Share

บทที่ 5

Penulis: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย
สวี่หว่านหนิงกลัวจริง ๆ แล้ว


ครั้งก่อน ต่อหน้าผู้คนมากมายในโรงแรมใหญ่ เขายังทำร้ายเธอได้ถึงเพียงนั้น

ตอนนี้ตีสองกว่า ทางเดินของอพาร์ตเมนต์เงียบงันไร้ผู้คน เธอไม่รู้เลยว่าเขาจะทรมานเธออย่างไรอีก

“ฉะ…ฉันไม่รู้ว่าคุณจะมาด้วย” เสียงของสวี่หว่านหนิงสั่น เธอแนบหลังชิดประตูแน่น ราวกับพร้อมจะทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือทุกเมื่อ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปรากฏตัวต่อหน้าคุณ”

สีหน้าของฉือเย่าหม่นลง เขาหันไปที่ถังขยะมุมทางเดิน ดับบุหรี่แล้วทิ้งลงไป

จากนั้นเขาก็กดลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์เปิด เขาหันกลับมามองสวี่หว่านหนิง พูดเสียงเรียบว่า “ไม่ไปเหรอ?”

สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึก ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอก้าวเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ

เขาจะไม่คลุ้มคลั่งอีกแล้วใช่ไหม

หรือว่า…เขากำลังรอเธอ?

เข้าไปในลิฟต์แล้ว สวี่หว่านหนิงยืนชิดด้านในสุด สายตายังคงจับจ้องแผ่นหลังของฉือเย่าอย่างไม่อาจผ่อนคลาย

เขาสูงมาก ผมสั้นตัดอย่างเรียบร้อย ท้ายทอยดูดี ไหล่กว้าง เอวคอด ร่างกายกำยำแน่น ให้ความรู้สึกสุขุมเย็นชา

แผ่นหลังของเขา ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

เมื่อก่อน เวลาฉือเย่าทำอาหาร เธอมักแอบกอดเขาจากด้านหลัง เอาแก้มแนบกับแผ่นหลังที่กว้างและอุ่นนั้น

ความรู้สึกนั้น ทั้งอบอุ่น ทั้งสบายใจ

เขามักหัวเราะและถาม “เธอกอดฉันแบบนี้ แล้วฉันจะทำอาหารยังไง?”

เธอออดอ้อน “ฉันไม่ได้กอดมือคุณสักหน่อย คุณทำไปสิ ฉันก็กอดของฉัน”

“เธอประเมินความอ่อนนุ่มของตัวเองต่ำไปหรือเปล่า เธอทำให้ฉันคันหัวใจยุบยิบไปหมด ตอนนี้ฉันไม่อยากกินข้าวเลย ฉันอยากกินเธอมากกว่า”

“คนบ้า แม้แต่ทำกับข้าวก็ไม่จริงจัง”

ฉือเย่าไม่ล้อเล่น เขาวางงานในมือลง ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นบนเคาน์เตอร์กลางครัว และจัดการเธอ ณ ที่นั้น
พอกินอิ่ม สมใจ จากนั้นอุ้มร่างที่หมดแรงของเธอไปพักผ่อนในห้อง แล้วค่อยออกมาทำอาหารให้เธอ

ความทรงจำหวานชื่น เมื่อนึกย้อนกลับมา ก็เหลือเพียงความขมขื่น

สวี่หว่านหนิงก้มหน้า ไม่มองแผ่นหลังของเขาอีก

เมื่อประตูลิฟต์เปิด ทั้งสองก็เดินออกไป โดยไม่มีบทสนทนาใด ๆ โดยพวกเขาเดินห่างกันเล็กน้อย

รถของฉือเย่าจอดอยู่ในโครงการ และสวี่หว่านหนิงเดินผ่านข้างรถของเขา

“ขึ้นรถสิ”

เสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง สวี่หว่านหนิงชะงัก ก่อนจะหันกลับไปมองเขา

เขายืนอยู่ตรงที่นั่งคนขับ เปิดประตูเตรียมขึ้นรถ สีหน้าเรียบเฉย ดวงตาเย็นชา น้ำเสียงก็ไร้ความอบอุ่นใด ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ ฉันเรียกแท็กซี่กลับเองได้” สวี่หว่านหนิงยังคงกลัวเขาอยู่ไม่น้อย

“ขึ้นรถ” น้ำเสียงเขาหนักหน่วงขึ้น

“จริง ๆ ไม่ต้องก็ได้ ฉัน…”

“อย่าให้ต้องพูดเป็นครั้งที่สาม”

สวี่หว่านหนิงยืนนิ่ง งงงัน มองเขาอย่างไม่เข้าใจ

ฉือเย่าหมายความว่ายังไง

จะไปส่งเธอกลับบ้านงั้นเหรอ?

เขาไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะขึ้นรถ ปิดประตูและคาดเข็มขัดนิรภัยแต่กลับไม่สตาร์ตรถ เขาเพียงนั่งรอเงียบ ๆ

สวี่หว่านหนิงตระหนักได้ว่า ไม่ว่าเขาจะเกลียดเธอแค่ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่า ฉือเย่าเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง

นิสัยและการถูกอบรมของเขา ไม่อนุญาตให้ปล่อยผู้หญิงคนหนึ่ง กลับบ้านคนเดียว ในเวลาตีสองกว่าแบบนี้ได้

เธอเลือกที่จะไม่ลังเลและเดินไปที่ประตูหลังเต็มแรง

เปิดไม่ออก

เธอดึงอีกครั้ง ก็ยังไม่ออก

ทันใดนั้น ฉือเย่าก็เอนตัวไปทางเบาะข้าง ก่อนจะยื่นมือเรียวยาวไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า แล้วกลับมานั่งตัวตรง ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลในคราวเดียว

เธอมองประตูฝั่งผู้โดยสารที่เปิดอยู่ สวี่หว่านหนิงลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายก็ไม่คิดอะไรอีก ก่อนจะเดินมานั่งลงและคาดเข็มขัดนิรภัย

ในพื้นที่แคบของรถ มีเพียงเธอกับฉือเย่า กลิ่นลาเวนเดอร์ภายในรถหอมละมุน เป็นกลิ่นที่เธอชอบ และเขาก็ชอบ

เธอนั่งเกร็ง กระสับกระส่าย เหมือนถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นกายของเขา หัวใจเกิดอาการปั่นป่วน แม้แต่การหายใจก็เริ่มลำบาก

ไฟในรถดับลง ฉือเย่าสตาร์ตรถก่อนจะขับออกจากโครงการ

เขาเปิดหน้าจอระบบนำทาง “ปักหมุดสิ”

“อ๋อ” สวี่หว่านหนิงเอื้อมมือไป กรอกที่อยู่ลงไป

ฉือเย่าเหลือบมองก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

ตลอดทาง ทั้งสองไม่พูดกันเลย

เวลาราวกับเดินช้าลงอย่างผิดปกติ สำหรับสวี่หว่านหนิง ทุกนาที ทุกวินาที ล้วนทรมานไปหมด

เธอไม่กล้ามองเขา เลยหันหน้าออกไปมองวิวกลางคืนนอกหน้าต่าง หัวใจสั่นไหวและร่างกายก็ตึงเครียด แม้แต่อากาศก็เหมือนจะเบาบางลง

เวลาห่างกันห้าปี ได้กลับมานั่งที่นั่งข้างคนขับของเขาอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าจะอึดอัดถึงเพียงนี้

เมื่อก่อน ทุกครั้งที่ฉือเย่าไปรับเธอจากมหาวิทยาลัย กลับไปยังบ้านเล็กแสนอบอุ่นของพวกเขา เขามักซื้อขนม นมเปรี้ยว หรือของกินเล็กน้อย ๆ มาให้เธอกินบนรถ

ฉือเย่ารักความสะอาดมาก แต่ไม่เคยถือสาเรื่องที่เธอทำรถเลอะเลย

เธอกินขนมไปพลางป้อนเขาไป

ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ ขอแค่เป็นของที่เธอป้อน แม้แต่ยาพิษ เขาก็ยอมกิน

สี่สิบนาทีต่อมา

รถแล่นเข้าสู่เขตชานเมืองอันห่างไกลของเมืองเซินเฉิง ก่อนจะหยุดลงหน้าตึกที่พักสามชั้นเก่า ๆ แห่งหนึ่ง

ไฟถนนข้าง ๆ สลัว ซอยลึกและมืดสนิท

“ถึงแล้ว ขอบคุณนะคะ” สวี่หว่านหนิงปลดเข็มขัดก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ

