INICIAR SESIÓNร่างสูงตัดสินใจในเสี้ยววินาที สองเท้าเเกร่งวิ่งไวๆ กลับเข้ามาในห้อง สายตาคมรีบมองหาไม้เบสบอลที่ซุกอยู่ในตู้ของสะสมของเล่นสุดโปรด เมื่อคว้ามันได้ สองเท้าก็รีบวิ่งมาที่เดิมอีกครั้ง ก่อนที่ลำแขนแกร่งเงื้อมือสูงขึ้นจนสุดปลายแขนแล้วรีบฟาดมันลงแรงๆ โดยไม่ลังเลสักนิด...
เพล๊ง! เพล๊ง!
เพียงแค่นั้นกระจกสีใสก็แตกกระจาย เศษเล็กเศษน้อยกระเด็นไปทั่วบริเวณ จนร่างสูงต้องรีบสะบัดหน้าหนี เมื่อเศษกระจกชิ้นเล็กๆ ปลิวละลิ่วไปโดนไปหน้าคมเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!”
วายุผงะหลบ แต่กลับไม่พ้นวิถีความคมของเศษแก้ว มือหนารีบจับบริเวณที่เจ็บจี๊ด ก่อนจะสบถออกเบาๆ เมื่อเห็นสีที่ติดมาบนปลายนิ้ว
“แม่ง!”
แต่วายุกลับไม่สน ร่างสูงรีบกระโดดข้ามกองกระจกนั้นไปทันที ก่อนจะรีบผลาเข้าหาร่างบางโดยไม่ห่วงตัวเองสักนิด มือหนารีบเขย่าหัวไหล่มนอย่างแรงเพื่อปลุกคนที่หลับใหลให้คืนสติอีกครั้ง
“อลิซ! ตื่น ตื่น ได้ยินฉันไหม”
น้ำเสียงเขาร้อนรน ใบหน้าเขาตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นร่างบางที่นอนซีดเซียวอยู่ตรงหน้า มีเนื้อตัวเย็นเฉียบจนเขาใจหาย
“คุณยุ...” ร่างบางปรือตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความงัวเงีย ใบหน้างามไร้สีเลือดอย่างเห็นได้ชัด แต่กระนั้นเธอยังฝืนยิ้มฝืดเฝื่อนให้เขาอยู่ดี อลิสาพลิกใบหน้ามาทางเขา พลางทำท่าจะหลับอีกครั้ง แต่เสียงหวิวๆ ยังหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผาก
“ง่วง...”
วายุส่ายหน้าช้าๆ ให้กับความขี้เซาไม่เปลี่ยนของว่าที่คุณแม่ ก่อนที่ร่างสูงจะถอนหายใจพรืดด้วยความโล่งอก อลิสาแค่เผลอหลับไปเท่านั้น เธอไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่ใจเขานึกกลัว
ร่างสูงทอดสายตามองเธอด้วยสายตาอ่อนแสง มันบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงห่วงเธอนัก ทั้งที่ก่อนหน้ายังโกรธจนแทบเก็บอารมณ์ไม่ไหว
วายุลูบหน้าตัวเองช้าๆ ก่อนทรุดนั่งแล้วเอนหลังพิงขอบอย่างด้วยความโล่งใจ ร่างสูงเผลอหลับตาพริ้ม ก่อนจะค่อยๆ หันมายังร่างหอมกรุ่นที่คุ้นเคย
มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนกายขาวนุ่มอย่างเผลอไผล วายุไล้ข้อนิ้วหนาไปตามกรอบหน้าเนียนอย่างหลงใหล ก่อนจะเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าออกให้อย่างช้าๆ แต่แล้วลมหายใจเขาต้องสะดุดกึก เมื่อสายตาเผลอลดต่ำลงไปยังโน้มเนื้อที่โผล่พ้นน้ำ...
ทรวงอกอวบอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างสม่ำเสมอ ชวนให้ลำคอแห้งผากเป็นอย่างมาก จนวายุต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก เมื่อร่างบางพลิกกายหันหน้ามาประจันหน้าเขา
“มองอะไรคะ...”
