Share

บทที่ 1 สัญญา

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 01:45:18

บทที่ 1 สัญญา

สายลมอุ่นยามเช้าพัดกลิ่นหญ้าอ่อนจากทุ่งฟาร์มโคนมลอยมาเคล้าเสียงหัวเราะสดใสของ เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ริมคอกวัว หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารัก แก้มป่องเหมือนซาลาเปาไส้แน่น อายุเพียงห้าขวบ

“น่านฟ้า” ลูกชายคนเดียวของพ่อเลี้ยงอนันต์ เจ้าของฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ กำลังหัวเราะเสียงใส พลางวิ่งไล่จับผีเสื้อกับลูก ๆ ของคนงานในฟาร์ม

ดวงตากลมใสไล่ตามผีเสื้อสีเหลืองตัวเล็ก ร่างอ้วนกลมวิ่งดุ๊กดิ๊กจนหลุดออกจากกลุ่มเพื่อนไปไกลโดยไม่รู้ตัว ไม่นานก็ข้ามเขตมาถึงแนวส้มสุกที่ห้อยระย้าอยู่ริมไร่ส้มสุริยา ที่ซึ่งไม่ควรเหยียบย่างเข้ามา

ใต้ต้นส้มต้นหนึ่ง เด็กชายวัยแปดขวบ “อาทิตย์” นั่งกอดเข่าพิงโคนต้น กำลังอ่านหนังสือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ต่างจากวัยเดียวกันที่มักวิ่งเล่นเสียงดัง เขาชอบความสงบและเกลียดความวุ่นวายในบ้าน จึงมักหนีมาอยู่ที่นี่

เสียงหัวเราะของใครบางคนทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตาคมสบเข้ากับภาพเด็กแก้มป่องที่กำลังวิ่งไล่ผีเสื้ออย่างเอาเป็นเอาตาย ร่าง

กลม ๆ นั้นดูเหมือนซาลาเปาเคลื่อนไหวได้ อาทิตย์ละสายตาจากหนังสือ ลุกขึ้นยืน และมองเด็กคนนั้นโดยไม่พูดอะไร

น่านฟ้าที่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้อง เลยชะงัก หันกลับมาพูดทันที

“ใครอ่ะ”

อาทิตย์ก้าวออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มเรียบเกินวัยถามกลับ

“มาทำอะไรตรงนี้ครับ”

เด็กแก้มป่องเชิดคางขึ้นทันที

“ทำไมจะมาไม่ได้ นี่ฟาร์มของพ่อเรา”

อาทิตย์เลิกคิ้ว

“อ๋อ…” เสียงสั้น ๆ

“แล้วชื่ออะไรครับ”

อาทิตย์ถามกลับทันที

“ทำไมเราต้องบอก”

“พ่อเราบอกว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า”

เด็กน้อยตอบเสียงจริงจัง

อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยอมเปิดปาก

“งั้นพี่ชื่อ อาทิตย์”

“ทีนี้เรารู้ชื่อพี่แล้ว”

“บอกชื่อเราได้ยังครับ”

อาทิตย์เร่งเร้า

น่านฟ้าชั่งใจครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมบอก

“เราชื่อน่านฟ้า”

อาทิตย์จ้องแก้มป่อง ๆ นั่นก่อนจะหลุดเรียกอย่างขำ ๆ

“ซาลาเปาน้อย”

“ไม่ใช่! เราบอกว่าเราชื่อน่านฟ้า”

น่านฟ้าทำตาโต ใบหน้ากลมแดงจัดด้วยความโกรธ

“ไม่เข้าใจที่เราพูดหรอ”

เด็กน้อยย้ำอีกครั้ง

อาทิตย์กลับยิ้มบาง ๆ ให้เด็กตรงหน้าที่กำลังหน้าบึ้ง

“กินส้มไหมครับ”

น่านฟ้าทำท่าคิดอยู่นาน ก่อนอาทิตย์จะพูดซ้ำ

“เดี๋ยวพี่เด็ดให้ ส้มไร่พี่หวานนะ”

“เรากินได้จริงหรอ”

“จริงสิ อยากได้กี่ลูก พี่จะเด็ดมาให้”

น่านฟ้ายิ้มแป้นทันที

“งั้นเราเอาหมดสวนเลยได้ไหม”

อาทิตย์หัวเราะกับความเจ้าเล่ห์ของเด็กน้อยตรงหน้า

“ได้สิ พี่ให้ได้ แต่เราต้องมาเป็นเจ้าสาวให้พี่นะ”

“เจ้าสาวคืออะไร”

น่านฟ้าเอียงคอถามอย่างใสซื่อ

“เอาไว้โตเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจเอง”

“แล้วบอกเราตอนนี้ไม่ได้หรอ”

“บอกไปก็ไม่เข้าใจ จะบอกไปเพื่ออะไร”

“เอ้า ก็เราอยากรู้อ่ะ!”

