공유

บทที่ 5

작가: เฟิงอวี่
น้ำเสียงของฉีมู่เย็นเยียบราวกับลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้ามา แม่มู่ตกใจจนตัวสั่นเทา รีบฉุดดึงมู่เซิงเกอให้คุกเข่าลงทันที

มู่เซิงเกอก้มกายหมอบลงบนพื้น นางสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้สุดกำลัง ก่อนจะชิงเอ่ยปากขึ้นก่อนก้าวหนึ่ง “พี่หญิงเพคะ”

“เมื่อครู่นี้หม่อมฉันกับท่านแม่กำลังหารือเรื่องงานวิวาห์ของพี่หญิงอยู่เพคะ”

ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย สายตากวาดมองสองแม่ลูกแวบหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดต่อ เขาอุ้มมู่จืออวี่สาวเท้าก้าวใหญ่ตรงเข้าสู่เรือนชั้นในทันที

แม่มู่รีบประคองมู่เซิงเกอกลับมายังเรือนเล็ก ท่ามกลางแสงเทียนสลัว นางค่อยๆ เช็ดล้างทำความสะอาดบาดแผลให้มู่เซิงเกออย่างทะนุถนอมระมัดระวัง น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย

“เซิงเกอ เจ้าเคียดแค้นแม่หรือไม่?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ “ที่บีบคั้นให้เจ้าแต่งงานออกเรือนไปยังสถานที่อันห่างไกลขนาดนั้น…”

มู่เซิงเกอส่ายศีรษะเบาๆ “ไฉนเลยจะเป็นเช่นนั้น? ลูกพึงพอใจและเต็มใจยิ่งเจ้าค่ะ”

“จริงหรือ?” มือที่กำลังทำแผลของนางชะงักกึก “เจ้า...ตัดใจจากชายในดวงใจผู้นั้นได้ลงคอแล้วจริงๆ หรือ?”

มู่เซิงเกอตัวแข็งทื่อไปฉับพลัน

นางหวนนึกไปถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเร่งรัดให้แต่งงาน ในตอนนั้นนางถึงกับใบหน้าแดงซ่านยามเอ่ยปากบอกมารดาว่า ตนเองมีชายในดวงใจอยู่แล้ว และคนผู้นั้นก็รับปากว่าจะมาสู่ขอนาง

แม่มู่ปักใจเชื่อโดยสนิทใจ ด้วยเหตุนี้จึงยอมตามใจปล่อยให้นางผัดผ่อนเรื่อยมา

“ท่านแม่” นางฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก “จะมีชายในดวงใจได้อย่างไรกันเจ้าคะ? เรื่องทั้งหมดนั้นล้วนเป็นลูกที่กุเรื่องขึ้นมาหลอกท่านทั้งสิ้น”

ชามยาในมือของแม่มู่เกือบจะร่วงหลุดมือ “อันใดนะ?”

“ลูกเพียงอยากอยู่ปรนนิบัติท่านต่ออีกสักสองสามปี จึงได้กุเรื่องโกหกเช่นนี้ขึ้นมาเจ้าค่ะ” มู่เซิงเกอหลุบตาลงต่ำ มิกล้าสบสายตากับแม่มู่ “ท่าน อย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยนะเจ้าคะ”

แสงเทียนสั่นไหวระริก ส่องสะท้อนให้เห็นคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนอยู่เต็มใบหน้าของแม่มู่ นางยื่นมืออันสั่นเทาขึ้นไปลูบไล้แก้มของบุตรสาวอย่างทะนุถนอม “เจ้าเด็กโง่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวง ทุกสิ่งล้วนผ่านพ้นไปหมดสิ้นแล้ว”

“เจ้าค่ะ ล้วนผ่านพ้นไปหมดแล้ว” มู่เซิงเกอฝืนพยักหน้ารับคำ สุ้มเสียงแผ่วต่ำราวกับเสียงทอดถอนใจ “ก็แค่ความฝันอันเลิศเลอชั่วตื่นหนึ่ง ถึงเวลาที่ต้องตื่นเสียที”

ฮูหยินมู่ดึงตัวบุตรสาวเข้ามาสวมกอดไว้ พลางตบหลังของนางเบาๆ คล้ายกับยามที่นางยังเป็นเด็ก “ไปถึงด่านชายแดนแล้ว ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะลูก ท่านแม่ทัพเสิ่นเป็นคนดีคนหนึ่ง ย่อมต้องปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีแน่นอน”

