ทันทีที่ทราบข่าวร้าย หัวใจแกร่งก็เริ่มร้อนรน เหมือนโลกทั้งใบมืดสนิทในพริบตา วายุขังตนเองอยู่ในคอนโดร่วมอาทิตย์ ขาดการติดต่อสื่อสารกับทุกคน ไม่ไปไหน ไม่พูดกับใคร ปิดการรับรู้ข่าวสารจากทุกทาง จนกระทั่งคนเป็นพี่ต้องมาตามน้องชายด้วยตัวเอง
เมื่อมาถึง วาโยอยากจะกระแทกหมัดหนักๆ ใส่ใบหน้าหล่อๆ ของน้องชายให้หายแค้น ให้สาสมกับสิ่งที่วายุได้กระทำต่อผู้หญิงคนหนึ่ง
“มึงจะกลับไปได้หรือยัง ทำใจนานเกินไปแล้ว”
เสียงเข้มแดกดันทันทีที่ควบคุมอารมณ์ได้ มือหนากระชากคอเสื้อของน้องชายให้มาเผชิญหน้ากัน
“ผม...ไม่พร้อม ไม่พร้อม”
วายุส่ายหน้าทันที ใบหน้าหล่อเหลาเศร้าลงถนัดตา เพียงแค่คิดถึงสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ทุกอย่างก็พร้อมจะดิ่งวูบในทันที
“แล้วเมื่อไหร่จะพร้อม หรือต้องรอให้อลิซคลอดก่อนมั๊ย มึงถึงจะพร้อม ห๊ะ!” เสียงเข้มตะคอกอีก ความโกรธแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ จนเส้นเลือดในสองเริ่มดีดตุ๊บตั๊บ เมื่อคนตรงหน้าเอาแต่ปฏิเสธ
ในขณะที่วายุยังคงเงียบ วาโยมองน้องชายด้วยความสมเพช แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไร มือหนาของวายุกลับผลักอกพี่ชายเต็มแรง
“พี่เลิกยุ่งกับผมสักทีได้มั๊ย! เลิกบงการชีวิตกันสักที” วายุตะคอกสียงดังลั่น ดวงตาคมกร้าวขึ้นอย่างไม่ยอมกัน
“ไอ้ยุ!”
“เพราะพี่...เรื่องทุกอย่างที่เกิดทั้งหมดมันเพราะพี่คนเดียว หึ...พอใจหรือยังที่ทำให้ชีวิตผมพังขนาดนี้”
วายุเริ่มพาล เสียงเข้มยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มือหนาเผลอผลักไหล่พี่ชายด้วยความฉุน วาโยเลือดขึ้นหน้าในบัดดล สองมือหนากระชากคอเสื้อน้องชายอย่างแรง ก่อนจะกระซิบถามเสียงเหี้ยมด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
“กูทำอะไรให้มึง” เสียงเข้มหยั่งต่ำ วาโยเน้นเสียงทุกคำพูด สายตาทั้งสองจ้องสบอย่างไม่ยอมกัน ก่อนที่วาโยจะร้องถามขึ้นอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ
“ว่าไง! กูทำอะไรให้มึง”
“พี่แย่งเขาไปจากผม” เสียงเข้มตะโกนก้อง มือหนาสลัดพี่ชายออกสุดแรง ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกประโยคด้วยความเจ็บใจ
“เหอะ...เขารักมึง ไม่ใช่กู”
“ใครบอกมึงห๊ะ!” วาโยเท้าเอวถาม เสียงเข้มอ่อนลงเล็กน้อย ใบหน้าคมส่ายหน้าด้วยความระอา ไม่รู้ว่าตอนเด็กเขาเอาข้าวป้อนมัน...หรือเกี่ยวหญ้าให้กินกันนะ ถึงได้โง่กว่าควายขนาดนี้
จะด่าว่าควายก็สงสารควาย...
“อลิซบอกกู...”
น้ำเสียงเข้มเริ่มไม่ค่อยมั่นคงนัก แววตาเขาหลุกหลิกจนพี่ชายนึกขำ น้อยครั้งนักที่จะเป็นวายุไม่มั่นใจแบบนี้
“เขาบอกกับกูว่ามึงคือที่สุด คือชายในฝัน คือพ่อของลูก...แล้วมึงจะให้กูทำยังไง!”
