Share

ไม่ได้อยากรู้

last update Tanggal publikasi: 2026-10-21 00:26:57

สายตาคมกวาดมองตัวหนังสือในกระดาษที่ได้รับมาจากเลขา เขาอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาเพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น ไอ้พนัสไม่ได้คบกับผู้หญิงคนไหนมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้ชายด้วยเช่นกัน

“นี่คนหรือว่าพระวะเนี่ย” เขาสบถออกมาเบา ๆ

“บ่นอะไรของมึง” คณเดชที่กำลังอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมกอดถามขึ้น

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกูไม่ได้ยินเสียงมึงเคาะประตู” ธนกรสะดุ้งโหยง ตอนได้ยินคำกล่าวทักทายของเพื่อนสนิท

“น้องหนาว ปิดหูไว้” แทนที่จะตอบคำถามของคนเป็นเพื่อน แต่คิณเลือกพูดกับลูกสาววัยสองขวบกว่าพร้อมกับใช้มือปิดหูลูกสาวเอาไว้

“คูมยุง อุ้ม” เด็กหญิงนริศรายื่นมือออกไปด้านหน้า โดยไม่ได้สนใจพ่อตัวเอง

“คนสวย อยากให้ลุงอุ้มเหรอคะ” ธนกรใช้เสียงสองถามสาวน้อยแล้วรับน้องน้ำหนาวมาอุ้มไว้ ถึงแม้ว่าจะได้รับสายตาพิฆาตจากคณเดชที่กลายเป็นหมาหัวเน่าทุกครั้งที่น้องน้ำหนาวเห็นหน้าเขา

“อื้อ” เด็กน้อยพยักหน้า

“น้องหนาว ป๊าเสียใจมากรู้ไหม ไอ้ปากเสียนี่มีอะไรดีทำไมถึงอยากให้มันอุ้มอยู่เรื่อย”

“ช่วยไม่ได้ก็คนมันหล่อ” เขาแทรกขึ้นมาแล้วหอมแก้มสาวน้อยฟอดใหญ่

“คูมยุงหย่อ”

“สรุปแล้วมึงกำลังอ่านอะไรอยู่”

“ยุ่ง!”

เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากคนตรงหน้า เขาจึงถือวิสาสะเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน

“มึงสนใจไอ้พนัสด้วยเหรอ หรือว่าจะเปิดธุรกิจแข่งกับมัน”

“ใครบอกมึง กูไม่ค่อยสนใจธุรกิจอสังหา ตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุแล้ว อัตราการเกิดก็ต่ำ เสี่ยงเจ๊งอีกต่างหาก”

“แล้วอ่านประวัติมันทำไม”

“ก็แค่มีเรื่องอยากรู้นิดหน่อย”

“มันไม่ได้เป็นเกย์หรอก เห็นตอนม.ปลายเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงอยู่”

“เหรอวะ”

“กูจะโกหกมึงทำไมล่ะ”

“ปะป๊า”

“ว่าไงครับคนสวย”

“ใส่” มือป้อมเอาที่คาดผมของตัวเองยื่นมาให้คนเป็นพ่อ คณเดชเหงื่อแตกพลั่กเพราะไม่อยากถูกธนกรล้อ

“ป๊า”

“ป๊าใส่แล้วครับคนสวย” สุดท้ายเขาก็หยิบที่คาดผมลายผีเสื้อแถมยังสีชมพูแปร๋นมาคาดไว้ที่หัวของตัวเอง เพราะไม่อยากเห็นลูกสาวร้องไห้ ทุกครั้งที่น้องน้ำหนาวร้องไห้มันทำให้เขานึกถึงใบหน้าของน้ำอิงขึ้นมา

การกระทำของคณเดชทำให้ธนกรหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาไม่คิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ได้ หมดกันพ่อหนุ่ม เพลย์บอย ตอนนี้เหลือแต่คุณพ่อสีชมพูที่เอาแต่ตามใจลูกสาว

“อย่าให้ถึงคราวกูบ้างก็แล้วกัน”

“ฝันไปเถอะ!”

หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระราวครึ่งชั่วโมง เขาถึงได้พูดเข้าเรื่องที่ตัวเองอยากรู้ เพราะไอ้กิตบอกเขาว่ามันกำลังจะกลับไปกินของเก่า

“ไอ้กิตบอกกูว่าคุณพราวเป็นเซลล์ที่บริษัทมัน”

“บอกทำไม กูไม่ได้อยากรู้”

“ไม่ค่อยอยากรู้เลยมั้ง ถึงกับให้เลขาไปหาข้อมูลส่วนตัวไอ้นัสมาเนี่ย ไม่ค่อยอยากรู้เล้ย”

“กูก็แค่ไม่อยากให้พราวคบกับมัน”

“ทำไมวะ”

“ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ”

“ถ้างั้นก็เรื่องของมึงเถอะ”

“แล้วที่มึงแวะมาหากูเนี่ย มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“น้องหนาวคิดถึงมึง กูขัดได้ซะที่ไหน”

“น้องหนาว มาเป็นลูกสาวลุงไหม ลุงสัญญาเลยว่าถ้าอยากได้อะไรลุงจะยกให้ทั้งหมดเลย” ร่างสูงก้มหน้าลงไปพูดกับหลานสาวตัวน้อยที่กำลังมองเขาตาแป๋ว

“โอกาสมาถึงแล้ว น้องหนาวฟังป๊า บอกลุงกรเซ็นยกสมบัติให้หมดเลยแล้วเราค่อยกลับไปนอนกอดกันที่บ้าน” คณเดชพูดกับลูกสาว

“ไม่ค่อยโลภเท่าไหร่เลยนะมึงเนี่ย” ธนกรส่ายหัวให้กับความคิดของเพื่อน

หนึ่งเดือนเต็มที่ภาวศาได้ทดลองงานในตำแหน่งเซลล์ที่บริษัทของพี่นัสและดูเหมือนว่าอาชีพนี้จะไม่เหมาะกับเธอ พอทบทวนอย่างรอบคอบแล้วร่างบางจึงตัดสินใจที่จะลาออก ด้วยเหตุผลนี้เธอเลยนัดชายหนุ่มที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างดัง

ทันทีที่เห็นร่างสูงของพนัสเธอรีบโบกมือให้เขาแทบทันที

“คิดยังไงถึงชวนพี่มากินอาหารด้วยกัน” ถามขึ้น หลังจากนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“พราวมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกพี่ก่อน”

“เรื่องงานเหรอ” เขาถามอย่างรู้ทัน ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้สังเกตหญิงสาว หลายครั้งที่เขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเธอหลังจากถูกหัวหน้าเรียกพบ แต่เขาไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่ง ชีวิตการทำงานมันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าจะถูกตำหนิบ้าง เพื่อจะได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง

“พราวคิดว่าจะลาออก” ภาวศาพยักหน้าตอบ

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงคิดจะลาออก”

“หลังจากคิดมาหลายตลบ อาชีพเซลล์ไม่เหมาะกับพราวจริง ๆ นั่นแหละค่ะ” ภาวศาส่งยิ้มเจื่อนให้เขา

พนัสถอนหายใจออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า ภาวศาเพิ่งเริ่มทำงานได้เพียงเดือนเดียวแต่ถูกลูกค้าคอมเพลนกลับมา ไม่แปลกถ้าเธอจะรู้สึกท้อแท้แบบนี้

“ถ้าลาออกไปเราจะไปทำงานอะไร”

“เรื่องนี้พราวคิดเอาไว้ พี่นัสไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ” เธอเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของเขา แม้ว่าทั้งคู่จะรู้จักกันมานาน ทว่าไม่ได้สนิทสนมจนถึงขั้นสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง

“พี่ขอโทษที่ละลาบละล้วงเราเกินไป” พนัสเอ่ยขึ้นมา หลังจากรู้ตัวว่าละลาบละล้วงเรื่องของเธอมากเกินไป ทั้งที่เขากับเธอไม่ได้สนิทกันถึงขั้นต้องบอกทุกอย่าง

