควรรัก…“เราแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์เท่านั้น…อย่าอิน” ริมฝีปากของเจ้าสาวยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นชาที่สวยงามพอสำหรับกล้องถ่ายรูป ทว่าภายในใจกลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสุข เพียงแต่ยอมรับเงื่อนไขแห่งพันธนาการครั้งนี้ ที่ทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป “อดทนหน่อยนะ จบงานคุณก็ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแล้ว” สายขิมกระซิบบอกคนตรงหน้าขณะที่เขาก้มลงจูบหลังมือเธออย่างแผ่วเบา โทมัสแสยะยิ้มเมื่อแสงแฟลตสาดใส่รัวๆ พร้อมกับรั้งเจ้าสาวเข้ามาโอบกอดแนบแน่น “อย่าลืมบอกตัวเองล่ะ อย่าอินให้มาก” ดวงตาคมกริบของสายขิมตวัดขึ้นสบสายตาเจ้าบ่าวตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะยกยิ้มบางอย่างเย็นชาไม่ต่างกัน เสียงปรบมือรอบห้องยังดังไม่ขาดสาย ราวกับโลกทั้งใบชื่นชมในความรักที่ไม่มีอยู่จริง เธอเอียงหน้าเข้าไปใกล้กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงคมมีด “ไม่อินหรอกค่ะ…แต่ถ้าคุณเผลอเมื่อไร ฉันจะเป็นคนเล่นละครเรื่องนี้ให้เก่งกว่าคุณเอง”

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บทนำ

งานแต่งเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์เท่านั้น

ไม่ควรจริงจัง

ไม่ควรเผลอใจ

ไม่ควรหวั่นไหว

และไม่ควรรัก

เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ ในบรรยากาศที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและการแสดงความยินดี ทว่ากลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดและความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มจอมปลอมของ โทมัส และ สายขิม

เจ้าสาวก้าวเดินอย่างสง่างามบนพรมแดงยาวที่ทอดไปถึงแท่นพิธี ดวงตาคมกริบภายใต้เครื่องสำอางหรูไม่สะท้อนประกายแห่งความรัก มีเพียงความว่างเปล่าและความแน่วแน่ในการตัดสินใจที่เธอเองก็ไม่อาจถอยหลังได้ มือเรียวที่กุมช่อดอกไม้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ราวกับบีบทุกความรู้สึกที่แท้จริงให้จมลึกลงไปในหัวใจ

ขณะเดียวกัน เจ้าบ่าวในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบยืนรออยู่ตรงปลายทาง เขายกยิ้มบางๆ ที่มองผิวเผินคล้ายอบอุ่น แต่หากจ้องนานกว่านั้นจะสัมผัสได้ถึงความเย็นชาและระยะห่างที่เขาสร้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความสุข แต่เป็นหน้ากากที่ต้องใส่เพื่อให้แขกเหรื่อเชื่อว่านี่คือพิธีแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ

เมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกัน เสียงปรบมือก็ดังก้องทั่วห้องโถง ทว่าเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวกลับไม่แม้แต่จะสบตากันจริงๆ เพียงแค่แลกเปลี่ยนสายตาอย่างผ่านๆ เย็นชาและแข็งกระด้าง

และเมื่อพิธีกรเอ่ยขอให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหันหน้าเข้าหากัน เจ้าบ่าวก็ก้มลงเล็กน้อย เอ่ยถ้อยคำที่เจือรอยยิ้มบางๆ แต่ในน้ำเสียงกลับแข็งกร้าวพอจะทำให้เจ้าสาวรับรู้ได้เพียงคนเดียว

“เราแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์เท่านั้น…อย่าอิน”

ริมฝีปากของเจ้าสาวยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นชาที่สวยงามพอสำหรับกล้องถ่ายรูป ทว่าภายในใจกลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสุข เพียงแต่ยอมรับเงื่อนไขแห่งพันธนาการครั้งนี้ ที่ทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

“อดทนหน่อยนะ จบงานคุณก็ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแล้ว” สายขิมกระซิบบอกคนตรงหน้าขณะที่เขาก้มลงจูบหลังมือเธออย่างแผ่วเบา

โทมัสแสยะยิ้มเมื่อแสงแฟลตสาดใส่รัวๆ พร้อมกับรั้งเจ้าสาวเข้ามาโอบกอดแนบแน่น

“อย่าลืมบอกตัวเองล่ะ อย่าอินให้มาก”

