ทันทีที่มาถึง สายตาคมกวาดมองไปยังร่างบางเจ้าปัญหา ที่ตอนนี้ใบหน้างามถูกแต่งแต้มไว้ด้วยริ้วรอยแห่งความเศร้า คละเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหล เพียงแค่เห็นหน้าเขา ความหวาดกลัวก็ถาโถมหัวใจดวงน้อยจนมืดมิด มือบางรีบโอบหน้าท้องของตนแน่น ด้วยไม่อยากจะได้ยินในสิ่งที่หัวใจนึกกลัว
“มาแล้วเหรอ พ่อตัวดี”
เสียงค่อนขอดจากมารดาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ ในการกระทำของบุตรชายที่รัก สายตาคมเหลือบมองไปยังร่างบอบบางของอลิสาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปตอบมารดาเสียงเข้ม
“ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะครับคุณแม่ ทำเหมือนกับผมไปฆ่าใครตายแบบนั้นแหละ”
สีหน้าเขายียวนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่พูดร่างสูงของวายุก็นั่งลงตรงข้ามกับอลิสา สายตายังคงจับจ้องเธอไม่วางตา
ส่วนอลิสานั้นรีบหลบสายตาของเขาทันที หากเป็นไปอยากหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่ด้วยความเครียดและอารมณ์ไม่คงที่ ทำให้เจ้าตัวกลั้นสะอื้นอย่างน่าเวทนา จนวาโยต้องรั้งร่างบางเข้ามากอดด้วยความสงสาร
“แกไม่ได้ฆ่าใครตาย แต่แกทำอลิซท้อง!”
เสียงกัมปนาทดังขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าของบิดาแสดงออกว่าโกรธมาก
“เธอท้องงั้นเหรอ?” วายุทวนถามอีกครั้ง ทั้งที่รู้เรื่องนี้จากพี่ชายมาก่อนหน้า แต่กระนั้นเขายังอยากได้ยินมันจากปากของเธออยู่ดี
ส่วนอลิสานั้นคำตอบมันจุกตันอยู่ที่คอ หน้าซีดปากสั่นด้วยไม่อาจให้คำตอบกับเขาได้เต็มปากนัก เนื่องจากสายตาคาดคั้นที่ส่งมานั้น มันร้อนแรง เดือดดาล จนเธอแทบไหม้เป็นจุล
ก่อนที่ทุกอย่างจะเเย่ไปกว่านี้ กระดาษสีขาวที่เเสดงผลตรวจการตั้งครรภ์ถูกยื่นมาตรงหน้า แต่วายุกลับปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี มีเพียงใบหน้าที่โกรธขึ้งและเเววตาดุดันเท่านั้นที่ถูกส่งมาให้
“ตอบฉันมาสิอลิซ! ฉันอยากได้ยินมันจากปากเธอ”
วายุยังคงคาดคั้นอลิสาด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมฉายชัดจนเธอชักหวั่น อลิสาสุดจะทนกับเหตุการณ์ตรงหน้า สองขาเรียวรีบพาเจ้าของร่างก้าวเร็วๆ ออกมาจากตรงนั้น แต่ทว่า...กลับทำถูกรั้งไว้ด้วยข้อมือหนา
“เธอท้องกับใคร!”
วายุกระชากร่างบางแทบปลิวหวือ จนเสียงหวานต้องร้องลั่นด้วยความตกใจ อลิสารีบเกาะกุมหน้าท้องตนตามสัญญาชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาเสียงหม่น
“คุณยุ...”
มือบางอีกข้างพยายามดันเขาออกห่าง วายุเพิ่งแรงบีบต้นเเขนเธอแน่น ก่อนจะเริ่มเขย่าร่างบางตามเเรงอารมณ์
“ตอบมาสิอลิซ! ตอบมาให้ฉันชื่นใจหน่อย ว่าเธอไม่ได้มั่ว!”