อาทิตย์หัวเราะ หยอกด้วยการเอื้อมมือไปบีบแก้มป่อง ๆ หนึ่งที

เพี๊ยะ!

“มาบีบแก้มเราทำไม”

“เราจะฟ้องพ่อ!”

น่านฟ้าตีมือตอบเสียงดัง

อาทิตย์หัวเราะไม่หยุด

“แทนตัวเองว่าหนูสิ ซาลาเปาน้อย”

“ไม่! ทำไมเราต้องแทนว่าหนู”

“พี่ว่ามันน่ารักนะครับ”

“ไม่!! เราจะไม่พูดแบบนั้น”

อาทิตย์แกล้งต่อ

“ไม่ก็ไม่ งั้นเรียกพี่ว่า พี่อาทิตย์สิ”

“ไม่!! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งเรา”

“ไหนล่ะส้มที่จะให้เรา”

“เราอยากกลับบ้านแล้ว”

น่านฟ้าเริ่มงอแง

“เรียกพี่ก่อน เดี๋ยวพี่เด็ดให้เลย”

อาทิตย์กวนต่อ

“งั้นเราไม่กินละ เราอยากกลับบ้าน”

อาทิตย์หัวเราะในความดื้อรั้น

“อะเค ๆ รอแป๊บ”

เด็กหนุ่มเดินไปเด็ดส้มสดจากต้น หอบมาใส่มือน้อย ๆ ห้าลูก

“แค่นี้จะพอกินหรอ”

“ไม่พอก็มาเอาใหม่”

“จริงป่าว”

“จริงสิ”

“ห้ามหลอกนะ”

“ไม่หลอก”

“สัญญา”

“สัญญา”

ทั้งคู่เกี่ยวก้อยกันเล็ก ๆ ใต้ร่มเงาต้นส้ม อาทิตย์แอบเก็บรอยยิ้มไว้ในใจ พร้อมคำมั่นที่แม้เป็นเพียงการเล่นสนุกของเด็ก แต่สำหรับเขากลับกลายเป็นสัญญาที่จะไม่มีวันลืม…

เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่เคยดังก้องอยู่แถวลานหญ้าหน้าคอกวัวเงียบหายไปนานเกินไป จนคนงานที่เฝ้าดูอยู่เริ่มใจคอไม่ดี เมื่อหันไปมองก็พบว่ามีเงาของใครบางคนหายไปจากกลุ่ม

“เฮ้ย… คุณน่านฟ้าล่ะ?!”

หนึ่งในคนงานร้องขึ้นอย่างตกใจ

พวกเขารีบวิ่งวุ่นหา แต่ไม่เจอเงาเล็ก ๆ ของคุณหนูตัวแสบเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายจึงรีบตรงดิ่งไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ที่กำลังยืนตรวจดูวัวในคอก

“พ่อเลี้ยง ๆ ครับ!”

เสียงเรียกดังลั่นจนพ่อเลี้ยงอนันต์ต้องหันขวับ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มฉายแววดุดันทันที

“มีอะไร”

น้ำเสียงต่ำห้าวแฝงด้วยความกดดัน

“คุณน่านฟ้าหายไปครับพ่อเลี้ยง!”

ทันทีที่ได้ยิน ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์ถึงกับชะงัก หัวใจเหมือนถูกกระชากร่วงไปกองอยู่ตาตุ่ม เขาหันขวับมามองลูกน้อง ดวงตาลุกวาบด้วยโทสะ

“แล้วพวกมึงดูลูกกูกันยังไงให้หายไปได้วะ!”

เสียงคำรามก้องไปทั้งลาน คนงานต่างหน้าซีดเผือด ก้มหน้างุดไม่กล้าโต้ตอบ

พ่อเลี้ยงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนตรงขมับ ก่อนตวาดลั่นอีกครั้ง

“ไป! เกณฑ์คนงานมาให้หมด! ตามหาให้ทั่วทั้งฟาร์ม อย่าให้เหลือแม้แต่พงหญ้า!”

คนงานต่างพากันแตกกระเจิงไปตามคำสั่ง ทิ้งให้พ่อเลี้ยงอนันต์ควบม้าคู่ใจออกจากคอกด้วยสีหน้าหนักใจสุดขีด ภายในใจเต็มไปด้วยความกลัวว่าลูกชายตัวน้อย… “แก้วตาดวงใจ” ของเขา จะเป็นอันตราย

เสียงกีบม้ากระแทกพื้นดังก้องไปตามเส้นทางไร่ กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าลอยตลบอบอวล ร่างสูงในชุดผ้าฝ้ายพื้นบ้านที่แนบเนื้อ กำลังซ่อนเหงื่อเย็นที่ไหลซึมทั่วแผ่นหลัง

เขามองไปรอบทุ่งอย่างใจร้อน จนพลันสายตาเหลือบไปเห็นเงาเล็ก ๆ ตรงชายไร่ฝั่งตะวันตก ที่เป็นเขตติดต่อกับไร่ส้มของ “พ่อเลี้ยงสุริยา” เพื่อนรักในอดีตที่บัดนี้กลายเป็นคู่ปรับ

ภาพที่เห็นทำให้พ่อเลี้ยงอนันต์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที น่านฟ้า ลูกชายตัวน้อย กำลังนั่งยอง ๆ กินส้มด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่ข้างเด็กชายอีกคน

หัวใจที่เต้นโครมครามค่อย ๆ คลายลง แต่แววตาโกรธเกรี้ยวยังคงเข้มข้น เขากระตุกบังเหียนม้าพุ่งตรงไปหา

“พ่อ ๆๆๆ!!”

น่านฟ้าเงยหน้าขึ้น เห็นร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นพ่อก็รีบลุกพรวด ร้องเรียกเสียงใส ก่อนวิ่งถลาเข้ามาเกาะขาของพ่อเลี้ยงอนันต์

ต่อให้โมโหแค่ไหน แต่เมื่อได้กอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน ความอ่อนโยนที่เก็บซ่อนอยู่ก็พลันผุดขึ้นมาในทันใด มือหนาลูบศีรษะเล็กเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มลงอย่างไม่รู้ตัว

“น้องมาทำอะไรตรงนี้ครับลูก”

เด็กชายเงยหน้าขึ้น ยิ้มแหย ๆ

“หนูวิ่งจับผีเสื้อ แล้วก็เผลอมาถึงตรงนี้ครับ”

“รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงน้องมากแค่ไหน”

พ่อเลี้ยงเอ่ยเสียงต่ำ ขณะจ้องดวงตากลมใส

น่านฟ้าเม้มปาก ก่อนตอบเบา ๆ

“หนูขอโทษครับ… หนูจะไม่ทำอีกแล้ว”

“อย่าวิ่งออกมาคนเดียวอีกนะครับ เข้าใจไหม”

“ครับพ่อ”

เสียงเด็กใส ๆ ทำให้หัวใจคนเป็นพ่ออ่อนยวบไปหมด เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปมองเด็กชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล

เด็กคนนั้นตัวโตกว่าน่านฟ้าเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาโตที่สะท้อนแสงแดดบ่ายมองตรงมาด้วยความกล้าแฝงความไร้เดียงสา

“สวัสดีครับคุณลุง”

เด็กชายรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“ผมชื่ออาทิตย์ครับ ลูกชายพ่อเลี้ยงสุริยา เจ้าของไร่ส้มนี้ครับ”

พ่อเลี้ยงอนันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาแข็งกระด้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ฉันรู้แล้วล่ะ”

แม้จะไม่ถูกกับสุริยา แต่เขาก็ไม่ได้คิดรังเกียจเด็กรุ่นลูกตรงหน้า… ทว่าความไม่ไว้ใจยังคงซ่อนลึกอยู่ในแววตา

“กลับบ้านได้แล้วน่านฟ้า”

พ่อเลี้ยงหันไปบอกลูกชาย ก่อนกดเสียงเข้มใส่อาทิตย์

“แล้วอย่ามายุ่งกับลูกชายฉันอีก”

เด็กชายอาทิตย์นิ่งไปชั่วครู่ แววตาฉายความไม่เข้าใจปะปนกับความน้อยใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้เล่นด้วย ทั้งที่เขาก็แค่อยากมีเพื่อน

พ่อเลี้ยงอนันต์อุ้มลูกชายขึ้นหลังม้า เตรียมจะควบกลับไร่ น่านฟ้าหันมามองอาทิตย์ แล้วทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นใส่ ก่อนซบอกพ่อด้วยท่าทางซุกซน

