LOGINลูซี่.....ลูกสาวเพียงคนเดียวของมาเฟียตระกูลใหญ่อย่าง ลูคัส เด็กสาววัยแรกแย้ม ย่อมตกเป็นจุดอ่อนของผู้เป็นพ่อ ลูคัสจึงจัดการส่ง โจนาธาน ลูกชายบุญธรรมของตนเองให้มาเป็น ‘บอดี้การ์ด‘ ของลูกสาวเพียงคนเดียว แต่ปัญหาคือ.... “หนูไม่ได้ต้องการบอดี้การ์ด โดยเฉพาะเขา!“ เธอเกลียดโจนาธาน! แต่ใครจะไปรู้ ว่าการมีบอดี้การ์ดครั้งนี้จะทำให้เธอมีชีวิตที่เปลี่ยนไป ความอบอุ่นใส่ใจ ที่เขามอบให้ ทำให้เธอและเขา ข้ามเส้นในแบบที่ไม่ควรจะเป็น..... “นายจะไม่รับผิดชอบอะไรเลยเหรอ” “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้…มันหมายความว่ายังไงสำหรับนาย” เพราะเขาคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร ถึงได้ยอมเห็นเธอ ไปหมั้นกับผู้ชายคนอื่น
View Moreตอนที่ 1. บอดี้การ์ดที่ไม่ต้องการ
ความทรงจำบางอย่าง ไม่เคยจางหาย มันไม่ได้หายไปตามกาลเวลา แต่มันฝังอยู่…ลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ สำหรับลูซี่ ‘ลลิษา วังเทพบดินทร์’ ความทรงจำแบบนั้น เริ่มต้นในคืนฝนตก เธอจำกลิ่นฝนได้ จำเสียงน้ำกระทบกระจกหน้ารถ จำไฟถนนสีส้มที่ทอดยาวเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดได้เป็นอย่างดี เด็กหญิงวัยห้าขวบนั่งอยู่เบาะหลัง เท้าเล็กๆ แกว่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย มือกอดตุ๊กตาผ้าขาดๆ ตัวเดิมแน่น เธอไม่รู้ว่าทำไมคืนนั้นพ่อกับแม่ถึงดูเงียบผิดปกติ ทั้งที่ปกติแม่จะชวนเธอคุยไม่หยุด “แม่คะ…” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “เราจะไปไหนเหรอคะ” ศศิ วังเทพบดินทร์ หันกลับมายิ้มให้ลูกสาว รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน อบอุ่น และเป็นรอยยิ้มที่ลูซี่จะไม่มีวันลืม “ไปเอาคนสำคัญกลับบ้านจ้ะ” “สำคัญแค่ไหนคะ” ผู้เป็นแม่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองด้วยความรักใคร่ “สำคัญพอๆ กับที่หนูสำคัญกับแม่เลย” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ลูซี่ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เธอชอบคำตอบนั้น เธอขยับตัวเข้าไปใกล้แม่โดยไม่รู้ตัว ซบไหล่บาง ๆ อย่างเคยชิน ลูคัส วังเทพบดินทร์ นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ มือใหญ่จับพวงมาลัยแน่น ดวงตาคมมองถนนเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ชายวัยกลางคนผู้ผ่านโลกมืดมามากเกินกว่าจะเชื่อในความบังเอิญ เขารู้ว่าคืนนั้นไม่ปลอดภัย แต่เขาไม่คิดว่า “บ้าน” จะกลายเป็นสถานที่ที่ไปไม่ถึง แม้จะมีลูกน้องขับรถตามมาตั้งสองคนก็ตาม แต่ก็ไม่อาจต้านสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่นาทีข้างหน้าต่อไปได้ รถเลี้ยวเข้าเส้นทางเปลี่ยว เสียงฝนเริ่มดังขึ้น ถนนเงียบผิดปกติ ไฟถนนบางดวงดับสนิท แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงเบรกดังเอี๊ยด รถกระชากตัวอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นอย่างที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ปัง! เสียงนั้นดังเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว ลูซี่กรีดร้องด้วยความตกใจ ตุ๊กตาหลุดจากมือ ร่างเล็กถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ลูกสาวของตัวเองตกอยู่ในอันตราย ปัง! ปัง! ศศิสะดุ้งเฮือก เสียงหายใจขาดห้วง เลือดอุ่น ๆ ไหลเปื้อนแขนเสื้อเด็กหญิงที่น้ำตาไหลร่วงออกด้วยความตื่นตกใจ “แม่…?” เสียงนั้นสั่นจนแทบไม่เป็นคำ ศศิไม่ตอบ ร่างบางทรุดลงมาทับลูกสาว น้ำหนักทั้งหมดกดลงบนอกเล็ก ๆ จนลูซี่หายใจไม่ออก “ศศิ!” ลูคัสตะโกน เสียงแตกพร่า มือหนึ่งพยายามประคองภรรยา อีกมือเอื้อมคว้าปืน ลูกน้องหลายคนวิ่งเข้ามา เสียงปืนตอบโต้ดังระงมไปทั่วบริเวณนั้น ลูซี่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าแม่ไม่ขยับ แม่ไม่พูด แม่ไม่กอดเธอกลับ และน้ำสีแดงสดก็กระเด็นมาเปื้อนเด็กสาวเต็มไปหมด จนหัวใจของเธอไหวสั่น “แม่คะ ลุกสิ…..ฮึก” เสียงร้องไห้แหบพร่า เด็กหญิงเขย่าร่างแม่อย่างสิ้นหวัง “ลูซี่กลัว…” ไม่มีคำตอบ อีกฝากหนึ่งไม่ไกลจากจุดนั้น เด็กชายวัยสิบเอ็ดปียืนตัวแข็งอยู่หลังต้นไม้ โจนาธาน สุดพิสัย เขาเห็นทุกอย่าง เห็นผู้หญิงถูกยิงเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ เห็นผู้ชายคนหนึ่งพยายามปกป้องครอบครัวด้วยชีวิต เด็กหนุ่มที่เก็บความตื่นเต้นเอาไว้ทั้งวัน เพราะวันนี้คือวันที่เขาควรจะมีความสุขมากที่สุด เขากำลังจะได้มีบ้าน ที่ตัวเองต้องการมาตลอดชีวิต และเขาเข้าใจในคืนนั้นเองว่าโลกใบนี้ ไม่เคยยุติธรรม และความตาย…มักมาจากสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจ” คืนนั้นข่าวใหญ่ถูกตีพิมพ์ไปหลายสำนัก ศศิ วังเทพบดินทร์ เสียชีวิต และหลังจากคืนนั้นเอง ชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไปตลอดกาล หลายปีผ่านไป แต่บางความทรงจำ ไม่เคยจางหายไปไหน เสียงเปียโนดังแผ่วเบาในห้องกว้าง ‘ลูซี่ ลลิษา วังเทพบดินทร์’ นั่งอยู่หน้าคีย์สีขาว นิ้วเรียวยาวกดลงอย่างเชื่องช้า เสียงดนตรีไม่ไพเราะนัก แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ เปียโนเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมเธอกับแม่ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าแม่ยังไม่จากไปไหน เสียงสุดท้ายค้างอยู่ในอากาศ ก่อนที่เธอจะปล่อยมือออกช้าๆ ความเงียบเข้ามาแทนที่ “ยังเล่นแบบเดิมเลยนะคะคุณหนู” เสียงคนรับใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง ลูซี่ไม่หันไปมอง เธอตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย อาจเพราะวันนี้อากาศร้อนกว่าปกติ “ไม่ต้องมายุ่ง” ผักบุ้งหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทัน “ดื้อเหมือนเดิมเลยค่ะ” เด็กสาววัยสิบเก้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าสวยสะบัดอย่างไม่พอใจ เธอเกลียดคำว่า ‘คุณหนู’ ในบางวัน และใช้มันเป็นอาวุธในบางครั้ง ชีวิตของลูซี่ถูกเลี้ยงดูด้วยเงิน แต่ขาดสิ่งที่เรียกว่า ‘เวลา’ และ ’ความใส่ใจ‘ หลังจากแม่ตาย พ่อไม่เคยกอดเธอเหมือนเดิม ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะทุกครั้งที่มองหน้าเธอ เขาจะเห็นศศิและนั่นทำให้ลูคัสทำใจไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองปล่อยปะละเลยลูกสาวเกินไปเด็กสาวที่เคยตัวน้อยก็เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง ในแบบที่คนเป็นพ่อเองยังไม่ทันตั้งตัว ลูคัสเลือกชดเชยด้วยทุกอย่างที่เงินซื้อได้ เสื้อผ้า รถ อิสระที่มากเกินไป และมันก็ทำให้ลูซี่เติบโตมาเป็นเด็กผู้หญิงที่เอาแต่ใจ เพราะไม่มีใครสอนว่า ‘พอดี’ คืออะไร สำหรับเธอ....