มู่เซิงเกออิงแอบอยู่ตรงหัวไหล่ของแม่มู่ พลางผงกศีรษะรับคำเบาๆ

มู่เซิงเกอคนเดิม คนที่ในใจและสายตามีแต่ฉีมู่เพียงผู้เดียวผู้นั้น บัดนี้ได้ “ตาย” จากไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

นับแต่นี้เป็นต้นไป นางเป็นเพียงฮูหยินของแม่ทัพเสิ่นแห่งด่านชายแดน กับเมืองหลวง และกับฉีมู่ จะไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป

นับจากนั้นเป็นต้นมา มู่เซิงเกอก็เก็บตัวอยู่แต่ในจวนเพื่อเตรียมตัวออกเรือน

จนกระทั่งถึงวันเทศกาลโคมไฟ มู่เซิงเกอจำเป็นต้องติดตามเหล่าพี่น้องสตรีในจวน ไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกเหมยขององค์หญิงเก้า

งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นภายในสวนเหมย ทุกหนแห่งล้วนอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอันครื้นเครง

มู่เซิงเกอเพิ่งจะนั่งลงประจำที่ ก็พลันสายตาเหลือบไปเห็นฉีมู่ที่กำลังจูงมือของมู่จืออวี่เยื้องย่างเข้ามาอย่างแช่มช้า เขาอยู่ในฉลองพระองค์เสื้อคลุมผ้าไหมต่วนสีดำขลับ ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเฉยชาและสง่างามยิ่งขึ้น ส่วนมู่จืออวี่สวมเสื้อคลุมกันลมสีแดงสด ดูงดงามหยาดเยิ้มราวกับดอกเหมยแดงที่บานสะพรั่งที่สุดในสวน

“องค์รัชทายาททรงเอาอกเอาใจคุณหนูใหญ่เหลือเกิน” บรรดาคุณหนูที่อยู่ด้านข้างเริ่มกระซิบกระซาบกัน “ได้ยินว่ากระทั่งปิ่นปักผม องค์รัชทายาทก็ยังทรงปักให้ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองเชียวนะ”

“จะมิใช่ได้อย่างไรกัน ทั้งสองผูกพันเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ความรักใคร่ผูกพันเช่นนี้ช่างชวนให้ผู้คนรอบข้างอิจฉาตาร้อนเสียจริง”

“หากสามารถครองคู่กันรักเดียวไปจนแก่เฒ่าได้จริง ชื่อเสียงเรื่องความรักมั่นคงขององค์รัชทายาทคงได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์เป็นแน่”

มู่เซิงเกอก้มหน้าจิบชาอึกหนึ่ง น้ำชามีความอุ่นร้อน ทว่ากลับมิอาจทำให้ปลายนิ้วอันเย็นเยือกของนางอบอุ่นขึ้นมาได้เลย

“ตายจริง พวกเจ้าเอาแต่พูดเรื่องพวกนี้อยู่ได้...” มู่จืออวี่พลันส่งเสียงแง่งอนกระเง้ากระงอด ใบหน้าซับสีระเรื่อก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น “ข้าไปชมดอกเหมยดีกว่า!”

ฉีมู่รีบปลดเสื้อคลุมของตนออกหมายจะสวมให้นาง ทว่าในยามที่เขาโน้มตัวลงนั้นเอง ถุงหอมอันวิจิตรประณีตใบหนึ่งกลับลื่นไถลออกจากแขนเสื้อ แล้วร่วงหล่นลงสู่พื้นจนเกิดเสียงดังตุบ

องค์หญิงเก้าสายตาว่องไว รวบคว้าในทีเดียว “นี่เป็นฝีมือปักเย็บของจืออวี่กระมัง?”

นางเอ่ยกระเซ้าปนรอยยิ้ม “เสด็จพี่ถึงขั้นพกติดตัวไว้แนบกาย เห็นทีว่าคงมิอาจให้ห่างตัวได้เลยแม้เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวเป็นแน่”

จอกชาในมือของมู่เซิงเกอหวิดจะร่วงหล่นลงสู่พื้น

นั่นคือถุงหอมที่นางเคยมอบให้ฉีมู่เมื่อสามปีก่อน และด้านในยังใส่ภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของนางเอาไว้!

