เข้าสู่ระบบเย็นวันศุกร์
บ้านคุณหญิงรวิดา
รถตู้สีขาวคันใหญ่วิ่งเข้ามาจอดในที่จอดรถของบ้าน ในเวลาเกือบอาหารเย็น หนุ่มหน้าสวย คิ้วเข้ม ปากสีชมพูเหมือนทาลิปสติกอยู่ตลอดเวลา สวมเสื้อโปโลสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขาสามส่วนสีดำ รองเท้าแตะเปิดประตูลงมาจากรถคนแรก
“หมอเจ!” “ชู่ อย่าดังครับผมมาเซอร์ไพรส์คุณย่าเลยนะ อาโรมอาเจ้ามาหรือยัง” ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นแตะปากแล้วถามหาคุณอาทั้ง 2 ที่พ่อของเขาโทรหาเมื่อตอนบ่ายบอกว่าเจเดนกลับมาแล้วและคุณหมอหนุ่มยังได้เล่าเรื่องที่ตัวเองไปขอยืมชื่อน้องซีมาอ้างกับคุณย่าถ้าท่านถามหาคนคุยคนคบ ซึ่งเขาจะบอกว่าตอนนี้มีคนแล้วแต่ยังไม่บอกชื่อจนกว่าคุณย่าจะเร้าหรือจึงจะยอมเปิดไปเรื่อย ๆ ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำความเข้าใจกับน้องมาแล้วเลยทำให้สบายใจขึ้นเลยจะมาเซอร์ไพรส์คุณย่าก่อนกำหนด เพราะตามกำหนดการเขาต้องกลับมาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคุณย่าตื่นเต้นมากเตรียมชุดสวยเพื่อไปรับหลานชายคนเล็กที่สนามบินไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่หลายวันก่อน “อันนี้เอาไปแบ่งกันนะ”
“มาแล้วค่ะคุณหมอ อุ๊ย! ขอบคุณค่า” แม่บ้านตอบพร้อมกับยกมือไหว้รับถุงของฝากจากต่างประเทศอย่างยิ้มแย้ม ส่วนชายหนุ่มหันมองคุณพ่อที่ก้าวลงมาจากรถในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์ ก่อนจะถอนหายใจหันไปกอดเอวคุณแม่เดินเข้าบ้านไปด้วยกัน
“เจบอกพี่จาหรือเปล่าลูก”
“บอกครับเดี๋ยวคงมาถึง ตอนนี้พี่จาเปลี่ยนรถใช้ประจำวันแล้วจะกลับไปเปลี่ยนรถที่บ้านก่อนมา” ชายหนุ่มตอบเสียงไม่ดังนัก แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดจนคุณแม่ขำกับการเตรียมตัวเจอคุณย่าของลูกชาย
“คุณย่าครับ เจกลับมาแล้ว” เสียงคุ้นหูดังก้องบ้านทำให้คุณย่าที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับลูกชายคนเล็กและลูกสะใภ้ในห้องนั่งเล่นหันขวับมามองที่ต้นเสียงเพื่อความมั่นใจก่อนจะยิ้มกว้างแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาหาหลานชายคนเล็กอย่างดีใจ
“พี่เจ! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก ไหนอาโรมบอกย่าว่าจะกลับพรุ่งนี้ไงคะ ย่าเตรียมชุดสวยไปรับลูกที่สนามบินเลยนะ” ปากถามพลางรั้งคอหลานชายมาหอมแก้มฟอดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา
“เพิ่งมาถึงวันนี้ครับ” *ไม่บาปหรอกเนอะมาจากเชียงใหม่วันนี้นี่...* ชายหนุ่มคิดในใจ “เจคิดถึงคุณย่ามากเลยกลับก่อนกำหนด” ปากว่าพร้อมกับพนมมือไหว้คุณย่าที่ไหล่แล้วประคองแก้มคุณย่าหอมซ้ายขวาแรง ๆ จนคนแก่ยิ้มร่าหน้าบานทันที
“ปากหวานจริงนะเรานี่แล้วพ่อล่ะลูก บอกพี่จาหรือเปล่าว่าพี่เจกลับมาแล้ว”
“คุณพ่อคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ครับเดี๋ยวเข้ามา เจบอกพี่จาแล้วครับเดี๋ยวน่าจะมาถึง” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับพยุงคุณย่าเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่คุณอาทั้ง 2 นั่งอยู่และคุณจีน่าแม่ของชายหนุ่มก็เดินไปนั่งลงข้างน้องสะใภ้รอคนทั้ง 2 เข้ามา