เสียงหวานยังคงแหบแห้ง ใบหน้ายังคงยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่นทำให้ยังไม่สดชื่นเท่าใดนัก แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววซุกซน จนเขาต้องรีบหลบตาเพราะกลัวว่าเธอจะล่วงรู้สิ่งที่เขาคิด
“เปล่ามองสักหน่อย...”
วายุบ่นอุบอิบ เขาแสร้งมองผ่านเธอไปยังปุ่มปรับน้ำวน ก่อนจะกดระบายน้ำในอ่างที่อยู่ข้างๆ กันแล้วเอ่ยสั่งเธอเสียงขรึม
“รีบๆ อาบน้ำแล้วล้างตัวดีกว่า เธอเข้ามานานเกินไปแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
เสียงเข้มอ่อนลงจนเห็นได้ชัด อลิสาเริ่มยิ้มออกเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารีบทำตามคำสั่งเขา แต่ก็ยังมิวายเย้าเขาให้ขัดเขินขึ้นไปอีก
“หันไปสิคะ น้ำลดจวนจะเห็นหน้าอกอลิซแล้วนะ อยากดูหรือไง”
อลิสาบอกเขาเสียงอ่อนเสียงหวาน เมื่อสายตาเขาจับจ้องมายังทรวงอกสล้างที่ตอนนี้มีเพียงฟองสบู่และกลีบกุหลาบสีแดงสดหลงเหลืออยู่น้อยนิด จนมันแทบปิดความงามที่แสนยวนตาไว้ไม่ได้
“เอ่อ...”
วายุทำตัวไม่ถูก เมื่อถูกเธอจับทางได้ ตอนนี้ใบหน้าคมแดงก่ำ เสียดายที่แสงไฟในห้องน้ำนั้นถูกปรับลงจนสลัว บวกกับแสงที่ด้านนอกถูกส่องเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าเขาไม่ชัดเจนนัก แต่ถ้าเธอเห็นละก็...
“เอ่อ? เอ่ออะไรคะ”
ร่างบางทวนคำเขาเสียงเริงร่า เมื่อน้ำเริ่มถูกระบายออก จึงปรากฏเรือนร่างงามระหงที่แสนเย้ายวน อลิสาเป็นนางแบบก็จริง แต่หุ่นเธอนั้นยังห่างไกลกับคำว่าผอมแห้งอยู่มาก เนื้อนมไข่ที่ควรจะมี เธอกลับมีมากจนคนรอบข้างนึกอิจฉายู่กลายๆ
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร”
วายุรีบเบือนหน้าหนี ขณะที่หัวใจเขาเต้นตุบตับคล้ายคนกำลังตื่นเต้น ร่างสูงรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดความรู้สึกบางอย่างให้ลดต่ำลง แต่มันกลับทำได้ยากยิ่งนัก เมื่อกลิ่นกายสาวยังลอยวนอยู่ตรงหน้าเช่นนี้
“หอมมั๊ย”
อลิสายิ้มอวดฟันขาวเรียงตัวสวย แขนเล็กถูกยื่นมาจ่อที่ปลายจมูกโด่งโดยไม่ทันตั้งตัว วายุหันกลับไปด้วยความตกใจ แต่กลับต้องตะลึงกับรอยยิ้มชวนฝันของเธอ
กลิ่นกายเธอที่หอมกรุ่นชวนหลงใหล ใบหน้างามที่ไร้การแต่งแต้มกลับทำให้เขาลุ่มหลงได้ในยามนี้ โหนกแก้มเธอขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย เมื่อความรุ่มร้อนเริ่มโลมเลียเรือนกาย ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตนั้นกลับสะกดเขาให้ตราตรึงคล้ายต้องมนต์
ร่างสูงนึกอยากจะถอยเท้าหนีตั้งเเต่แขนเรียวถูกยื่นมาตรงหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเผลอใจกดปลายจมูกดโด่งไล่ไปตามเรียวแขนเสลาอย่างไม่รู้ตัว จวบจนกระทั่งที่ปากหยักของเขาไล้เล็มมาถึงหัวไหล่ลาดเนียน...
“อลิซ...”
เสียงเข้มครางออกอย่างเหม่อลอย เมื่อปากอิ่มสีระเรื่ออ้าออกเล็กน้อย วายุจ้องมองมันนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนไปมาราวกับหิวกระหาย ร่างสูงชั่งใจอยู่สักพัก จนกระทั่งทนไม่สามารถต้านทานอารมณ์เบื้องลึกได้ วายุจึงค่อยลดใบหน้าลงอย่างช้าๆ ...