เด็กชายอาทิตย์ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของพ่อเลี้ยงกับน่านฟ้าที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มขบขันออกมาแทนความน้อยใจ

‘สักวันเหอะ… จะจับมาเป็นเมียให้ดู’ เขาคิดในใจแน่วแน่ ถึงอายุจะเพียงแปดขวบ แต่ความคิดนั้นก็ฝังแน่นยิ่งกว่าคำสัญญา

กีบม้ากระแทกลงบนพื้นดินเป็นจังหวะ ตึกตัก ๆ ฝุ่นดินสีน้ำตาลลอยคลุ้งขึ้นตามแรงฝีเท้า ม้าสีน้ำตาลเข้มกวัดแกว่งหางอย่างสง่า ขณะที่ร่างสูงของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งมั่นอยู่บนอาน มือหนึ่งจับบังเหียน อีกมือโอบรัดบุตรชายแน่นไม่ยอมปล่อย

น่านฟ้าที่ถูกยกขึ้นนั่งด้านหน้า ร่างเล็กเอนชิดอกกว้างอบอุ่น เสียงหัวใจของผู้เป็นพ่อดังเป็นจังหวะหนักแน่นจนเด็กชายเผลอฟังตามไปด้วย กลิ่นอายของบุรุษที่ใช้ชีวิตกลางแดดกลางไร่ผสมเหงื่อและควันไฟจากการทำงานติดอยู่ตามเสื้อผ้า ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความจริงจังและเคร่งขรึม

“ต่อไป…ห้ามน้องไปที่ไร่นั้นอีก เข้าใจไหม”

เสียงทุ้มต่ำกดหนักเหมือนคำสั่งไม่ใช่คำขอร้อง

น่านฟ้าเงยหน้ามอง เห็นแววตาของพ่อเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ดุดันเกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะเข้าใจ แต่ในแววตาน้อย ๆ ของเขากลับมีประกายดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนยอมรับ แต่ในใจกลับคิดตรงข้าม

ถ้าห้าม…ก็ยิ่งอยากไป

น่านฟ้าเงยหน้ามองพ่ออีกครั้ง ตาใสเป็นประกายสงสัย

“ทำไมครับพ่อ”

พ่อเลี้ยงอนันต์ชะงักไปเล็กน้อย มองออกไปยังแนวภูเขาไกล ๆ เหมือนสายตากำลังพาเขาย้อนกลับไปในอดีตที่ไม่อยากนึกถึง ก่อนจะกดเสียงหนักลง

“เอาไว้โตขึ้น... พ่อจะเล่าให้ฟัง”

เด็กน้อยเม้มปากเล็กน้อย ยังไม่ทันถามต่อก็โดนกำชับอีกครั้ง

“ห้ามน้องไปแถวเขตชายไร่อีกนะครับ”

น่านฟ้าได้แต่พยักหน้า รับคำแบบคนที่ทำเป็นเชื่อฟัง แต่ในหัวกลับคิดอีกอย่างใครจะไปยอมง่าย ๆ คนดื้ออย่างเขาไม่เคยทำตามทุกเรื่องอยู่แล้ว

เมื่อม้าหยุดลงตรงหน้าตัวบ้าน คนงานหลายคนที่ยืนรออยู่แล้วรีบเข้ามา พวกเขาก้มหน้าแน่นิ่งเหมือนรอรับโทษ

“ต่อไปนี้... ทุกคนต้องดูแลคุณน่านฟ้าให้ดี”

“อย่าให้ออกไปแถวชายเขตไร่อีก”

พ่อเลี้ยงอนันต์ประกาศเสียงเข้ม แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ

“เข้าใจไหม!!”

เสียงตอบรับดังก้องพร้อมกัน

“เข้าใจครับ!! พ่อเลี้ยง!!”

“ดี! แล้วอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้อีก”

ทันใดนั้น ประตูบ้านเปิดออก แม่นภาเดินออกมา ใบหน้าหวาน ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดคลายลงบ้าง

“เกิดอะไรขึ้นกันคะพี่อนันต์”

เธอถามเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย

“ไม่มีอะไรแล้ว ไปแยกย้ายกันไปทำงาน!”

