อัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก
“ใส่เสื้อคุม”
“คะ?”
“เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน”
อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!”
เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนัก
เดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น
“อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก”
“อะไรอีกคะ?”
“ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไปแล้ว”
“ทำไมพี่คิดแบบนั้น โลกคงไม่ใจร้ายกับเราขนาดนั้นมั้งคะ”
ขาแกร่งหยุดเดิน ทำให้ร่างเล็กต้องหยุดเดินตามไปด้วย ใบหน้าหล่อโน้มลงเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่ใกล้กันจนปลายจมูกเกือบชนกัน
“เด็กน้อย โลกของเธอมันมีแต่สีขาวกับสีชมพูหรือไง? โลกข้างนอกมันโหดร้ายกว่าที่เธอคิด”
อัยย์ร่าไม่ได้พูดอะไรต่อ ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังใจเต้นแรงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกำลังก่อตัว เมื่อออกมาด้านนอก แสงภายนอกห้อง ทำให้มองเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดเจน และตอนนี้มันยังใกล้จนลมหายใจอุ่นของเขากระแทกเข้ามาที่ใบหน้าของเธอ
ทั้งคู่ยืนมองตากันอยู่อย่างนั้นเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน เดร็กเคลิ้มไปกับใบหน้าหวานที่อยู่ในระยะใกล้ เขาค่อย ๆ โน้มหน้าลงเข้าไปใกล้มากขึ้น ปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน อัยย์ร่ายังคงมองตาแป๋วไม่กล้าขยับตัว ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกัน เสียงของลูกน้องเดร็กก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้อัยย์ร่าที่เพิ่งได้สติกลับมา รีบพลักตัวออกห่างเล็กน้อย
“เอ่อ… คุณเดร็ก รถพร้อมแล้วครับ”
เดร็กตวัดสายตาไปยังลูกน้องที่มาขัดจังหวะ ใบหน้าหล่อบ่งบอกถึงความหงุดหงิดไม่น้อย ร่างเล็กของอัยย์ร่าดันตัวเองออกมาจากอ้อมแขนแกร่ง และยืนข้างเขาแบบเว้นระยะห่าง โดยที่เธอไม่มองหน้าเขาสักนิด และทำตัวถูกกับเหตุการณ์เมื่อครู่
“คนของพี่มาแล้ว อัยย์ขอตัวก่อนนะคะ”
อัยย์ร่ารีบก้าวขาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นพอดี ทำให้รู้ว่า คนขับรถของเธอเองก็กำลังจะมาถึงแล้วเหมือนกัน ขาเรียวรีบก้าวเดินให้พ้นจากตรงนี้ แต่เสียงของเดร็กดังขึ้นตามหลังมา
“เดี๋ยว!”
อัยย์ร่าที่เดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของถนนหน้าป้ายรถเมล์แล้ว ร่างเล็กหันกลับไปมองยังคนที่เรียกเธออีกครั้งอย่างสงสัยว่า เขาจะพูดอะไร
“ขอเบอร์หน่อยได้ไหม?”
อัยย์ร่ายืนนิ่งมองไปทางเขา ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เธอมองไปยังรถเก๋งสีดำสามคันจอดอยู่ฝั่งที่เดร็กยืนอยู่ พร้อมกับลูกน้องของเขาจำนวนหนึ่งที่ยืนรอผู้เป็นนายข้างรถพวกนั้น อัยย์ร่าตัดสินใจได้ว่า อย่าสานสัมพันธ์อะไรกันต่อเลย เพราะ เขาเองคงไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาทั่วไป และตัวเธอเองก็ไม่อยากเอาชีวิตเข้าไปวุ่นวายกับใครให้เดือดร้อน
ร่างเล็กยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป รถของที่บ้านเธอก็มาจอดเทียบท่าด้านหน้าของคนตัวเล็ก อัยย์ร่าเอื้อมไปเปิดประตูรถ และมองไปที่เดร็กอีกครั้ง เธอยิ้มหวานให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย และพูดออกไปพร้อมกับโบกมือลา
“พี่ไปโรงพยาบาลด้วยนะ”
หลังจากนั้นอัยย์ร่าก็แทรกตัวเข้าไปนั่งยังเบาะหลัง และปิดประตูลง เมื่อเธอเขามานั่งด้านในตัวรถแล้ว ดวงตากลมก็ยังคงมองไปยังฝั่งตรงข้าม เดร็กยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดและเงยหน้าพ่นควันสีขาวลอยฟรุ้งไปในอากาศ เขามองมาที่รถของเธอแวบหนึ่ง หลังจากนั้นก็หันหลังเดินไปยังรถของเขาที่มีลูกน้องรอเปิดประตูให้ ด้วยท่าทางดูไม่ได้เจ็บอะไรแถมยังเดินเหินได้ปกติ
รถของทั้งสองคู่ขับออกห่างกันไปในทิศทางที่สวนกันช้า ๆ จนอัยย์ร่าหันไปมองกระจกหลัง รถของเดร็กก็หายไปจากสายตาแล้ว ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มุมปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า มันคืออะไร
… ทางฝั่งของเดร็ก
ภายในรถหรู เดร็กนั่งอยู่ตรงเบาะหลัง โดยมีลูกน้องคนสนิทอย่าง แดน ที่เป็นคนขับรถให้ ร่างสูงหลุบมองพลาสเตอร์ลายการ์ตูนที่ติดอยู่ตรงมือจู่ ๆ มุมปากหยักก็ยกยิ้ม ใบหน้าหวานของเด็กสาวเมื่อครู่ลอยเข้ามาในความคิด อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
“น่ารักนะครับ”
เดร็กละสายตาขึ้นมามองคนที่นั่งหลังพวงมาลัย จากนั้นก็หันไปมองกระจกด้านข้าง และพูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ
“อะไรของมึงไอ้แดน”
“น้องคนเมื่อกี้ไงครับ น่ารักดีนะครับ”
“อืม ก็น่ารักดี เสียดายยังเด็กไปหน่อย”
“เด็กวันนี้ เดี๋ยววันข้างหน้าก็โตครับ”
“มึงจะสื่อถึงอะไร?” คิ้วหนาขมวดแน่น เมื่อลูกน้องของเขาพูดอะไรแบบนั้นออกมา
“ให้ผมสืบไหมครับ? ว่าเธอเป็นลูกสาวบ้านไหน”
“มึงเห็นกูเป็นพวกโรคจิตหรือไง? เป็นเมนส์หรือยัง กูยังไม่รู้เลย”
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น เดร็กไม่ได้ให้แดนสืบว่า เธอเป็นใคร เพราะ ช่วงนี้เขาไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งนั้น และอีกอย่างตัวเขาเองไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครอยู่แล้ว
“ไปรับควีนน์มาหรือยัง?”
