共有

บทที่ 6

作者: เฟิงอวี่
ทว่ายามที่นางลืมตาขึ้นมาอีกครา กลับพบว่าสิ่งที่องค์หญิงเก้าหยิบออกมาจากถุงหอมนั้น กลับกลายเป็นภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของมู่จืออวี่เสียได้!

“เสด็จพี่ถึงขั้นพกภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของจืออวี่ไว้แนบกายเชียวหรือเพคะ?” องค์หญิงเก้าเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เห็นทีว่าคงจะรักและปักใจอย่างยิ่งยวดเป็นแน่”

ฉีมู่เผยรอยยิ้มละไม “ย่อมเป็นเช่นนั้น ยามมิได้พบหน้า อย่างน้อยก็ยังใช้สิ่งนี้ช่วยคลายความคะนึงหาได้บ้าง”

เหล่าแขกเหรื่อในงานต่างพากันส่งเสียงร้องแสดงความอิจฉาตาร้อนขึ้นมาอีกระลอก

ยามนั้นเอง คุณหนูท่านหนึ่งพลันเอ่ยทักขึ้นมา “ทว่าฝีเข็มของถุงหอมใบนี้...ดูไปแล้วมิคล้ายกับเป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่เลยนะเจ้าคะ?”

ฉีมู่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เราไม่ใจดำพอที่จะปล่อยให้จืออวี่ต้องเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังนึกห่วงกลัวว่าเข็มจะทิ่มแทงจนมือของนางต้องบาดเจ็บ จึงได้สั่งให้ช่างปักผ้าทำขึ้นมาสักชิ้น”

มู่เซิงเกอรู้สึกราวกับว่ากำลังร่วงหล่นลงสู่ธารน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ

ที่แท้การที่เขายอมรับถุงหอมของนางไว้ในครานั้น มิใช่เพราะมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะเห็นนางเป็นเพียงช่างปักผ้าผู้หนึ่งเท่านั้นหรือ?

ด้วยเหตุนี้เอง เขาถึงได้โยนภาพวาดใบหน้าย่อส่วนของนางทิ้งไป แล้วทดแทนด้วยภาพของมู่จืออวี่!

องค์หญิงเก้าแย้มพระสรวล ก่อนจะตวัดสายตาอันเต็มไปด้วยความรำคาญใจมาทางมู่เซิงเกอ “เสด็จพี่กับพี่สะใภ้ของข้าต่างรักใคร่ผูกพัน บุพเพสันนิวาสนี้สวรรค์ประทาน มิใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปคิดจะมาตัดรอนได้ง่ายๆ คุณหนูรองมู่ ครานี้เจ้าเชื่อสนิทใจแล้วหรือยัง?”

มู่เซิงเกอหลุบสายตาลง พร้อมเอ่ยเน้นย้ำทีละถ้อยคำ “เพคะ องค์รัชทายาทกับพี่หญิงรักมั่นต่อกันดั่งทองคำแท้ ย่อมสมควรที่จะได้ครองคู่เคียงข้างกันไปชั่วชีวิต”

ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่น พลางปรายสายตามองนางด้วยแววตาซ่อนความหมายลึกซึ้ง ทว่ากลับมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา พลางเก็บถุงหอมชิ้นนั้นกลับไป ก่อนจะกุมมือมู่จืออวี่พากันหันหลังเดินจากไป

หลังจากมู่เซิงเกอกลับมาถึงจวน นางไม่รอช้ารีบเรียกช่างฝีมือที่เป็นคนสนิทมาพบในคืนนั้นทันที เพื่อจัดการปิดตายอุโมงค์ลับสายนั้นให้สิ้นซาก

ก้อนอิฐและก้อนหินถูกวางทับซ้อนขึ้นทีละก้อนๆ ฝังกลบความโง่เขลาเบาปัญญาตลอดสามปีที่ผ่านมาให้เลือนหายไปพร้อมกัน

“คุณหนู จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ” ช่างฝีมือกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

มู่เซิงเกอพยักหน้ารับเบาๆ พลางเหม่อมองพื้นผิวกำแพงที่กลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนเก่าก่อน ในใจพลันคิดไปว่าฉีมู่คงกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องงานวิวาห์ คงไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้หรอก

ทว่าในค่ำคืนถัดมานั่นเอง ยามที่นางเพิ่งเตรียมตัวจะเอนกายพักผ่อน บานประตูห้องพลันถูกคนผลักเปิดเข้ามาอย่างกะทันหัน

ฉีมู่ในชุดพรางตัวสีดำสนิทยืนอยู่ตรงหน้าประตู แววตาเปี่ยมไปด้วยโทสะที่ฉายชัดอย่างปิดไม่มิด

“เหตุใดจึงปิดตายทางลับ?” เขาคาดคั้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

มู่เซิงเกอใจกระตุกวูบ พยายามบังคับตนเองให้สงบนิ่งก่อนเอ่ยตอบว่า “อุโมงค์ลับเกือบถูกคนในเรือนล่วงรู้เข้าแล้วเพคะ หม่อมฉันทราบดีว่าองค์รัชทายาททรงเป็นห่วงพี่หญิง และเกรงว่าเรื่องราวจะแดงขึ้นมา จึงได้ชิงปิดตายเสียก่อน”

สีหน้าของฉีมู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ครานี้เจ้าทำได้ถูกต้องแล้ว เราจะหาซื้อเรือนหลังใหม่ไว้อีกแห่ง และจะหาทางรับเจ้าออกไปอยู่ที่นั่น เจ้าจงอดทนรอไปก่อนเถิด”

มู่เซิงเกอได้ยินคำพูดนั้น ในอกพลันเอ่อล้นไปด้วยความขมขื่นระลอกหนึ่ง

นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดเขาถึงยอมสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจอย่างมาก แต่กลับไม่ยอมปล่อยนางไปเสียที

“องค์รัชทายาท” ในที่สุดนางก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถามออกไป “ในเมื่ออีกประเดี๋ยวท่านก็ต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพี่หญิงแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ยอมปล่อยหม่อมฉันไป เพื่อให้หม่อมฉันได้ไปเสาะหาบุรุษที่ดีคนอื่นเล่าเพคะ?”

ฉีมู่คาดไม่ถึงว่านางจะถามเช่นนี้ เขาเงียบงันไปชั่วครู่ถึงค่อยกล่าวออกมา “ในเมื่อเจ้าสูญเสียชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของสตรีไปแล้ว เราย่อมต้องรับผิดชอบ”

“รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ?” มู่เซิงเกอเหยียดยิ้มออกมาอย่างน่าเวทนา “การปล่อยให้หม่อมฉันต้องอยู่อย่างไร้ชื่อไร้ตำแหน่ง ปิดบังตัวตนไปชั่วชีวิต กระทั่งบุตรสักคนก็ไม่คู่ควรที่จะมีน่ะหรือเพคะ?”

ฉีมู่จ้องมองนางโดยไม่ละสายตา รู้ดีว่านางคงสืบทราบเรื่องน้ำแกงเลี่ยงบุตรเข้าให้แล้ว “การที่ยอมเก็บเจ้าไว้ข้างกาย ก็นับว่าเป็นการยอมถอยให้ครั้งใหญ่ที่สุดของเราแล้ว เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก บุตรของเราเกี่ยวพันถึงสายโลหิตของราชวงศ์ ย่อมต้องกำเนิดจากครรภ์ของจืออวี่ผู้เดียวเท่านั้น เจ้าสามารถเสวยสุขในกองเงินกองทองไปชั่วชีวิต ยังไม่รู้จักพออีกหรือ?”

