เมื่อวางร่างบางลงได้ วายุรีบจัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันมาเอาเรื่องกับว่าที่คุณแม่เต็มที่ สายตาเกรี้ยวกราดที่มองมานั้น ทำเอาอลิสานึกขยาดอยู่ในที ร่างบางถอยเท้าช้าๆ เมื่อเขาย่างเข้าหาด้วยท่าทางคุกคาม จนสุดท้ายต้องหนีมาหลบเขาอยู่ในห้องน้ำ
ปึง! ปึง! ปึง!
“อลิซ! เปิดประตูแล้วออกมาคุยให้รู้เรื่องนะ!” ร่างสูงทุบประตูเป็นพัลวัน ปากก็ร้องเรียกคนข้างในให้ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง
คราเเรกที่รู้ว่าเธอท้อง เขายอมรับว่าโกรธและสติหลุดมาก วาจาว่าร้ายจึงถูกพ่นออกโดยไม่ยั้งคิด แต่ต้องขอบคุณหมัดลุ่นๆ ของพี่ชายที่ซัดมาเต็มแรงนั้น ช่วยเรียกสติเขากลับมาได้ไม่น้อย ถึงแม้จะโกรธเพียงไร แต่ความเป็นลูกผู้ชายก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันและยิ่งตอนนี้ ในท้องเธอนั้น...
วายุซบหน้ากับประตูบานหนาด้วยความคิดไม่ตก เขายังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตใครทั้งนั้น ในเมื่อตัวเขาเองในตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะจัดการชีวิตได้ดีเท่าไหร่นัก เขาจึงไม่คิดจะผูกภาระใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งกับเธอแล้วล่ะก็...
“อลิซ...”
วายุเคาะเรียกอีก คราวนี้น้ำเสียงเขาเน้นหนักมากขึ้น ร่างสูงยืนถอยออกมาจ้องประตูบานใหญ่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินกลับมาควานหากุญแจสำรองในลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียง เมื่อความอดทนกำลังจะหมดลง
“ไม่” เสียงหวานดังขึ้นอย่างเอาแต่ใจ จนวายุต้องส่ายหัวช้าๆ พลางไขประตูบานหนาด้วยกุญแจสำรองที่อยู่ในมือ แต่กระนั้นมันยังถูกล็อกจากข้างใน ร่างสูงเริ่มหัวเสียเมื่อทุกอย่างติดขัดไปหมด ก่อนจะเตะประตูเบาๆ เพื่อระบายอารมณ์
“อลิซ!”
เสียงเขากดต่ำ พลางลูบใบหน้าแรงๆ สองสามครั้งเพื่อระบายอารมณ์ด้วยความจนใจ ก่อนจะนึกถึงวีรกรรมสุดแสบของอลิสาในวัยละอ่อน ที่มักจะเข้ามาเล่นซ่อนหาในห้องเขา จน...
“ไม่เปิด!”
เสียงหวานดังขึ้นขัดความคิดเขา วายุถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะล่าถอยออกมาจากประตูบานหนาด้วยความจนใจ เขายินยอมที่จะนอนกระดิกเท้ารอเธอด้านนอก เพราะเมื่อไหร่ที่เธอหิวเดี๋ยวก็คงออกมาเอง ตามนิสัยที่ถูกเอาแต่ใจด้วยความเคยชิน
วายุถอดเสื้อผ้าออกช้าๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อนเท่าใดนัก ร่างสูงอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า อวดร่างกายกำยำตามแบบฉบับของคนที่ออกกำลังกายมาเป็นอย่างดี มือหนาคว้าผ้าขนหนูสีหวานของใครบางคนขึ้นมาพันเอวลวกๆ เขายืนแหวกผ้าม่านมองผ่าสายฝนที่เทกระหน่ำ ซึ่งยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักนิด
ลมภายนอกยังกรรโชกแรง กระจกบานใหญ่เริ่มขึ้นฝ้าหนาจากละอองฝน จนสะท้อนเงาของเขาเลือนลาง วายุยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งมือหนาเผลอขีดเขียนข้อความบนฝ้ากระจก ที่เขาแทบจะลืมมันไปจากใจ...
I’ m your, Alisa...
เขียนแล้วร่างสูงกลับปริยิ้ม ยิ้มในแบบที่เขาไม่ได้ยิ้มมานานมาก มือหนายังคงเขียนข้อความนั้นย้ำไปย้ำมา พลางอมยิ้มกับตัวเองไปด้วย จนกระทั่งข้อความนั้นเลือนหายไปตามละอองฝนที่กระหน่ำซัดจนเกิดฝ้าหนาอีกระลอก
“ท่าจะบ้า...” วายุพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะส่ายหัวช้าๆ ให้กับความไร้สาระของตัวเอง มือหนาลบข้อความนั้นออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเหลือบมองไปที่ประตูห้องน้ำ ซึ่งข้างในนั้นยังคงเงียบสนิท วายุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาพี่ชาย เพื่อขอความช่วยเหลือบางอย่าง...
