เจ็ดเดือนผ่านไป
ตอนนี้อัยย์ร่ากำลังขึ้นมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โชคดีที่เธอกับอันนาสอบติดที่เดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก
“อัยย์ เพื่อนรักคนสวย ทางนี้”
เสียงของอันนาดังขึ้นตรงโต๊ะกลางของโรงอาหาร ขาเรียวรีบก้าวไปหาเพื่อนรักด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงปิดเทอมขึ้นปีหนึ่ง ทั้งคู่ยืนจับมือกันและเด้งตัวขึ้นราวกับเด็กน้อย เวลาดีใจมีความสุข
“พอ ๆ เราเป็นสาวกันแล้วนะ จะทำตัวแบบนี้ม้ายด้ายยย” อัยย์ร่าชูนิ้วชี้ส่ายไปมา และพูดห้ามเพื่อน แต่ยังคงมีความสดใสตามแบบของเธออยู่
“สาวมหาลัย คริคริ ><”
อันนาทำท่าหัวเราะคิกคัก เพราะ ยังไม่ชินกับการเป็นสาวมหาลัยครั้งแรกแบบเต็มตัว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้และมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น มีทั้งรุ่นพี่และเด็กปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาทั่วบริเวณนี้
“คณะบริหารของเราคนสวยเยอะมากแก” อันนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะ เธอเจอรุ่นพี่และคนรุ่นเดียวกันกับเธอมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด
“จริง! เมื่อกี้ฉันเดินมา มีแต่คนสวย ๆ แถมผิวขาวมาก”
“แต่ฉันว่า แกสวยกว่าเยอะ แต่งหน้า ทำผมอีกนิด เป็นดาวคณะได้สบาย”
“ทุกวันนี้ แค่ตื่นให้ทันก่อนดีกว่าไหม เครื่องสำอางที่แกซื้อมาฝากจากอเมริกาฉันยังไม่ได้แกะเลย”
อัยย์ร่าพูดออกไป เพราะ ช่วงปิดเทอมอันนาไปเที่ยวกับครอบครัวเหมือนทุก ๆ ปี เธอมักจะซื้อของมาฝากเสมอ เมื่อก่อนจะชอบซื้อพวกของกิน ขนม ช็อกโกแลต แต่ตอนนี้เริ่มโตขึ้นกันแล้วอันนาเลยเปลี่ยนมาซื้อพวกเครื่องสำอางให้แทน แต่ถึงจะซื้อมาให้อัยย์ร่าก็แทบไม่แตะเลย เพราะ เคยลองพยายามแต่งหลายครั้วแล้ว มันไม่เข้ากับเธอเลยสักนิด แถมสิวขึ้นอีกต่างหาก
“แล้วเรื่องที่บ้านแก เป็นยังไงบ้าง?” อันนาปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น แต่เธอยังพยายามใช้น้ำเสียงไม่ให้กระทบจิตใจของเพื่อนสาวมากนัก
“ก็แย่อยู่ ธุรกิจของพ่อมีปัญหา ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย”
“แล้วพี่สาวแกละ?”
อันนาพูดถึง เอริน พี่สาวแท้ ๆ ของเธอ ที่ตอนนี้หนีออกจากบ้าน และแทบติดต่ออะไรไม่ได้เลย เธอไม่เจอหน้าพี่สาวตัวเองมาเกือบหนึ่งปีเต็มแล้ว ที่บ้านของเธอโกรธมาก เลยแทบไม่พูดถึงพี่สาวของเธออีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น
“พี่รินก็… หายไปเลย”
อัยย์ร่าสายตาเศร้าหม่องลงทันทีเมื่อพูดถึงพี่สาว เธอรู้สึกน้อยใจที่เธอกับพี่สนิทกันขนาดนั้น แต่ทำไมอยู่มาวันหนึ่งเธอก็หายไป แถมไม่บอกอะไรน้องสาวอย่างเธอสักคำ
“ไม่เอาแล้ว ๆ ไม่พูดถึงเรื่องนั้น ฉันไม่ชอบเวลาแกเศร้าเลย”
“อื้อ ฉันโอเค แค่น้อยใจนิดหน่อย”
“ไม่ต้องคิดมากนะแก ฉันว่าพี่รินเขาคงมีเหตุผลของเขา”
“ต่อให้คิดแบบนั้น แต่ฉันก็ยังน้อยใจ โกรธ ไม่เข้าใจ และก็เป็นห่วงพี่รินอยู่ดี แค่อยากให้ติดต่อมาบ้าง แค่นั้นเลยอันนา”
ความเงียบเข้ามาปกคลุมทันที ทั้งคู่ไม่รู้จะพูดอะไรกันต่อ ไม่นานมากนักเสียงประกาศของรุ่นพี่ก็ดังขึ้นให้ไปรวมตัวกับพวกนักศึกษาปีหนึ่ง อัยย์ร่าและอันนาปรับอารมณ์ให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม และรีบลุกขึ้นไปรวมตัวกับเพื่อน ๆ ด้านนอก