ดวงตาคมกริบของสายขิมตวัดขึ้นสบสายตาเจ้าบ่าวตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะยกยิ้มบางอย่างเย็นชาไม่ต่างกัน เสียงปรบมือรอบห้องยังดังไม่ขาดสาย ราวกับโลกทั้งใบชื่นชมในความรักที่ไม่มีอยู่จริง

เธอเอียงหน้าเข้าไปใกล้กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงคมมีด

“ไม่อินหรอกค่ะ…แต่ถ้าคุณเผลอเมื่อไร ฉันจะเป็นคนเล่นละครเรื่องนี้ให้เก่งกว่าคุณเอง”

โทมัสนิ่งเงียบ ดวงตาคมดุหรี่ลงอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ แล้วกอดเธอแน่นขึ้นราวกับท้าทาย

แฟลชจากกล้องยังสาดใส่ไม่หยุด ภาพคู่บ่าวสาวที่ดูเหมือนรักกันสุดหัวใจถูกเก็บบันทึกไว้ แต่ในความจริงกลับเต็มไปด้วยเกมและผลประโยชน์ที่ใครก็คาดไม่ถึงว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก่อน

และนี่…เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสมรสที่ไม่เคยเกิดจากความรัก

กฎข้อห้ามของการหาผลประโยชน์จากอีกฝ่าย

คือห้ามเผลอเอาใจลงไปเล่นในเกมนี้

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
54
บทนำ
บทนำงานแต่งเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์เท่านั้น ไม่ควรจริงจังไม่ควรเผลอใจไม่ควรหวั่นไหวและไม่ควรรัก…เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ ในบรรยากาศที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและการแสดงความยินดี ทว่ากลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดและความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มจอมปลอมของ โทมัส และ สายขิมเจ้าสาวก้าวเดินอย่างสง่างามบนพรมแดงยาวที่ทอดไปถึงแท่นพิธี ดวงตาคมกริบภายใต้เครื่องสำอางหรูไม่สะท้อนประกายแห่งความรัก มีเพียงความว่างเปล่าและความแน่วแน่ในการตัดสินใจที่เธอเองก็ไม่อาจถอยหลังได้ มือเรียวที่กุมช่อดอกไม้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ราวกับบีบทุกความรู้สึกที่แท้จริงให้จมลึกลงไปในหัวใจขณะเดียวกัน เจ้าบ่าวในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบยืนรออยู่ตรงปลายทาง เขายกยิ้มบางๆ ที่มองผิวเผินคล้ายอบอุ่น แต่หากจ้องนานกว่านั้นจะสัมผัสได้ถึงความเย็นชาและระยะห่างที่เขาสร้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความสุข แต่เป็นหน้ากากที่ต้องใส่เพื่อให้แขกเหรื่อเชื่อว่านี่คือพิธีแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเมื่อทั้งสองยืนเคียงข้างกัน เสียงปรบมือก็ดังก้องทั่วห้องโถง ทว่าเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวกลับไม่แม้แต่จะสบตากันจริงๆ เพียงแค่แลกเปลี่ยนสายตาอย
Read More
บทที่ 1 ชีวิตใครชีวิตมัน
บทที่ 1ชีวิตใครชีวิตมันบานประตูห้องหอค่อยๆ ปิดลงอย่างเงียบงัน ทิ้งเสียงอึกทึกจากงานเลี้ยงด้านนอกไว้เบื้องหลัง โลกที่เคยวุ่นวายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแฟลชถ่ายรูปพลันถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันชวนอึดอัดแสงไฟสีอุ่นจากโคมระย้าส่องสะท้อนผ้าม่านกำมะหยี่อย่างหรูหรา ห้องถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตดั่งเทพนิยาย เตียงขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าปูสีงาช้าง กลีบกุหลาบแดงโปรยอยู่ทั่วผืนผ้าและพื้นพรม กลิ่นหอมจางๆ ของเทียนหอมลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ แต่บรรยากาศกลับไม่ได้โรแมนติกอย่างที่ควรจะเป็นสายขิมยกมือถอดสร้อยคอออกช้าๆ ก่อนวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่หันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งถอดสูทและวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะใกล้ๆ โทมัสยืนพิงผนังมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก แฝงรอยยิ้มเย้ยหยันที่เหมือนคมดาบซ่อนอยู่ในความนิ่งสงบ“สิ้นสุดความอดทนสักที” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น คล้ายคำประกาศชัดว่าเขาจะไม่อดทนทำอะไรแบบนั้นอีกแล้วสายขิมหันกลับมามองเขา ริมฝีปากโค้งยกยิ้มบางที่ทั้งเย็นชาและท้าทาย“จริงสินะ สิ้นสุดความอดทนสักที” เธอถอดเครื่องประดับออกจนหมดแล้วหันกลับไปมองเขาตรงๆ “เราสองคนในกรงทองที่สร้างเอง”โทมัสหัวเราะหึในลำคอ เดินเข้ามาใกล้ทีล
Read More
บทที่ 2 นักแสดง NO.1
บทที่ 2นักแสดง NO.1รถหรูเคลื่อนตัวมาหยุดนิ่งตรงหน้าคฤหาสน์โอ่อ่า โทมัสเป็นฝ่ายเปิดประตูก้าวลงมาก่อน เขาเพียงจัดระเบียบเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงสแล็กส์สีดำเรียบๆ ให้เข้าที่ สวมแว่นกันแดดสีเข้มบังสายตาคมราวกับจะตัดขาดทุกความรู้สึกเวลาผ่านไปหลายอึดใจ แต่สายขิมยังคงนั่งนิ่งในรถไม่ไหวติง โทมัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนใช้หลังมือเคาะกระจกเบาๆ สองครั้ง แล้วดึงประตูเปิดออก“ต้องให้ทำเทียบเชิญอย่างเป็นทางการหรือไง เธอถึงจะยอมก้าวลงมา” น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นพอจะกดดันให้คนฟังรู้สึกอึดอัด“ฉันไม่ได้อยากมา” เธอตอบกลับทั้งที่สายตายังมองตรงไปข้างหน้า “อีกอย่าง แม่ของคุณก็ไม่ได้พูดอะไร หลังจากส่งตัวเข้าหอเมื่อวาน”“หึ…” รอยยิ้มมุมปากฉาบอยู่ใต้แว่นดำ “สองนาที ฉันให้เวลาแค่นั้น”เขาปิดประตูเสียงดังเพียงเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่ไยดี มือทั้งสองล้วงกระเป๋ากางเกงในท่าทีสบายๆ แต่กลับแฝงพลังอำนาจที่ทำให้ใครก็ไม่กล้าขวางสายขิมมองตามแผ่นหลังกว้างผ่านกระจกมองหลัง แล้วถอนหายใจเฮือกยาวอย่างจำนน ก่อนหยิบสเปรย์ดับกลิ่นปากขึ้นมาฉีดกลบกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ยังติดค้างอยู่ เธอผลักประตูลงจากรถในที่สุด
Read More
บทที่ 3 ของขวัญจากแม่สามี
บทที่ 3ของขวัญจากแม่สามี“คุณขิมกลับไปที่คอนโดนานแล้วครับนาย ไม่เห็นเธอออกไปไหน มีก็แต่เพื่อนมาหาที่คอนโดครับ”“อืม” เสียงตอบรับสั้นห้วนดังลอดออกมาจากริมฝีปากของโทมัสโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองคนรายงาน ใบหน้าเรียบนิ่งไร้แววตื่นตระหนกหรือใส่ใจ คล้ายทุกอย่างที่ได้ยินเป็นเพียงข้อมูลไร้ค่า เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หนังตาหนักครึ่งปิดราวกับไม่ต้องการใช้สายตาไปสิ้นเปลืองกับเรื่องของผู้หญิงคนนี้สำหรับโทมัส สายขิมไม่ต่างจากหมากตัวหนึ่งในเกมที่เขาจัดวางไว้เอง จะขยับหรือหยุดนิ่งก็แล้วแต่ แต่ไม่มีวันสามารถสั่นคลอนความเย็นเยียบในใจของเขาได้ รอยยิ้มไม่มีวันปรากฏขึ้นเพียงเพราะเธอ และคำพูดอ่อนหวานก็ไม่มีวันถูกเปล่งออกมาเพื่อเอาใจทุกครั้งที่นึกถึงเธอ เขากลับรู้สึกเพียงความเงียบงันว่างเปล่า ราวกับช่องว่างหนึ่งที่เขาตั้งใจไม่เติมเต็ม ปล่อยให้เป็นเพียงเงาเลือนๆ ที่อยู่ในกรอบชีวิต แต่ไม่เคยมีน้ำหนักพอจะดึงดูดสายตาเขาได้จริงๆครืด~“ครับแม่”(โท ถามหนูขิมหรือยังยัง ว่าอยากอยู่บ้านเดี่ยวหรืออยากอยู่คอนโด ถ้าอยากอยู่บ้านเดี่ยว แม่จะให้คนไปดูโครงการบ้านให้ แล้วถ้าอยากอยู่คอนโดแม่ก็มีซื้อไว้เยอะอยู่ ทั้งห้องว่างแ
Read More
บทที่ 4 โดนแซว
บทที่ 4โดนแซวเช้าวันถัดมารถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าตึกใหญ่ของตระกูล โทมัสก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสุขุม เงียบงันราวกับโลกทั้งใบไม่อาจสั่นคลอนเขาได้ ดวงตาคมกริบกวาดมองตึกสูงตรงหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปยังโถงใหญ่ที่พนักงานต่างก้มหัวทักทายด้วยความเคารพเสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะชัดเจน ทุกสายตาเผลอหันมองด้วยความเกรงขาม แต่โทมัสกลับไม่เหลียวแล ใบหน้านิ่งเรียบไร้รอยยิ้มเหมือนเคยเมื่อเข้ามายังห้องทำงานชั้นบนสุด เขาปลดสูทวางลงบนพนักเก้าอี้ หยิบเอกสารกองหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านทันที แสงแดดลอดผ่านม่านกระทบขอบโต๊ะทำงานหรู แต่ภายในห้องกลับเย็นชาราวกับปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่น“คุณโทมัสครับ เรื่องหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่คุณสายขิมสนใจ ทีมกฎหมายถามว่าจะให้ดำเนินการจัดการอย่างไร” เลขาหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พลางวางแฟ้มเอกสารตรงหน้าเขาโทมัสเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตานิ่งสงบแต่เย็นเฉียบ ริมฝีปากกระตุกยิ้มบางที่ไร้ความอบอุ่น“ปล่อยให้เธอคิดว่าเป็นสิทธิ์ขาดของตัวเองไป”น้ำเสียงเย็นชา ไม่ได้สะท้อนความหวงแหน หรือความผูกพันใดๆ มีเพียงการวางหมากในเกมธุรกิจ ที่สายขิมก็เป็นแค่ผู้เล่นอีกคนเท่านั้น
Read More
บทที่ 5 บังเอิญ
บทที่ 5บังเอิญรอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันหายไปหลังจากเธอเดินออกมาจากห้องประชุม สายขิมเดินตรงเข้าลิฟต์แล้วขึ้นไปรอโทมัสที่ห้องทำงานภายในห้องทำงานกว้างขวางที่เงียบสงัด สายขิมทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีเข้ม เธอนั่งไขว่ห้าง มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอไปเรื่อยๆ แต่แท้จริงแล้วใจกลับล่องลอย รอยยิ้มหวานที่เคยใช้ปิดบังอารมณ์เมื่อครู่หายไปสิ้น เหลือเพียงใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาที่หม่นลึกเวลาผ่านไปพักใหญ่ ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา โทมัสก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย สูทสีเข้มถูกปลดออกและวางไว้บนพนักเก้าอี้ ก่อนที่เขาจะก้าวไปนั่งหลังโต๊ะทำงานอย่างไม่แม้แต่จะเหลือบตามองคนที่นั่งรออยู่“นานไปหน่อยนะ” เสียงหวานของสายขิมดังขึ้น เธอเอนตัวพิงพนัก โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างกายโดยไม่สนใจนักโทมัสพลิกแฟ้มเอกสารตรงหน้าโดยไม่เงยหน้าขึ้น“ไม่จำเป็นต้องรอ”คำพูดสั้นๆ เย็นชา บาดลึกยิ่งกว่าการเงียบงันใดๆ แต่สายขิมกลับเพียงหัวเราะหยันในลำคอ“ก็แค่อยากดูว่าคุณจะกลับมาตอนไหน”“ไม่เกี่ยวกับเธอ” เขาตอบห้วน จบทุกบทสนทนาอย่างง่ายดาย “แค่พูดว่ารอฟังบทสรุปประชุม มันยากมากสินะ”บรรยากาศเงียบกดดันค้างคาอยู่เพียงครู่เดียว ก
