อัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลย
ดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาท
หมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา
“พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ”
อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด
“มึนหัวฉิบหาย!”
“เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก”
เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด
“พี่ต้องห้ามเลือดก่อน”
เด็กสาวไม่รอช้า เธอตัดสินใจถอดเสื้อคุมของตัวเองออก เพราะรู้สึกว่าเสื้อนักเรียนเริ่มจะแห้งบ้างแล้ว มือเล็กกำเสื้อคุมเอาไว้แน่น และกำลังจะเอื้อมไปซับเลือดที่ไหลออกมาให้เขาอย่างไม่ได้คิดอะไรในหัว แต่มือแกร่งยกขึ้นมาสบัดมือเล็กออกอย่างแรง
“จะทำอะไรของเธอ?”
“อะ อัยย์แค่จะซับเลือดให้”
ร่างสูงหยุดนิ่งและจ้องมองมาทางเด็กสาวตรงหน้าไม่วางตา อัยย์ร่ามองกลับอย่างลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ขยับแขนเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อ โดยที่อีกคนยอมอยู่นิ่งให้เธอทำแบบนั้น มือเล็กกดซับเลือดบนหัวเขาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ อัยย์ร่าซี๊ดปากเล็กน้อย เพราะแค่เห็นก็พอจะรู้ว่าแผลนี้น่าจะเจ็บไม่น้อย
“เจ็บมากแน่ ๆ”
อัยย์ร่าบ่นพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมไม่ได้โฟกัสอย่างอื่นเลยนอกจากแผลตรงนั้น เธอไม่ทันรู้เลยว่า มีดวงตาคมคู่นั้นกำลังจ้องมองมาอย่างไม่ลดละ
ครืด ครืด ครืด ~ เสียงโทรศัพท์ราคาแพงของชายตรงหน้าดังขึ้น ทำให้อัยย์ร่าสะดุ้งและรีบชักมือกลับทันที ดวงตาคมมองมาที่เธอเรียบนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันกดรับสาย เขาหันกลับมาพูดกับเด็กสาวอีกครั้ง
“ทำต่อสิ”
“คะ?”
“ทำแบบที่ทำเมื่อกี้”
“อะ อ่อค่ะ”
อัยย์ร่าหยัดตัวขึ้นมาชันเข่าเล็กน้อย เพราะ คนตรงหน้าสูงกว่าเธอ แม้เขาจะนั่งอยู่ก็ตาม เธอค่อย ๆ กดซับผ้าลงไปอีกครั้ง รวมถึงช่วยเช็ดคราบเลือดบริเวณกรอบหน้าของเขาด้วย ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองมาทางเธออยู่แบบนั้น เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ด้วยระยะห่างของเธอและเขาไม่ได้ไกลกันมาก ทำให้อัยย์ร่าได้ยินเสียงปลายสายพูดออกจากโทรศัพท์
( คุณเดร็กครับ! เป็นยังไงบ้างครับ? )
“กูยังไม่ตาย”
( ผมกำลังจะถึง ทางนั้นเล่นลอบกัดเราขนาดนี้ ให้ผมจัดการยังไงดีครับ? )
“มึงจับมันมาให้ได้ทุกตัว กูจะไปจัดการพวกมันที่โกดัง ฝากกระถืบหนัก ๆ แต่อย่าให้ตาย กูอยากเล่นสนุกกับพวกมันก่อน”
ในขณะที่เขาพูดอยู่ ดวงตาคมสังเกตเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าเม้มปากแน่นเมื่อเขาพูดประโยคนั้นจบ มือที่คอยกดซับเลือดอย่างเบามือก่อนหน้า เริ่มสั่นเล็กน้อย
( ได้ครับ แล้วตอนนี้คุณเดร็กจะให้ผมไปรับตรงไหนครับ? )
“เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นไปให้”
หลังกดวางสายไป เขาก็กดเข้าไปในช่องแชตของลูกน้องเพื่อส่งโลเคชั่นให้ เดร็กยังคงรู้สึกเจ็บที่แผลตามตัวเล็กน้อย แต่ที่หนักสุดคงเป็นที่หัวของเขา และยิ่งความเจ็บมีมากเท่าไรความเดือดดาลและต้องการเอาคืนพวกหมาลอบกัดยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เดร็กหลุบสายตาลงไปมองตรงชื่อที่ปักอยู่บนชุดนักเรียนของเด็กสาวตรงหน้า ‘อัยย์ร่า วาเลนโซ่’ คิ้วหนาขมวดขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นนามสกุลของเธอ เสียงทุ้มเลยเอ่ยถามขึ้น
“เป็นลูกครึ่ง?”
