สองปีก่อน
เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี
“อัยย์ เพื่อนรักกกก”
เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า
“ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?”
อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ
“ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์”
อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ ครอบครัวสนิทกันมาก เรียกได้ว่า แทบจะเป็นญาติคนหนึ่งเลย
“น่ากินจัง ซื้อมาร้านไหน?” อันนาผละหัวขึ้นออกจากไหล่เล็ก และมองไปที่ไอศกรีมที่เพื่อนถืออยู่
“ร้านตรงนั้น เพิ่งมาเปิดใหม่ ใช้สิทธิ์นักเรียนลดตั้งห้าสิบเปอร์เซนเลยนะ ไปไหม?”
“ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ อัยย์คนสวย~”
อัยย์ร่าส่ายหน้าให้กับเพื่อนที่ชอบหยอดคำหวานชมเธอตลอด ทั้งคู่ลุกขึ้น และมุ่งหน้าเดินไปยังร้านคาเฟ่ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากรั้วของโรงเรียนพวกเธอมากนัก
เมื่อมาถึงอัยย์ร่าเป็นคนเปิดประตูเข้าไปก่อน เสียงกระดิ่งของประตูทางเขาดังขึ้น สองสาวที่เดินเข้ามายังตู้ไอศกรีมที่วางเรียงรายมีหลากหลายรสชาติให้เลือก อัยย์ร่ายืนรอเพื่อนสั่ง ส่วนอันนาก็กำลังตัดสินใจว่าจะเอารสไหนดี แต่ทุกรสมันน่ากินไปหมด จนอันนาใช้เวลาเลือกมาสักพัก
“แกจะเลือกยันพรุ่งนี้เลยไหม ของฉันจะหมดแล้วนะ”
“ฉันเอาทุกรสเลยดีไหม? ตัดสินใจไม่ได้อะ”
“เกือบยี่สิบรส แกจะสั่งไปเลี้ยงทั้งหมู่บ้านหรออันนา”
“งื้อ~ อย่าดุสิ ใจบางหมดแล้ว”
อันนาทำหน้ายู้และหันหลังกลับไปสั่งกับพนักงานว่าเอารสชาติอะไรบ้าง อัยย์ร่าที่ตอนนี้ไอศกรีมในมือของเธอหมดแล้ว เด็กสาวหันไปมองรอบ ๆ ร้าน เพราะ ตั้งแต่เข้ามา เธอไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย นอกจากเพื่อนสนิทและไอศกรีมในมือ
แต่แล้วดวงตาคู่สวยสะดุดเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งราวสามถึงสี่คน ที่นั่งอยู่นอกร้านตรงพื้นที่นั่งที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้า กลุ่มชายพวกนั้นเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่ พอเห็นแบบนั้นอัยย์ร่าขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานมากนัก พนักงานก็ยื่นถุงไอศกรีมที่ห่อมาเป็นอย่างดีให้อันนา ทำให้อัยย์ร่าละจากชายกลุ่มนั้นหันกลับมายังเพื่อนสนิทที่ถือถุงไอศกรีมอย่างมีความสุข ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากร้าน แต่เสียงของพนักงานพูดขึ้นขัดก่อนที่ทั้งคู่จะพลักประตูออกไป
“น้องคะ พี่ว่า น้อง ๆ รีบเข้าไปในโรงเรียนดีกว่านะ พวกกลุ่มผู้ชายที่นั่งตรงนั้น พี่ว่าท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร พี่เป็นห่วง”
อัยย์ร่าและอันนาหันไปมองตรงชายกลุ่มนั้นเพียงแค่ชั่วครู่ และรีบพยักหน้ารับรู้ทันที
ครืด ครืด ครืด ~