พ่อเลี้ยงสั่งปิดท้าย เหล่าคนงานก็รีบสลายตัวไปทันที

ทันทีที่เห็นแม่ น่านฟ้าวิ่งเข้าไปกอดแน่นเหมือนหาที่พึ่ง แล้วหยิบส้มลูกกลม ๆ ที่เก็บใส่กระเป๋ากางเกงมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ยื่นให้แม่ด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

“แม่ครับ น้องเอามาฝาก”

นภามองส้มแล้วถามอย่างสงสัย

“น้องไปเอามาจากไหนครับ”

“มีคนให้หนูมาครับ”

เด็กน้อยตอบไร้เดียงสา

พ่อเลี้ยงอนันต์จึงเอ่ยเสียงเรียบแต่กดหนัก

“ก็ลูกชายของไอ้สุริยาให้มาไง”

นภาหันขวับมามองสามี

“ลูกชายคุณไปเล่นแถวนั้น”

เธอก้มลงคุยกับลูกอย่างใจเย็น

“วันหลังถ้าน้องจะไปแถวนั้น น้องต้องบอกคนอื่น ๆ ด้วยนะครับ จะได้มีคนตามไปดูแล”

“ไม่ได้!”

พ่อเลี้ยงอนันต์ตัดบททันที เสียงเข้มขึ้นอีก

“ต่อไปห้ามไปยุ่งกับคนบ้านนั้นและที่ไร่ของมันอีก เข้าใจไหม”

นภาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันไปบ่นสามี

“นี่พี่อนันต์... เมื่อไหร่จะเลิกโกรธกันสักที เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว จะหวงอะไรหนักหนา ปล่อยเด็ก ๆ มันบ้างเถอะ”

แววตาของพ่อเลี้ยงแข็งกร้าวอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอได้ยินเมียพูด น้ำเสียงแข็งก็เริ่มอ่อนลง เขามองหน้าภรรยาคนสวยที่ยืนอยู่ตรงนั้น ความหวง ความรัก และความกลัวปนเปกันจนทำให้ใจเขาอ่อนยวบ

“พี่... พี่ขอโทษจ้ะ นภา พี่ก็แค่หวงเรา หวงลูก กลัวไอ้สุริยามันจะมาแย่งเมียพี่ไปอีก”

นภาส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้าเอือมระอา

“ฟังฉันนะพี่ แก่จะลงหลุมอยู่แล้ว ยังคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่ได้ เลิกได้แล้วเถอะ”

แต่แทนที่อนันต์จะยอมเงียบ เขากลับกอดภรรยาแน่นขึ้น แกล้งหยอดคำหวานอย่างเอาใจ

“ไม่ได้หรอกจ้ะ เมียพี่ยังสาว ยังสวยขนาดนี้... พี่จะปล่อยให้ใครมาแย่งได้ยังไง”

นภาหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะส่ายหัวอีกครั้ง

“ไป ๆ ทานข้าวได้แล้ว ทั้งพ่อทั้งลูก วันนี้แม่ทำของโปรดไว้ให้ด้วยนะ”

บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของครอบครัว แต่ในใจเล็ก ๆ ของน่านฟ้า... เขากลับนึกถึงดวงตาอบอุ่นของเด็กหนุ่มที่ชายเขตไร่คนนั้นไม่จางไปจากความคิดเลย

หลังจากมื้ออาหารอิ่มหนำ น่านฟ้าเอื้อมมือไปหยิบของเล่นมาเล่น บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และคนงานที่ยิ้มตาม แต่สายตาของพ่อเลี้ยงอนันต์ยังคงจับจ้องบางอย่างอยู่ไม่วาง

นภา เห็นสีหน้าที่ยังคงจริงจังของสามี ก็เดินเข้าไปชิดด้านหลัง เขย่งตัวกอดเอวเขาไว้เบา ๆ พร้อมเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“พี่อนันต์… อย่าคิดมากเลยค่ะ ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นบ้าง เรื่องในอดีต…ก็แค่เรื่องเล็กน้อย”

อนันต์ถอนหายใจยาว ก้มหน้าลงมองภรรยา ดวงตาเข้มขรึมผสมความเอาใจใส่

“ก็...พี่กลัวไอ้สุริยาจะมายุ่งกับเราอีก”

นภาอมยิ้ม พลางลูบแขนสามีเบา ๆ

“ถึงจะไม่ถูกกัน แต่ลูกโตขึ้นเองก็รู้ว่าอะไรควรทำค่ะ ปล่อยใจตัวเองให้สบายบ้าง”

อนันต์สบตาเธอสักพัก ก่อนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย มือหยิบถ้วยชามวางเรียบร้อย

“งั้นก็ได้...วันนี้เราปล่อยลูกหน่อย แต่ห้ามไปใกล้ไร่ส้มอีก เข้าใจไหมครับ”