“อะไรนะคะ?”
“ฉันถามว่า เธอเป็นลูกครึ่ง?”
“อ่อ ครึ่งเสี้ยวเฉย ๆ ค่ะ”
อัยย์ร่าเอามือลงและเปลี่ยนมานั่งไปกับพื้นตรงข้ามหน้าเขา เธอก้มลงพับเสื้อของตัวเอง เพราะ มันมีแต่คราบเลือดเต็มไปหมดพร้อมกับพูดต่อ
“จริง ๆ ก็นามสกุลของต้นตระกูลมั้งคะเห็นพ่อบอกแบบนั้น ญุี่ปุ่นดีว่าไหมคะ? ทั้ง ๆ ที่อัยย์พูดญี่ปุ่นไม่ได้สักคำ ตอนเด็ก ๆ มีแต่คนเข้ามาถามอัยย์ว่า พูดญี่ปุ่นได้ไหม พูดให้ฟังหน่อยสิ อัยย์ได้แต่พูดคำว่า คาวาอิ ^^”
เด็กสาวพูดร่ายยาวด้วยท่าทางสดใสไร้เดียงสา มือเล็กก็ยังคงพับผ้าในมือไปเรื่อย แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องเม้มปากเข้าหากัน เพราะเหมือนเธอจะรู้ตัวว่า พูดมากเกินไปแล้ว อัยย์ร่ารีบเบือนหน้าหันไปด้านข้าง และควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋านักเรียนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบพลาสเตอร์ลายการ์ตูนขึ้นมา
“อ่า นึกว่าจะไม่เจอแล้ว” อัยย์ร่าหยิบพลาสเตอร์ขึ้นมายืนให้คนตรงหน้าด้วยแววตาใสซือ “อัยย์มีสองอัน อัยย์ให้พี่หมดเลย”
เดร็กมองไปยังแผ่นพลาสเตอร์ตรงหน้า แล้วหัวเราะในลำคออกมาอย่างนึกขำที่เธอคิดว่ามันจะช่วยอะไรได้ กับพลาสเตอร์แผ่นเล็ก ๆ แบบนี้
“เธอคิดว่า ไอ้แผ่นนั้น จะช่วยอะไรฉันได้?”
“อย่างน้อยก็ได้ช่วยปิดแผลบางส่วนได้นิคะ ถึงจะปิดแผลทั้งหมดไม่ได้ แต่มันอาจจะทำให้บางแผลลดความเจ็บลงได้นะ” เด็กสาวชี้นิ้วไปตรงแผลที่หัวของเดร็กและพูดต่อ “อย่างน้อยก็ที่หัวพี่”
เดร็กนิ่งงันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขานั่งฟังคนตรงหน้าที่พูดไม่หยุด นาน ๆ ทีจะมีผู้หญิงที่กล้าพูดมากขนาดนี้ใส่เขา นอกจาก ควีนน์ น้องสาวของเขาก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน พูดมากขนาดนี้มาก่อน ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เข้าหาเขาก็แค่นอนครางบนเตียง ไม่ก็พูดจายั่วยวนทำเรื่องอย่างว่า หรือไม่ก็ร้องขอชีวิตจากเขา
“รู้ตัวไหมว่า ตัวเธอพูดมากแค่ไหน…”
“...ไม่รู้ค่ะ”
เดร็กยังพูดไม่ทันจบประโยคถูกเด็กสาวตรงหน้าพูดสวนกลับทันควัน อัยย์ร่าที่แกะพลาสเตอร์เสร็จแล้ว ยันตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้ง ไม่พูดพร่ำมือเล็กกางพลาสเตอร์ไปที่แผลตรงหน้าผากเขา และค่อย ๆ ติดลงไปอย่างเบา ครั้งนี้ฝ่ายที่เงียบลงเป็นเดร็กแทน เพราะ ใบหน้าสวยของเด็กสาวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเธอกระทบกับแก้มของเขา
ดวงตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานนิ่งค้าง ยิ่งเห็นเธอใกล้ ๆ เธอยิ่งดูน่ารัก ไร้เดียงสา ถ้าไม่ติดว่า เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขาคงชวนเธอขึ้นเตียงไปแล้ว
“อีกอัน ติดตรงมือละกันนะคะ”
เมื่ออัยย์ร่าติดพลาสเตอร์ตรงหน้าผากของเขาเสร็จแล้ว เธอก็มองไปที่มือของเขาที่มีแผลค่อนข้างลึก ดวงตากลมก้มแกะพลาสเตอร์อย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น การกระทำนั้นทำให้เดร็กเผลอยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อก็กลับไปเรียบนิ่งอย่างเคย
“ขอมือหน่อยค่ะ”
อัยย์ร่าทำท่าแบมือและยื่นไปหาคนตรงหน้าเพื่อจะขอมือของเขามาทำแผลให้ เดร็กไม่ได้ว่าอะไร เขาเอามือไปวางลงที่ฝ่ามือเล็กแต่ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักวางลงไป เพราะ ขนาดฝ่ามือของเธอและเขามันต่างกัน จนกลัวว่าเธอจะรับน้ำหนักไม่ไหว
“อัยย์แค่ติดห้ามเลือดให้เฉย ๆ นะคะ แต่พี่ต้องไปโรงพยาบาลนะ”
เด็กสาวก้มหน้าก้มตาตั้งใจติดพลาสเตอร์พร้อมกับพูดเตือนร่างสูงว่า เขาควรไปโรงพยาบาล เพราะ สภาพตอนนี้เขาดูแย่มาก ๆ
“ไม่กลัวหรือไง?”