ครานั้นฉีมู่ปฏิเสธสิ่งของทุกชิ้นที่นางส่งมอบให้ มีเพียงถุงหอมใบนี้เท่านั้นที่เขาเลือกเก็บรักษาไว้ และก็เพราะการกระทำในครั้งนั้นเอง ที่ทำให้หลงเข้าใจผิดไปว่าในเศษเสี้ยวหัวใจของเขายังคงมีนางอยู่

“เสด็จพี่ ด้านในนี้ใส่สิ่งใดเอาไว้หรือเพคะ ขอข้าเปิดดูหน่อยเถิด” องค์หญิงเก้ากระตือรือร้นสนใจใคร่รู้หมายจะคลายปมเชือกถุงหอมออก

มู่เซิงเกอพรวดพราดลุกขึ้นยืน น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปก็ยังสั่นเทาอย่างรุนแรง “ไม่ได้นะเพคะ!”

เหล่าแขกเหรื่อทั่วทั้งงานต่างหันมามองนางด้วยความแปลกใจ นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสียมารยาทไปเสียแล้ว พลางรีบเอ่ยขึ้นโดยเร็วว่า “ได้ยินมาว่า ถุงหอมประเภทนี้คนนอกมิอาจเปิดดูได้ตามใจชอบ มิฉะนั้นจะถือเป็นการทำลายวาสนาครองคู่เอาได้เพคะ”

นางจ้องเขม็งไปยังถุงหอมใบนั้นไม่วางตา ราวกับอยากจะใช้สายตาแผดเผามันให้มอดไหม้ไปเสียตรงนั้น ภาพวาดใบหน้าย่อส่วนที่อยู่ด้านในนั้น จะให้ถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลมิได้เป็นอันขาด...

“เหลวไหลสิ้นดี!” องค์หญิงเก้าเบ้ปากอย่างนึกเหยียด “เสด็จพี่ของข้ากับจืออวี่เป็นคู่สร้างคู่สมที่ฟ้าดินประทานมา ทั้งยังมีสัญญาหมั้นหมายผูกพันกันอยู่ บุพเพสันนิวาสในครั้งนี้ ต่อให้เทพเซียนบนสวรรค์เสด็จลงมาก็มิอาจสั่นคลอนได้หรอก!”

มู่เซิงเกอเบนสายตาไปทางฉีมู่โดยไม่รู้ตัว ในดวงตาคู่นั้นเอ่อล้นไปด้วยความอ้อนวอน แต่เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงเรื่องของคนนอก

เมื่อเห็นถุงหอมกำลังจะถูกเปิดออกต่อหน้าต่อตา มู่เซิงเกอจึงทำได้เพียงหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 24

    “เซิงเกอ...เราผิดไปแล้ว เรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ยกโทษให้เราเถิดนะ เซิงเกอ เจ้ายังรักเราอยู่ใช่หรือไม่?” เขาพึมพำกับตนเอง นึกเพ้อเจ้ออยากจะยื่นมือออกไปไขว่คว้าเงาร่างอันเลือนรางนั้นทว่ามู่เซิงเกอจะขานรับเขาได้อย่างไรกัน?ต่อให้เป็นเพียงภาพมายาที่เขาคิดไปเอง มู่เซิงเกอก็ยังคงยืนอยู่ในระยะห่างที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอันเย็นชา“ยะ อย่ามองเราด้วยสายตาเช่นนี้เลย เซิงเกอ...”เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างมิอาจกลั้น พลางหวนคิดอีกคราว่าหากในวันนั้น เขาตอบรับคำขอของมู่เซิงเกอหากมิใช่เพียงให้นางเป็นอนุ แต่ตอบตกลงที่จะตบแต่งนางเป็นภรรยาเอกทันที ระหว่างพวกเขาจะแตกต่างไปจากยามนี้หรือไม่?ฉีมู่กัดฟันแน่น น้ำตาไหลทะลักลงมาดั่งสายธาร ท่ามกลางความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ในท้ายที่สุดเขาก็หลับตาลงเสิ่นอวิ๋นอี้มองภาพนั้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ฉีมู่สิ้นชีพแล้ว ทหารของเขาล้วนยอมจำนน แม้กระทั่งองครักษ์ข้างกายของเขาก็ยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือ ไม่มีเจตนาที่จะดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเขาชนะแล้ว มู่เซิงเกอจะไม่มีวันถูกผู้ใดแย่งชิงไปอีกเสิ่นอวิ๋นอี้เหลือบมองเขาคราหนึ่ง ยกทวนยาวของตนขึ้น “กบฏถ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 23