น่านฟ้าพยักหน้าเบา ๆ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยประกายซนตามสไตล์ของเขา

นภาอมยิ้มมองทั้งสอง พ่อแม่ลูก ทุกอย่างเหมือนจะสงบ แต่ลึก ๆ ใจของผู้ใหญ่ยังคงเก็บความระแวดระวัง… และเรื่องราวของเด็กสองคนที่ชายเขตไร่ส้มกำลังรอวันเติบโตต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NC

    บทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NCเช้าวันแรกหลังงานแต่ง กลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ ลอยอบอวลมาจากครัวด้านล่าง อาทิตย์ลงไปทำเองด้วยความตั้งใจ ทุกขั้นตอนเหมือนคนที่อยากเอาใจเมียใหม่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหั่นต้นหอม โรยกระเทียมเจียว หรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย เขาใส่ใจทุกอย่างราวกับกำลังทำเพื่อสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ เขาก็รีบขึ้นไปบนห้อง เห็นน่านฟ้ายังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวฟูเล็กน้อยจากเมื่อคืนที่เจอศึกหนักในสมรภูมิรัก อาทิตย์ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วก้มไปกระซิบเบา ๆ“หนู ตื่นได้แล้วนะครับ”เสียงงัวเงียดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม “ไม่ หนูเมื่อย...”อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ “คนดี ตื่นได้แล้วนะ”น่านฟ้าโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ทำตาปรือ ๆ “ห้านาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้หรอกครับ ธารกับธีมมันมารอแล้วนะ”ทันใดนั้นน่านฟ้าก็ถลึงตาใส่ทันที ความง่วงหายไปนิดหน่อย “อีกแล้ว! มาขัดจังหวะตลอดอ่ะ พวกมันอ่ะ”อาทิตย์กลั้นขำไม่อยู่“ก็พวกมันเป็นห่วงหนูนั่นแหละ”“เถอะเถอะ เมื่อวานเพิ่งแต่งงานไปวันเดียว เสนอหน้ามาแล้ว” น่านฟ้าบ่นอุบพลางซุกหน้ากับหมอนอาทิตย์ยิ้มกว้างก่อนดึงผ้าห่มออก “ไป พี่พาไปอาบน้ำดีกว่า จะ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 25 วันแต่งงาน NC

    บทที่ 25 วันแต่งงาน NCเช้าวันนั้น ฟาร์มของน่านฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สีสันสดใสผูกประดับตามรั้ว ซุ้มทางเข้า และตามซุ้มพิธี ริบบิ้นสีทองและชมพูพริ้วไหวตามสายลมอ่อน ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กับพนักงานช่วยกันเตรียมงาน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้ทุกคนตื่นเต้นไปด้วยเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถของพ่อเลี้ยงอาทิตย์แล่นเข้าสู่ฟาร์ม ทุกสายตาต่างจับจ้องขบวนขันหมากที่ยาวเป็นหางว่าว อาทิตย์ในชุดสูทสีครีมเรียบหรู ใบหน้าตื่นเต้น มือไม้สั่นเล็กน้อย ยศ ลูกน้องสนิทนั่งข้าง ๆ ต้องเอ่ยเตือนเสียงเบา“ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างปนความตื่นเต้นน่านฟ้าแอบยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงกับความอลังการของงาน แม้ว่าจะเคยเห็นอาทิตย์แต่งตัวเรียบร้อยหลายครั้ง แต่วันนี้เหมือนโลกทั้งใบรวมอยู่ตรงหน้าเธอธารเอ่ยกระซิบ“ลูกพี่วันนี้ดูดีมากนะครับ”น่านฟ้าแอบยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ“เออ ขอบใจ”ธีมเอ่ยต่ออย่างตื่นเต้น“งั้นพวกผมไปกั้นประตูเงินก่อนนะครับ”อาทิตย์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเถอะ”ธารยักไหล่ ทำหน้ายียวน“เอาน่า อีกแปบเดียวก็ได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 24 สู่ขอ NC