สีหน้าของฉือเย่ามืดลงกว่าเดิม เขาลงจากรถเช่นกัน ก่อนจะอ้อมหน้ารถมายืนข้างเธอ พลางเงยหน้ามองอาคารเก่าเบื้องหน้า “คุณอยู่ที่นี่เหรอ”

สวี่หว่านหนิงชะงัก และไม่ตอบ ก่อนจะมองเขาอย่างรู้สึกไม่ปลอดภัย

แสงไฟสีเหลืองหม่นสาดลงบนโครงหน้าคมชัดของเขา สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกและหนักอึ้ง พลางแฝงความโกรธเอาไว้ลาง ๆ

เขาสูดลมหายใจแรง ราวกับมีบางอย่างอุดแน่นในอก พลางพูดด้วยเสียงเย็นเฉียบ “สวี่หว่านหนิง นี่คือชีวิตที่มีความสุขที่คุณเลือกงั้นเหรอ?”

หัวใจของเธอเจ็บหน่วง เพราะเดาได้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร เลยรีบเดินไปทางที่พัก

เธอกลัวและไม่อยากฟัง

ฉือเย่าก้าวยาวตามมา ก่อนจะคว้าข้อมือเธอและดึงกลับเต็มแรง

เขายังไม่ทันพูด ขอบตาของเธอก็แดงแล้ว หัวใจปวดร้าวนั้น ราวกับถูกโยนลงทะเลลึกไร้ก้นบึ้ง เธอดิ้นรนสุดชีวิต เหมือนกำลังหาท่อนไม้เกาะเพื่อช่วยชีวิต

“สวี่หว่านหนิง คุณมันต่ำช้าขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงทุ้มของฉือเย่าแตกพร่า เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “นี่เหรอคือผู้ชายดี ๆ ที่คุณยอมทรยศผมและยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อไปกับมัน แล้วเขาหายหัวไปไหนแล้วล่ะ พอเล่นจนพอใจแล้ว ก็ทิ้งคุณไปงั้นเหรอ”

“ปล่อยฉัน…” เสียงของสวี่หว่านหนิงแทบเป็นการวิงวอน ลำคอเหมือนถูกใบมีดกรีด เจ็บจนสะอื้น

เธอใช้ชีวิตได้อย่างน่าสมเพชจริง ๆ

ทั้ง ๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในคณะการเงิน เคยทำงานเงินเดือนสูงในปักกิ่ง แถมยังมีแฟนที่ยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้ เธอเป็นแค่ทนายความเพื่อสังคม รายได้เทียบเท่ามนุษย์เงินเดือน แถมยังแบกหนี้มหาศาลและอยู่ในบ้านเก่าชานเมือง ใช้ชีวิตเหนื่อยเหมือนหมาตัวหนึ่ง

ข้ออ้างที่เธอใช้เลิกราในวันนั้น วันนี้มันย้อนกลับมาทำร้ายเธออย่างโหดร้าย

เธอสมควรแล้ว

เธอไม่มีสิทธิ์ร้องไห้

แต่หัวใจราวกับถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ เหมือนชิ้นเนื้อเละ ๆ เธอเจ็บจนตัวสั่น “ขอร้อง…ปล่อยฉันไปเถอะ”

ฉือเย่าหัวเราะเยาะ “เขาก็ถือว่าเป็นไฮโซคนหนึ่งนะ คุณไม่ได้อะไรติดมือมาเลยเหรอ”

สวี่หว่านหนิงพยายามดึงข้อมือกลับสุดแรง แต่ไม่อาจหลุดจากฝ่ามือแข็งแรงของเขา เธอข้อมือเจ็บ แต่หัวใจเจ็บยิ่งกว่า

เธอหลับตา น้ำตาไหลอาบแก้มซีดขาว

เมื่อแสงไฟสีเหลืองหม่นตกกระทบใบหน้าที่อิดโรยของเธอ ดูน่าสงสารจับใจ

ฉือเย่าไม่คิดจะปล่อยเธอ เขาจับคางเธอ พลางบังคับให้เงยหน้า และพูดชัดทีละคำ “ห้าปีแล้ว แค่หน้าตาสวย ๆ กับรูปร่างแบบนี้ ออกไปหาเศรษฐีสักคนก็ไม่ยาก ยังไงก็ไม่ควรตกอับถึงขนาดนี้”