    ในวันเดียวกันนั้น ฉีมู่กำลังเขียนแผนการของตนเองอยู่“เสด็จพ่อจะต้องเรียกตัวเสิ่นอวิ๋กลับเมืองหลวงเพื่ออารักขาคุ้มกันภัยเป็นแน่ ขอเพียงแค่สังหารมันเสีย เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางเราได้แล้ว” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในแววตายังคงเปี่ยมด้วยความยึดมั่นดึงดันองครักษ์ที่ติดตามเขาเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “แม่ทัพเสิ่นประจำการอยู่ชายแดนมาโดยตลอด ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเขาก็จะสามารถเร่งมาถึงเมืองหลวง ถึงเวลานั้นทหารฝีมือดีในมือเขามีร่วมแสนนาย...พวกเราก็ยากที่จะรบชนะพ่ะย่ะค่ะ”“ชนะมิได้ก็ต้องชนะให้เราให้ได้!” ฉีมู่ตบโต๊ะอย่างแรงคราหนึ่งองครักษ์ตกใจเสียจนรีบคุกเข่าลง “พ่ะย่ะค่ะ! แต่ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...องค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงเตรียมที่จะมอบบัลลังก์ให้แก่ท่านตั้งนานแล้ว เพียงรอเวลาไม่กี่ปี รอจนฮ่องเต้เสด็จสวรรคตตามอายุขัย ท่านก็สามารถขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้อย่างถูกต้องชอบธรรมได้แล้ว เหตุใดตอนนี้จึงต้องเสี่ยงถึงปานนี้...”ไม่ผิด ในสายตาของผู้ใดก็ตาม ฉีมู่ล้วนขาดความสุขุมรอบคอบ เขาดำรงตำแหน่งรัชทายาทมาตั้งนานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วบัลลังก์ก็ต้องเป็นของเขา ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงเลยแม้แ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 22

    ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมาย พลันได้ยินเสียงของผู้อื่นดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ แม่ทัพเสิ่น!”เสิ่นอวิ๋นอี้ได้สติกลับมาโดยพลัน เขายังคงอยู่ภายในค่ายทหาร“ขออภัย เมื่อครู่มีเรื่องให้คิดเล็กน้อย พวกเรามาต่อกันเถอะ” เขาหยิบทวนยาวของตนเองขึ้นมาเหล่าทหารพากันยิ้มร่า “หาได้ยากที่แม่ทัพเสิ่นจะใจลอยเช่นนี้ กำลังคิดถึงเรื่องของพี่สะใภ้อยู่กระมัง? ได้ยินมาว่าวันนี้รัชทายาทองค์ปัจจุบันคล้ายจะไปหาพี่สะใภ้แล้ว คงมิใช่ว่าคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นหรอกกระมัง?”“นั่นเป็นถึงองค์รัชทายาทเชียวนะ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”“ทว่าพี่สะใภ้ดีขนาดนั้น หากมิใช่เรื่องราวเช่นนี้ องค์รัชทายาทจะเสด็จไปที่นั่นด้วยเหตุใดเล่า? ถ้าหากมีราชกิจก็บอกกับท่านแม่ทัพตรงๆ เสียก็สิ้นเรื่องแล้ว”พวกเขาคาดเดาไปต่างๆ นานา เสิ่นอวิ๋นอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เหตุใดพวกเขาจึงกล้าล้อเล่นเรื่องขององค์รัชทายาทเช่นนี้? นี่เป็นความผิดฐานลบหลู่เบื้องสูง หากถูกผู้อื่นล่วงรู้เข้า ในกรณีที่ร้ายแรงย่อมต้องโทษบั่นศีรษะเขาเพิ่งจะอ้าปาก ก็พลันได้ยินคำพูดที่อบอุ่นของพวกเขา“ทว่าหากองค์รัชทายาทคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นจร

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 21

    ช่างเป็นคำมั่นสัญญาที่ไพเราะจับใจเหลือเกิน พระชายารัชทายาท หรือแม้กระทั่งฮองเฮา อันเป็นฐานะที่ผู้คนมากมายต่างอ้อนวอนขอแทบตายก็ไม่ได้มา ฉีมู่กลับสัญญาว่าจะมอบให้มู่เซิงเกอหากเป็นเมื่อก่อน นางย่อมปรีดาเป็นล้นพ้นเป็นแน่ แท้จริงแล้วนางเคยรักเขาจนลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ยามนี้เขาบอกว่าจะตบแต่งนาง มีหรือนางจะไม่ตื่นเต้นอารมณ์พลุ่งพล่าน?ทว่ายามนี้ นอกจากความอนาถใจอันหาที่สุดมิได้และความเฉยชาแล้ว มู่เซิงเกอกลับไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใดนางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองพกติดกายมาโดยตลอดขึ้นมากำแน่นไว้ในอุ้งมือ “องค์รัชทายาท ท่านยังจำได้หรือไม่เพคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านเอาเลือดจากขั้วหัวใจของหม่อมฉัน หม่อมฉันเคยบอกว่าหม่อมฉันมีความปรารถนาประการหนึ่ง และตอนนั้นท่านได้ประทับตราให้หม่อมฉันแล้ว”ฉีมู่พยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมู่เซิงเกอคลี่ผ้าเช็ดหน้าออก ลายลักษณ์อักษรบนนั้นล้วนจารึกด้วยหยาดเลือดและน้ำตาในทุกตัวอักษร“นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันปรารถนา องค์รัชทายาท โปรดรักษาคำมั่นสัญญาด้วยเพคะ”ฉีมู่ตะลึงงันไปแวบหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาร้อนรนใจเพราะเป็นห่วงมู่จืออวี่ จึงได้ประทับตราลงไปส่งเดช คิด