อะไรที่อยากได้ ก็ต้องได้ตอนนั้น “คุณหนูครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู เสียงที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุด ลูซี่หันไปมอง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนอยู่ตรงนั้น หลังตรง สีหน้าเรียบ ดวงตานิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ โจนาธาน เด็กชายในคืนนั้น โตขึ้นมาเป็นผู้ชายเงียบขรึม ที่เธอไม่เคยเข้าใจ “คุณท่านเรียกครับ” เขาพูดสั้น ๆ ลูซี่หัวเราะหยัน “นายเป็นคนใช้หรือไง ถึงต้องมาส่งข่าวแทน” โจนาธานไม่ตอบเหมือนทุกครั้ง ความเงียบนั่นแหละ ที่ทำให้เธอหงุดหงิด เหมือนกำแพงที่เธอชนแล้วไม่เคยทะลุ @ในห้องทำงาน ลูคัสนั่งอยู่หลังโต๊ะใหญ่ เอกสารกองพะเนินวางอยู่ตรงหน้า ดอกไม้ช่อแล้วช่อเล่าวางเรียงอยู่มุมห้อง ตั้งแต่ลูกสาวขึ้นมหาวิทลัย ดอกไม้พวกนี้ก็ถูกส่งมาตามจีบเธอบ่อยครั้ง ทำเอาผู้เป็นพ่อส่ายหัว รู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างยิ่งที่ลูกสางเสน่ห์แรงเช่นนี้ “พ่อเห็นดอกไม้พวกนี้ไหมคะ” ลูซี่พูดเสียงแข็ง “หนูไม่ได้ขอ” เธอบอกเล่าตามประสาคนหยิ่ง ไม่รู้ว่ารุ่นพี่พวกนั้นจะส่งมาทำไมนักหนา เธอไม่ได้ต้องการมันสักหน่อย เธอมีเงินมากพอที่จะซื้อดอกไม้ยกสวนเสียด้วยซ้ำ ลูคัสเงยหน้ามองลูกสาว ดวงตาเข้มขึ้น “พ่อนี่แหละที่เป็นห่วง” “ห่วงเกินไปแล้ว” เธอสวนกลับ “หนูโตแล้ว” “และนั่นแหละที่อันตราย” ลูคัสตอบ สายตาของเขาเหลือบไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์ของตัวเองออกไป “ตั้งแต่วันนี้ โจนาธานจะเป็นบอดี้การ์ดของลูก” ลูซี่ชะงัก ก่อนที่ความโกรธจะพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นความคิดเห็นที่ไม่เข้าท่าที่สุดในชีวิตของเธอ พ่อคิดอะไรอยู่? ทำไมถึงอยากให้คนน่ารำคาญแบบนั้นมาคอยตามติดเธอ! “ไม่เอา!” เธอขึ้นเสียงทันที “หนูไม่ได้ต้องการบอดี้การ์ด โดยเฉพาะเขา!” ภาพอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธอ วันที่โจเป็นคนบอกพ่อเรื่องแฟนคนแรกของเธอ วันที่ความลับถูกเปิดโปงต่อหน้าทุกคน ตอนนั้นลูซี่อายุสิบห้าปี เธอคบหากับรุ่นพี่คนหนึ่งมี่อยู่มอหก แต่โจนาธานที่บังเอิญมาได้ยินบทสนทนาอันหวานแหว๋วของเธอเข้า เขาก็คาบข่าวไปบอกพ่อของเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงในพริบตา เธอถูกพ่อสั่งให้เลิกยุ่งกับรุ่นพี่คนนั้น และเธอก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าโจนาธาน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้เขาจะหวังดีกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างเธอก็ตาม “พ่อไม่ต่อรอง” ลูคัสพูดเสียงเย็น “พ่อจะไม่ยอมเสียลูกไปเหมือนแม่ของลูก“ คำว่า ‘แม่’ ทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท ลูซี่เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่เธอไม่อยากยอมรับ ในขณะที่โจนาธานเอาแต่ยืนนิ่ง เขารู้ว่าตัวเองถูกเกลียดและเขายอมรับมัน เพราะสำหรับเขา หน้าที่สำคัญกว่าความรู้สึกเสมอ แม้ว่าลูซี่จะไม่ต้องการเขา แต่หน้าที่นี้....