สวี่หว่านหนิงมองเขาทั้งน้ำตา เธอพูดเสียงอ่อนแรงและแตกสลาย “ฉือเย่า การเหยียดหยามฉัน มันทำให้คุณสะใจมากใช่ไหม”

ฉือเย่าหัวเราะเยือกเย็น แสงสลัวสะท้อนใบหน้าที่แข็งกร้าว เงาผมสั้นบดบังดวงตาที่แดงก่ำของเขา

เขากระชากปกเสื้อเธอ ความโทสะพุ่งพล่าน เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “มานอนกับผม เดี๋ยวผมให้เงิน ให้บ้าน ให้รถด้วย”

เขาโกรธถึงขีดสุดจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เลยกระชากแรง ๆ

กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของสวี่หว่านหนิง หลุดออกเม็ดหนึ่ง “แป๊ะ” เสื้อถูกดึงจนเปิดเผยไหล่ขาวเนียน
ครึ่งหนึ่งของทรวดทรงโผล่พ้นผ้า ขอบเสื้อชั้นในสีขาวปรากฏให้เห็น

รูม่านตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย แววตาคลุมเครือ นิ้วแข็งค้าง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง

สวี่หว่านหนิงไม่มีแรงดิ้น ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ราวกับวิญญาณหลุดลอย มองเขาด้วยสีหน้าไร้ชีวิต “ฉันไม่ต้องการ”

เขาปล่อยมือ ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางพึมพำเยาะตัวเอง “โคตรต่ำ”

เขากำลังด่าตัวเอง

แต่คำพูดนั้น เมื่อเข้าไปในหูของสวี่หว่านหนิง กลับบาดลึกยิ่งนัก

สีหน้าของเขามืดครึ้มจนแทบสยดสยอง ก่อนจะหันกลับขึ้นรถ แล้วปิดประตูเสียงดัง พลางสตาร์ตรถด้วยความเร็วสูงสุดแล้วขับจากไป

ซอยลึกทรุดโทรมกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ค่ำคืนยิ่งทวีความโดดเดี่ยว

สวี่หว่านหนิงรู้สึกขาอ่อนแรง ร่างกายโอนเอน พลางมองรถของฉือเย่าที่จากไปทั้งน้ำตา ก่อนจะค่อย ๆ ดึงปกเสื้อให้เข้าที่

หัวใจราวกับถูกเฉือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

หลังจากได้พบเขา เธอแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว เธอจะหลบหนีไปที่ไหนได้อีก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 30

    วันแรกของการอยู่ร่วมกัน สุดท้ายก็ยังมีความอึดอัด ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้างสวี่หว่านหนิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่ออ่านสำนวนคดีพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตหลี่เสวี่ยจากตึกฝั่งตรงข้ามยามเย็น เธอสังเกตเห็นหลี่เสวี่ยพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งกลับบ้านทั้งสองกอดจูบกันในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็รูดม่านปิดลงสวี่หว่านหนิงถึงกับตกตะลึงหลี่เสวี่ยคนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ตกลงเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากี่คนกันแน่?ไม่กลัวเฉินจื่อหาวกลับบ้านมาเห็นหรือไง?“ก๊อก ก๊อก!”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติของสวี่หว่านหนิงกลับมาเธอรีบเก็บกล้องส่องทางไกลใส่ลิ้นชัก ก่อนจะหันไปมองประตู “มีอะไรหรือเปล่า?”“ทำกับข้าวเยอะไปหน่อยน่ะ เธอจะมากินด้วยกันไหม?”สวี่หว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเธอมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น 6 โมงเย็นแล้ว“ได้ค่ะ”เธอถือโทรศัพท์ออกจากห้อง เดินไปที่โต๊ะอาหารเพื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉือเย่าบนโต๊ะมีอาหาร 3 อย่างกับซุปหนึ่งหม้อเนื้อผัดไข่ ปลานึ่ง ผักกาดแก้วผัด ซุปฟักกับซี่โครงหมูและข้าวสวยสองชามที่ตักไว้เรียบร้อยเธอเหมือนไม่ได้กินอาหารบ้านๆ ที่ครบถ้วนและมีคุณค่าขนาดนี้ม