“ตายุ! ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้นะ”
น้ำเสียงแหบแห้งของมารดาดังขึ้น เนื้อตัวท่านสั่นเทาด้วยความโกรธ จากความเจ้าอารมณ์ของบุตรชาย ถึงเเม้ท่านจะไม่ชอบหน้าอลิสาเท่าใดนัก แต่อย่างน้อยในท้องของหล่อนก็มีหลานของท่านอยู่
“ผมไม่ปล่อย จนกว่าแม่นี่จะตอบผม! เหอะ! ทำไมยังกล้าปล่อยให้ท้องทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันไม่ต้องการ”
เสียงเขาหยั่งต่ำ มือหนาเพิ่มเเรงบีบต้นเเขนเรียวจนเธอน้ำตาไหล อลิสาพยายามบิดแขนออก แต่ยิ่งดิ้นเขายิ่งบีบเเน่นขึ้น
“พี่โย...ช่วยดะ—”
“ไม่ต้อง! เรื่องของผมสองคน พี่อย่ายุ่ง”
วายุห้ามร้องพี่ชายด้วยเสียงนิ่ง แต่สายตาเขากลับจดจ้องร่างบางที่กำลังนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ตอบมา! เธอต้องการอะไร”
“แกจะถามให้มันได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อในท้องเขาก็ลูกของเเก”
เสียงเข้มของบิดาดังขึ้นขัด เมื่อวายุไม่คิดจะลดเเรงอารมณ์ของตัวเองลงสัดนิด ร่างสูงหันกลับมองบิดาด้วยความเจ็บปวด แววตาเขาอ่อนแสง จนน้ำสีใสๆ เอ่อคลอหน่วยตาจนเกิดประกายวาววับ มันฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่ชัดเจน จนทำให้บรรยากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยความอึดอัด
“ลูกของผม...ต้องเกิดจากความตั้งใจและผู้หญิงที่ผมรักเท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนี้” วายุพูดกับบิดาเสียงขรึม เขาพยายามเก็บอารมณ์เต็มที่ จนคนฟังรู้สึกชาวาบในอก
“แล้วอีกอย่าง...จำได้ไหมอลิซที่เธอเคยบอกฉัน ว่าไอ้ที่อยู่ในท้องเธอมันก็แค่ก้อนเลือดที่ไร้ค่า ที่เกิดจากความผิดพลาดของฉันก็เท่านั้น...”
เพี๊ยะ!
มือบางตวัดลงบนใบหน้าคร้ามคมนั่นเต็มแรง จนร่างสูงหน้าหัน ไม่ผิดจากที่คิด โหดร้ายกว่าอีกนิดตรงที่เขามองว่าลูกของเธอนั้นไร้ค่า เกิดจากความผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจ
“คุณไม่รักเขา อลิซไม่ว่า...แต่อย่ามาพูดว่าเขาไร้ค่าเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ต้องการเขา เราก็จะไม่ต้องการคุณเหมือนกัน!”
อลิสาเสียงเเข็งขึ้นในทันที แววตาเธอเด็ดเดี่ยวจนวายุต้องหวั่นไหว มือน้อยปกป้องหน้าท้องแบนราบด้วยความหวงแหน ลูกของเธอ...ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้เขาเกิดมา แต่เขาคือความรักของเธอ ที่คนอื่นไม่มีวันเข้าใจ!
“แล้วอลิซขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ว่าอลิซไม่เคยขอร้องให้คุณกลับมา ไม่เคยขอให้คุณรับผิดชอบด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น...อย่าร้อนตัวค่ะ! อย่าคิดทำร้ายอลิซด้วยคำพูดร้ายๆ ของคุณ เพราะอลิซก็สู้คน!”
ใบหน้าหวานเรียบนิ่งแต่เสียงเธอราบเรียบกว่า แม้ใบหน้างามจะเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา อลิสากวาดมองทุกคนในห้องด้วยแววตาเจ็บปวด มือบางกอดปลอบตัวเองตามสัญชาตญาณ ก่อนหมุนกายจากไปอย่างช้าๆ
วันนี้เธอจะทิ้งทุกความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง แม้กระทั่งผู้ชายที่รักสุดหัวใจ!