“น้อง ๆ ปีหนึ่งมารับป้ายชื่อกันตรงนี้นะครับ รับเสร็จแล้วเข้าแถวนั่งให้เรียบร้อยนะ”
อัยย์ร่าและอันนาเดินไปตรงโต๊ะที่มีป้ายชื่อวางเรียงกันอยู่ ทั้งสองคนต่างมองหาชื่อของตัวเอง ดวงตากลมมองไปให้เห็นชื่อเธอวางอยู่ไม่ไกลมาก และกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่ก็ชนเขากับแขนของใครบางคนที่กำลังเอื้อมมาหยิบป้ายอีกใบหนึ่งเหมือนกัน
“อ่า ขอโทษครับ”
เสียงทุ้มของเพื่อนตัวสูงดังขึ้น อัยย์ร่าหันไปยิ้มบาง ๆ ให้ และก็เอื้อมไปหยิบป้ายชื่อของตัวเองมาสวมไว้ที่คอ เมื่อได้มาแล้ว เธอรีบเดินไปนั่งกับอันนาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว อันนาที่นั่งลงก่อนแล้วเมื่อเห็นอัยย์ร่าเธอเอามือตบ ๆ กับพื้น บ่งบอกให้เพื่อนรักมานั่งตรงนี้ อันนาเบี่ยงตัวมากระซิบกับเพื่อนตัวเล็ก
“ตื่นเต้นมากแก”
“ขออย่าให้พี่เขารับน้องโหดเลยนะ”
“ไม่หรอก ฉันไปอ่านมา เขาบอกคณะเรารับน้องแบบน่ารักสุดแล้ว”
ทั้งคู่หัวเราะคิกคักและพูดคุยกันไปเรื่อย ไม่นานรุ่นพี่ก็เข้ามาแนะนำตัวเอง และบอกว่า คณะของเราในภาคเรียนแรกนั้นจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง และเด็กปีหนึ่งต้องวางตัวยังไง โดยตลอดทั้งวันทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยสิ่งสุดท้ายที่รุ่นพี่มอบหมายให้คือ ให้จับกลุ่มกันสี่คน เพื่อทำกิจกกรรมต่อในวันพรุ่งนี้ โดยกลุ่มของอัยย์ร่าและอันนา มีเพื่อนใหม่เข้ามาเป็นผู้ชายสองคนชื่อ ‘เจ’ โดยเจเป็นชายที่ใจเป็นหญิง แถมสวยอีกต่างหาก และ ‘แทนไท’ คนที่ยื่นแขนเข้ามาชนอัยย์ร่าตอนหาป้ายชื่อ
“สร้างกลุ่มกันไว้ไหม จะได้นัดเจอพวกแกกันพรุ่งนี้?”
เสียงของเพื่อนใหม่อย่างเจพูดขึ้น ทั้งสี่คนสนิทกันเร็วมากจนคิดว่า จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน ทั้งหมดนั่งคุยกันหลังจากรุ่นพี่ปล่อยตัวออกมาแล้ว เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้อัยย์ร่ามีความสุขกับการเข้าปีหนึ่งเป็นอย่างมาก
เวลาล่วงเลยผ่านไป
มันเร็วจนอัยย์ร่าไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ จนตอนนี้พวกเธอก็กำลังจะปิดเทอมปีหนึ่งกันแล้ว
ครืด ครืด ครืด~ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของอัยย์ร่าดังขึ้น และก็เป็นชื่อที่คุ้นเคย หลังจากที่รู้จักกันตอนเปิดเทอมปีหนึ่ง แทนไทก็มักจะมารับเธอติดรถมาลงที่มหาลัยด้วยเป็นประจำ เพราะ เป็นทางผ่านพอดี
อัยย์ร่าออกมาอยู่คอนโดข้างนอกเอง โดยเป็นคอนโดขนาดกลาง ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เนื่องจากปัญหาการเงินทางบ้านของเธอที่เข้าขั้นแย่เลยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บ้านหลังใหญ่ของเธอต้องถูกขายไปอย่างทำอะไรไม่ได้ และพ่อแม่ของอัยย์ร่าก็ไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ แถวชานเมืองแทน ซึ่งไกลจากมหาลัยของเธอ ยังโชคดีที่คอนโดที่เธออยู่ตอนนี้ เป็นคอนโดที่ซื้อเอาไว้ปล่อยเช่านานแล้ว เมื่อคนเช่าออก อัยย์ร่าเลยตัดสินใจมาอยู่ที่นี้แทน เพราะเดินทางสะดวกกว่า
“แทนรอแป๊บนึงนะ อัยย์กำลังรีบลงไป”