ส่วนอลิสาที่ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำนั้น เธอถอยออกมาให้ห่างประตูมากที่สุด ก่อนจะส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนที่อยู่หลังประตู มือบางพยายามถอดชุดเดรสสีสวยออกจากกาย ซึ่งตอนนี้มันไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำเสียไหร่ อาจต่างตรงที่ว่าผ้าขีริ้วผืนนี้ราคาแพงไปเสียหน่อย แต่อลิสากลับสลัดมันทิ้งโดยไม่เสียเวลาคิด จากนั้นจึงควานหาชุดคลุมสีเข้มของเขามาใส่ไปพลางๆ
อลิสาเดินสำรวจห้องน้ำเขาที่โอ่โถ่งไม่น้อย ไฟขาวสว่างจ้าถูกแปลเปลี่ยนให้แสงสีส้มสลัวเพื่อสร้างบรรยากาศให้เธอผ่อนคลาย ร่างบางเหลือบมองของใช้ส่วนตัวของเขาแล้วเบ้ปากเล็กน้อย
กลิ่นสบู่ กลิ่นแชมพู...ล้วนเป็นกลิ่นโปรดของเธอทั้งนั้น
ผ้าขนหนูสีนวลตา...ก็ล้วนเป็นของที่เธอใช้ทั้งสิ้น
คิดแล้วใจหาย หลายปีที่ผ่านมาหน้าที่นี้คงมีคนเสนอตัวมาทำแทนจนนับไม่ถ้วนและเขาคงยินดีสินะ ว่าที่คุณแม่คิดแล้วหงุดหงิดหัวใจ จนต้องสะบัดหน้าใส่ข้าวของพวกนั้นราวกับว่ามันคือตัวแทนของเขา อลิสาเดินไปปิดประตูอีกบานที่เชื่อมกับห้องแต่งตัว ก่อนจะหันไปรูดม่านสีนวลปิดเพื่อกั้นตัวเองออกจากธรรมชาติที่เขาแสนโปรดปราน
พรึ่บ!
“ชิส์...จ้างให้ก็ไม่เปิดหรอก คนใจร้าย”
อลิสาบริภาษเขาเสียงหวิว แล้วทรุดนั่งบนพื้นห้องน้ำด้วยความอ่อนล้า ร่างบางเอนหลังพิงผนังห้องน้ำที่แสนเย็นเฉียบ พลางหลับตาแล้วเงยหน้าขึ้น มือบางบีบไล่ความเมื่อยขบจากลำคอขาวผ่องลงมายังไหล่ลาดเนียน
“เมื่อยจัง”
อลิสาพึมพำเสียงหวิว ก่อนจะหยิบกระจกเงาบานเล็กที่แอบซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักออกมาส่องสำรวจความเรียบร้อยบนใบหน้าตามประสาคนรักสวยรักงาม ก่อนจะจิ๊ปากด้วยความขัดใจ เมื่อแลเห็นใต้ตาของตัวเองบวมเป่งเพราะผ่านการร้องไห้มาหลายคืน ใบหน้างามขาดการบำรุงอย่างที่ควรจะเป็น
“เพราะคุณยุคนเดียวเลย ทำให้อลิซหมดสวยแบบนี้”
อลิสาต่อว่าเขาเสียงสั่น ว่าที่คุณแม่นั้นเริ่มสะอื้นน้อยๆ เพราะอารมณ์แปรปรวนเนื่องจากฮอร์โมนคนท้องที่พุ่งสูง ทำให้เธอปรับตัวไม่ทัน เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยว...คิดถึง
อลิสาสลัดความคิดที่ชวนปวดหัวออกไป จากนั้นเริ่มจัดการค้นห้องน้ำเขา เพื่อหาครีมอาบน้ำกลิ่นกุหลาบที่เธอโปรดปราน ก่อนจะค่อยๆ เทมันในอ่างอาบน้ำ มือบางตีฟองเล่นด้วยความสนุกสนาน อารมณ์เธอดีขึ้นไม่น้อยเมื่อได้ทำในสิ่งที่ผ่อนคลาย ก่อนจะรีบสลัดชุดคลุมนั่นออกในทันที เมื่อระดับน้ำในอ่างขึ้นสูงจนเธอพอใจ
“รอไปเถอะ ขออลิซแช่ตัวเสร็จก่อนนะคะ แล้วจะออกไปทะเลาะด้วย”
อลิสายิ้มเยาะ ขณะที่ขาเรียวข้างหนึ่งนั้นกำลังจุ่มลงในอ่างน้ำวนสุดโปรด สายตาซุกซนเหลือบเห็นกุหลาบแดงที่อยู่ข้างกัน อลิสาไม่รอช้า มือบางคว้ากุหลาบขึ้นมาทั้งหมด ก่อนจะรีบแกะกลีบมันโรยลงไปแล้วตามด้วยเรือนร่างที่แสนยวนตาที่ขาวผ่องไม่ต่างจากฟองนุ่มนัก
“สบายจัง”
อลิสาหลับตาพริ้ม เกยศรีษะกับขอบอ่างด้วยความผ่อนคลาย มือบางยกขึ้นบีบนวดตามตัวด้วยความเคยชิน ก่อนจะระเรื่อยลงมาถึงหน้าท้องที่ยังแบนราบ จู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างกลับก่อเกิดในหัวใจ ดีใจ รัก หวงแหน...