วาโยนิ่งงั้น ร่างสูงทำเพียงปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาจ้องหน้าน้องชายเขม็ง
“มึงคิดเองเออเองทั้งนั้น ที่สุดสำหรับเขา มันไม่ได้หมายว่าเขารักกูแบบคนรัก เพราะกูกับเขาเป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้น!”
“เหอะ!” วายุแค่นเสียงใส่ สายตาเหยียดหยันพี่ชายเต็มที “พี่น้องท้องชนกันละสิไม่ว่า”
พลั๊วะ!
หมัดหนักๆ กระเเทกเข้าที่ใบหน้าคมสุดแรง จนร่างสูงของวายุเซถลา มือหนายกขึ้นลูบบริเวณที่ถูกต่อย ก่อนจะดุนลิ้นที่ข้างกระพุ้งแก้มด้วยท่าทางยียวน พลางค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาพี่ชายช้าๆ
“พูดความจริงถึงกลับรับไม่ได้เลยเหรอ”
วายุจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวของเลือดในช่องปาก จนทนไม่ไหวทำให้ต้องถุยมันออกมาอย่างเสียไม่ได้
ถุย!
“ไอ้ยุ!” วาโยเดือดจัด ร่างหนากระชากคอเสื้อน้องชายอีกครั้ง ก่อนจะง้างหมัดด้วยอารมณ์เดือดดาลเต็มที่ แต่แทนที่จะหลบ...วายุกลับยื่นหน้าท้าทาย
“เอาสิ ต่อยเลย ต่อยจนมึงพอใจนั่นแหละ กูไม่หลบหรอก...เอาสิ!”
วายุท้าทาย แต่สายตาเขาตัดพ้อพี่ชายจนนัยน์ตาไหวระริก
“ต่อยเลย เอาแรงๆ นะ ให้คนเขารู้กันไปทั่ว ว่าพี่น้องทะเลาะกันเพราะผู้หญิงคนเดียว!”
แววตาคมกล้านั้น บ่งบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี น้องชายเขาเจ็บปวดแค่ไหน คนเป็นพี่ย่อมรู้ดีเสมอ มือหนาค่อยๆ ปล่อยคอเสื้อออกช้าๆ ก่อนจะต่อว่าน้องชายเสียงเข้ม
“ลูกผู้ชายเขาไม่ว่าผู้หญิงแบบนั้น”
“แล้วลูกผู้ชายเขาก็ไม่ถอดเสื้อออกจากห้องผู้หญิงกลางดึกป่ะวะ!”
วายุขัดขี้นในทันที จนพี่ชายนิ่งสนิทเพราะหมดคำพูดจะแก้ตัว
“มึงทั้งคู่ทำร้ายหัวใจกูจนพัง มึงก็รู้ว่ากูชอบอลิซแต่มึงก็ยังทำ...แล้วตอนนี้จะมาถามหาความรับผิดชอบจากกูทำไม บอกตรงๆ ...อลิซท้องกับกูหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แต่มึงคือคนที่นอนกับอลิซในวันนั้น”
วาโยเตือนน้องชายเสียงต่ำ สายตาเขาไม่พอใจอย่างมากที่วายุพูดแบบนั้น
“กูไม่ปฏิเสธ แต่ทำไมมึงถึงรู้ว่ากูอยู่ที่นั่น ทั้งๆ ที่ตอนนั้นมันตีสองกว่า แล้วใครบอกว่ากูอยู่นั่น” วายุถามเสียงเเข็ง พลางสาวเท้าเข้าหาพี่ชาย ก่อนจะกระซิบใส่เสียงขรึม “ตอบคำถามกูให้ได้ แล้วกูจะยอมกลับ”
“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น เเล้วมึงอย่ามาบ่ายเบี่ยง เหตุการณ์มันผ่านมาแล้วมึงจะรื้อฟื้นอีกทำไม ตอนนี้มึงควรจะกลับบ้านมากกว่า กลับไปดูสิ่งที่มึงได้ก่อไว้ ก้อนเลือดเล็กๆ ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมึงกำลังโตอยู่ในท้องเขาโน่น”