จังหวะนี้ร่างสูงแปลกไป เมื่อความวาบหวามแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ แค่เพียงเผลอสบตาเธอเท่านั้น หัวใจเขากลับไร้การควบคุมในทันที
อลิสาทาบมือบางทับลงบนหัวใจของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงดีดดิ้นจนแทบจะทะลุอก ทำให้เธอหน้าแดงซ่านด้วยความตื่นเต้น
“อลิซ...”
เสียงเข้มครางเรียกเธอเบาหวิว เมื่อเขาโขกหน้าผากแนบชิดเธอ จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันที่ปลายจมูกโด่ง อลิสาช้อนเปลือกตาขึ้นมองเขาด้วยความยั่วยวน คลับคล้ายกับจะเร่งเร้าอยู่ในที เหมือนวายุจะดูออก ร่างสูงรีบตัดสินใจแนบปากหยักลง หมายจะกดจุมพิตที่แสนนุ่มนวลลงบนปากอิ่มให้หายคิดถึง...
“อื้อ...”
แต่เพียงแค่เขาขยับ อลิสากลับผละออกทันที มือบางรีบยันอกเขาออกเบาๆ ก่อนจะบิดกายด้วยท่าทางขวยเขิน พลางก้มหน้างุดเหมือนเอียงอาย แต่เธอกลับก้มซ่อนรอยยิ้มสมใจอยู่ในที
“ไม่เอาค่ะ”
อลิสาร้องห้ามเขา ก่อนที่จะรีบเคลื่อนตัวไปอีกฝั่งของอ่างน้ำอย่างเอียงอาย กริยานุ่มนวลถูกงัดออกมาใช้ในอย่างอ้อยอิ่ง เมื่อวายุกำลังลุ่มหลงในบ่วงที่เธอวางไว้
ร่างสูงเผลอหลุบตามองการเคลื่อนไหวในอ่างนั้นด้วยความเพลินตา เรือนร่างที่แสนเย้ายวนกำลังพลิกหันหลังให้ มือบางเกาะขอบอ่างแน่น พลางคุกเข่าแล้วหันหลังมาทางเขา สะโพกกลมกลึงถูกยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อเจ้าของมันบิดกายเพื่อไล่ความเมื่อยขบตามลำตัว
“เมื่อยจัง...” อลิสาบ่นเสียงหวิว เมื่อหยัดกายขึ้นแล้วแอ่นอกไปด้านหน้าเพื่อขับไล่ความเมื่อยตามเรือนกาย ทำให้สะโพกงามต้องแอ่นอัดมาด้านหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับท่วงท่าที่เหมาะสม ระดับน้ำในอ่างถูกลดลงเรื่อยๆ จนบั้นท้ายงอนงามเริ่มโผล่ยั่วยวนสายตา แต่เธอกลับไม่สนใจมันสักนิด สะโพกงามยังคงลอยเคว้งไปมา เมื่อเจ้าของมันกำลังเอี้ยวตัวมาทางเขา
“คุณยุขา....” อลิสาลากเสียงยาว พลางทำตาปริบๆ “ลูบฟองสบู่ออกจากหลังให้หน่อยสิคะ อลิซเจ็บแขน สงสัยตอนจะล้มเลยทำให้มันเคล็ดน่ะค่ะ”
ร่างบางช้อนตามองเขาคล้ายจะเกรงใจ แต่พอเขาเผลอสบตาเท่านั้น ความงามที่ผุดผาดกลับสะกดเขาให้ทำตามอย่างง่ายดาย มือหนาเอื้อมไปลูบแผ่นเนียนอย่างช้าๆ เขาทำตามคำบัญชาของเธออย่างไร้ข้อกังขา โดยหลงลืมไปว่า...ก่อนหน้านี้เขายังพยายามเกลียดเธอจนสุดหัวใจ แต่เหตุไฉนตอนนี้เขากลับรุ่มร้อนไปด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหยุดยั้งแบบนี้
อลิสาหันหน้ากลับมาหลบซ่อนรอยยิ้มร้าย ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าเมื่อเขาหลงกลเธอเข้าเต็มรัก ผู้ชายต่อให้ใจแข็งแค่ไหน เจอมารยาหญิเข้าไปก็เป็นอันเสร็จทุกราย!
