Mag-log inนายแพทย์ภวินท์ต้องจบการประชุมก่อนเวลา เมื่อได้รับรายงานจากคะนึง เลขาส่วนตัวว่ามารดาของเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
“คุณอัมพรเธอ เอ่อ เธอทะเลาะกับคุณถิงค่ะ ไม่ทราบยังไงคุณอัมพรพลัดตกบันไดลงมาค่ะหมอ”
แล้วภาพที่ฐิตตากล่าวยั่วยุ หาเรื่องเขาเมื่อคืนนี้ก็ผุดวาบเข้ามาในหัวของนายแพทย์หนุ่ม
หลังฟังคำบอกเล่าจากเลขาคนสนิท เขาเข้าไปดูแลอาการของมารดาเมื่อเห็นว่าท่านกระดูกขาข้างขวาหักได้รับการตรวจจากหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเรียบร้อยแล้ว และมีแพลนเข้ารับผ่าตัดใส่เหล็กดามเอาไว้ เท่านั้นภวินท์ก็เดือดเป็นไฟบรรลัยกัลป์ทันที เขาพาตัวเองกลับมาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นของนายแพทย์ชวัลในเวลาต่อมา
ทันทีที่เข้ามาในบ้านก็ถามเอากับพี่เลี้ยงของฐิตตา ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
“คุณฐิตตาอยู่ไหน”
“คุณหมอคะ คุณหมอใจเย็นๆก่อนนะคะ คือว่าคุณหนูไม่ได้ทำ...”
นายแพทย์หนุ่มเดินดุ่มๆขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้านทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายแก้ตัวให้นายของตน ก้าวขึ้นไปที่ห้องของฐิตตาอย่างไม่เคยคิดอยากจะกล้ำกรายมาก่อน แต่โทสะทำให้เขาหมดความอดทนในที่สุด
ประตูถูกกระชากเปิดออก ฐิตตาที่เอนหลังพิงหัวเตียงกอดตุ๊กตาตัวโปรดผมสีชมพูแปร๋นที่มารดาซื้อให้ สะดุ้งตกใจเพียงเล็กน้อยแล้วเมินมองไปทางอื่นทันที
“เรื่องที่คุณทำร้ายแม่ ผมจะไม่เอาเรื่อง”
ราวกับไม่ได้ยินเรื่องที่เขาพูด ฐิตตาบอกทั้งที่ยังมองไปทางอื่น คล้ายไม่ใส่ใจว่าใครจะเป็นจะตายเพราะใคร
“เซ็นใบหย่าให้ฉันเดี๋ยวนี้”
นายแพทย์ภวินท์ได้ยินแล้วก็ได้แต่แค่นหัวเราะทั้งที่ไม่ได้ขำเลยสักนิด ถามกลับ
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอกฐิตตา ไม่ใช่เพราะว่าผมรักคุณมากจนไม่อยากหย่านะ แต่ที่ยังหย่าไม่ได้เพราะต้องให้เป็นไปตามสัญญาของอาจารย์”
เขาเรียกบิดาของเธอว่าอาจารย์ทุกครั้ง ฐิตตาได้ยินแบบนั้นแล้ว เอ่ยขึ้นอย่างต้องการเอาชนะ อ้างถึงทนายประจำตระกูล
“ฉันจะคุยกับอาสุนัยให้ สัญญาบ้าบออะไรกัน ไร้สาระที่สุด”
ภวินท์เข้ามายืนประจันหน้ากับเธอ แล้วบอก
“ผมเคยคุยกับท่านแล้วเรื่องนี้ คุณก็ทนไปก่อนแล้วกัน รอให้ครบกำหนดสัญญา ผมจะหย่าให้ทันที อย่าว่าแต่คุณเลยที่อยากหย่า ผมเองก็อยากจนตัวสั่นเหมือนกัน”
เมื่อเห็นว่าในห้องมีแค่เราสองคน เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน
“หวังว่าจะไม่ท้องเสียก่อนล่ะ”
ฐิตตาเสียววาบขึ้นในอก ตวัดตามองเขา กล่าวแทบเป็นตวาด
“มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้” นายแพทย์ภวินท์ย้ายมานั่งลงบนเตียงของเธอแล้วโน้มตัวเข้ามาพูดเสียใกล้
“ในเมื่อเรื่องที่เราทำร่วมกันนั่นน่ะ มันทำให้คุณท้องได้ ไม่รู้หรอกหรือ”
โต้กลับทันควันด้วยอารมณ์โมโห
“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีทางท้องเด็ดขาด”