“เหอะ! มึงก็พูดได้สิ มึงไม่ใช่กูนี่นา เพราะคนที่เจ็บคือกู”
วายุจิ้มอกแก่งของพี่ชายซ้ำๆ เพื่อบอกว่าเขาเจ็บตรงนี้ เสียงเข้มที่สั่นเครือนั้น กำลังคิดถึงร่างบางของคนไกลที่เขาพยายามจะลืม พยายามเก็บเธอไว้ลึกสุดใจ แต่สุดท้ายใบหน้างามก็ลอยเข้ามาในสำนึกของเขาทุกที
“เออ! กูขอโทษ! กูยอมรับฺผิดทุกอย่าง”
วาโยคุกเข่าลงตรงหน้าน้องชายอย่างจำยอม เพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไร้ประโยชน์ ต้องรอให้วายุอารมณ์คลายลงสักนิด จึงจะค่อยเล่าความจริงให้ฟัง
“พอใจหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็กลับไปรับผิดชอบเขาซะ อย่าทำสันดานแบบนี้ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ที่สำคัญ...พ่อไม่ได้สอน”
วาโยยอมอ่อนข้อให้ เสียงเข้มแดกดันจนวายุหน้าชา แต่สุดท้ายน้องชายตัวดีก็ส่ายหัวปฏิเสธ
“ทำไม! มึงจะลีลาทำไมอีกในเมื่อมึงก็รักเขา” ร่างสูงผุดลุกขึ้นอย่างหัวเสีย เมื่อวายุดื้อดึงกว่าที่คิดไว้
“ไม่รู้สิ! ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม ยังไงก็ไม่เหมือน ผมเกลียดเด็กพี่ก็รู้...ผมไม่ชอบการผูกมัดพี่ก็รู้”
วายุสบตาจริงจัง ในเเววตาคมกล้านั้นไร้ความขี้เล่นอย่างเคย มีเพียงความแน่วแน่และเหนื่อยล้าเท่านั้นที่สะท้อนออกมาให้เห็น
“กูหวังว่านี่คงไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้มึงไม่พร้อมในการเป็นพ่อคนหรอกนะ”
วาโยเเย้งอย่างรู้ทัน สายตาคมกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนที่จะตัดสินใจย่างเท้าเร็วๆ เพื่อสำรวจหาบางสิ่งบางอย่าง
“ไอ้พี่โย! จะทำอะไรอ่ะ” วายุรีบเข้าไปขวาง เมื่อพี่ชายกำลังจะเปิดเข้าไปในห้องนอนอีกห้องที่อยู่ติดกัน
“กูจะเข้าห้องนี้...ออกไป! อย่ามาขวาง!”
เสียงเข้มสั่งการ สายตาเขาดุดัน แต่วายุกลับยืนนิ่ง พลางฉุดยื้อพี่ชายให้ออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ
“ไม่มีอะไรหรอกหน่า ก็แค่ห้องห้องนึง”
“กูไม่เชื่อ!”
“เอาหน่า นะ...ขอร้องล่ะ”
วายุอ้อนวอนพี่ชาย สีหน้าเขาหนักใจอย่างเห็นได้ชัด จนวาโยต้องจำใจล่าถอย พลางสาวเท้ากลับมาที่เดิม
“กูไม่รู้ว่ามึงมีอะไรซ่อนอยู่ แต่กูจะไม่สน เพราะเรื่องนี้มึงคนเป็นคนก่อ มึงต้องรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาเรียกกูว่าพี่”
วาโยต่อว่าเสียงเข้ม ทำให้คนเป็นน้องตวัดตามองพี่ชายด้วยความไม่พอใจ สายตาคมทั้งสองฟาดฟันกันสักพัก สุดท้ายวายุต้องยอมกลับด้วยความจำยอม เพียงเพราะพี่ชายใช้คำว่าครอบครัวมาเดิมพัน หากน้องชายตัวดียังดึงดันที่จะปฏิเสธ
...................................................