“อืม...พะ พอแล้วคะ”
อลิสาแสร้งบอกเขาด้วยเสียงแหบโหย สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมานั้นมันแฝงไปด้วยความเกรงใจอยู่เต็มเปี่ยม เธอฝืนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง พลางหยัดกายลุกขึ้น...
“อุ๊ย!”
ร่างบางเผลอร้องลั่น เมื่อเท้าบางๆ ที่กำลังก้าวออกจากอ่าง มีอันต้องลื่นไถลเพราะฟองสบู่ที่ยังหลงเหลืออยู่นั้น แต่ทว่าอลิสายังโชคดีนัก ที่วายุถลามารับร่างเธอไว้ได้ทันท่วงที
“ระวังหน่อยสิ ไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้วนะ”
เสียงเข้มหลุดเตือนด้วยความเป็นห่วง มือหนารีบเกี่ยวเอวคอดไว้จนแนบชิดกับแผงอกแกร่ง พลางก้มลงสำรวจเรือนกายขาวผ่องด้วยความเป็นห่วง อลิสาเต็มตื้นกับความรู้สึกนั้น ก่อนจะค่อยๆ แนบหน้าซบอกกับเขา จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดเหนือกระหม่อมบาง แต่มันกลับอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ
“ขอบคุณนะคะ”
อลิสาเงยหน้าขอบคุณเขาทั้งที่น้ำตายังคลอคลอง แต่วายุกลับเบือนหน้าหนี เพราะไม่อาจสู้ความรู้สึกที่เปล่งประกายออกมาได้ ร่างสูงถอนหายใจด้วยความสับสน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ว่าตอนนี้...
“กินดีๆ สิ...”ใบหน้างามเห่อร้อน โหนกแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย เมื่อร่างสูงเอาดูดหลอดเล่นๆ ไม่กินน้ำสักที ปากหยักรูดขึ้นลงบริเวณปลายหลอดด้วยความสนุกพร้อมกับจ้องหน้าเธอไปด้วย มือหนาที่โอบเอวสอบอยู่นั้นก็ขยับยุกยิกไม่อยู่นิ่ง ดวงตาเขาจ้องมาที่เธอจนอลิสามือแทบสั่น ยิ่งเห็นความมันวาวที่ปลายหยอดและริมฝีปากของเขา อลิสายิ่งร้อน...ร้อนบริเวณกลางกาย“อลิซ!” เสียงทุ้มกระซิบเสียงจนเธอสะดุ้ง อลิสารีบดันตัวออกจากวงแขนแกร่งทันทีด้วยความอาย มือไม้รีบจัดของเก็บเข้าที่ด้วยความลนลาน ทำให้เจ้าเล่ห์อดสงสารไม่ได้จึงต้องเลิกแกล้งเธอไปในที่สุด“อลิซ”“คะ คุณจะเอาอะไรเหรอ”อลิสาหันหน้ามาถามทั้งที่ใบหน้ายังแดงไม่หาย แม้ความร้อนรุ่มในส่วนนั้นจะบรรเทาลง แต่เพียงเห็นรอยยิ้มของเขามันกลับทำให้เธอเร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง“มานั่งนี่หน่อยสิ”วายุตบมือลงบนที่นอนข้างกาย อลิสารีบถลันตัวมาหาเขาทันที พลางยกมือขึ้นอังหน้าผากเพื่อวัดไข้เขาด้วยความเป็นห่วง“เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”สีหน้
“ผมบอกแล้วไง ว่าไม่หิว...”ประโยคช่วงท้ายขาดหาย วายุค้นหาเสียงตัวเองไม่เจอโดยฉับพลัน หัวใจมันกระตุกรัวเมื่อใครบางคนมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้าวของมากมาย“ถ้าไม่หิว จะได้เอาไปเทให้หมากิน”อลิสาขู่เขาหน้าตาย ใบหน้างามอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาทั้งสองบวมแดงอย่างน่าสงสาร เธอคงผ่านการร้องไห้มาไม่น้อยกว่ามารดาเขาเป็นแน่ ไหนจะผมเผ้าที่ไม่เรียบร้อยผิดวิสัยของเจ้าตัวนั้นทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก“เอ่อ...”