เขาลุกยืนแล้วว่าต่ออย่างไม่แยแส
“ก็ดีแล้วไง เพราะถ้าคุณท้อง ผมนี่ล่ะยื่นฟ้องไม่ให้คุณมีสิทธิ์ในตัวลูก ผู้หญิงแบบคุณจะดูแลใครได้ แค่ตัวคุณเองยังเอาไม่รอดเลยฐิตตา”
เขาขู่เธอสารพัดแล้วถึงจากไป ฐิตตาทั้งแค้นใจ เจ็บใจ เมื่อมองเห็นรถยุโรปของอีกฝ่ายขับออกไปจากรั้วบ้านแล้ว เธอตรงไปลากกระเป๋าลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน นึกสังเวชที่แม้แต่บ้านหลังนี้ บิดาก็โอนให้เป็นชื่อของนายแพทย์ภวินท์ กิจการโรงพยาบาลท่านก็มอบหุ้นให้เขาจนเกินกึ่งหนึ่ง
ที่นี่ไม่มีอะไรเป็นของเธออีกต่อไปแล้ว
และทะเบียนสมรสไม่สามารถกักขังเธอเอาไว้ได้ เธอจะไป ครบสัญญาเมื่อไร เธอจะกลับมาทวงใบหย่า บ้าน และทรัพย์สินของเธอคืน
ฐิตตาอดสูนัก แต่เธอจะไม่อดทน เธออยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
นายแพทย์ภวินท์ปิดแฟ้มรายงานลง เหลือบมองปฏิทินคล้ายครุ่นคิดรอคอย เขาไม่ได้ข่าวของฐิตตาอีกเลยจากวันนั้น ถึงนาทีนี้ก็ล่วงเข้าไปครึ่งปีแล้ว วันที่คนในบ้านรายงานว่าเจ้าหล่อนลากกระเป๋าออกไป เขาคิดว่าฐิตตาคงจากไปได้ไม่นานหรอก อย่างเก่งก็คงแค่เดือนเดียว
แต่นี่มันหกเดือนมาแล้ว หล่อนหายไปไหน
ก็ช่างประไร
อยากเตลิดไปไหนก็ไปเถอะ หากจะตามหาตัวกันจริงๆ มันก็ไม่ยากนักหรอก จ้างคนตามหาประเดี๋ยวก็เจอ เผลอๆเงินหมด ผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องแบบนั้นก็จะกลับมาเอง โดยที่เขาไม่ต้องออกตามหาด้วยซ้ำ
ก่อนผุดคำถามแวบเข้ามาในหัว
แล้วถ้าเธอไม่กลับมาล่ะ
ก็ช่างประไร
บ้านของตัว
กิจการของพ่อตัว จะยกให้เขาก็ได้นี่ คิดอย่างมีโมโหขึ้นมาอีก
เพราะตอนนี้เขาพยายามเต็มที่แล้ว กับการเคลียร์ยอดติดลบของโรงพยาบาล และผลประกอบการก็ดีขึ้นตามลำดับ ราคาหุ้นของโรงพยาบาลสูงขึ้นจากเดิมจนเป็นที่น่าพอใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว
ส่วนเรื่องฐิตตา เขาจะให้ความสำคัญเธอรองลงมาจากนั้น
งานที่สำคัญที่สุดของนายแพทย์ภวินท์ตอนนี้คือบริหารที่นี่ให้มันรอดอย่างที่อาจารย์ชวัลฝากฝังเขาเอาไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตลง
นายแพทย์ภวินท์ต้องจบการประชุมก่อนเวลา เมื่อได้รับรายงานจากคะนึง เลขาส่วนตัวว่ามารดาของเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล“เกิดอะไรขึ้นครับ”“คุณอัมพรเธอ เอ่อ เธอทะเลาะกับคุณถิงค่ะ ไม่ทราบยังไงคุณอัมพรพลัดตกบันไดลงมาค่ะหมอ”แล้วภาพที่ฐิตตากล่าวยั่วยุ หาเรื่องเขาเมื่อคืนนี้ก็ผุดวาบเข้ามาในหัวของนายแพทย์หนุ่มหลังฟังคำบอกเล่าจากเลขาคนสนิท เขาเข้าไปดูแลอาการของมารดาเมื่อเห็นว่าท่านกระดูกขาข้างขวาหักได้รับการตรวจจากหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเรียบร้อยแล้ว และมีแพลนเข้ารับผ่าตัดใส่เหล็กดามเอาไว้ เท่านั้นภวินท์ก็เดือดเป็นไฟบรรลัยกัลป์ทันที เขาพาตัวเองกลับมาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นของนายแพทย์ชวัลในเวลาต่อมาทันทีที่เข้ามาในบ้านก็ถามเอากับพี่เลี้ยงของฐิตตา ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี“คุณฐิตตาอยู่ไหน”“คุณหมอคะ คุณหมอใจเย็นๆก่อนนะคะ คือว่าคุณหนูไม่ได้ทำ...”