อันที่จริงเขาเพิ่งได้มาพูดคุยกับเธอเมื่อครึ่งปีก่อนนี้เอง หลังจากได้ยินจากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยว่าเธอกำลังหางานอยู่ เขาเลยเสนองานนี้ให้ ไม่ใช่เพราะทั้งคู่รู้จักกัน แต่เป็นเพราะพนัสแอบชอบภาวศามานาน แต่ที่ไม่กล้าสานสัมพันธ์ต่อเพราะตอนนั้นภาวศาไม่ได้สนใจเรื่องความรัก เธอให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนเพียงอย่างเดียว

พอได้กลับเข้ามาในชีวิตของหญิงสาวอีกครั้ง เขาต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าเธอมีลูกแล้ว ทว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้างที่เธอไม่ได้มีสามี เขาเลยถือโอกาสอยากจีบร่างบางสักครั้ง แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไร เพราะถ้าหากเธอลาออกไปโอกาสที่จะได้พบกันก็ยิ่งน้อยลง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ห้วงรักหวนคืน   รางวัลที่อยากได้

    เมื่อวันจัดกิจกรรมที่โรงเรียนมาถึง ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ใส่เสื้อลายลูกหมูสีชมพูหวานแหววมาพร้อมลูกชาย ทำให้ถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียวคนที่ดี๊ด๊าที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลูกชายของเธอ ที่วันนี้เดินยิ้มออกมาตั้งแต่หน้าประตูห้องนอนจนกระทั่งเดินทางมาถึงโรงเรียน พร้อมเดินจูงมือพ่อแม่มาด้วยกันอย่างพร้อมหน้ากิจกรรมสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นในช่วงสิบเอ็ดโมง กิจจกรรมนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากการแข่งวิ่งของคู่พ่อลูกโดยที่ขาข้างหนึ่งจะต้องถูกมัดไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างทั้งคู่“น้องซัน พร้อมมั้ยลูก” ธนกรถาม ตอนเห็นแก้มทั้งสองข้างของลูกชายเริ่มแดงเพราะอากาศร้อน“พร้อมครับ”“น้องซัน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนตัวเองนะลูก” ภาวศาบอก หลังจากเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าให้ลูกชาย“ลูกผู้ชายไม่เหนื่อยหรอกครับ อีกอย่างไททันกับพ่อยังลงแข่งเลย แล้วซันจะยอมแพ้ได้ยังไง”“ถ้าพร้อมแล้วคุณพ่อกับลูกเชิญมาตรงนี้ได้เลยนะคะ” เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนดังขึ้น ทำให้บทสนทนาก่อนหน้า ต้องจบลงร่างกายกำยำอุ้มลูกชายไปยังสนามฟุตบอลขนาดย่อม ที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ในการแข่งขันภาวศาเดินตามมาให้กำลังใจตรงขอบสน

  • ห้วงรักหวนคืน   หวนคิดถึง

    ธนกรมองดูหญิงสาวที่กำลังใช้ นิ้วโป้งกดไปที่บาดแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล แต่ยังไม่มีที่ท่าว่าคนตรงหน้าจะไปทำแผลสักทีเขาถึงได้เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง.” ที่นี่มีอุปกรณ์ทำแผลไหม”“มีค่ะ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นตรงลิ้นชักข้างทีวี”“รอผมแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมมา”เมื่อหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลมาแล้ว ธนกรรีบให้แม่ของลูกนั่งลงตรงเก้าอี้ ส่วนเขาคุกเข่าอยู่ที่พื้น แล้วจากนั้นจึงเริ่มทำแผลให้ด้วยความทนุถนอม เพื่อไม่ให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ภาพตรงหน้ามันทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ตอนที่เขาเคยทำแผลให้เธอ ท่าทางดูเอาใจใส่ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเท่าใดนัก จึงเผลอทำให้คิดถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เสร็จแล้ว ผมนึกว่าคุณจะเลิกซุ่มซ่ามแล้วซะอีก” เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ จนเจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกมาตอนไหน“ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย แค่เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก็เท่านั้น ลูกล่ะคะ”“นั่งอ่านการ์ตูนในห้องนั่งเล่น”สิ้นคำตอบของเขา ร่างบางรีบเดินไปหาลูกชายที่ห้องนั่งเล่นทันที เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อกี้มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ควรกลับไปรู้สึกกั

