LOGINบทที่ 1 สัญญา
สายลมอุ่นยามเช้าพัดกลิ่นหญ้าอ่อนจากทุ่งฟาร์มโคนมลอยมาเคล้าเสียงหัวเราะสดใสของ เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ริมคอกวัว หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารัก แก้มป่องเหมือนซาลาเปาไส้แน่น อายุเพียงห้าขวบ “น่านฟ้า” ลูกชายคนเดียวของพ่อเลี้ยงอนันต์ เจ้าของฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ กำลังหัวเราะเสียงใส พลางวิ่งไล่จับผีเสื้อกับลูก ๆ ของคนงานในฟาร์ม ดวงตากลมใสไล่ตามผีเสื้อสีเหลืองตัวเล็ก ร่างอ้วนกลมวิ่งดุ๊กดิ๊กจนหลุดออกจากกลุ่มเพื่อนไปไกลโดยไม่รู้ตัว ไม่นานก็ข้ามเขตมาถึงแนวส้มสุกที่ห้อยระย้าอยู่ริมไร่ส้มสุริยา ที่ซึ่งไม่ควรเหยียบย่างเข้ามา ใต้ต้นส้มต้นหนึ่ง เด็กชายวัยแปดขวบ “อาทิตย์” นั่งกอดเข่าพิงโคนต้น กำลังอ่านหนังสือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ต่างจากวัยเดียวกันที่มักวิ่งเล่นเสียงดัง เขาชอบความสงบและเกลียดความวุ่นวายในบ้าน จึงมักหนีมาอยู่ที่นี่ เสียงหัวเราะของใครบางคนทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตาคมสบเข้ากับภาพเด็กแก้มป่องที่กำลังวิ่งไล่ผีเสื้ออย่างเอาเป็นเอาตาย ร่าง กลม ๆ นั้นดูเหมือนซาลาเปาเคลื่อนไหวได้ อาทิตย์ละสายตาจากหนังสือ ลุกขึ้นยืน และมองเด็กคนนั้นโดยไม่พูดอะไร น่านฟ้าที่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้อง เลยชะงัก หันกลับมาพูดทันที “ใครอ่ะ” อาทิตย์ก้าวออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มเรียบเกินวัยถามกลับ “มาทำอะไรตรงนี้ครับ” เด็กแก้มป่องเชิดคางขึ้นทันที “ทำไมจะมาไม่ได้ นี่ฟาร์มของพ่อเรา” อาทิตย์เลิกคิ้ว “อ๋อ…” เสียงสั้น ๆ “แล้วชื่ออะไรครับ” อาทิตย์ถามกลับทันที “ทำไมเราต้องบอก” “พ่อเราบอกว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า” เด็กน้อยตอบเสียงจริงจัง อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยอมเปิดปาก “งั้นพี่ชื่อ อาทิตย์” “ทีนี้เรารู้ชื่อพี่แล้ว” “บอกชื่อเราได้ยังครับ” อาทิตย์เร่งเร้า น่านฟ้าชั่งใจครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมบอก “เราชื่อน่านฟ้า” อาทิตย์จ้องแก้มป่อง ๆ นั่นก่อนจะหลุดเรียกอย่างขำ ๆ “ซาลาเปาน้อย” “ไม่ใช่! เราบอกว่าเราชื่อน่านฟ้า” น่านฟ้าทำตาโต ใบหน้ากลมแดงจัดด้วยความโกรธ “ไม่เข้าใจที่เราพูดหรอ” เด็กน้อยย้ำอีกครั้ง อาทิตย์กลับยิ้มบาง ๆ ให้เด็กตรงหน้าที่กำลังหน้าบึ้ง “กินส้มไหมครับ” น่านฟ้าทำท่าคิดอยู่นาน ก่อนอาทิตย์จะพูดซ้ำ “เดี๋ยวพี่เด็ดให้ ส้มไร่พี่หวานนะ” “เรากินได้จริงหรอ” “จริงสิ อยากได้กี่ลูก พี่จะเด็ดมาให้” น่านฟ้ายิ้มแป้นทันที “งั้นเราเอาหมดสวนเลยได้ไหม” อาทิตย์หัวเราะกับความเจ้าเล่ห์ของเด็กน้อยตรงหน้า “ได้สิ พี่ให้ได้ แต่เราต้องมาเป็นเจ้าสาวให้พี่นะ” “เจ้าสาวคืออะไร” น่านฟ้าเอียงคอถามอย่างใสซื่อ “เอาไว้โตเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจเอง” “แล้วบอกเราตอนนี้ไม่ได้หรอ” “บอกไปก็ไม่เข้าใจ จะบอกไปเพื่ออะไร” “เอ้า ก็เราอยากรู้อ่ะ!” อาทิตย์หัวเราะ หยอกด้วยการเอื้อมมือไปบีบแก้มป่อง ๆ หนึ่งที เพี๊ยะ! “มาบีบแก้มเราทำไม” “เราจะฟ้องพ่อ!” น่านฟ้าตีมือตอบเสียงดัง อาทิตย์หัวเราะไม่หยุด “แทนตัวเองว่าหนูสิ ซาลาเปาน้อย” “ไม่! ทำไมเราต้องแทนว่าหนู” “พี่ว่ามันน่ารักนะครับ” “ไม่!! เราจะไม่พูดแบบนั้น” อาทิตย์แกล้งต่อ “ไม่ก็ไม่ งั้นเรียกพี่ว่า พี่อาทิตย์สิ” “ไม่!! มีสิทธิ์อะไรมาสั่งเรา” “ไหนล่ะส้มที่จะให้เรา” “เราอยากกลับบ้านแล้ว” น่านฟ้าเริ่มงอแง “เรียกพี่ก่อน เดี๋ยวพี่เด็ดให้เลย” อาทิตย์กวนต่อ “งั้นเราไม่กินละ เราอยากกลับบ้าน” อาทิตย์หัวเราะในความดื้อรั้น “อะเค ๆ รอแป๊บ” เด็กหนุ่มเดินไปเด็ดส้มสดจากต้น หอบมาใส่มือน้อย ๆ ห้าลูก “แค่นี้จะพอกินหรอ” “ไม่พอก็มาเอาใหม่” “จริงป่าว” “จริงสิ” “ห้ามหลอกนะ” “ไม่หลอก” “สัญญา” “สัญญา” ทั้งคู่เกี่ยวก้อยกันเล็ก ๆ ใต้ร่มเงาต้นส้ม อาทิตย์แอบเก็บรอยยิ้มไว้ในใจ พร้อมคำมั่นที่แม้เป็นเพียงการเล่นสนุกของเด็ก แต่สำหรับเขากลับกลายเป็นสัญญาที่จะไม่มีวันลืม… เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่เคยดังก้องอยู่แถวลานหญ้าหน้าคอกวัวเงียบหายไปนานเกินไป จนคนงานที่เฝ้าดูอยู่เริ่มใจคอไม่ดี เมื่อหันไปมองก็พบว่ามีเงาของใครบางคนหายไปจากกลุ่ม “เฮ้ย… คุณน่านฟ้าล่ะ?!” หนึ่งในคนงานร้องขึ้นอย่างตกใจ พวกเขารีบวิ่งวุ่นหา แต่ไม่เจอเงาเล็ก ๆ ของคุณหนูตัวแสบเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายจึงรีบตรงดิ่งไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ที่กำลังยืนตรวจดูวัวในคอก “พ่อเลี้ยง ๆ ครับ!” เสียงเรียกดังลั่นจนพ่อเลี้ยงอนันต์ต้องหันขวับ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มฉายแววดุดันทันที “มีอะไร” น้ำเสียงต่ำห้าวแฝงด้วยความกดดัน “คุณน่านฟ้าหายไปครับพ่อเลี้ยง!” ทันทีที่ได้ยิน ร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์ถึงกับชะงัก หัวใจเหมือนถูกกระชากร่วงไปกองอยู่ตาตุ่ม เขาหันขวับมามองลูกน้อง ดวงตาลุกวาบด้วยโทสะ “แล้วพวกมึงดูลูกกูกันยังไงให้หายไปได้วะ!” เสียงคำรามก้องไปทั้งลาน คนงานต่างหน้าซีดเผือด ก้มหน้างุดไม่กล้าโต้ตอบ พ่อเลี้ยงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนตรงขมับ ก่อนตวาดลั่นอีกครั้ง “ไป! เกณฑ์คนงานมาให้หมด! ตามหาให้ทั่วทั้งฟาร์ม อย่าให้เหลือแม้แต่พงหญ้า!” คนงานต่างพากันแตกกระเจิงไปตามคำสั่ง ทิ้งให้พ่อเลี้ยงอนันต์ควบม้าคู่ใจออกจากคอกด้วยสีหน้าหนักใจสุดขีด ภายในใจเต็มไปด้วยความกลัวว่าลูกชายตัวน้อย… “แก้วตาดวงใจ” ของเขา จะเป็นอันตราย เสียงกีบม้ากระแทกพื้นดังก้องไปตามเส้นทางไร่ กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าลอยตลบอบอวล ร่างสูงในชุดผ้าฝ้ายพื้นบ้านที่แนบเนื้อ กำลังซ่อนเหงื่อเย็นที่ไหลซึมทั่วแผ่นหลัง เขามองไปรอบทุ่งอย่างใจร้อน จนพลันสายตาเหลือบไปเห็นเงาเล็ก ๆ ตรงชายไร่ฝั่งตะวันตก ที่เป็นเขตติดต่อกับไร่ส้มของ “พ่อเลี้ยงสุริยา” เพื่อนรักในอดีตที่บัดนี้กลายเป็นคู่ปรับ ภาพที่เห็นทำให้พ่อเลี้ยงอนันต์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที น่านฟ้า ลูกชายตัวน้อย กำลังนั่งยอง ๆ กินส้มด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่ข้างเด็กชายอีกคน หัวใจที่เต้นโครมครามค่อย ๆ คลายลง แต่แววตาโกรธเกรี้ยวยังคงเข้มข้น เขากระตุกบังเหียนม้าพุ่งตรงไปหา “พ่อ ๆๆๆ!!” น่านฟ้าเงยหน้าขึ้น เห็นร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นพ่อก็รีบลุกพรวด ร้องเรียกเสียงใส ก่อนวิ่งถลาเข้ามาเกาะขาของพ่อเลี้ยงอนันต์ ต่อให้โมโหแค่ไหน แต่เมื่อได้กอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน ความอ่อนโยนที่เก็บซ่อนอยู่ก็พลันผุดขึ้นมาในทันใด มือหนาลูบศีรษะเล็กเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มลงอย่างไม่รู้ตัว “น้องมาทำอะไรตรงนี้ครับลูก” เด็กชายเงยหน้าขึ้น ยิ้มแหย ๆ “หนูวิ่งจับผีเสื้อ แล้วก็เผลอมาถึงตรงนี้ครับ” “รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงน้องมากแค่ไหน” พ่อเลี้ยงเอ่ยเสียงต่ำ ขณะจ้องดวงตากลมใส น่านฟ้าเม้มปาก ก่อนตอบเบา ๆ “หนูขอโทษครับ… หนูจะไม่ทำอีกแล้ว” “อย่าวิ่งออกมาคนเดียวอีกนะครับ เข้าใจไหม” “ครับพ่อ” เสียงเด็กใส ๆ ทำให้หัวใจคนเป็นพ่ออ่อนยวบไปหมด เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปมองเด็กชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล เด็กคนนั้นตัวโตกว่าน่านฟ้าเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาโตที่สะท้อนแสงแดดบ่ายมองตรงมาด้วยความกล้าแฝงความไร้เดียงสา “สวัสดีครับคุณลุง” เด็กชายรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ผมชื่ออาทิตย์ครับ ลูกชายพ่อเลี้ยงสุริยา เจ้าของไร่ส้มนี้ครับ” พ่อเลี้ยงอนันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาแข็งกระด้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันรู้แล้วล่ะ” แม้จะไม่ถูกกับสุริยา แต่เขาก็ไม่ได้คิดรังเกียจเด็กรุ่นลูกตรงหน้า… ทว่าความไม่ไว้ใจยังคงซ่อนลึกอยู่ในแววตา “กลับบ้านได้แล้วน่านฟ้า” พ่อเลี้ยงหันไปบอกลูกชาย ก่อนกดเสียงเข้มใส่อาทิตย์ “แล้วอย่ามายุ่งกับลูกชายฉันอีก” เด็กชายอาทิตย์นิ่งไปชั่วครู่ แววตาฉายความไม่เข้าใจปะปนกับความน้อยใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้เล่นด้วย ทั้งที่เขาก็แค่อยากมีเพื่อน พ่อเลี้ยงอนันต์อุ้มลูกชายขึ้นหลังม้า เตรียมจะควบกลับไร่ น่านฟ้าหันมามองอาทิตย์ แล้วทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นใส่ ก่อนซบอกพ่อด้วยท่าทางซุกซน เด็กชายอาทิตย์ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของพ่อเลี้ยงกับน่านฟ้าที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มขบขันออกมาแทนความน้อยใจ ‘สักวันเหอะ… จะจับมาเป็นเมียให้ดู’ เขาคิดในใจแน่วแน่ ถึงอายุจะเพียงแปดขวบ แต่ความคิดนั้นก็ฝังแน่นยิ่งกว่าคำสัญญา กีบม้ากระแทกลงบนพื้นดินเป็นจังหวะ ตึกตัก ๆ ฝุ่นดินสีน้ำตาลลอยคลุ้งขึ้นตามแรงฝีเท้า ม้าสีน้ำตาลเข้มกวัดแกว่งหางอย่างสง่า ขณะที่ร่างสูงของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งมั่นอยู่บนอาน มือหนึ่งจับบังเหียน อีกมือโอบรัดบุตรชายแน่นไม่ยอมปล่อย น่านฟ้าที่ถูกยกขึ้นนั่งด้านหน้า ร่างเล็กเอนชิดอกกว้างอบอุ่น เสียงหัวใจของผู้เป็นพ่อดังเป็นจังหวะหนักแน่นจนเด็กชายเผลอฟังตามไปด้วย กลิ่นอายของบุรุษที่ใช้ชีวิตกลางแดดกลางไร่ผสมเหงื่อและควันไฟจากการทำงานติดอยู่ตามเสื้อผ้า ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความจริงจังและเคร่งขรึม “ต่อไป…ห้ามน้องไปที่ไร่นั้นอีก เข้าใจไหม” เสียงทุ้มต่ำกดหนักเหมือนคำสั่งไม่ใช่คำขอร้อง น่านฟ้าเงยหน้ามอง เห็นแววตาของพ่อเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ดุดันเกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะเข้าใจ แต่ในแววตาน้อย ๆ ของเขากลับมีประกายดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนยอมรับ แต่ในใจกลับคิดตรงข้าม ถ้าห้าม…ก็ยิ่งอยากไป น่านฟ้าเงยหน้ามองพ่ออีกครั้ง ตาใสเป็นประกายสงสัย “ทำไมครับพ่อ” พ่อเลี้ยงอนันต์ชะงักไปเล็กน้อย มองออกไปยังแนวภูเขาไกล ๆ เหมือนสายตากำลังพาเขาย้อนกลับไปในอดีตที่ไม่อยากนึกถึง ก่อนจะกดเสียงหนักลง “เอาไว้โตขึ้น... พ่อจะเล่าให้ฟัง” เด็กน้อยเม้มปากเล็กน้อย ยังไม่ทันถามต่อก็โดนกำชับอีกครั้ง “ห้ามน้องไปแถวเขตชายไร่อีกนะครับ” น่านฟ้าได้แต่พยักหน้า รับคำแบบคนที่ทำเป็นเชื่อฟัง แต่ในหัวกลับคิดอีกอย่างใครจะไปยอมง่าย ๆ คนดื้ออย่างเขาไม่เคยทำตามทุกเรื่องอยู่แล้ว เมื่อม้าหยุดลงตรงหน้าตัวบ้าน คนงานหลายคนที่ยืนรออยู่แล้วรีบเข้ามา พวกเขาก้มหน้าแน่นิ่งเหมือนรอรับโทษ “ต่อไปนี้... ทุกคนต้องดูแลคุณน่านฟ้าให้ดี” “อย่าให้ออกไปแถวชายเขตไร่อีก” พ่อเลี้ยงอนันต์ประกาศเสียงเข้ม แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ “เข้าใจไหม!!” เสียงตอบรับดังก้องพร้อมกัน “เข้าใจครับ!! พ่อเลี้ยง!!” “ดี! แล้วอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบวันนี้อีก” ทันใดนั้น ประตูบ้านเปิดออก แม่นภาเดินออกมา ใบหน้าหวาน ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดคลายลงบ้าง “เกิดอะไรขึ้นกันคะพี่อนันต์” เธอถามเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย “ไม่มีอะไรแล้ว ไปแยกย้ายกันไปทำงาน!” พ่อเลี้ยงสั่งปิดท้าย เหล่าคนงานก็รีบสลายตัวไปทันที ทันทีที่เห็นแม่ น่านฟ้าวิ่งเข้าไปกอดแน่นเหมือนหาที่พึ่ง แล้วหยิบส้มลูกกลม ๆ ที่เก็บใส่กระเป๋ากางเกงมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ยื่นให้แม่ด้วยรอยยิ้มภูมิใจ “แม่ครับ น้องเอามาฝาก” นภามองส้มแล้วถามอย่างสงสัย “น้องไปเอามาจากไหนครับ” “มีคนให้หนูมาครับ” เด็กน้อยตอบไร้เดียงสา พ่อเลี้ยงอนันต์จึงเอ่ยเสียงเรียบแต่กดหนัก “ก็ลูกชายของไอ้สุริยาให้มาไง” นภาหันขวับมามองสามี “ลูกชายคุณไปเล่นแถวนั้น” เธอก้มลงคุยกับลูกอย่างใจเย็น “วันหลังถ้าน้องจะไปแถวนั้น น้องต้องบอกคนอื่น ๆ ด้วยนะครับ จะได้มีคนตามไปดูแล” “ไม่ได้!” พ่อเลี้ยงอนันต์ตัดบททันที เสียงเข้มขึ้นอีก “ต่อไปห้ามไปยุ่งกับคนบ้านนั้นและที่ไร่ของมันอีก เข้าใจไหม” นภาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันไปบ่นสามี “นี่พี่อนันต์... เมื่อไหร่จะเลิกโกรธกันสักที เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว จะหวงอะไรหนักหนา ปล่อยเด็ก ๆ มันบ้างเถอะ” แววตาของพ่อเลี้ยงแข็งกร้าวอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอได้ยินเมียพูด น้ำเสียงแข็งก็เริ่มอ่อนลง เขามองหน้าภรรยาคนสวยที่ยืนอยู่ตรงนั้น ความหวง ความรัก และความกลัวปนเปกันจนทำให้ใจเขาอ่อนยวบ “พี่... พี่ขอโทษจ้ะ นภา พี่ก็แค่หวงเรา หวงลูก กลัวไอ้สุริยามันจะมาแย่งเมียพี่ไปอีก” นภาส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้าเอือมระอา “ฟังฉันนะพี่ แก่จะลงหลุมอยู่แล้ว ยังคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่ได้ เลิกได้แล้วเถอะ” แต่แทนที่อนันต์จะยอมเงียบ เขากลับกอดภรรยาแน่นขึ้น แกล้งหยอดคำหวานอย่างเอาใจ “ไม่ได้หรอกจ้ะ เมียพี่ยังสาว ยังสวยขนาดนี้... พี่จะปล่อยให้ใครมาแย่งได้ยังไง” นภาหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะส่ายหัวอีกครั้ง “ไป ๆ ทานข้าวได้แล้ว ทั้งพ่อทั้งลูก วันนี้แม่ทำของโปรดไว้ให้ด้วยนะ” บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของครอบครัว แต่ในใจเล็ก ๆ ของน่านฟ้า... เขากลับนึกถึงดวงตาอบอุ่นของเด็กหนุ่มที่ชายเขตไร่คนนั้นไม่จางไปจากความคิดเลย หลังจากมื้ออาหารอิ่มหนำ น่านฟ้าเอื้อมมือไปหยิบของเล่นมาเล่น บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ และคนงานที่ยิ้มตาม แต่สายตาของพ่อเลี้ยงอนันต์ยังคงจับจ้องบางอย่างอยู่ไม่วาง นภา เห็นสีหน้าที่ยังคงจริงจังของสามี ก็เดินเข้าไปชิดด้านหลัง เขย่งตัวกอดเอวเขาไว้เบา ๆ พร้อมเอ่ยเสียงอ่อนโยน “พี่อนันต์… อย่าคิดมากเลยค่ะ ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นบ้าง เรื่องในอดีต…ก็แค่เรื่องเล็กน้อย” อนันต์ถอนหายใจยาว ก้มหน้าลงมองภรรยา ดวงตาเข้มขรึมผสมความเอาใจใส่ “ก็...พี่กลัวไอ้สุริยาจะมายุ่งกับเราอีก” นภาอมยิ้ม พลางลูบแขนสามีเบา ๆ “ถึงจะไม่ถูกกัน แต่ลูกโตขึ้นเองก็รู้ว่าอะไรควรทำค่ะ ปล่อยใจตัวเองให้สบายบ้าง” อนันต์สบตาเธอสักพัก ก่อนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย มือหยิบถ้วยชามวางเรียบร้อย “งั้นก็ได้...