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงของอันนาดังขึ้น ทำให้เธอรีบหยิบขึ้นมากดรับสาย เพราะรู้ว่าน่าจะเป็นเบอร์ของคนรถที่บ้านที่กำลังจะมารับ
“ค่ะ ได้ค่ะ พี่ขับเลยมาตรงคาเฟ่เปิดใหม่ข้าง ๆ โรงเรียนนะคะ”
อันนาเอาโทรศัพท์แนบหูและพูดขึ้นกับปลายสาย ก่อนจะกดวางสายไป และหันกลับมาพูดกับเพื่อนตัวเล็ก
“อัยย์ เดี๋ยวฉันให้คนรถที่บ้านมารับตรงนี้ และวนไปส่งแกหน้าโรงเรียนนะ”
“ไม่ต้องหรอกอันนา ฉันเดินไปได้ แค่นี้เอง แล้วอีกอย่างคนขับรถที่บ้านฉันกำลังจะมาแล้วด้วย”
อัยย์ร่าพูดร่ายยาวเหยียด เพราะเธอคิดว่าไม่น่ามีอะไร และคนขับรถที่บ้านของเธอก็เพิ่งพิมพ์มาบอกว่า กำลังรีบมารับไม่น่าเกินสิบนาที
“งั้น เดี๋ยวถ้ารถที่บ้านฉันมารับ จะจอดรอจนกว่าแกจะเดินถึงหน้าโรงเรียนละกันนะ ฉันเป็นห่วง”
อัยย์ร่าพยักหน้าเชื่อฟังเพื่อนสนิทอย่างไม่ได้รั้นอะไรต่อ ทั้งคู่นั่งรอรถของที่บ้านอันนามารับ จนไม่นานมากนัก รถหรูก็ขับมาจอดด้านหน้าคาเฟ่ ทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านพร้อมกัน อันนาเข้านั่งบนรถและบอกคนขับรถว่า รอให้อัยย์ร่าเดินถึงหน้าโรงเรียนก่อนค่อยขับออกไป
“กลับดี ๆ นะอัยย์ พรุ่งนี้เจอกัน”
“อื้อ เจอกันนะอันนา ฉันไปก่อน”
ทั้งคู่ยิ้มหวานให้กันตามปกติ อัยย์ร่ารีบเดินกลับไปทางป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนอีกครั้ง เพราะ อีกไม่นานคนขับรถก็น่าจะมาถึง เมื่ออัยย์ร่าเดินมาถึงตรงป้ายรถเมล์ เด็กสาวหันกลับไปมองยังรถของเพื่อนที่ยังจอดอยู่ เธอโบกมือให้เพื่อนที่ชะโงกหน้าออกมาจากกระจก และโบกมือบ่งบอกว่า โอเคแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จากนั้นรถของอันนาค่อย ๆ ขับออกไปจากหน้าคาเฟ่จนลับสายตาไป
อัยย์ร่านั่งลงตรงป้ายรถเมล์อีกครั้ง เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ติ้ง ติ้ง ~ เสียงแจ้งเตือนข้อความของโทรศัพท์ราคาแพงในมือดังขึ้น นิ้วเรียวรีบเข้าไปกดแชตของคนขับรถที่บ้านทันที
แชตธรรม :
ธรรม : คุณอัยย์ครับ วันนี้ไปถึงช้าหน่อยนะครับ รถเกิดอุบัติเหตุข้างหน้า รถติดยาวมากเลยครับ
ธรรม : - ส่งรูปภาพ -
อัยย์ร่าเปิดอ่านข้อความพร้อมกับเปิดดูรูปภาพที่ธรรมคนขับรถแนบมาให้ว่า ตอนนี้รถด้านหน้าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ ทำให้รถติดยาวมาก
อัยย์ร่า : ไม่เป็นไรค่ะ อัยย์รอได้
ธรรม : คุณอัยย์เข้าไปรอในโรงเรียนดีกว่านะครับ ผมถึงแล้วจะรีบโทรหา
อัยย์ร่า : โอเคค่ะ
หลังจากอ่านข้อความเสร็จได้ไม่นาน เด็กสาวก็ต้องละสายตาขึ้นมามองไปทางคาเฟ่ที่เพิ่งแยกจากอันนามา เพราะ ชายกลุ่มนั้นเหมือนจะวิ่งไปทางอีกฝั่งหนึ่งอย่างรีบร้อน และแตกตื่น ทำให้ผู้คนแถวนั้นต่างสนใจ รวมถึงอัยย์ร่าที่นั่งมองไปทางนั้นเหมือนกัน อัยย์ร่ารู้สึกโล่งใจที่ชายน่ากลัวกลุ่มนั้นหายไปจากแถวนี้แล้ว
ผ่านไปสักพัก