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบลง “เจ้าจงเชื่อฟังแต่โดยดี อย่าได้ก่อเรื่องอีก และเราก็จะไม่มีวันยินยอมให้เจ้าแต่งงานออกเรือน”

ทุกถ้อยคำราวกับมีดคม ที่กรีดเฉือนหัวใจของมู่เซิงเกอจนเลือดไหลนองชโลมกาย

นางกำลังคิดจะบอกเขาไปตรงๆ ว่าตนเองไม่ปรารถนาจะพัวพันกับเขาอีกต่อไปแล้ว ทว่านอกเรือนพลันมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแว่วเข้ามาเสียก่อน

“องค์รัชทายาท! คุณหนูใหญ่หมดสติไปแล้ว!”

สีหน้าของฉีมู่แปรเปลี่ยนไปในทันใด ไม่เอ่ยคำวาจาใดๆ แม้แต่คำเดียวก็พุ่งตัวออกไปข้างนอกแล้ว

มู่เซิงเกอยืนนิ่งงันอยู่ ณ ที่เดิมเนิ่นนาน กว่าจะหลุดเสียงหัวเราะเยาะหยันตนเองออกมาคำหนึ่ง

ภายในจวนตระกูลมู่ เหล่าหมอหลวงต่างพากันคุกเข่าหมอบราบเต็มพื้นไปหมด

ฉีมู่เฝ้าอยู่ข้างเตียงของมู่จืออวี่ด้วยตนเอง ยามทอดสายตามองใบหน้าที่ซีดขาวไร้สีเลือดของสตรีอันเป็นที่รัก ในดวงตาก็เปี่ยมล้นไปด้วยความร้อนใจ

“คุณหนูใหญ่มีโรคประจำตัวที่ติดมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา อีกทั้งยามนี้ไอเย็นยังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย” หมอหลวงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “จำเป็นต้องใช้เลือดจากขั้วหัวใจของญาติสนิทสายตรงนำมาเข้าเครื่องยา และจะให้ดีที่สุด...”

เขาลังเลอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง “ดีที่สุดควรเป็นสตรีที่มีวัยใกล้เคียงกัน และมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงพ่ะย่ะค่ะ”

ฉีมู่เงยหน้าขึ้นในทันควัน “ใครก็ได้! ไปพาตัวคุณหนูรองมู่มาที่นี่เสีย!”

เพียงชั่วครู่ มู่เซิงเกอก็ถูกองครักษ์ควบคุมตัวให้เดินเข้ามา

นางเดินซวนเซจนเกือบจะล้ม แต่ก็ยังฝืนทรงตัวให้ยืนหยัดมั่น ยามมองเห็นมู่จืออวี่หมดสติอยู่บนเตียง และหันไปสบเข้ากับดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระวนกระวายคู่นั้นของฉีมู่ ก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนเข็มแทงกลางอกระลอกหนึ่ง

“กรีดเอาเลือดจากขั้วหัวใจของนางออกมา” ฉีมู่สั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา

มู่เซิงเกอรู้สึกหนาวสะท้านและชาวาบไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย

หลายปีมานี้ มู่จืออวี่อาศัยสถานะบุตรีภรรยาเอกข่มเหงรังแก ทำให้นางต้องอัปยศอดสูต่อหน้าผู้คนมากมายตั้งกี่ครั้งกี่หนกัน? คำพูดอันร้ายกาจและสายตาดูแคลนเหล่านั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ตรงหน้าจนถึงตอนนี้ ทว่ายามนี้กลับคิดจะให้นางยอมควักหัวใจหลั่งโลหิตเพื่อยื่นมือเข้าช่วยชีวิตอย่างนั้นหรือ?

“องค์รัชทายาท” นางขบกรามแน่น “หม่อมฉันไม่ยินยอมเพคะ”

แววตาของฉีมู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันควัน “เรื่องนี้หาได้ขึ้นอยู่กับเจ้าไม่!”

“หากเจ้าไม่ยินยอม วันพรุ่งนี้มารดาของเจ้าจะถูกขับไล่ออกจากจวนตระกูลมู่ ต้องเร่ร่อนไปตามท้องถนน”

มู่เซิงเกอสีหน้าซีดเผือดลงในชั่วพริบตา ร่างซวนเซเล็กน้อย คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะนำเอามารดามาข่มขู่นาง!