“อย่าเดินหนีฉันแบบนี่นะอลิซ!! ฉันไม่ชอบ!”
วายุตะโกนลั่นตามหลังด้วยความโกรธ สองขารีบก้าวยาวๆ ตามไปกระชากเเขนเธอ จนร่างบางปลิวหวือ อลิสาตกอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างง่ายดาย ในขณะสองสายตาสานสบกัน แต่ต่างคนต่างความรู้สึก...
หนึ่งคนรัก...อีกคนแสนเกลียด
หนึ่งคนโหยหา...อีกคนอยากหนีห่างจนสุดชีวิต
“ตายุ! น้องเจ็บนะ!”
เสียงตวาดลั่นของมารดาดังขึ้นขัดความคิดของคนทั้งคู่ ทำให้วายุรีบสลัดความรู้สึกบางอย่างออกจากหัว ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาแบบเดิม แต่อ้อมกอดเขากลับรัดแน่นขึ้น ขณะที่อลิสาออกแรงดิ้นจนสุดชีวิต
“เจ็บเหรอ! ทีตอนนอนด้วยกันไม่เห็นร้องว่าเจ็บสักนิด ทั้งๆ ที่ผมเเรงกว่านี้เป็นร้อยทะ—”
พลั๊ว!
พูดไม่ทันจบ หมัดหนักๆ ของพี่ชายก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าทันที จนร่างสูงต้องเซถลาไปตามแรงกระแทก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้หญิงทุกคนในห้อง
วายุส่ายศีรษะไล่ความมึนงงเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายนิ่งแล้วกระตุกยิ้มด้วยท่าทียั่วโมโห ในขณะที่วาโยนั้นโกรธจัดไม่แพ้กัน เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดที่ไม่ใช่ลูกผู้ชายแบบนี้
เขาผิดหวังกับวายุที่สุด...
“จะพูดอะไรเกรงใจคุณพ่อคุณแม่ด้วย เป็นลูกผู้ชายซะเปล่า แต่พูดอะไรทำไมมึงไม่คิดถึงจิตใจผู้หญิงบ้าง ยังไงน้องก็เป็นฝ่ายเสียหาย"
วาโยตะโกนลั่นใส่หน้าน้องชายด้วยความครุกรุ่น พลางย่างสาขุมเข้าหา เมื่อเจอท่าทางยียวนที่ไร้ความสำนึกผิดของวายุ จนคนเป็นแม่ต้องรีบเข้ามาดึงรั้ง แล้วลูบแขนแกร่งไปมาให้เขาใจเย็นลง
“เหอะ!”
วายุแค่นยิ้มด้วยความเจ็บจุก หัวใจเขาปวดหนึบด้วยความอิจฉา ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นน้องเล็กของบ้าน ที่ทุกคนต่างรุมล้อมเขาใจ แต่พออลิสาเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ทุกคนก็เปลี่ยนไป!
อลิสาต้องเบือนหน้าหนีกับความเหยียดหยันของคนตรงหน้า มือบางลดลงลูบหน้าท้องแบนราบอย่างแผ่วเบา เพื่อที่จะปกป้องคนในท้องจากความเกลียดชังของคนเป็นพ่อ
“เขาเสียหาย! แล้วผมล่ะ...ผมต้องเสียใจ เสียความรู้สึกกี่ครั้งกับผู้หญิงคนนี้ ทุกคนเคยเห็นใจผมบ้างไหม เรียกผมกลับมาทำไม! ทั้งที่อยู่โน้น ผมก็มีความสุขดีกับคนที่ผมรัก กี่ปีที่ผมไม่กลับบ้าน ใครจะรู้บ้างว่าผมเจ็บปวดขนาดไหน!”