“อาโรม อาเจ้า สวัสดีครับ” นั่งลงพร้อมกับยกมือไหว้คุณอาและอาสะใภ้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีลูก ยินดีด้วยนะคุณหมอฉุกเฉิน” อาโรมทักทายหลานชายพลางยื่นมือไปจับแสดงความยินดี
“ขอบคุณครับอา แต่ต้องมาเทียบของไทยอีกไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า”
“แล้วยังไงสรุปเจ้าทอย ไอ้เทนบ่นฉิบหายเมื่อเช้าก็โทรมา” อาโรมถามถึงเพื่อนรักของหลานชายที่ไปเรียนด้วยกันแต่ไม่ยอมกลับมาพร้อมกัน
“มันลงเรียนแล้วครับ เรียนต่อเลยไม่ต้องปรับฐานอีก น่าจะ 2 ปีก็จบ มันขึ้นครบชั่วโมงก่อนผมแล้วปรึกษาทางมหาลัยลงต่อเลย ทีแรกผมว่าจะลงเหมือนกันแต่คุยกันแล้วว่าผมจะมาลงเรียนบริหารที่ไทยดีกว่า มันจบกลับมา ผมก็จบ ป.ตรี” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับเล่าสิ่งที่วางแผนไว้กับเพื่อนให้คุณอาฟัง ซึ่งเรื่องเรียนเขาได้โทรมาปรึกษาคุณอาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ที่พูดในตอนนี้ก็เพื่อทุกคนจะได้ทราบถึงแผนในอนาคตของตัวเองโดยเฉพาะคุณพ่อที่อยากให้เขาเข้าไปช่วยงานในออฟฟิศ ส่วนตามองแม่บ้านที่ถือถุงของฝากเดินเข้ามา “อันนี้ของคุณย่าครับมีของไอ้ทอยมันฝากมาด้วยแล้วนี่ก็ของอาโรมกับอาเจ้า”
“ขอบใจลูก น่ารักจริง ๆ เลยตัวไม่มาแต่มีของฝากมาให้คนแก่ แล้วไปอยู่ที่นู่นเป็นยังไงบ้างล่ะลูก มีฟงมีแฟนกันบ้างหรือยัง” คุณย่ารับของฝากพร้อมกับถามคำถามชินปากอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะและมองหน้าคุณอาทั้ง 2 และแม่ยิ้ม ๆ
“คุณย่าครับ ผมไปเรียนนะครับแล้วที่นั่นเป็นมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ ในรุ่นอายุน้อยที่สุดก็ผมนี่แหละ แล้วสาว ๆ ที่อายุใกล้เคียงผมมากที่สุดห่างผม 7 ปีเลยนะ” ชายหนุ่มตอบอย่างอารมณ์ดี
“ย่าก็ไม่ได้ว่าให้หาแฟนหมอด้วยกันนี่ลูก” คุณย่าว่าพลางถอนหายใจ
“ทั้งทำงานทั้งเรียน ขนาดป่วยยังไม่ได้หยุดจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟนกันครับ พวกไปด้วยกันปีนี้ยังไม่มีจบเพิ่มเลยนะ เวลาจะนัดกินข้าวด้วยกันแต่ละทียังแทบไม่ครบ ขนาดว่าอยู่โรงพยาบาลเดียวกันคนละแผนก” ชายหนุ่มว่าพลางหัวเราะ *ดีนะไม่รับพนันพี่จาถามแต่วันแรกจริงว่ะ...* คุณหมอหนุ่มคิดในใจขำ ๆ
“เฮ้อ... เดี๋ยวก็ขึ้นคานไปอีกคนหรอกหลานฉัน ตอนคลอดเอาอะไรให้กินเป็นอย่างแรกนะทำไมบ้างานกันไปหมดแบบนี้” คุณย่าว่าพลางถอนหายใจกับความบ้างานของคนบ้านนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่ลูกชายจนต่อมาถึงหลาน ๆ ซึ่งแต่ละคนพอได้เรียนก็ตั้งใจเรียน พอทำงานก็ทำแต่งานจนไม่มีวี่แววว่าจะมีคู่คิดหรือมีแฟนกันเลยซักคน
“จะขึ้นคานทำไมครับ ผมแค่ 26 เองนะยังไม่ถึง 40 ซะหน่อย”
“ย่าไม่รอขนาดนั้นหรอกนะลูก”
“คุณย่าไม่ต้องรอขนาดนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ
“พูดแบบนี้แสดงว่ามีแล้ว” คุณย่าถามตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ก็... มีบ้าง คุยกันไปเรื่อย ๆ”