    บทที่ 24 สู่ขอ NC เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ ลมหนาวปลายฤดูพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกบนฟ้ากู่ร้องรับอรุณเป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนเวลาเก้าโมงตรง ขบวนรถของครอบครัวพ่อเลี้ยงสุริยาแล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโคนม เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงล้อบดกรวดเบา ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูขึงขังอาทิตย์นั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่ง กลับเผยแววกังวลที่ไม่ค่อยได้เห็น มือที่เคยจับพวงมาลัยรถแข็งแรง มาวันนี้กลับกำแน่นบนตักจนมีเหงื่อซึม เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวลงจากรถ ทุกอย่างในชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปยศซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบตามองเจ้านายตลอด ก่อนเอ่ยปลอบทั้งรอยยิ้ม “ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบเสียงสั่น แต่ก็ยังยิ้มกว้างจนหูแดง ๆ โผล่มาให้เห็นยศหัวเราะหึ ๆ พลางแหย่ต่อ “ผมก็ดีใจที่พ่อเลี้ยงจะมีเมียซะที จะได้ไม่ต้องไปปีนหน้าต่างแล้ว”“ยศ!! มึงเงียบเลย”อาทิตย์ถลึงตามองเหมือนจะเอาเรื่อง แต่แววตาที่ซ่อนความเขินไม่สามารถหลบเลี่ยงได้“ฮ่าๆๆ” ยศระเบิดเสียงหัวเราะในรถทันที จนพ่อเลี้ยงสุริยาที่ขับอ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 23 อดทนได้ไหม

    บทที่ 23 อดทนได้ไหมเช้าวันพรุ่ง อาทิตย์ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังฟาร์มตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึง เขาก็พบกับความท้าทายทันทีคอกม้าที่เต็มไปด้วยม้าและของใช้ที่ต้องจัดการ ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในสายตา แต่หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจน่านฟ้าที่เป็นห่วงอาทิตย์มาก รีบเดินมานั่งอยู่ใกล้คอกม้า ยกมือจับราวไม้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าเขากำลังทำงานหนัก แต่ความห่วงใยกลับทำให้น่านฟ้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ธารและธีมที่เดินผ่านมาเห็นน่านฟ้านั่งเฝ้า จึงเอ่ยขึ้นแบบแซว ๆ“ลูกพี่ ไปทำงานสิ จะนั่งเฝ้าพ่อเลี้ยงทำไมเนี่ย”น่านฟ้าเถียงกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดื้อ ๆ“ไม่ไป กูเป็นห่วงพี่อาทิตย์”ธีมทำหน้าเอือม ๆ “เดี๋ยวพ่อเลี้ยงอนันต์ก็มาบ่นนะ”“ไม่ไป!” น่านฟ้าพยักหน้าแน่นเหมือนเตรียมตั้งด่านสกัดอาทิตย์เห็นน่านฟ้าเถียงกับธารและธีม เขาก็วางมือจากคอกม้าแล้วเดินมาหาน่านฟ้า พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“หนูไปทำงานได้แล้ว งานแค่นี้สบายสำหรับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก”น่านฟ้าไม่ยอมละความกังวล“ไม่เอา หนูเป็นห่วง!”“พี่ไหวอยู่แล้ว” อาทิตย์เอื้อมมือมาลูบหัวน่านฟ้าเบา ๆ “แค่เนี้ยเอง ไม่หนักหนาอะไร”น่าน

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทน

    บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทนเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์สะดุ้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงจักจั่นยามเช้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้ใต้ตาจะคล้ำเล็กน้อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นวันนี้เขาต้องไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ตลอดทางที่ขับรถยนต์ไปยังฟาร์มของน่านฟ้า ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า แสงแดดยังอ่อนนุ่ม เขามองวิวทุ่งหญ้า ภูเขา และกลิ่นดินสดชื่นอย่างกับกำลังจะไปสนามสอบใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อถึงฟาร์ม เสียงวัวร้องดังแว่ว ๆ ประกอบกับเสียงคนงานกำลังต้อนวัวไปคอก อาทิตย์มองเห็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงชานบ้าน ถ้วยกาแฟร้อนในมือ ละอองไอน้ำยังลอยขึ้นเป็นควันบาง ๆ สีหน้าของพ่อเลี้ยงนิ่งขรึม แต่สายตาคมกริบจ้องมาเหมือนมีดกรีดอาทิตย์สูดหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปยกมือไหว้“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”พ่อเลี้ยงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง กึก! ไม่รีบตอบทันที แต่ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกคิ้วเล็กน้อย“เอ่อ…คิดจะเป็นลูกเขยบ้านนี้ มึงต้องอดทน”คำพูดนั้นหนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม อาทิตย์ยืดหลังตรง ตอบสั้น ๆ“ครับ”พ่อเลี้ยงหร