หลายผ่านวันมานี้ ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามาจนอลิสาเรียงลำดับไม่ถูกนัก แต่ตอนนี้...เวลานี้ เธอยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ตัวแทนของเขาได้ก่อกำเนิดขึ้นสมใจปรารถนา แม้จะรู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอยังมีตัวแทนของเขาที่เธอรักและรักเธอ จะคอยยืนอยู่เคียงข้างกัน แม้ว่าวันนั้นคนทั้งโลกจะไม่ต้องการเธอก็ตาม!
“แม่รักหนูที่สุดนะลูก”
อลิสาก้มบอกลูกน้อยที่กำลังนอนนิ่งในท้องเธอ มือบางลูบไล้หน้าท้องเนียนใต้สายน้ำที่เย็นฉ่ำด้วยความรัก แม้จะยังเคอะเขินอยู่บ้างที่จู่ๆ ต้องแทนตัวเองว่า ‘แม่’ ทั้งที่คิดว่าตัวเองยังเด็ก แต่อลิสากลับเต็มใจและเตรียมพร้อมที่จะทำหน้าที่แม่ในเร็ววัน
นานนับชั่วโมงที่อลิสาเก็บตัวเงียบภายในห้องน้ำ จนวายุเผลอหลับและตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อห้องทั้งห้องมืดมิด ร่างสูงบิดตัวด้วยความเมื่อยขบ ก่อนจะควานหารีโมทควบคุมแสงไฟ เขาปรับแสงในห้องแค่พอสลัว ก่อนจะเดินงัวเงียไปที่ห้องน้ำ เพื่อที่จะแช่น้ำอุ่นสักพักแล้วจะกลับมานอนต่อ...
แกร็กๆ แกร็กๆ
มือหนาบิดลูกบิดไปมา พลางขมวดคิ้วมุ่น วายุเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังสีเข้ม ก่อนจะพบว่าเกือบสองชั่วโมงแล้วที่อลิสากักขังตัวเองอยู่ในนั้น
ปึง! ปึง! ปึง
“อลิซ! อลิซ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้”
วายุทุบประตูบานหนาแรงขึ้นอีก พลางร้องเรียกคนที่อยู่ข้างในด้วยความร้อนใจ แต่ทว่ากลับเงียบกริบ ไม่มีแม้เสียงใดๆ หลุดรอดออกมาสักนิด ใบหน้าคมวางแนบประตูบานใหญ่ เขาเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจ ด้วยหวังว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ได้ที่บ่งบอกว่าในนั้นมีสิ่งมีชีวิตอยู่
“อลิซ...”
วายุร้องเรียกด้วยความหัวเสีย มือหนาทุบประตูจนแดงก่ำ กุญแจสำรองถูกนำมาใช้อีกครั้ง แต่ทว่ามันกลับไม่ได้ผล เมื่อด้านในนั้นอลิสาจัดการล็อกมันอย่างแน่นหนา
“บ้าชิบ!”
เสียงเข้มสบถดังลั่น เท้าแกร่งเผลอตวัดเตะประตูสีเข้มด้วยความโมโห วายุหันรีหันขวางเพื่อหาทางออก ก่อนจะผลุนผลันไปที่ระเบียงด้านนอกที่ทอดยาวจนล้อมรอบห้องนอนเขา
ร่างสูงพยายามเพ่งมองผ่านรอยแยกของม่านผืนหนา สายตาคมกวาดมองไปทั่ว แสงไฟนวลสลัวทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนนัก
วายุสบถในลำคอด้วยความขัดใจ เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมาอีกระอก ร่างหนาเริ่มสั่นเทิ้ม เนื่องจากตอนนี้บนเรือนกายกำยำมีเพียงผ้าขนหนูสีหวานเท่านั้นที่พันท่อนล่างของเขาอยู่
“อยู่ไหนนะ...”
วายุสอดส่ายสายตาพยายามมองหาเธออีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ร่างสูงตัดสินใจเปลี่ยนไปที่หน้าต่างบานอื่น ก่อนที่สายตาเขาจะปะทะกับร่างบางที่ขาวซีด ซึ่งตอนนี้นอนหลับคอพับคออ่อนอยู่ในอ่างที่เต็มไปด้วยสีแดงเถือก เห็นดังนั้นมือหนาไม่รีรอที่จะเคาะกระจกเรียกด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แต่เธอกลับยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง...ราวกับคนไร้สติ