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 29

    สุดท้ายยังต้องลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ กลายเป็นสัญญาอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการมีผลผูกพันทางกฎหมายฉือเย่าวางขวดน้ำลง นั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านกฎแต่ละข้ออย่างละเอียดอ่านจบ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ จากนั้นกดลายนิ้วมือลงบนแท่นหมึกสีแดงที่เตรียมไว้ข้างๆสวี่หว่านหนิงหิ้วถุงใหญ่ 2 ถุงกลับมาจากข้างนอกเธอเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญสบกับดวงตาสีดำลึกของฉือเย่าจึงเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะอยู่คนเดียวมา 5 ปี จู่ๆ ในบ้านก็มีผู้ชายเพิ่มขึ้นมาแถมยังเป็นแฟนเก่าอีกมันไม่ชินจริงๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเธอหลบสายตา เดินไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไป “คุณเซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?”“เซ็นแล้ว” ฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ออกมา เดินเข้าไปหาเธอแล้วเปิดหน้าจอให้เห็นคิวอาร์โค้ดสวี่หว่านหนิงก้มมองโทรศัพท์เขา “ทำอะไร?”“ในสัญญามีข้อเรื่องการช่วยเหลือกันและการแบ่งค่าใช้จ่ายถ้าไม่มีช่องทางติดต่อคุณจะโอนค่าเช่ายังไง”ความสัมพันธ์แบบอยู่ร่วมกัน จำเป็นต้องแลกข้อมูลติดต่อกันจริงๆไม่ว่าจะเป็น ฝนตกต้องช่วยกันเก็บผ้า ลืมปิดเตาหรือโอนค่าเช่าทางออนไลน์ ล้วนต้องติดต่ออีกฝ่ายได้เธอลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะวางถุงลงเพื่อห

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 28

    เมื่อออกจากห้องมาแล้ว เสิ่นฮุ่ยกับไป๋ซวี่จับมือกันเข้าไปในลิฟต์ไป๋ซวี่รีบโอบกอดเสิ่นฮุ่ยไว้ พูดเสียงอ่อนโยนปลอบใจ “ขอโทษนะ ที่รัก”เสิ่นฮุ่ยผลักเขาออก “ไปให้พ้น ก็บอกแล้วว่าใครไม่หย่าใครเป็นหมาไง”ไป๋ซวี่ทำหน้าจริงใจ “โฮ่ง โฮ่ง!”เสิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่แต่แล้วก็พึมพำอย่างเศร้าๆ “ฉันรู้สึกผิดกับหนิงหนิง พวกเราใช้เรื่องหย่ามาบีบให้เธอยอม ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ”ไป๋ซวี่ทำหน้าบริสุทธิ์ “แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนิ ใครจะรู้ว่าทั้งเธอทั้งฉือเย่าต่างก็หัวแข็ง ไม่มีใครยอมถอยเลย”“หนิงหนิงทำเพราะต้องสืบคดีของพ่อเธอ ฆาตกรก็อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เธออยู่ที่นี่สะดวกกว่า แต่ฉือเย่าล่ะ ทำไมเขาไม่ยอมย้ายเหรอ”ไป๋ซวี่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ปกติฉือเย่าเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน วางตัวดี มีมารยาทและภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้”“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ในเมื่อเรื่องทางนี้จบแล้ว งั้นเราไปที่สำนักงานทะเบียนสมรสดีกว่า”“ที่รัก อย่าขู่ผมเลย ผมเลือดลมยิ่งไม่ดีอยู่ หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว”เสิ่นฮุ่ยเม้มปากยิ้มบางๆไป๋ซวี่จับมือเธอขึ้นมาจูบ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 27