วายุประกาศกร้าว น้ำเสียงเขาเครียดขึง จริงจัง จนคนฟังต้องเบือนหน้าหนี เมื่อน้ำตาเม็ดโตร่วงผ่านใบหน้าคมที่แดงก่ำจนถึงลำคอ อาจเป็นเพราะความโกรธที่จุกแน่นจนมันแทบจะระเบิด
อลิสาเจ็บปวดสุดทน เธอจะอยู่ไปทำไม ในเมื่อโลกนี้ไม่มีใครต้องการเธอสักคน
คิดได้ดังนั้น ร่างบางรีบสาวเท้าเร็วๆ ออกจากบ้านทันที ท่ามกลางเสียงร้องเรียกของทุกคนในห้อง
“อลิซ!”
ท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำ ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับเจอพายุโหม ร่างบางรีบวิ่งด้วยความเร็วไม่ที่มากนัก เพื่อให้รอดพ้นจากที่แห่งนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบย่างเข้ามา จากบ้านเด็กกำพร้าสู่คฤหาสน์หลังงามของพ่อแม่บุญธรรม จวบจนถึงวันนี้ยี่สิบปีเต็ม ที่เธอเพิ่งรู้ว่าไม่เหมาะกับเธอสักนิด
สำหรับเธออลิสา อยู่ตรงไหนก็เหมือนกันเพราะไม่มีใครสักคนที่ต้องการเธอ...ไม่มีเลย!
สายฟ้าส่องแสงแปลบปลาบไปทั่ว พร้อมกันนั้นเสียงกระหึ่มที่ตามมาติดๆ ยังส่งเสียงคำรามไปทั่วคุ้งฟ้า จนร่างบางที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต้องเผลอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อสายฟ้าฟาดลงเบื้องหน้า...
เปรี้ยง!
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับร่างบางที่ทรุดฮวบลงบนพื้น อลิสาเจ็บใจตัวเองนัก เมื่อหนีเขาอย่างไรก็หนีไม่พ้น เเม้สวรรค์ยังไม่เป็นใจ!
“เป็นบ้าอะไรอีก! ฝนตกแบบนี้จะวิ่งออกมาทำไม”
เสียงเข้มดังขึ้นเหนือหัว วายุวิ่งตามเธอมาติดๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แค่เห็นเธอวิ่งฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ สองขาของเขามันก็ก้าวออกมาเองโดยอัตโนมัติ รู้อีกตัวทีก็คว้าเธอเข้ามาในอ้อมกอดเสียแล้ว ทั้งที่ตอนนั้นหัวใจเขามันร่ำร้องให้เกลียดเธอสุดชีวิต...
“อย่ามายุ่ง!”
เสียงหวานแหวลั่น พลางถดกายหนีด้วยความรวดเร็ว จนหลงลืมไปว่าในตัวเธอนั้น ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่รอคอยให้เธอคอยปกป้อง
แม้จะเคยมีความคิดชั่ววูบ ที่อยากจะหายไปจากโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ หายไปจากความทุกข์ที่ถาโถม บางทีอลิสาก็เห็นว่านั่นอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้หลุดพ้นจากปัญหา ที่คลับคล้ายกับว่าเธอจะต้องแบกมันไว้คนเดียว
ท้องไม่มีพ่อ...คำนี้สำหรับเส้นทางในวงการนางแบบ มันช่างเป็นอุปสรรคที่ใหญ่หลวงนัก แม้จะคร่ำหวอดในวงการมาเกือบหกปีเต็ม แต่อลิสาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากข่าวคราวนี้หลุดรอดไปถึงหูของนักข่าวเมื่อใด เส้นทางที่เธอไขว่คว้ามันมาตลอดชีวิตมีอันตรงมืดดับลง แค่เพียงเพราะ...