วายุยังคงอึดอัดด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อนเป็นสิ่งเเรก แต่ที่แน่ๆ อลิสาคงเบื่อที่จะฟังคำขอโทษจากคนเลวๆ แบบเขา“ว่าไงคะ จะกินหรือเปล่า” อลิสาถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย สองมือยังถือของไว้ไม่ยอมวาง หากเขายังยืนยันที่จะไม่ทานอาหารเย็น กับข้าวที่เธอตั้งใจทำมาเป็นชั่วโมงมันจะได้ไปอยู่ในถังขณะในทันที“...” วายุพยักหน้ารับแทบจะทันสี กลิ่นอาหารที่เตรียมมานั้นยั่วน้ำลายได้ไม่น้อย อลิสารีบวางข้าวของบนโต๊ะด้วยความพอใจ จากนั้นจึงรีบจัดแจงอาหารเย็นออกมาให้เขาทานข้าวต้มหมูที่แสน
หลังจากบิดามารดาพากันกลับไป ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง วายุทิ้งตัวลงด้วยความอ่อนแรงบาดแผลทั่วร่างกำลังอักเสบได้ที่ แต่แปลกที่เขากลับรู้สึกเพียงแค่ชาเท่านั้น หัวใจเขาต่างหากที่มันกำลังระบม...วายุนอนมองเพดานสีขาวด้วยความเหนื่อยหน่าย ร่างสูงนอนมองมันสลับกับประตูสีขาวอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอใครบางคน แม้คนผิดอย่างเขาจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดจากเธอทั้งสิ้น แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังหวังให้เธอมาเยี่ยมบ้าง...แค่สักนิดก็ยังดี แต่จนแล้วจนรอดทุกอย่างก็ยังคงตกอยู่ในความเงียบ ตามท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังจะหมดไปร่างสูงถอนหายใจเสียงดังเฮือก สายตากวาดมองไปท่ามกลางห้องพักที่กว้างใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย แม้จะมีความสะดวกสบายทุกอย่างครบครัน แต่มันกลับอ้างว้างในความรู้สึก กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วยิ่งทำให้ความเหงาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีก๊อก ก๊อก ก๊อกวายุหันขวับไปที่ประตูบานหนาด้วยความตื่นเต้น พลางขยับกายลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก รอยยิ้มปริกว้างถูกเตรียมไว้รอรับคนที่กำลังคิดถึง สุดท้ายเธอก็มาเยี่ยมเขา...“ขออนุญาตนะคะ อาหารเ
ท่ามกลางบรรยากาศกำลังหนาวเหน็บจากสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นคุ้งฟ้า แต่กลับไม่สามารถทำให้คนที่กำลังเหม่อลอยหวาดกลัวได้สักนิด อลิสายืนทอดสายตาท่ามกลางความมืดมิดที่แสนอ้างว้างนั้น จู่ๆ หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้สองแขนยกขึ้นกอดรัดตัวเองแน่น บรรยากาศในโรงพยาบาลไม่น่าถวิลหานักเท่าไหร่สำหรับอลิสา ครั้งสุดที่สุดท้ายที่เหยียบย่างเข้ามาก็ตอนที่คลอดนางฟ้าน้อยๆ ของตัวเองอลิสาหมุนกายกลับมานั่งประจำที่ของตน พลางลอบมองใบหน้าคร้ามคมที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ของยาอย่างคิดไม่ตก กระสุนนัดนั้นพุ่งตรงสู่ช่องท้องของวายุอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างสูงทรุดฮวบลงทันทีที่ถูกยิง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป เขาจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลาตลอดระยะเวลากว่าสามชั่วโมงในห้องผ่าตัด ทุกคนกระวนกระวายอยู่หน้าห้องด้วยหัวใจที่ร้อนรน มารดาเขาถึงกลับเป็นลมล้มพับไปทันทีที่ทราบข่าว ส่วนหนูน้อยอันนานั้นร้องไห้โยเยจนหลับใหลไปพร้อมๆ กับคราบน้ำตาที่ยังเกรอะกรังบนใบหน้าหัวใจของอลิสาราวกับถูกปลิดออกจากขั้ว เมื่อเห็นหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลนองพ
ลลิตาร้องลั่นอย่างบ้างคลั่ง สองเท้ากระทืบพื้นด้วยความเสียใจ น้ำตานองหน้าอย่างน่าสงสารแต่กลับไม่ใช่สำหรับอลิสา“หยุดนะลิลลี่!”วายุตวาดเสียงดังลั่นด้วยความเหลืออดหลังจากที่ส่งอันนาให้กับพี่เลี้ยง สองเท้าขยับมายืนกั้นกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสอง ก่อนจะมองหน้าสลับกันไปมา“เรื่องของเรามันจบแล้วลิลลี่ ผมขอร้อง...คุณกลับไปเถอะ”“ไม่! ลิลลี่ไม่กลับ!"สองเท้าขยับหนี ไม่ยอมให้วายุได้แตะต้องตัวเธอสักนิด นัยน์ตาแดงก่ำดุกร้าวและดูคล้ายหวาดระแวงตลอดเวลา“ถ้าเธอยังไม่ยอมกลับไป ฉันจะให้คนงานมาลากตัวเธอออกไปเดี๋ยวนี้!”อลิสาขู่เสียงแข็ง ความหงุดหงิดมีมากโข เมื่อวายุทำท่าจะแตะตัวลลิตาทั้งที่เขาไห้สัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่วันนี้...เขากำลังผิดสัญญาร่างบางกำลังจะขยับไปที่โทรศัพท์บ้านเพื่อโทรให้คนลากมาลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไป แต่ลลิตากลับไวกว่า สองมือดึงเส้นผมยาวสวยของอลิสาเต็มแรงจากด้านหลัง ก่อนจะควักปืนกระบอกเล็กสีดำเงาขึ้นมาขู่“เอาสิ! แกไล่ฉันอีกคำเดียว ฉันยิงแกแน่”ลลิตากำลังหันปลายกระบอกปืนไปที่ขมับบาง อลิสามองมันด้วยความกลัว เนื้อตัวเธอเริ่มสั่นระริก เมื่อสัมผัสได้ที่ความเย็นจากปล
“แล้วล่ะเธอเป็นใคร...ลูกคนรวยเหรอ เหอะ...แต่กลับทำตัวต่ำ! ไร้ศักดิ์ศรี วิ่งพล่านหาผู้ชายไปทั่ว ถามจริงๆ ถ้ามันคันมาก...ทำไมไม่ซื้อกินไป มันจะได้จบๆ”ความจริงที่แสนโหดร้ายวิ่งผ่านสู่โสตประสาทของลลิตาจนตัวแข็งทื่อ คำพูดมันจุกอยู่ที่ลำคอจะเถียงก็เถียงไม่ได้ อลิสาพูดออกมานั้นถูกทุกคำ แต่ใครจะรู้เล่าว่าเจ้าตัวนั้นไม่ได้อยากให้เป็นดังที่อลิสาพูดสักนิดชีวิตที่แสนสุขสบายใครก็ปรารถนา ลลิตาเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยก สถานะไม่ถึงกลับลำบากมากนัก แต่การที่จะได้เข้ามาอยู่ในสังคมคนรวยทำให้เธอต้องผ่านสิ่งต่างๆ มากมาย สองมือต้องไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แต่พอเมื่อเจอแล้วกลับคว้าเขาไว้ได้เพียงแค่ตัว ส่วนหัวใจ...วายุไม่เคยให้มันเลยสักนิดลลิตาแค่นยิ้มทั้งน้ำตา มือทั้งสองที่เคยกำจนแน่นมันค่อยๆ คลายออกจนหละหลวม ผู้ชายอีกคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตไตรกาล...ครั้งแรกที่เห็นเธอถูกใจเขา ลลิตาใช้เงินที่วายุหยิบยื่นให้ใช้จ่าย มาปรนเปรอชู้รักที่กำลังลุ่มหลง จนเวลาผ่านไป จากที่คิดว่าเธอควบคุมเขาได้ กลับกลายเป็นว่าเธอต่างหากที่ถูกเขาลวงหลอก ไตรกาลมีภรรยาขี้โรคอยู่แล้ว...เขาไม่ต่างจากหนูตกถังข้าวสารที่ถูกเธอตราห