อัยย์ร่าเงยหน้ามองขึ้นไปยังคนที่เพิ่งพูดออกมาหลังจากที่เงียบไปสักพักหนึ่ง “ยังไงคะ?”
“เข้ามาช่วยคนแปลกหน้าแบบนี้ แถมยังเป็นผู้ชาย เธอไม่กลัวหรือไง?”
อัยย์ร่านิ่งไปสักพักหนึ่งอย่างใช้ความคิด ดวงตากลมมองไปที่ใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้คิดอะไร และเลือกที่จะพูดตามความจริงออกไป
“กลัวค่ะ แต่เห็นพี่แล้วสงสาร”
“เหอะ!” เดร็กขำในลำคอกับคำตอบตรงไปตรงมาของเธอ
“พี่ก็เห็นว่า อัยย์กำลังจะเดินไปแล้ว แต่พี่นั้นแหละ หัวจะฟาดพื้นอยู่แล้วนะคะ ดีนะที่อัยย์เข้ามาช่วยก่อน ไม่งั้นพี่เป็นหนักกว่าเดิมแน่ ๆ”
เดร็กมองมาที่อัยย์ร่าอีกครั้ง เขามองอยู่อย่างนั้นอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า เสียสติไปแล้วหรือเปล่า
ครืด ครืด ครืด~ เสียงโทรศัพท์ของเดร็กดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เขาต้องละสายตาลงไปมอง หน้าจอขึ้นเบอร์ของลูกน้องคนสนิท
“อืม มึงรอแถวนั้น เดี๋ยวกูเดินไปเอง”
เดร็กพูดเพียงเท่านั้นและกดตัดสายไป เขาพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นอีกครั้ง อัยย์ร่านั่งมองเขานิ่งยังไม่ได้ขยับตัว เดร็กที่ลองลุกขึ้นมายืนได้ ดวงตาคมหลุบมองต่ำยังคนที่นั่งตาใสอยู่ที่พื้น เดร็กรู้สึกไม่ได้เจ็บมากเมื่อลองลุกขึ้นยืน แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาต้องทำเหมือนยืนไม่ไหว และทำท่าเหมือนจะเซล้มลงไปทางด้านหลัง
“นั่นไง!! พี่ยืนไม่ไหวแล้ว” ร่างเล็กของอัยย์ร่ารีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างเร็ว เธอเข้าไปจับกล้ามแขนแกร่งของเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้เซล้มลงไป พร้อมกับเงยหน้าพูดขึ้นกับคนตัวสูง
“อัยย์ช่วยนะ”
เดร็กหลุบมองต่ำยังคนที่ตัวเล็กกว่า รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาเล็กน้อย แขนแกร่งเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่บางเอาไว้ เหมือนต้องการให้เธอช่วยพยุงเขา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไปเลยด้วยซ้ำ
“อ๊ะ! หนัก แขนพี่หนัก”
อัยย์ร่าเซจนแทบทรงตัวไม่อยู่ แขนที่พาดลงมาบนไหล่บางของเธอมันหนักราวกับกำลังตรึงเธอไว้ อัยย์ร่าพยายามยืนให้ตรง แต่กลับถูกแรงนั้นบังคับจนขยับให้เธอเข้ามาใกล้คนตัวสูงมากขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่แล้ว