มือบางลดลงโอบหน้าท้องบางไว้ ท่ามกลางสายลมที่เริ่มพัดแรง สายฝนเริ่มกระหน่ำตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา อลิสาจะโอบกอดลูกน้อยของเธอไว้สุดแรง ถ้าหากพ่อลูกนั้นไม่คิดแม้จะเหลียวแลสักนิด สองมือของเธอจะคอยปกป้องคุ้มภัยให้กับลูกน้อย เธอจะอุ้มชูเขาด้วยความรักที่คนทั้งโลกต้องอิจฉา!
“จะยุ่ง!”
วายุสวนเธอหน้าตาย มือหนาพยายามฉุดรั้งเธอให้เข้าข้างใน โดยคนที่เหลือทำเพียงเเค่มองเหตุการณ์ต่างๆ ภายในบ้านด้วยใจที่ระทึก แต่อลิสายังนิ่ง นั่งกอดเข่าประชดเขาท่ามกลางสายฝน เนื้อตัวเปียกปอนจนซีดสั่นไปหมด
หัวไหล่มนคู้เข้าหากันเพราะความหนาว เพราะเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่นั้น แค่ปิดนวลเนื้อขาวๆ ยังปิดแทบไม่มิด ส่วนเรื่องที่จะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายนั้นตัดทิ้งไปได้เลย
วายุนึกอยากทึ้งผมตัวเองออกสุดแรง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะตามออกมาทำไม การที่เธอออกจากชีวิตเขาไป มันเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ แล้วทำไมหัวใจเขายังห่วงหา...
มือหนาตวัดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองลงบนไหล่บางอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะฉุดรั้งอลิสาที่เอาแต่ก้มหน้างุดให้ลุกขึ้นเดินไปด้วยกัน
“ลุกขึ้น! อย่าทำตัวเป็นเด็กขี้แยแบบนี้ กลับเข้าไปรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำกับฉันเดี๋ยวนี้” วายุกระตุกเเขนเรียวเบาๆ แต่อลิสากลับรีบขืนตัวไว้สุดแรง
“ปล่อยอลิซ อย่ามาจับ อย่ามายุ่ง ไม่รักก็ไม่ต้องมาจับ ฮึก...”
อลิสาต้องสะอื้นไห้อีกระรอก ความโมโหเริ่มปะทุจนฉุดไว้ไม่อยู่ ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยเธอสักที ฟันคมๆ จึงอ้างับหลังมือหนาสุดแรงเพราะหวังจะให้เขาปล่อย แต่ร่างสูงยังนิ่ง แววตาเขาบ่งบอกว่าโทสะกำลังทะยานสูงไม่ต่างกัน
“พอใจหรือยัง”
เสียงเขาอ่อนลงเล็กน้อย พลางย่อกายลงตรงหน้า แต่มือหนายังไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ วายุสบตาเธอนิ่ง มือเขาอีกข้างค่อยๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่มันไหลรวมกับน้ำฝนออกให้
แค่นั้น...สัมผัสที่อ่อนโยน กลับเรียกน้ำตาจากว่าที่คุณแม่ได้มากโข อลิสาปล่อยเสียงสะอื้นที่เก็บกักมานานออกจนสุดเสียง ระบายทุกความอึดอัดที่มีให้เขาได้รับรู้ ในขณะที่ร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงจนเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อยๆ โผเข้าหาเขาอย่างต้องการที่พึ่งพิง
“เข้าบ้านกันนะ”
วายุกระซิบเสียงทุ้ม ความโกรธที่มีมานานเริ่มคลายลง เมื่อเห็นร่างบางร่ำร้องจนแทบจะเป็นลม อลิสาส่ายหน้าพรืด พลางขยับกายหมายจะหนีให้พ้นเขา แต่วายุกลับไม่สน แขนแกร่งตวัดร่างบางขึ้นเเนบอก แล้วสาวเท้าเร็วๆ ขึ้นห้องทันที โดยไม่สนสายตาของใครทั้งสิ้น...