ท่านแม่ร่างกายอ่อนแอและมีโรคภัยรุมเร้ามาแต่ไหนแต่ไร หากว่าถูกขับไล่ออกจากจวน...

“ได้” ในที่สุดนางก็ยอมเปิดปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หม่อมฉันยอมหลั่งโลหิตให้ได้ แต่หลังจากผ่านเรื่องนี้ไป องค์รัชทายาทต้องรับปากข้อเรียกร้องของหม่อมฉันประการหนึ่ง!”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 24

    “เซิงเกอ...เราผิดไปแล้ว เรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ยกโทษให้เราเถิดนะ เซิงเกอ เจ้ายังรักเราอยู่ใช่หรือไม่?” เขาพึมพำกับตนเอง นึกเพ้อเจ้ออยากจะยื่นมือออกไปไขว่คว้าเงาร่างอันเลือนรางนั้นทว่ามู่เซิงเกอจะขานรับเขาได้อย่างไรกัน?ต่อให้เป็นเพียงภาพมายาที่เขาคิดไปเอง มู่เซิงเกอก็ยังคงยืนอยู่ในระยะห่างที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอันเย็นชา“ยะ อย่ามองเราด้วยสายตาเช่นนี้เลย เซิงเกอ...”เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างมิอาจกลั้น พลางหวนคิดอีกคราว่าหากในวันนั้น เขาตอบรับคำขอของมู่เซิงเกอหากมิใช่เพียงให้นางเป็นอนุ แต่ตอบตกลงที่จะตบแต่งนางเป็นภรรยาเอกทันที ระหว่างพวกเขาจะแตกต่างไปจากยามนี้หรือไม่?ฉีมู่กัดฟันแน่น น้ำตาไหลทะลักลงมาดั่งสายธาร ท่ามกลางความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ในท้ายที่สุดเขาก็หลับตาลงเสิ่นอวิ๋นอี้มองภาพนั้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ฉีมู่สิ้นชีพแล้ว ทหารของเขาล้วนยอมจำนน แม้กระทั่งองครักษ์ข้างกายของเขาก็ยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือ ไม่มีเจตนาที่จะดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเขาชนะแล้ว มู่เซิงเกอจะไม่มีวันถูกผู้ใดแย่งชิงไปอีกเสิ่นอวิ๋นอี้เหลือบมองเขาคราหนึ่ง ยกทวนยาวของตนขึ้น “กบฏถ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 23

    ในวันเดียวกันนั้น ฉีมู่กำลังเขียนแผนการของตนเองอยู่“เสด็จพ่อจะต้องเรียกตัวเสิ่นอวิ๋กลับเมืองหลวงเพื่ออารักขาคุ้มกันภัยเป็นแน่ ขอเพียงแค่สังหารมันเสีย เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางเราได้แล้ว” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในแววตายังคงเปี่ยมด้วยความยึดมั่นดึงดันองครักษ์ที่ติดตามเขาเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “แม่ทัพเสิ่นประจำการอยู่ชายแดนมาโดยตลอด ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเขาก็จะสามารถเร่งมาถึงเมืองหลวง ถึงเวลานั้นทหารฝีมือดีในมือเขามีร่วมแสนนาย...พวกเราก็ยากที่จะรบชนะพ่ะย่ะค่ะ”“ชนะมิได้ก็ต้องชนะให้เราให้ได้!” ฉีมู่ตบโต๊ะอย่างแรงคราหนึ่งองครักษ์ตกใจเสียจนรีบคุกเข่าลง “พ่ะย่ะค่ะ! แต่ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...องค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงเตรียมที่จะมอบบัลลังก์ให้แก่ท่านตั้งนานแล้ว เพียงรอเวลาไม่กี่ปี รอจนฮ่องเต้เสด็จสวรรคตตามอายุขัย ท่านก็สามารถขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้อย่างถูกต้องชอบธรรมได้แล้ว เหตุใดตอนนี้จึงต้องเสี่ยงถึงปานนี้...”ไม่ผิด ในสายตาของผู้ใดก็ตาม ฉีมู่ล้วนขาดความสุขุมรอบคอบ เขาดำรงตำแหน่งรัชทายาทมาตั้งนานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วบัลลังก์ก็ต้องเป็นของเขา ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงเลยแม้แ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 22

    ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมาย พลันได้ยินเสียงของผู้อื่นดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ แม่ทัพเสิ่น!”เสิ่นอวิ๋นอี้ได้สติกลับมาโดยพลัน เขายังคงอยู่ภายในค่ายทหาร“ขออภัย เมื่อครู่มีเรื่องให้คิดเล็กน้อย พวกเรามาต่อกันเถอะ” เขาหยิบทวนยาวของตนเองขึ้นมาเหล่าทหารพากันยิ้มร่า “หาได้ยากที่แม่ทัพเสิ่นจะใจลอยเช่นนี้ กำลังคิดถึงเรื่องของพี่สะใภ้อยู่กระมัง? ได้ยินมาว่าวันนี้รัชทายาทองค์ปัจจุบันคล้ายจะไปหาพี่สะใภ้แล้ว คงมิใช่ว่าคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นหรอกกระมัง?”“นั่นเป็นถึงองค์รัชทายาทเชียวนะ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”“ทว่าพี่สะใภ้ดีขนาดนั้น หากมิใช่เรื่องราวเช่นนี้ องค์รัชทายาทจะเสด็จไปที่นั่นด้วยเหตุใดเล่า? ถ้าหากมีราชกิจก็บอกกับท่านแม่ทัพตรงๆ เสียก็สิ้นเรื่องแล้ว”พวกเขาคาดเดาไปต่างๆ นานา เสิ่นอวิ๋นอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เหตุใดพวกเขาจึงกล้าล้อเล่นเรื่องขององค์รัชทายาทเช่นนี้? นี่เป็นความผิดฐานลบหลู่เบื้องสูง หากถูกผู้อื่นล่วงรู้เข้า ในกรณีที่ร้ายแรงย่อมต้องโทษบั่นศีรษะเขาเพิ่งจะอ้าปาก ก็พลันได้ยินคำพูดที่อบอุ่นของพวกเขา“ทว่าหากองค์รัชทายาทคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นจร

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 21

    ช่างเป็นคำมั่นสัญญาที่ไพเราะจับใจเหลือเกิน พระชายารัชทายาท หรือแม้กระทั่งฮองเฮา อันเป็นฐานะที่ผู้คนมากมายต่างอ้อนวอนขอแทบตายก็ไม่ได้มา ฉีมู่กลับสัญญาว่าจะมอบให้มู่เซิงเกอหากเป็นเมื่อก่อน นางย่อมปรีดาเป็นล้นพ้นเป็นแน่ แท้จริงแล้วนางเคยรักเขาจนลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ยามนี้เขาบอกว่าจะตบแต่งนาง มีหรือนางจะไม่ตื่นเต้นอารมณ์พลุ่งพล่าน?ทว่ายามนี้ นอกจากความอนาถใจอันหาที่สุดมิได้และความเฉยชาแล้ว มู่เซิงเกอกลับไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใดนางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองพกติดกายมาโดยตลอดขึ้นมากำแน่นไว้ในอุ้งมือ “องค์รัชทายาท ท่านยังจำได้หรือไม่เพคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านเอาเลือดจากขั้วหัวใจของหม่อมฉัน หม่อมฉันเคยบอกว่าหม่อมฉันมีความปรารถนาประการหนึ่ง และตอนนั้นท่านได้ประทับตราให้หม่อมฉันแล้ว”ฉีมู่พยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมู่เซิงเกอคลี่ผ้าเช็ดหน้าออก ลายลักษณ์อักษรบนนั้นล้วนจารึกด้วยหยาดเลือดและน้ำตาในทุกตัวอักษร“นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันปรารถนา องค์รัชทายาท โปรดรักษาคำมั่นสัญญาด้วยเพคะ”ฉีมู่ตะลึงงันไปแวบหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาร้อนรนใจเพราะเป็นห่วงมู่จืออวี่ จึงได้ประทับตราลงไปส่งเดช คิด