“วันหลังก็พามาทำความรู้จักกับบ้านเราบ้างสิลูก” คุณย่าตื่นเต้นหน้าบานขึ้นมาทันที
“แม่ครับ ไอ้ที่มันบอกว่าคุยไปเรื่อย ๆ นี่คงจะให้พามารู้จักจริงจังไม่ได้หรอก แม่อย่าลืมสิครับว่ามันเป็นหมอกับใครมันก็คุย” คุณโรมเบรกคุณแม่พลางถอนหายใจ
“แม่ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนี่โรม” คุณย่าบึ้งตึงขึ้นมาทันที
“ถ้าหมายถึงคนที่มันคุยมันจีบล่ะก็ อยู่ที่โน่นยังบอกไม่มีกลับมานี่เขาคงไม่โอเคกับมันภายใน 3 ชั่วโมงนี้หรอก ไม่ต้องเร่งไม่ต้องอยากไปรู้จักกับมันนักหรอกแม่ ถึงเวลามันก็เปิดไปเองนั่นแหละ”
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่กลัวว่าหลานจะบ้างานหายเข้ากลีบเมฆเหมือนพี่จาไปอีกคน” คุณย่าหันไปพูดใส่ลูกชายอย่างแง่งอน
“เจต้องใช้ทุนโรงพยาบาลตั้ง 2-3 ปี เรียนบริหารอีกกว่าจะจบ เจหายเข้ากลีบเมฆไม่ได้หรอกครับคุณย่า” พูดพลางมองพี่ชายที่เดินเข้ามาในบ้านแล้วยักคิ้วให้อย่างรู้กัน จาติรัชทำทียกมือถือขึ้นแนบหูเหมือนว่ากำลังคุยโทรศัพท์แล้วเดินเลี่ยงเข้าไปนั่งรอที่ห้องอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงการถามไถ่จากคุณย่า ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเดียวกับที่น้องชายกำลังโดนอยู่ในตอนนี้
“แล้วพ่อมึงนี่ยังไงจะได้เวลาข้าวเย็นแล้วยังไม่เข้ามาอีก คุยนานขนาดนั้นไม่เรียกมานั่งคุยที่บ้านไปเลยวะ” คุณโรมแกล้งโวยเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นคุณแม่ยังเร้าหรือหลานชายไม่หยุดและทำท่าจะแง่งอนเมื่อหลานไม่ได้ดังใจตัวเอง
“มาแล้วเว้ย เอากับข้าวไปให้เขาจัดอยู่วันนี้จีซื้อของโปรดแม่มาด้วย” คุณสรัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับรับไหว้น้องสะใภ้ก่อนจะนั่งลงข้างภรรยา
“แล้วนี่พี่จายังมาไม่ถึงอีกหรือ รันโทรหาลูกหน่อยสิถึงไหนแล้ว” คุณย่าถามหาหลานชายคนโตพร้อมกับบอกลูกชายให้โทรตาม
“มาแล้วครับกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องอาหารนู่น ไปลุกไปกินข้าวกัน” คุณสรัญตอบพลางพยักหน้าให้ทุกคนไปที่ห้องอาหารพร้อมกัน
“เฮ้อ... คนนั้นก็งาน 24 ชั่วโมงซะจริง” คุณย่าบ่นปอดแปดถึงหลานชายคนโตที่ทำงานแทบจะตลอดเวลา แล้วทำท่าจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องอาหาร
บรรยากาศอาหารเย็นของครอบครัวใหญ่เป็นไปอย่างชื่นมื่น เมื่อวันนี้หลานชายทั้ง 2 ของคุณย่ามาร่วมโต๊ะและช่วยกันปรนนิบัติเอาใจท่านอย่างเต็มที่ ทำให้คุณย่าทานข้าวได้มากเป็นพิเศษ เจเดนพยายามชวนคุณย่าพูดคุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องสาว ๆ ของตัวเองและพี่ชาย เพื่อไม่ให้จาติรัชอึดอัดและยังมีโครงการที่จะชวนคุณย่าไปหาพี่ชายของท่านที่ต่างจังหวัดหลังจากกลับมาจากไหว้ญาติผู้ใหญ่ในกรุงเทพเรียบร้อยและสัญญากับท่านว่าจะพาท่านเที่ยวให้ทั่วภาคอีสานก่อนเริ่มทำงานในเดือนหน้า...
..........//..........
คุณย่าไม่ต้องรีบจ้า มีแน่ ๆ พี่เขาบอกแล้ว
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