อัยย์ร่านั่งอยู่ตรงนั้นได้เพียงไม่ถึงห้านาที จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมา จากเม็ดเล็กเริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลังคาตรงป้ายรถเมล์ไม่สามารถบังเม็ดฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนักได้แล้ว
เด็กสาวกำลังมองหาว่า จะวิ่งกลับไปทางโรงเรียนหรือทางไหนดี เพราะ ระยะทางจากป้ายรถเมล์กับประตูโรงเรียนไม่ไกลกันก็จริง แต่ตอนนี้ประตูหลักปิดลงแล้ว เธอต้องวิ่งอ้อมไปอีกทางเพื่อเข้าไป
ดวงตากลมหันไปมองอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นมุมตึกเป็นพื้นที่ของโรงเก็บอุปกรณ์กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน และมันพอที่จะหลบฝนได้ อัยย์ร่าตัดสินใจรีบวิ่งผ่าเม็ดฝนตรงไปทางนั้นทันที
เมื่อมาถึงเด็กสาวตอนนี้เปียกไปทั้งตัว เสื้อนักเรียนที่บางจนเห็นเสื้อในจาง ๆ ยังโชคดีที่ในกระเป๋ามีเสื้อคุมอยู่ด้วย อัยย์ร่ารีบหยิบเสื้อมาสวมทับทันที แขนเรียวทั้งสองข้างโอบกอดตัวเองเอาไว้จากลมที่พัดมาพร้อมกับเม็ดฝนปรอย ๆ
ทว่า …
เสียงของใครบางคนก็ดังออกมาจากทางด้านหลังตรงห้องเก็บของเล็ก ๆ สบถเสียงดังลั่น
“เชี้ยแม่ง!!”
อัยย์ร่าสะดุ้งไปกับเสียงนั้น เด็กสาวค่อย ๆ ชะโงกหน้ามองไปยังห้องนั้น เธอพยายามขยับตัวให้เบาที่สุด ดวงตากลมเพ่งเล็งเข้าไปด้านในห้องนั้น แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังได้รับบาดเจ็บจากการโดนอะไรมาสักอย่าง เขานั่งอยู่กับพื้น หลังพิงเข้ากับกำแพง ตามตัวมีแต่รอยแผล โดยเฉพาะตรงหัวของเขาที่ตอนนี้มีเลือดไหลอาบไปทั่วทั้งหน้า
เด็กสาวยืนขาแข็งไม่รู้ว่าจะเข้าไปดีไหม และไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ อัยย์ร่าตัดสินใจไม่เข้าไป เพราะ เธอคิดว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะเอาตัวเองไปอยู่จุดนั้น จังหวะที่เด็กสาวกำลังจะหมุนตัวหันหลังกลับ แต่เสียงของคนคนนั้นกลับดังขึ้น จนขาเรียวที่กำลังก้าวพลันชะงักกลางอากาศ
“...ใครวะ!”
อัยย์ร่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ และหมุนตัวหันกลับมาช้า ๆ ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อสภาพคนตรงหน้าตอนนี้ดูแย่มากกว่าเดิมแค่เพียงเสี้ยววินาที ชายคนนั้นพูดจบก็ค่อย ๆ ตัวเอียงลงช้า ๆ มาทางด้านข้าง ดวงตาของเขาใกล้จะปิดลงเต็มที อัยย์ร่าตัดสินใจไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปหาคนที่หัวกำลังจะฟาดลงพื้นปูนอย่างไม่สนใจอะไรแล้วในตอนนั้น
มือเล็กเข้าไปประคองใบหน้าของชายคนนั้นเอาไว้ ก่อนที่มันจะกระแทกลงบนพื้น มืออีกข้างเธอพยายามเขย่าตัวเขาให้ได้สติ
“พะ พี่คะ พี่! ได้ยินไหมคะ” ฝ่ามือเล็กทุบไปที่อกของเขาแรง ๆ สองสามครั้ง และยิ่งเห็นว่าเขาไม่ตอบสนองต่อเสียงของเธอ อัยย์ร่าทุบไปอีกแรง ๆ และตะโกนใส่หน้าเขาอย่างลนลาน
“อย่าตายนะ!!”