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 20

    “เสิ่นอวิ๋นอี้อยู่ไหน!” เขาตวาดลั่นเสิ่นอวิ๋นอี้เก็บงำสีหน้า ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเพียงลำพัง“องค์รัชทายาทมีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เขาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม“เราขอถามเจ้าว่า มู่เซิงเกอแต่งให้เจ้าแล้วใช่หรือไม่? เราต้องการให้พวกเจ้าหย่าขาดจากกันเดี๋ยวนี้!”ฉีมู่ลงจากหลังม้า ประสานสายตากับเสิ่นอวิ๋นอี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหาได้มีท่าทีล่าถอยเลยแม้แต่น้อย“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่อาจยินยอมได้ กระหม่อมกับเซิงเกอมีสายสัมพันธ์รักลึกซึ้งต่อกัน องค์รัชทายาทมีพระบัญชาเพียงประโยคเดียวก็คิดจะพรากพวกเราออกจากกัน เห็นเป็นเรื่องล้อเล่นเกินไปหน่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เสิ่นอวิ๋นอี้หน้าตาถมึงทึง เขามิได้ลดตัวนอบน้อมประจบประแจง ทั้งมิได้ก้มศีรษะของตนลง ทว่ากลับจับจ้องไปยังฉีมู่ตาเขม็งอยู่เช่นนั้น“เราคือองค์รัชทายาท วันหน้าคือฮ่องเต้ เราเพียงสั่งให้เจ้าแยกทางกับมู่เซิงเกอเท่านั้น แม่ทัพเสิ่น ในเมื่อเจ้าเป็นแม่ทัพ เหตุใดจึงไม่ฟังคำสั่งของเรา? หรือว่าเจ้าคิดจะก่อกบฏ?” นอกจากเสด็จพ่อแล้ว เมื่อทุกคนพบเจอองค์รัชทายาทล้วนต้องนอบน้อมยำเกรง มีผู้ใดกล้าล่วงเกินบ้าง? ทว่าเสิ่นอวิ๋นอี้ตรึงกำลังพิทักษ์ด่านชายแดนมาเ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 19

    มีหรือที่จะไม่รู้ ในเมื่อพระชายารัชทายาทองค์ปัจจุบันคือหญิงของนาง และก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน นางลอบพบปะกับองค์รัชทายาทอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บุรุษผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าสง่างามหมดจดดั่งสายลมและดวงจันทร์หลังพิรุณโปรยผู้นั้น ทุกคราที่พบหน้านางล้วนกดร่างนางไว้ใต้เรือนกาย ตักตวงเรียกร้องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่ารักนางลึกซึ้งเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจก็มิปานทว่าหลังเสร็จสิ้นกามกิจในทุกครา เขาก็จะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและทำร้ายจิตใจกันอย่างถึงที่สุด เขาปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใจนางผิดและทำร้ายนางตามอำเภอใจ เขาต้องการให้นางไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ตลอดชีวิต กลายเป็นเพียงของเล่นบำเรออารมณ์ของเขาเท่านั้นก็เพราะต้องการหลบหนีไปให้พ้นจากเขา มู่เซิงเกอจึงได้แต่งงานมายังพื้นที่แถบชายแดนแห่งนี้ ทว่านางคาดไม่ถึงว่าฉีมู่จะยังคงตามหาจนมาถึงที่นี่อยู่ดีนางกำนิ้วมือของตนเองแน่น ต่อให้มิได้รักใคร่หลงใหลในตัวคนผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว แต่การต้องเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้อีกคนฟัง นางก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในใจอยู่ดี เพราะนั่นคือเรื่องราวที่นางรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต“ข้ารู้ว่าเขามาเพื่อตามหาข้า ผู

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status