อัยย์ร่ารีบเก็บของเข้ากระเป๋า ใส่รองเท้าและเปิดประตูห้องเดินออกไปทันที เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์เธอรีบแทรกตัวเข้าไป โชคยังดีที่ไม่มีใครขึ้นมากับเธอด้วย มือเรียวยกขึ้นรวบผมหมัดเป็นหางม้าเอาไว้ เพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทาง
เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นล่างของคอนโด เธอรีบก้าวไปยังรถมอเตอร์ไซคันใหญ่ที่จอดอยู่แล้ว ร่างสูงของแทนไทคร่อมมอเตอร์ไซเอาไว้อยู่ ในมืออีกข้างหนึ่งถือหมวกกันน็อคใบเล็กเอาไว้ในมืออย่างในทุกวัน
“รอนานไหมแทน” เสียงหวานพูดขึ้นกับเพื่อนตัวสูง
“ไม่นานเลย สบายมาก ขึ้นมาเลยคนสวย”
แทนไทส่งหมวกกันน็อคให้เพื่อนตัวเล็กใส่ อัยย์ร่าขึ้นคร่อมนั่งบนรถอย่างชำราญมากขึ้นกว่าในตอนแรก ช่วงแรก ๆ เธอแทบขึ้นนั่งไม่เป็น แต่หลายครั้งเข้ามันก็เริ่มชินไปเอง มือเล็กเกาะไปที่ไหล่ของคนตัวสูงอย่างทุกครั้ง
“ไปได้เลยค่ะพี่~” เสียงหวานพูดขึ้นอีกครั้ง เธอกับแทนไทสนิทกันมาก สนิทแบบที่เธอสนิทกับอันนาและเจ เพราะ แทนไทเป็นคนสุภาพ และไม่เคยแสดงอะไรให้เธออึดอัดเลยสักครั้ง
“เกาะแน่น ๆ นะครับน้องงงง”
รถมอเตอร์ไซราคาแพงค่อย ๆ ขับออกมาจากคอนโดสู่ถนนใหญ่ อัยย์ร่ามักจะชอบทุกครั้งเวลาที่นั่งรับลมแบบนี้ ลมที่พัดตีหน้าทำให้รู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ดวงตาคู่สวยชอบนั่งมองวิวข้างถนน มองดูผู้คนที่ใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน ขับมาได้สักระยะหนึ่ง รถของแทนไทก็มาจอดนิ่งติดไฟแดงอยู่
อัยย์ร่าคว้าจับยางมัดผมของเธอ เพราะ รู้สึกเหมือนว่ามันกำลังจะหลุดออกมาจากผม แต่เมื่อเอื้อมมือไปทางด้านหลัง แค่โดนเบา ๆ ยางมัดผมของเธอก็ล่วงหล่นลงพื้น ถ้าเป็นยางทั่วไปเธอคงไม่ใส่ใจมากนัก แต่เส้นนี้อันนาซื้อมาฝากช่วงปิดเทอม ทำให้เธอทิ้งมันไม่ได้
“ยางมัดผมหล่น แปปนึงนะแทน”
ร่างสูงของเพื่อนเอี้ยวตัวมาทางด้านหลังเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเล็กของเพื่อนพูดขึ้น “ทิ้งไหม? ค่อยซื้อใหม่ จะไฟเขียวแล้วนะ”
“เส้นนี้อันนาซื้อมาให้ ไม่งั้นงอนอัยย์แน่”
อัยย์ร่ารีบลงจากรถมอเตอร์ไซ ขาเรียวรีบก้าวไปด้านหลัง ดวงตากลมกวาดมองหายางมัดผมเส้นนั้น และเห็นว่า มันตกอยู่ข้างรถคันหนึ่ง อัยย์ร่ารีบไปหยิบขึ้นมา และยิ้มอย่างโล่งใจที่มันยังอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม
ทว่า!
ครืดดด….
เสียงของกระจกรถหรูตรงหน้าฝั่งที่นั่งด้านหลังก็เลื่อนลงช้า ๆ ดวงตากลมมองไปยังกระจกบานนั้น ภาพตรงหน้าจากเงาสะท้อนของตัวเอง ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของใครบางคน อัยย์ร่าเบิกตากว้างเมื่อคนตรงหน้าคือ เดร็ก คนที่เธอไม่เจอกับเขาเลยตั้งแต่ครั้งนั้น เวลารวม ๆ เกือบหนึ่งปีเต็ม ดวงตาคมจ้องมองมายังเธอนิ่ง ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครพูดอะไร
…แต่แล้วสิ่งที่ทำให้อัยย์ร่าต้องตกใจกว่าเดิม
“มีอะไรหรอคะคุณเดร็ก”
เสียงหวานที่คุ้นหูดังมาจากที่นั่งข้าง ๆ ของร่างสูงตรงหน้า เธอค่อย ๆ ขยับตัวเพื่อมองไปยังสิ่งที่เดร็กกำลังมองอยู่ แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องตกใจไม่ต่างกัน
“อัยย์”
“...พี่ริน”