นายแพทย์หนุ่มเดินดุ่มๆขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้านทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายแก้ตัวให้นายของตน ก้าวขึ้นไปที่ห้องของฐิตตาอย่างไม่เคยคิดอยากจะกล้ำกรายมาก่อน แต่โทสะทำให้เขาหมดความอดทนในที่สุดประตูถูกกระชากเปิดออก ฐิตตาที่เอนหลังพิงหัวเตียงกอดตุ๊กตาตัวโปรดผมสีชมพูแปร๋นที่มา
ใบหย่าถูกเซ็นเอาไว้เรียบร้อยฐิตตาเก็บเฉพาะของที่สำคัญลงในกระเป๋า เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผมสีชมพูแปร๋นก็เอามากอดพร้อมน้ำตาไหลรินสองข้างแก้มช้าๆ“ถิงคิดถึงคุณแม่ค่ะ”งึมงำเบาๆกอดตุ๊กตาที่มารดาซื้อให้จนหยุดร้องไห้ได้แล้วค่อยลากกระเป๋าออกมา พบพี่เลี้ยงคนสนิทยืนมองอยู่ตรงหน้าห้องนั่น พี่นวลถามหน้าเศร้า แม้จะตื่นตกใจแค่ไหน ใบหน้าและแววตาของพี่นวลก็เศร้าเสมอ“คุณหนูจะไปไหนคะ” “ถิงจะกลับไปเรียนต่อค่ะพี่นวล”“อย่าไปเลยนะคะคุณหนู เพิ่งจะกลับมาก็จะไปอีกแล้ว”พี่เลี้ยงที่คอยดูแลฐิตตาในวัยเด็กบอกอย่างอาลัยนวลไม่เชื่อว่าคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาแต่เล็กจะเป็นผู้หญิงประเภทใจแตก คุณหนูของนวลรักสงบ ทั้งยังเรียบร้อยและฉลาดพูดจาจะตาย แต่ทำไมเจ้าตัวถึงปล่อยให้ภาพออกสื่อไปแบบนั้นก็ไม่รู้ จนตอนนี้ใครต่อใครพากันซุบซิบนินทาทั่วว่าฐิตตาเป็นผู้หญิงที่มีดีแต่สวยอย่างเดียว อ้อ พ่วงตัวปัญหาเข้าไปในเจ้าหล่อนด้วยอีกข้อคุณหนูของนวลต้องกำลังคิดอะไรในใจอยู่เป็นแน่ฐิตตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาซาบซึ้งใจ หากจะเหลือคนที่รัก ห่วงใย หวังดีกับฐิตตาจริงๆก็คงมีเพียงพี่นวลกับป้าทุม ป้าแม่ครัวเก่าแก่นี่เท่านั้นละมังฐิ
“ฤทธิ์เยอะนะฐิตตา”ชายหญิงคู่นั้น อีกคนสู้อีกคนหลบหลีกกันไปมาอยู่ชั่วขณะ ฐิตตาก็คว่ำเขาลงจนได้ จังหวะที่ภวินท์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปากของเธอทาบลงบนปากของเขาจนเห็นว่าสีลิปสติกเปรอะก็ชะงักฐิตตามองปากของเขาแล้วขำพรืดออกมา ก่อนว่า“นึกแล้วเชียวว่าลิปสติกเฉดนี้มันต้องเข้ากับคุณหมอภวินท์”ภวินท์มองใบหน้าน่ารักของภรรยาตาค้างไปชั่วครู่ เมื่อความใกล้ชิดระหว่างกันมีมากจนเกินไป และเขาพอเข้าใจความหมายของหล่อนดีว่าประโยคเมื่อครู่คงพยายามป่วนเขาไม่เลิกด้วยการกล่าวหาว่าเขาไม่แมน ไม่ใช่ผู้ชายแท้อะไรเถือกนั้นแล้วก็ให้อารมณ์ไม่พอใจเดือดปุดขึ้นมาอีกระลอก เหตุใดเธอถึงอยากให้เขาเป็นเพศที่สามนัก และก่อนที่ฐิตตาจะทันได้ตั้งตัวเขาจับให้ร่างของเธอพลิกลงไปนอนยังเบื้องล่าง วางมือทั้งสองข้างลงข้างใบหน้า จ้องลึกเข้ามาดวงตา กล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย“อย่างนั้นแล้วลองดูสักครั้งไหมฐิตตา ว่ายังมีอะไรที่เข้ากับผมได้อีก นอกจากลิปสติกเฉดนั้นของคุณ”ว่าจบ เขาตามลงทาบริมฝีปากบดจูบราวกับแกล้งจนฐิตตาไม่ทันได้ระวังแต่อย่างใด และพอได้ถึงเนื้อถึงตัวหัวใจก็สั่นระรัวต้องการสัมผัสกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ร่างของนายแพทย์หนุ่มเบียดชิดแน