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%

    บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%รถกระบะของอาทิตย์เลี้ยวเข้าบ้านเงียบ ๆ ลมบ่ายพัดเอื่อย แสงแดดลอดใบไม้ลงมากระทบกระจกจนแสบตา น่านฟ้านั่งกอดอกอยู่เบาะข้าง ดวงหน้าแดงเรื่อ ๆ แต่ก็ยังทำปากแข็งถามเสียงเบา“ยังไม่หายโกรธหรอ”อาทิตย์เหลือบตามอง รอยยิ้มมุมปากโผล่มาทันที “หายแล้วครับ…แต่พี่อยากสานต่อจากเมื่อเช้า” เสียงทุ้มของเขามีแววเจ้าเล่ห์ปนอบอุ่นน่านฟ้าหันขวับ “บ้า นี่มันบ่ายอยู่นะ!”คนข้าง ๆ กลับหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือมาวางบนต้นขาของน่านฟ้าแล้วลูบช้า ๆ“พี่หวงหนู…พี่คิดถึงหนู”“ไม่เอา หนูเกรงใจพ่อแม่พี่” น่านฟ้าพูดพลางดันมือนั้นออก แต่แรงเขาสู้ใครได้ที่ไหน แถมใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม“ท่านไม่อยู่หรอก สองวันเต็ม ๆ ไปประชุมที่อำเภอ” อาทิตย์ตอบเรียบ ๆ ราวกับเตรียมเหตุผลไว้หมดแล้ว“แล้วถ้าพ่อหนูรู้ล่ะ…”น้ำเสียงของน่านฟ้าอ่อนลง ราวกับถามเพื่อต่อเวลาให้หัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ“ไม่รู้หรอก เดี๋ยวธารกับธีมมันจัดการข่าวเอง” อาทิตย์ตอบสบาย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาใกล้จนคนข้าง ๆ ต้องเบี่ยงหนี“ไม่เอาพี่อาทิตย์” น่านฟ้าพูดเสียงสั่น แต่สายตากลับหลบไม่พ้น“นะ…หนู” อาทิตย์เอ่ยเสียงอ้อนผิดจากความเข้มข

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 18 คิดถึง

    บทที่ 18 คิดถึงตกเย็นหลังเลิกงาน อาทิตย์นั่งเอนหลังพิงเสาไม้บนชานบ้าน เสียงจักจั่นเรไรดังแข่งกับเสียงลมพัดใบอ้อยที่เอนเอียงไปตามแรงธรรมชาติ แต่กลับกลายเป็นเสียงรบเร้าใจเขาให้ยิ่งว้าวุ่นกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์พลิกไปมาเหมือนของเล่นชิ้นเก่า แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เขารออยู่ไม่ใช่เกม ไม่ใช่ข่าวมันคือ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 13 ไม่สบาย

    บทที่ 13 ไม่สบายพอมาถึงฟาร์ม รถกระบะคันใหญ่ก็ค่อย ๆ ลดความเร็ว ก่อนจะหยุดสนิทตรงลานกว้าง เสียงล้อบดกับกรวดดังแกรกกรากไปทั่ว ความเงียบของยามเช้าผสมกับหมอกบาง ๆ ที่ยังคลออยู่เหนือไร่ ทำให้บรรยากาศดูทั้งสงบและกดดันไปพร้อมกันน่านฟ้าที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่น ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาที่บวมช้ำจากการอดนอนและคว

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 12 ครั้งเดียวไม่เรียกผัวเมีย

    บทที่ 12 ครั้งเดียวไม่เรียกผัวเมีย เช้าวันใหม่ แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องโรงแรมอย่างอ้อยอิ่ง กลิ่นแอร์ผสมกลิ่นสบู่เมื่อคืนยังคลุ้งอยู่ ร่างเล็กที่นอนซุกตัวอยู่กลางเตียงขยับพลิกเล็กน้อย แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ ทาบลงมาบนแขนน่านฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตากลมปรือ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 11 ช่วยด้วย (NC)

    บทที่ 11 ช่วยด้วย (NC)ไม่เกินสิบนาทีหลังจากดื่มน้ำที่ตัวเองใส่ยาลงไป ร่างกายน่านฟ้าก็เริ่มร้อนวูบวาบจนแทบทนไม่ไหว ความรู้สึกเหมือนไฟกำลังลุกโชนอยู่ในตัวเขา ทำให้เขาล้มตัวลงนอนข้างอาทิตย์ พยายามดิ้นไปดิ้นมาเพื่อหาที่สบาย แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ แทบจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้อาทิตย์ที่เห็นคว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status