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่รู้ว่าควรถามไหม

    “ฉันขอเวลาหน่อยนะคะ”“ได้สิ” ร่างสูงยกยิ้มน้อย ๆ ตราบใดที่เธอไม่ได้ปฏิเสธ เขาก็ยังมีความหวังธนกรพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ ภาวศาเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องซันเกิดคงรู้สึกไม่ค่อยยินดีนัก หากจะต้องถูกแบ่งปันความรักไป...ทุกอย่างต้องใช้เวลาเมื่ออรจิรารู้ข่าวว่าเพื่อนสนิทยอมให้พ่อของลูกมาทำหน้าที่พ่อแถมความสัมพันธ์ระหว่างน้องซันกับคนเป็นพ่อดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีจนทำให้เพื่อนของเธอถึงกับรู้สึกน้อยใจ เพราะกลัวว่าน้องซันจะรักพ่อมากกว่าตัวเองทำให้อรจิราร้อนใจจนต้องนัดเพื่อนออกมาเจอเป็นการด่วน แม้ว่าตารางงานของตัวเองจะยุ่งเหยิงมากก็ตาม“แล้วแกจะเอาไงต่อ”“ฉันว่าจะรอดูไปก่อน ว่าเขาจะทำหน้าที่พ่อได้ดีเหมือนที่เคยพูดเอาไว้รึเปล่า”“ถ้าเขาทำได้ล่ะ”ภาวศาหยุดคิดเพียงแป๊บเดียวแล้วตอบคำถามของเพื่อนสนิท เรื่องนี้เธอคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ตัดสินใจให้โอกาสเขา มาทำหน้าที่พ่อ“ฉันกับเขาคงต้องคุยกันเรื่องแบ่งเวลาดูแลน้องซัน”อรจิราพยักหน้าเห็นด้วย เพราะน้องซันก็โตขึ้นทุกวัน และตอนนี้ก็ถึงวัยเข้าเรียนแล้วด้วย หากได้พ่อของลูกมาช่วยแบ่งเบาในส่วนนี้เพื่อนของเธอก็ถือว่าได้ประโยชน์เช่นกัน“ถ้าสมมติว

  • ห้วงรักหวนคืน   หวังได้ใช่ไหม

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ภาวศาที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารเย็นต้องหยุดชะงักลงชั่วครู่ ก่อนเดินไปส่องตาแมวตรงหน้าประตูพอเห็นว่าเป็นใคร หญิงสาวทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วเปิดประตูให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกเข้ามา สองสัปดาห์มานี้คุณกรมาหาน้องซันเวลานี้อยู่เรื่อยทำให้อาหารมื้อเย็นกลายเป็นมื้ออาหารระหว่างพ่อแม่ลูกไปโดยปริยาย หากจะเอ่ยปากไล่ไม่ให้เขามาหาในเวลานี้ก็ไม่สามารถทำได้อีก เพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกชายมันทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอพลอยมีความสุขตามไปด้วยวันไหนที่ธนกรงานยุ่งจนไม่สามารถมากินข้าวเย็นกับน้องซันได้ อาหารมื้อนั้นจะเต็มไปด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ของเด็กน้อยวัยเกือบจะสี่ขวบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า“ผมขอรบกวนอีกสักมื้อนะ” ร่างสูงพูดแบบนี้ทุกครั้งที่มาที่นี่“…”“พ่อครับ ไปเล่นต่อสู้กันเถอะ ซันจัดทัพรอแล้วนะ”ทันทีที่ได้ยินเสียงของบิดา ร่างอ้วนป้อมของเด็กชายทิวากรรีบวิ่งปรี่เข้ามา ก่อนจะจูงมือของคนเป็นพ่อไปยังห้องนั่งเล่นเหมือนทุกครั้งตั้งแต่เด็กน้อยมีพ่อก็ไม่เหงาอีกต่อไป เขามีทั้งเพื่อนเล่นและคนคอยพูดคุยด้วย ไม่เหมือนตอนอยู่กับแม่พราวแค่สองคนของเล่นไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธ์ถูกแบ่