เดร็กถามกับลูกน้องถึงน้องสาวของเขา เขาบินกลับมาไทยได้สองวัน วันนี้เลยตั้งใจจะมารับน้องสาวของเขาจากมหาวิทยาลัยแถวนี้ แต่เจอพวกหมาลอบกัดเล่นงานซะก่อนทำให้สภาพตัวเองตอนนี้ดูไม่จืด
“คุณหนูถึงบ้านใหญ่เรียบร้อยครับ โชคยังดีที่คุณ เรย์ รู้ตัวก่อน เลยรีบไปรับคุณควีนน์ทัน”
เมื่อพูดถึงเรย์น้องชายคนที่สามของเขา ที่เจอกันนับครั้งได้ ตัวเดร็กเองมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน ‘เขาเป็นพี่คนโต’ รองจากเขาคือ
แบล็ค ที่ต้องบินดูงานหลายประเทศไม่ต่างจากเขา และอายุห่างกันแค่ปีเดียว จะเจอกันบ่อยที่สุดในบรรดาสี่พี่น้อง
แต่กับ เรย์ และ ควีนน์ ที่ยังเรียนอยู่ ทำให้ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ไทยเป็นหลัก นาน ๆ ทีจะได้เจอกัน
“กูมาไทยแทนที่ไอ้เรย์มันจะเสนอหน้ามาหากู แต่หายหัวไปเลย”
“ตามประสาหนุ่มฮอตแหละครับ สาวเยอะมากรายนั้น”
“สักวันคงได้เป็นเอดส์ตาย”
เสียงหัวเราะของแดนดังออกมาเล็กน้อย เขาเหลือบมองกระจกหลัง และเห็นว่าแผลตามตัวของนายตัวเองเยอะมากพอสมควร
“ไปโรงพยาบาลดีกว่าไหมครับ?”
“ไม่ต้อง เรียกหมอมาก็พอ”
“ให้เข้าบ้านใหญ่ไหมครับ?”
“กลับคอนโดกู”
ร่างสูงเอนหลังพิงเบาะรถราคาแพงอย่างอ่อนล้า ดวงตาคมปิดสนิท เขาต้องพักสายตาชั่วครู่ แต่เมื่อหลับตาลง ดวงตากลมของร่างเล็กที่เพิ่งแยกจากกันก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เดร็กลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“วันนี้จัดเด็กมาให้กู”
“แผลเต็มตัวขนาดนั้น ยังจะทำอีกหรอครับ”
“แผลแค่นี้ มึงคิดว่ามันเป็นปัญหาสำหรับกูหรือไง?”
แดนไม่ได้คิดจะเถียงอะไรนายต่อ เขาแค่ยักไหล่และรู้ดีว่า แผลพวกนี้มันเล็กน้อยสำหรับเดร็กมาก คงไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรถ้าจะทำเรื่องบนเตียง
“เอาแนวไหนดีครับ ฝรั่ง หมวย ไทย”
“แบบเธอ”
“ครับ?”
“แบบเด็กคนนั้น”
คนที่เพิ่งออกคำสั่ง ไม่รอให้ลูกน้องพูดอะไรต่อ เขาเอนหลังพิงกับเบาะรถอีกครั้ง และหลับตาลงอย่างไม่อยากสบสายตาของลูกน้องคนสนิท แดนได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว เพราะ ไม่เคยมีครั้งไหนเลย ที่นายของเขาจะถูกใจผู้หญิงคนไหนขนาดนี้
แม้แต่นางแบบสวย ๆ ที่เรียงรายรอขึ้นเตียงกับเขา ก็ยังไม่เคยถูกใจเท่านี้มาก่อน แต่น่าเสียดายที่เด็กคนนั้นยังเด็กเกินไป ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มีทางหลุดมือจากนายของเขาไปแน่