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 20

    “เสิ่นอวิ๋นอี้อยู่ไหน!” เขาตวาดลั่นเสิ่นอวิ๋นอี้เก็บงำสีหน้า ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเพียงลำพัง“องค์รัชทายาทมีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เขาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม“เราขอถามเจ้าว่า มู่เซิงเกอแต่งให้เจ้าแล้วใช่หรือไม่? เราต้องการให้พวกเจ้าหย่าขาดจากกันเดี๋ยวนี้!”ฉีมู่ลงจากหลังม้า ประสานสายตากับเสิ่นอวิ๋นอี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหาได้มีท่าทีล่าถอยเลยแม้แต่น้อย“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่อาจยินยอมได้ กระหม่อมกับเซิงเกอมีสายสัมพันธ์รักลึกซึ้งต่อกัน องค์รัชทายาทมีพระบัญชาเพียงประโยคเดียวก็คิดจะพรากพวกเราออกจากกัน เห็นเป็นเรื่องล้อเล่นเกินไปหน่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เสิ่นอวิ๋นอี้หน้าตาถมึงทึง เขามิได้ลดตัวนอบน้อมประจบประแจง ทั้งมิได้ก้มศีรษะของตนลง ทว่ากลับจับจ้องไปยังฉีมู่ตาเขม็งอยู่เช่นนั้น“เราคือองค์รัชทายาท วันหน้าคือฮ่องเต้ เราเพียงสั่งให้เจ้าแยกทางกับมู่เซิงเกอเท่านั้น แม่ทัพเสิ่น ในเมื่อเจ้าเป็นแม่ทัพ เหตุใดจึงไม่ฟังคำสั่งของเรา? หรือว่าเจ้าคิดจะก่อกบฏ?” นอกจากเสด็จพ่อแล้ว เมื่อทุกคนพบเจอองค์รัชทายาทล้วนต้องนอบน้อมยำเกรง มีผู้ใดกล้าล่วงเกินบ้าง? ทว่าเสิ่นอวิ๋นอี้ตรึงกำลังพิทักษ์ด่านชายแดนมาเ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 19

    มีหรือที่จะไม่รู้ ในเมื่อพระชายารัชทายาทองค์ปัจจุบันคือหญิงของนาง และก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน นางลอบพบปะกับองค์รัชทายาทอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บุรุษผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าสง่างามหมดจดดั่งสายลมและดวงจันทร์หลังพิรุณโปรยผู้นั้น ทุกคราที่พบหน้านางล้วนกดร่างนางไว้ใต้เรือนกาย ตักตวงเรียกร้องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่ารักนางลึกซึ้งเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจก็มิปานทว่าหลังเสร็จสิ้นกามกิจในทุกครา เขาก็จะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและทำร้ายจิตใจกันอย่างถึงที่สุด เขาปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใจนางผิดและทำร้ายนางตามอำเภอใจ เขาต้องการให้นางไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ตลอดชีวิต กลายเป็นเพียงของเล่นบำเรออารมณ์ของเขาเท่านั้นก็เพราะต้องการหลบหนีไปให้พ้นจากเขา มู่เซิงเกอจึงได้แต่งงานมายังพื้นที่แถบชายแดนแห่งนี้ ทว่านางคาดไม่ถึงว่าฉีมู่จะยังคงตามหาจนมาถึงที่นี่อยู่ดีนางกำนิ้วมือของตนเองแน่น ต่อให้มิได้รักใคร่หลงใหลในตัวคนผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว แต่การต้องเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้อีกคนฟัง นางก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในใจอยู่ดี เพราะนั่นคือเรื่องราวที่นางรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต“ข้ารู้ว่าเขามาเพื่อตามหาข้า ผู

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status