วันนี้เราปล่อยลูกหน่อย แต่ห้ามไปใกล้ไร่ส้มอีก เข้าใจไหมครับ” น่านฟ้าพยักหน้าเบา ๆ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยประกายซนตามสไตล์ของเขา นภาอมยิ้มมองทั้งสอง พ่อแม่ลูก ทุกอย่างเหมือนจะสงบ แต่ลึก ๆ ใจของผู้ใหญ่ยังคงเก็บความระแวดระวัง… และเรื่องราวของเด็กสองคนที่ชายเขตไร่ส้มกำลังรอวันเติบโตต่อไปบทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NCเช้าวันแรกหลังงานแต่ง กลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ ลอยอบอวลมาจากครัวด้านล่าง อาทิตย์ลงไปทำเองด้วยความตั้งใจ ทุกขั้นตอนเหมือนคนที่อยากเอาใจเมียใหม่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหั่นต้นหอม โรยกระเทียมเจียว หรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย เขาใส่ใจทุกอย่างราวกับกำลังทำเพื่อสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ เขาก็รีบขึ้นไปบนห้อง เห็นน่านฟ้ายังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวฟูเล็กน้อยจากเมื่อคืนที่เจอศึกหนักในสมรภูมิรัก อาทิตย์ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วก้มไปกระซิบเบา ๆ“หนู ตื่นได้แล้วนะครับ”เสียงงัวเงียดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม “ไม่ หนูเมื่อย...”อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ “คนดี ตื่นได้แล้วนะ”น่านฟ้าโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ทำตาปรือ ๆ “ห้านาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้หรอกครับ ธารกับธีมมันมารอแล้วนะ”ทันใดนั้นน่านฟ้าก็ถลึงตาใส่ทันที ความง่วงหายไปนิดหน่อย “อีกแล้ว! มาขัดจังหวะตลอดอ่ะ พวกมันอ่ะ”อาทิตย์กลั้นขำไม่อยู่“ก็พวกมันเป็นห่วงหนูนั่นแหละ”“เถอะเถอะ เมื่อวานเพิ่งแต่งงานไปวันเดียว เสนอหน้ามาแล้ว” น่านฟ้าบ่นอุบพลางซุกหน้ากับหมอนอาทิตย์ยิ้มกว้างก่อนดึงผ้าห่มออก “ไป พี่พาไปอาบน้ำดีกว่า จะ
บทที่ 25 วันแต่งงาน NCเช้าวันนั้น ฟาร์มของน่านฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สีสันสดใสผูกประดับตามรั้ว ซุ้มทางเข้า และตามซุ้มพิธี ริบบิ้นสีทองและชมพูพริ้วไหวตามสายลมอ่อน ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กับพนักงานช่วยกันเตรียมงาน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้ทุกคนตื่นเต้นไปด้วยเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถของพ่อเลี้ยงอาทิตย์แล่นเข้าสู่ฟาร์ม ทุกสายตาต่างจับจ้องขบวนขันหมากที่ยาวเป็นหางว่าว อาทิตย์ในชุดสูทสีครีมเรียบหรู ใบหน้าตื่นเต้น มือไม้สั่นเล็กน้อย ยศ ลูกน้องสนิทนั่งข้าง ๆ ต้องเอ่ยเตือนเสียงเบา“ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างปนความตื่นเต้นน่านฟ้าแอบยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงกับความอลังการของงาน แม้ว่าจะเคยเห็นอาทิตย์แต่งตัวเรียบร้อยหลายครั้ง แต่วันนี้เหมือนโลกทั้งใบรวมอยู่ตรงหน้าเธอธารเอ่ยกระซิบ“ลูกพี่วันนี้ดูดีมากนะครับ”น่านฟ้าแอบยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ“เออ ขอบใจ”ธีมเอ่ยต่ออย่างตื่นเต้น“งั้นพวกผมไปกั้นประตูเงินก่อนนะครับ”อาทิตย์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเถอะ”ธารยักไหล่ ทำหน้ายียวน“เอาน่า อีกแปบเดียวก็ได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้