เสียงก้าวย่างหนักๆฟังดูมั่นคงแฝงดุดันเล็กน้อยดังก้องกังวานไปทั่วทั้งชั้นนั้นบนตึกสูงระฟ้ากลางมหานคร นายแพทย์ภวินท์เพิ่งออกจากห้องผ่าตัดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า และต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ฝ่าจราจรแน่นขนัดเพื่อมาให้เห็นกับตาตัวเองว่าภรรยาตีทะเบียนมาที่ปาร์ตี้ปัญญาอ่อนนั่นจริงๆ ทั้งที่เธอเพิ่งดิสชาร์จไปเมื่อตอนบ่าย ด้วยอาการเป็นลมหมดสติทำอย่างไรก็ไม่ฟื้น จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลขนาดนี้แล้วยังไม่เจียมตัวอีกคุณหมอหนุ่มได้แต่โมโหในความสิ้นคิดของเจ้าหล่อนร่างงดงามดูยั่วยวนในเดรสดำสั้นเสมอหู กำลังสาวเสาโครเมี่ยมเคลือบเงาในงานอยู่ เจ้าหล่อนทั้งรูดทั้งเต้น ขนาดว่ามองไกลๆแบบนี้ยังเห็นว่าคงเมามากเป็นแน่ ยิ่งก่อตะกอนขุ่นข้นในใจของหมอหนุ่มผู้เป็นสามียิ่งนักเขาเดินเข้าไปจนถึงเธอ คว้าข้อมือขาวเล็กนั่นแล้วดึงเพียงหน่อยเดียวให้เจ้าหล่อนรู้ตัว ก่อนจ้องด้วยสายตาเย็นเฉียบ เค้นเสียงสั่ง“ลงมาเดี๋ยวนี้ฐิตตา”เธอหรี่ตาลงมองเมื่อได้ยินว่ามีคนเรียก แล้วบีบเสียงหัวเราะใส่ ออกแรงที่แทบไม่มีสะบัดมือผู้เป็นสามีเต็มกำลัง“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘เด็กของพ่อ’ นี่เอง”‘เด็กของพ่อ’ บดกรามเล็กน้อยกดความรู้สึกไม่พอใจที่พุ่
ฐิตตาในวัยสิบสี่ปีมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยความไม่สบอารมณ์อยู่พอควร เพราะบิดาของเธอไม่ไปรับกลับจากหอแบบที่เคยทำ อีกทั้งพอถึงบ้านก็เรียกให้มาทำความรู้จักกับคนพวกนี้ในทันทีดีที่รู้มาจากพี่นวลว่าสองคนนี้เป็นใครชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอคนนี้คงเป็นคนลูก ที่ซึ่งบิดาให้การอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่ส่วนอีกคนเป็นหญิงวัยไม่น่าห่างจากบิดาของเธอเกินห้าปี“นี่อัมพร” บิดาแนะนำหญิงคนนั้นจบเอื้อมมือโอบไหล่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ติดกับท่าน แนะนำต่อด้วยสีหน้าปลื้มอกปลื้มใจนักหนา“ส่วนนี่ภวินท์ ลูกศิษย์คนเก่งของพ่อเอง”เธอได้รับการแนะนำจากบิดาแบบนั้นในวันนั้นภวินท์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง แววตาคู่คมเข้มจ้องเธอราวกับมองเด็กอมมือ ฐิตตาได้แต่นิ่งไม่ตอบรับว่าอะไร แต่ภายในใจเดือดดาลราวกับน้ำร้อนจัดที่ต้มทิ้งเอาไว้บนเตาไฟระอุและนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับนักศึกษาแพทย์ภวินท์ จากนั้นเป็นต้นมาเธอไม่ได้พบเจอเขาอีก มีก็แต่นางอัมพรที่คอยรับใช้บิดาของเธอจากนั้น ก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นคุณหัวหน้าแม่บ้านในเวลาต่อมาฐิตตาต้องกลับไปที่โรงเรียนและอยู่ประจำที่หอพักจวบจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย หากเป็นช่วงปิดเทอมเธอจะไปอ