เป็นสิ่งที่เขาควรทำ เพราะลูคัสไว้ใจเขามากที่สุดตอนที่ 45. ขอบคุณนะคะแม่ ( จบบริบูรณ์ ) หลายเดือนต่อมาแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพักผู้ป่วยพิเศษ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออย่างอ่อนโยน เสียงหายใจสม่ำเสมอของทารกตัวน้อยดังแผ่วอยู่ในอ้อมแขนของชายวัยกลางคนลูคัสยืนอุ้มหลานชายไว้แนบอก แขนแข็งแรงที่เคยถือปืน เคยตัดสินชะตาคนมากมาย บัดนี้กลับประคองร่างเล็กจิ๋วด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวจะทำหล่นแตก“ตัวแค่นี้เอง…” เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาคมเข้มอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนข้างๆกัน โจนาธานยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ภาพของชายที่เขาเคยเกรงกลัว เคยเคารพ และวันนี้…กำลังกลายเป็น “พ่อของพ่อ” ของสายเลือดของเขา “เหมือนลูซี่ตอนเด็กมาก” ลูคัสเอ่ยขึ้น โดยไม่ละสายตาจากใบหน้าเล็กๆ “คิ้วเหมือนแม่ แต่จมูก…”เขาเหลือบมองโจนาธานเล็กน้อย “…เหมือนแก”โจนาธานหลุดยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัวเป็นรอยยิ้มของผู้ชายที่เพิ่งรู้สึกว่า ตัวเองมี “ราก” จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้พักอาศัย เหมือนที่ผ่านมา “ผมไม่คิดเลยครับ” เขาพูดเสียงเบา “ว่าวันหนึ่ง…ผมจะมีทุกอย่างขนาดนี้” สำหรับโจนาธาน ทุกอย่างที่ตนเองมีตอนนี้ มันช่างเหนือความคาดหมายเหลือเก
ตอนที่ 44. ข่าวดี รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ในช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศเงียบสงบกว่าทุกวัน ราวกับบ้านทั้งหลังรู้ดีว่ากำลังจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปโจนาธานลงจากรถก่อน เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ลูซี่อย่างเคยชิน แต่ครั้งนี้หญิงสาวไม่ได้รีบลง เธอนั่งนิ่ง มือวางบนหน้าท้อง ดวงตาจ้องไปข้างหน้าเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า“พร้อมไหมครับ” เขาถามเสียงเบาลูซี่หันมามองเขา ยิ้มบางๆของเธอปนไปด้วยความประหม่า“เดี๋ยวฉันพูดเองนะ”โจนาธานพยักหน้า ไม่ได้ขัดอะไร เขารู้ดีว่านี่คือเรื่องระหว่างพ่อกับลูกสาว ในเมื่อหญิงสาวอยากเป็นคนพูดด้วยตัวเอง เขาก็ไม่ติดขัด ทั้งสองเดินเข้ามาในตัวบ้าน ลูคัสนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้าแทบไม่ได้ถูกแตะ เขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่เห็นทั้งสองคน “กลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่“หมอว่ายังไงบ้าง” เขาถามออกมาด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่ยังคงเต็มเปี่ยม ลูซี่หยุดยืนตรงหน้าโซฟา หายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะพูดออกไปตรงๆ “พ่อคะ…...หนูท้องค่ะ”คำพูดนั้นชัดเจน ไม่มีการอ้อมค้อม ไม่มีการเกริ่นนำ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องในทั