Read More
บทที่ 6 รูปถ่าย
บทที่ 6รูปถ่ายสองสาวก้าวพ้นจากบริเวณนั้นมาด้วยฝีเท้าที่เร่งกว่าปกติเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวแม้เต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน แต่สายขิมกลับรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ในอก“แกให้เบอร์พี่ภาคินจริงดิ” จุ๊บแจงรีบเอ่ยทันทีที่เดินพ้นสายตากลุ่มรุ่นพี่ออกมาสายขิมหัวเราะเบาๆ แต่แฝงความประชด“ไม่เห็นเป็นไรนี่ ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เราแต่งงานแล้วไง”“แต่งแล้วยังไง แกกับพี่โทมัสเป็นสามีภรรยากันในนามเท่านั้นเอง แล้วถ้าพี่ภาคินจีบแกทำยังไง”“ไม่กล้าจีบหรอก เขารู้แหละว่าไม่ควรยุ่งกับโทมัส” สายขิมทำตาปริบๆ อ้อนเพื่อน “แต่ก็ขอบคุณนะ ที่แกให้เบอร์แกไปอะ แล้วถ้าเขาโทรมาแกก็บล็อกไปเลยนะ”“ค่า~ แต่วิธีแกก็โหดไปหน่อยนะ ดันเอาเบอร์ฉันไปให้แทนอีก” จุ๊บแจงทำตาโตพร้อมส่ายหน้าแรงๆ “นี่ถ้าเขาโทรมา ฉันคงต้องรับบทเป็นเลขาส่วนตัวแกแน่ๆ”“ก็ดีแล้วไง” สายขิมยักไหล่ พลางถือถุงชอปปิงในมือเปลี่ยนข้างเหมือนไม่ใส่ใจ “อย่างน้อยถ้าเขาคิดจะวุ่นวาย ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาจัดการเอง”จุ๊บแจงถอนหายใจพลางหัวเราะหยัน“นี่แหละแก…เหมือนจะสวยหรู แต่จริงๆ คือดื้อรั้นกับเย็นชาสุดๆ”สายขิมไม่ตอบอะไร เพียงแต่ก้าวเดินต่อไปด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะเ
Read More
บทที่ 7 สะใภ้ NO.1
บทที่ 7สะใภ้ NO.1โทมัสนั่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกวาดอ่านตัวเลขบนเอกสารสำคัญอย่างไม่ลดละ เสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดอยู่ข้างมือดึงความสนใจเพียงเล็กน้อย เขามองมันแวบหนึ่งราวกับลังเล แต่ท้ายที่สุดก็หยิบขึ้นมากดรับสาย“ครับแม่” น้ำเสียงเขาต่ำเรียบไร้อารมณ์(หนูขิมอยู่กับลูกไหม แม่จะเอาของไปให้น่ะ)“ตอนนี้ไม่อยู่ครับ…น่าจะออกไปชอปปิงหรือไม่ก็ดูความเรียบร้อยของคอนโด” โทมัสตอบสั้นๆ พลางกวาดตามองเอกสารตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา(อ้าว แล้วเราไม่รู้เหรอว่าน้องอยู่ไหน)“ผมเพิ่งออกจากห้องประชุม” เขาตอบอย่างเฉยชา(อ๋อ ถ้าอย่างนั้นแม่ไปหาโทที่บริษัทแล้วกัน โทเรียกน้องมาหาแม่ได้ไหม)โทมัสนิ่งไปชั่วอึดใจ ปลายนิ้วเคาะลงบนแฟ้มเอกสารเบาๆ ก่อนตอบรับเพียงคำเดียว“ครับ”สิ้นสาย เขาวางโทรศัพท์กลับลงบนโต๊ะราวกับไม่คิดจะแตะอีก ใบหน้าเรียบนิ่งปราศจากความคิดอยากติดต่อหญิงสาวด้วยตัวเอง เขาเพียงกดกริ่งเรียกลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาในห้อง“ครับนาย”“ติดต่อสายขิม บอกให้กลับมาที่บริษัท แม่ฉันจะมาเจอ” โทมัสเอ่ยสั้นๆ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารในมือ“ครับนาย” ลูกน้องรับคำ ก่อนถอยออกไปเงียบๆบรรยากาศในห้องทำงานกลั