บทที่ 24 สู่ขอ NC เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ ลมหนาวปลายฤดูพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกบนฟ้ากู่ร้องรับอรุณเป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนเวลาเก้าโมงตรง ขบวนรถของครอบครัวพ่อเลี้ยงสุริยาแล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโคนม เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงล้อบดกรวดเบา ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูขึงขังอาทิตย์นั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่ง กลับเผยแววกังวลที่ไม่ค่อยได้เห็น มือที่เคยจับพวงมาลัยรถแข็งแรง มาวันนี้กลับกำแน่นบนตักจนมีเหงื่อซึม เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวลงจากรถ ทุกอย่างในชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปยศซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบตามองเจ้านายตลอด ก่อนเอ่ยปลอบทั้งรอยยิ้ม “ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบเสียงสั่น แต่ก็ยังยิ้มกว้างจนหูแดง ๆ โผล่มาให้เห็นยศหัวเราะหึ ๆ พลางแหย่ต่อ “ผมก็ดีใจที่พ่อเลี้ยงจะมีเมียซะที จะได้ไม่ต้องไปปีนหน้าต่างแล้ว”“ยศ!! มึงเงียบเลย”อาทิตย์ถลึงตามองเหมือนจะเอาเรื่อง แต่แววตาที่ซ่อนความเขินไม่สามารถหลบเลี่ยงได้“ฮ่าๆๆ” ยศระเบิดเสียงหัวเราะในรถทันที จนพ่อเลี้ยงสุริยาที่ขับอ
บทที่ 23 อดทนได้ไหมเช้าวันพรุ่ง อาทิตย์ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังฟาร์มตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึง เขาก็พบกับความท้าทายทันทีคอกม้าที่เต็มไปด้วยม้าและของใช้ที่ต้องจัดการ ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในสายตา แต่หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจน่านฟ้าที่เป็นห่วงอาทิตย์มาก รีบเดินมานั่งอยู่ใกล้คอกม้า ยกมือจับราวไม้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าเขากำลังทำงานหนัก แต่ความห่วงใยกลับทำให้น่านฟ้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ธารและธีมที่เดินผ่านมาเห็นน่านฟ้านั่งเฝ้า จึงเอ่ยขึ้นแบบแซว ๆ“ลูกพี่ ไปทำงานสิ จะนั่งเฝ้าพ่อเลี้ยงทำไมเนี่ย”น่านฟ้าเถียงกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดื้อ ๆ“ไม่ไป กูเป็นห่วงพี่อาทิตย์”ธีมทำหน้าเอือม ๆ “เดี๋ยวพ่อเลี้ยงอนันต์ก็มาบ่นนะ”“ไม่ไป!” น่านฟ้าพยักหน้าแน่นเหมือนเตรียมตั้งด่านสกัดอาทิตย์เห็นน่านฟ้าเถียงกับธารและธีม เขาก็วางมือจากคอกม้าแล้วเดินมาหาน่านฟ้า พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“หนูไปทำงานได้แล้ว งานแค่นี้สบายสำหรับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก”น่านฟ้าไม่ยอมละความกังวล“ไม่เอา หนูเป็นห่วง!”“พี่ไหวอยู่แล้ว” อาทิตย์เอื้อมมือมาลูบหัวน่านฟ้าเบา ๆ “แค่เนี้ยเอง ไม่หนักหนาอะไร”น่าน
บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทนเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์สะดุ้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงจักจั่นยามเช้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้ใต้ตาจะคล้ำเล็กน้อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นวันนี้เขาต้องไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ตลอดทางที่ขับรถยนต์ไปยังฟาร์มของน่านฟ้า ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า แสงแดดยังอ่อนนุ่ม เขามองวิวทุ่งหญ้า ภูเขา และกลิ่นดินสดชื่นอย่างกับกำลังจะไปสนามสอบใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อถึงฟาร์ม เสียงวัวร้องดังแว่ว ๆ ประกอบกับเสียงคนงานกำลังต้อนวัวไปคอก อาทิตย์มองเห็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงชานบ้าน ถ้วยกาแฟร้อนในมือ ละอองไอน้ำยังลอยขึ้นเป็นควันบาง ๆ สีหน้าของพ่อเลี้ยงนิ่งขรึม แต่สายตาคมกริบจ้องมาเหมือนมีดกรีดอาทิตย์สูดหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปยกมือไหว้“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”พ่อเลี้ยงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง กึก! ไม่รีบตอบทันที แต่ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกคิ้วเล็กน้อย“เอ่อ…คิดจะเป็นลูกเขยบ้านนี้ มึงต้องอดทน”คำพูดนั้นหนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม อาทิตย์ยืดหลังตรง ตอบสั้น ๆ“ครับ”พ่อเลี้ยงหร
บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%รถกระบะของอาทิตย์เลี้ยวเข้าบ้านเงียบ ๆ ลมบ่ายพัดเอื่อย แสงแดดลอดใบไม้ลงมากระทบกระจกจนแสบตา น่านฟ้านั่งกอดอกอยู่เบาะข้าง ดวงหน้าแดงเรื่อ ๆ แต่ก็ยังทำปากแข็งถามเสียงเบา“ยังไม่หายโกรธหรอ”อาทิตย์เหลือบตามอง รอยยิ้มมุมปากโผล่มาทันที “หายแล้วครับ…แต่พี่อยากสานต่อจากเมื่อเช้า” เสียงทุ้มของเขามีแววเจ้าเล่ห์ปนอบอุ่นน่านฟ้าหันขวับ “บ้า นี่มันบ่ายอยู่นะ!”คนข้าง ๆ กลับหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือมาวางบนต้นขาของน่านฟ้าแล้วลูบช้า ๆ“พี่หวงหนู…พี่คิดถึงหนู”“ไม่เอา หนูเกรงใจพ่อแม่พี่” น่านฟ้าพูดพลางดันมือนั้นออก แต่แรงเขาสู้ใครได้ที่ไหน แถมใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม“ท่านไม่อยู่หรอก สองวันเต็ม ๆ ไปประชุมที่อำเภอ” อาทิตย์ตอบเรียบ ๆ ราวกับเตรียมเหตุผลไว้หมดแล้ว“แล้วถ้าพ่อหนูรู้ล่ะ…”น้ำเสียงของน่านฟ้าอ่อนลง ราวกับถามเพื่อต่อเวลาให้หัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ“ไม่รู้หรอก เดี๋ยวธารกับธีมมันจัดการข่าวเอง” อาทิตย์ตอบสบาย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาใกล้จนคนข้าง ๆ ต้องเบี่ยงหนี“ไม่เอาพี่อาทิตย์” น่านฟ้าพูดเสียงสั่น แต่สายตากลับหลบไม่พ้น“นะ…หนู” อาทิตย์เอ่ยเสียงอ้อนผิดจากความเข้มข