ตอนที่ 43. เราสามคน สายวันนั้น แสงแดดอ่อนส่องลอดม่านบางเข้ามาในห้องนอน ลูซี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ร่างกายยังอ่อนล้าจากเมื่อคืน แต่ความรู้สึกหนึ่งกลับชัดเจนกว่าความง่วง คือความหิวหิวผิดปกติ หิวจนรู้สึกเหมือนท้องกลวงหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มือแตะหน้าท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกๆ แล่นผ่านวูบหนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก แค่โทษว่าคงเป็นเพราะเมื่อคืนใช้พลังไปเยอะหญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงบันไดไปยังห้องอาหารโต๊ะอาหารเช้าวันนี้เป็นภาพที่เริ่มคุ้นตา ลูคัสนั่งอยู่หัวโต๊ะ อ่านข่าวจากแท็บเล็ตคนละฝั่งกับโจนาธาน ที่ทุกวันนี้เริ่มชินกับการนั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ” ลูซี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะนั่งลงข้างร่างสูง “ตื่นแล้วเหรอ” ลูคัสเงยหน้าขึ้น “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง”คำถามเรียบๆ แต่โจนาธานกลับเผลอกลืนน้ำลายลูซี่ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม“ก็ดีค่ะ นอนสบายมาก”ลูคัสมองหน้าลูกสาวนิ่งๆ คล้ายจะอ่านอะไรบางอย่างออก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงพยักหน้าเบาๆ แม่บ้านยกถาดข้าวต้มร้อน ๆ มาวางตรงหน้าลูซี
ตอนที่ 42. อดใจไม่ไหว NC+@คฤหาสน์ไม่กี่นาทีต่อมา รถคันหรูเคลื่อนมาจอดสนิทหน้าบ้าน โจนาธานอุ้มลูซี่ลงมาอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเพียงแรงสะเทือนเล็กน้อยจะทำให้เธอแตกสลาย“ขึ้นไปพักก่อนนะ” เขาพูดเบาๆ หญิงสาวพยักหน้า แต่ดวงตาคู่นั้น…ดูไม่เหมือนคนอ่อนแรงแล้ว ในห้องนอน แสงไฟสลัว โจนาธานจัดหมอนให้เธอเอนหลัง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม“นอนพักสักหน่อย เดี๋ยวผม....“ เขายังพูดไม่จบ มือเรียวก็เอื้อมมาจับข้อมือหนาไว้โจนาธานชะงักสายจาไป เมื่อเงยขึ้นไปมองหญิงสาว ลูซี่มองเขาด้วยแววตาหวานฉ่ำ ไม่ใช่สายตาของคนป่วย แต่เป็นสายตาของผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร“ไม่ต้องไปไหน” เสียงเธอเบา แต่ชัดเจน “ลูซี่…คุณเพิ่ง” “ความจริงแล้วฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เธอพูดช้าๆ“ฉันแค่…อยากให้นายพาฉันกลับ”ปลายนิ้วเธอค่อยๆ เลื่อนจากข้อมือเขา ขึ้นไปแตะที่อก รับรู้จังหวะหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กัน ตอนนี้แววตาของหญิงสาวบ่งบอกชัดเจน ว่าเธอกำลังต้องการอะไร....โจนาธานกลืนน้ำลาย พยายามตั้งสติ ก่อนหน้านี้เขาเห็นจริงๆว่าเธอไม่ได้แกล้งเป็นลม “ถ้าคุณยังไม่ไหว....ผมว่า“ ลูซี่ยกตัวขึ้นเล็กน้อย ขยับเข้าใกล้เขา ใกล้จนได