Read More
บทที่ 8 พ่อตา&แม่ยาย
บทที่ 8พ่อตา&แม่ยายเสียงกดปากกาดัง คลิก ขึ้นมาในห้อง ก่อนที่โทมัสจะเงยหน้าจากเอกสารช้าๆ แววตาคมไร้อารมณ์ตวัดมองไปทางแม่และสายขิม“แม่…ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้มากนักหรอกครับ” น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยออกมา “แหวนก็แค่เครื่องประดับ ไม่ได้การันตีอะไรทั้งนั้น”บรรยากาศในห้องถึงกับชะงัก สายขิมลอบกำมือแน่นพลางฝืนยิ้มไว้ แม้ในใจจะโกรธเคืองกับคำพูดของเขา แต่สีหน้าเธอก็ยังคงอ่อนหวานอย่างคนที่ไม่ยอมให้ใครเห็นความจริงในใจ“โท พูดอะไรอย่างนั้น” คุณหญิงหันขวับไปตำหนิลูกชายทันที “การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างแหวน มันก็เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมาย”โทมัสขยับแววตาเพียงเล็กน้อย แต่ท่าทีไม่ต่างไปจากเดิม“แล้วแต่แม่จะคิดครับ”คำพูดห้วนๆ ของเขาทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงนาฬิกาบนผนังที่เดินไปอย่างช้าๆ กดทับความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกสายขิมรีบเอื้อมไปแตะแขนแม่โทมัสเบาๆ พร้อมส่งรอยยิ้มกลบเกลื่อน“คุณแม่อย่าเพิ่งโกรธเลยค่ะ บางทีพี่โทมัสอาจจะเหนื่อยจากงานก็ได้…ขิมใส่แหวนนี้เพราะมันสำคัญกับขิมค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ”คำพูดอ่อนโยนของเธอเปรียบเสมือนสายลมบางๆ ที่ช่วยคลายความตึงเ
Read More
บทที่ 9 ลูกเขย No.1
บทที่ 9ลูกเขย No.1มื้อค่ำดำเนินไปอย่างอบอุ่น พ่อแม่ของสายขิมแทบจะไม่ปล่อยให้โทมัสวางช้อนหลังจากทั้งสองกลับเข้ามานั่งในโต๊ะอาหาร ทั้งคู่คอยถามไถ่ พูดคุย หัวเราะเสียงดังอย่างชื่นชม“โทมัสนี่ทั้งเก่ง ทั้งสุขุม เหมาะสมจริงๆ” พ่อเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงภูมิใจสุดๆ“ใช่ค่ะ ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านมา แม่ยังไม่เห็นข้อเสียเลยสักอย่าง” แม่เสริมพลางยกแก้วน้ำให้ชายหนุ่ม“ขอบคุณครับ ผมยินดีที่ได้ดูแลขิมครับ” โทมัสตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ สุภาพเกินกว่าปกติที่เธอคุ้นเคยสายขิมที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ต้องกลั้นหัวเราะหยันในลำคอ เขาเก่งเหลือเกิน…เก่งในการใส่หน้ากาก ต่อหน้าเธอเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง แต่พออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ กลับสวมบทลูกเขยในอุดมคติที่ใครๆ ก็ต้องรัก“พ่อว่า…โทมัสเป็นลูกเขยโนหนึ่งเลยนะ” พ่อยิ้มกว้าง หันไปมองลูกสาวด้วยสายตาเปี่ยมความหมายแม่ก็หัวเราะคล้อยตาม“ใช่จ้ะ ขิมโชคดีมากจริงๆ”คำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้สายขิมอยากกลอกตาแรงๆ แต่ก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มหวานรับไป เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง เธอหันไปมองโทมัสที่นั่งนิ่งสงบ จังหวะที่ดวงตาคมหันมาประสาน เธอเห็นแววเย็นชาเจืออยู่ใต้รอยยิ้มสุภาพนั่นเต็มๆสายขิมกัดริมฝีปากตัวเอ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status