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่ยอมแน่

    ด้วยความเป็นห่วงลูกชายซึ่งบ้างานจนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ยอมกลับมาบ้านให้พ่อกับแม่เห็นหน้าค่าตาแรมปี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอจึงได้ไปหาลูกชายที่เพนต์เฮาส์ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาพอเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็เห็นว่าโล่งผิดปกติจนคิดว่าลูกชายหนีไป ที่ไหนสักที่จึงได้คะยั้นคะยอถามเลขาของเจ้าตัว สุดท้าย วรเกียรติเผลอหลุดปากพูดเรื่องเด็กชายทิวากรออกมามิหนำซ้ำก่อนที่ตนจะกลับได้เปิดประตูห้องนอนเล็กดูยิ่งทำให้แน่ใจว่าลูกชายตัวดีแอบไปมีลูกโดยไม่ได้บอก ถึงได้รู้ว่าตัวเองกลายเป็นย่าคนแล้ว“กี่ขวบแล้วล่ะ”“กี่ขวบอะไรครับ” เขาแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้“หลานฉันกี่ขวบแล้ว” เจ้าสัวสมศักดิ์ถาม ไม่วายตบไหล่ลูกชายด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว“คุณทำอะไรเนี่ย ตากร เจ็บมากไหม” คุณหญิงจิรนุชหันไปว่าสามีตัวเองเสียงฉุนต่างกับน้ำเสียงที่ถามบุตรชายลิบลับ แล้วจะไม่ให้เขาหมั่นไส้ได้ยังไง!ธนกรตีเนียนซบไหล่มารดาพร้อมกับส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้พ่อตัวเอง แล้วตอบคำถามก่อนหน้า“สามขวบกว่าแล้วครับ”“เห็นว่าชื่อทิวากร ชื่อเล่นซัน ใช่ไหม”“นี่พ่อกับแม่รู้ไปถึงชื่อเล่นลูกผมเลยเหรอครับ”“ก็แหงอยู่แล้วสิ คนอย่างแม่แกมีเหรออยากรู้อะไรแล้ว จะไม่รู้”“ค

  • ห้วงรักหวนคืน   รู้อยู่แล้ว

    “แต่คุยกับแม่สนุกกว่า” ตอบเอาใจผู้เป็นแม่“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ ระหว่างนี้ก็พูดคุยกันให้พอ ถ้าแม่กลับมาหนูต้องกลับบ้านกับแม่เข้าใจไหม” ท้ายประโยคบอกลูกชาย“ครับ”พอเห็นใบหน้าหงอยลงของลูกชาย ธนกรเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าภาวศาต้องเป็นแม่ที่ดุขนาดไหนเชียว ลูกชายของเขาถึงได้เชื่อฟังแบบไม่อิดออดแบบนี้เลยลองเทียบเคียงถามดู“ปกติแม่พราวดุมากไหมครับ”เด็กชายทิวากรส่ายหน้าปฏิเสธ“แม่พราวใจดี”“แล้วทำไมน้องซันถึงเชื่อฟังแม่ขนาดนี้ล่ะครับ” ปกติเด็กคนอื่นจะไม่ค่อยเชื่อฟังคำพูดของคนเป็นพ่อแม่สักเท่าไรนัก โดยเฉพาะเด็กผู้ชายแล้วด้วย ความซุกซนยิ่งมากกว่าเด็กผู้หญิงเป็นเท่าตัว“ซันไม่อยากให้แม่เหนื่อย” เด็กน้อยตอบเสียงเบา ทำให้คนตัวโตถึงกับชะงักไปชั่วครู่“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเชื่อฟังแม่พราวนะครับ อย่าดื้อเข้าใจมั้ย เดี๋ยวพ่อจะมาหาบ่อย ๆ”“ซันจะไม่ดื้อครับ”“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” พอเห็นลูกชายทำหน้าไม่สู้ดี เขาจึงถามด้วยความสงสัย“ซันจะได้เจอพ่ออีกไหม แม่บอกว่าพ่อยุ่ง ที่ผ่านมาซัน ก็เลยไม่มีพ่อ”“นับตั้งแต่วันนี้ไปน้องซันจะมีพ่อกับแม่ทุกวันเลย พ่อจะมาหาน้องซันทุกวัน” คำถามของลูกชายทำให้คนตัวโตรู้สึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status