    “ฉันไม่ไป” สวี่หว่านหนิงส่ายหน้า เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยและไม่ใช่เรื่องราคาเลยด้วยซ้ำการอยู่ที่นี่ ทำให้เธอสะดวกในการติดตามสืบสวนแม่ของเฉินจื่อหาว เพราะจริงๆ แล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเธอก็คิดจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่ค่าเช่าแพง แถมที่พักแถวนี้ก็หายาก แผนการดังกล่าวเลยถูกพับเก็บมาจนถึงตอนนี้กว่าจะได้เจอห้องของเสิ่นฮุ่ยที่ว่างพอดี ยังให้เช่าเธอในราคาครึ่งหนึ่ง เธอไม่มีทางยอมย้ายออกเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้น บ้านฝั่งตรงข้ามของฉือเย่ามีซูเยว่เยว่อาศัยอยู่ แค่คิดว่าต้องเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ ก็ปวดหัวแล้วฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดประวัติการพูดคุยผ่านข้อความ ก่อนจะตั้งหน้าจอแนวตั้งให้สวี่หว่านหนิงดู “คุณเป็นทนาย น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าข้อความการคุยผ่านโทรศัพท์ในรวมถึงหลักฐานการโอนเงินล้วนมีผลทางกฎหมาย ใช่ไหม?”สวี่หว่านหนิงเงียบไปฉือเย่าพูดต่อ “บ้านหลังนี้ ผมย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีเรียบร้อย อะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ตอนนี้คุณถือว่าแย่งชัดๆ”สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึกเพราะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอเอามือดึงเชือกหมวกเสื้อฮู้ดไปมา “บ้านหลังนี้เ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 26

    ณ เขตเตี๋ยอวิ๋นสวี่หว่านหนิงแบ่งเวลาช่วงสุดสัปดาห์ ย้ายบ้านคนเดียวเมื่อจัดของจนถึงเที่ยงคืน เธอเหนื่อยกระดูกแทบหักเธออาบน้ำ แล้วเข้าไปนอนพักเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นในฐานะผู้หญิงโสดที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน สวี่หว่านหนิงมีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง เธอเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเธอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบมองเวลาเวลาตี 5:30เป็นช่วงเวลาทองของพวกโจรจริงๆสวี่หว่านหนิงทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ จึงสวมเสื้อคลุมบางๆ แล้วคว้าปืนช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างระมัดระวังเธอแนบหูลงกับบานประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะ “ปึงๆ” ดังขึ้นทันที ทำเอาเธอสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าวขโมยถึงกับกล้าเคาะประตูงั้นเหรอ อุกอาจเกินไปแล้วหรือจะเป็นเสิ่นฮุ่ยหัวใจของสวี่หว่านหนิงเต้นกระหน่ำ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกำปืนช็อตแน่น แล้วตะโกนถาม “ใครน่ะ”“ออกมาหน่อยสิ”เสียงผู้ชายจากนอกประตู คุ้นเคย อบอุ่น นุ่มลึกและมีเสน่ห์เหมือนเสียงของฉือเย่าเลยสวี่หว่านหนิงตกตะลึงพลางคิดว่าตัวเองหูฝาด “คุณเป็นใครกันแน่ เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ถ้ารู

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 25

    หลังจากตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ เม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจยาวเขาไม่พูดอะไรสักคำ ความผิดหวังในดวงตาราวกับกำลังลุกไหม้ จากนั้นก็หันหลังอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปคว้าเสื้อสูทและเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวออกจากห้องเช่าไปอย่างรวดเร็วสวี่หว่านหนิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางมองแผ่นหลังของฉือเย่าที่จากไปหัวใจของเธอเหมือนถูกควักออกไปทั้งก้อน เลือดไหลนอง เจ็บจนแทบขาดใจ เธอใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแต่น้ำตากลับไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกเธอไถลตัวลงตามผนัง นั่งยองอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ปากถูกปิดแน่นจนทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ สายตามัวพร่าไปด้วยน้ำตา ทั้งใบหน้าและหลังมือเปียกชุ่มไปหมดเจ็บเหลือเกิน… เจ็บจริงๆฉันควรทำอย่างไรดีขอโทษนะ ฉือเย่า ขอโทษจริงๆ…——เดือนพฤศจิกายน เมืองเซินเฉิงมีฝนตกหนักครั้งใหญ่เมืองชายทะเลทางใต้ ในที่สุดก็ได้รับคลื่นอากาศหนาวระลอกแรกอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซีย ทั้งชื้นทั้งเย็น ลมที่พัดมาแทรกซึมถึงกระดูก หนาวจนฟันกระทบกันไม่หยุดไม่กี่วันก่อน สวี่หว่านหนิงได้รับแจ้งจากเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status