Masuk“อื้อ…พี่พล…” น้ำผึ้งกระซิบเสียงสั่น ริมฝีปากยังถูกเขาครอบครองอยู่แทบทั้งหมด พลถอนจูบออกเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาแดงวาวด้วยแรงปรารถนาแรงกล้า“รู้ไหม…ผมเกือบคลั่งตอนเห็นคุณเต้นอยู่ตรงหน้าแบบนี้” เสียงพร่าหนักหอบผสานความหิวกระหาย น้ำผึ้งยิ้มเย้ายวน ปลายนิ้วเรียวลูบไปตามแนวกรามของเขา“ก็ตั้งใจทำให้พี่คลั่ง…แล้วตอนนี้พี่จะทำยังไงต่อดีล่ะคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากระเส่ายั่วยวน เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดหูเธอ เสียงทุ้มต่ำแทบทำให้เธอขาอ่อน“ผมจะทำให้คุณต้องการผมไปอีกสามวัน” คำพูดนั้นยังไม่ทันจางหาย ปลายลิ้นร้อนของเขาก็กวาดไล้ไปตามซอกคอที่หยดบรั่นดียังหลงเหลือ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นกายหอมหวานของเธอเร้าอารมณ์จนแทบระเบิด มือหนาอีกข้างบีบเอวเธอแน่น ขยับร่างให้แนบสนิทกับความแข็งแกร่งของเขาโดยไม่มีที่ว่างให้หนี” ก็ทำสิ “เธอพูดอย่างท้าทาย สายตาจ้องมองเขาไม่ลดละ เขาไม่รอช้าเหวี่ยงเธอลงบนเตียงอย่างแรง ทำให้เธอรู้สึกจุอยู่บ้าง แต่ทว่าใบหน้าอ่อนหวานที่เขาหลงใหลกลับเลยรอยยิ้มยั่วยวนมากไปด้วยตัณหาแฝงไปด้วยราคะในดวงตากลมโตคู่งามของเขา เธอใช้เรียวหนุนไข่มุกที่อยู่ตรงร่องกลีบอวบอูมไข่มุกมุกทั้งสามเ
เมื่อบานประตูไม้โอ๊กสลักลายถูกผลักเข้ามาเบาๆ น้ำผึ้งก้าวเข้าสู่ห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ เพียงลำพัง ห้องกว้างโอ่อ่าเกินกว่าห้องพักโรงแรมห้าดาว เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบขาวที่ถูกจัดไว้ตามแจกันคริสตัล เสียงหิมะข้างนอกสั่นสะท้านกระจกบานใหญ่ แต่ภายในกลับอุ่นสบายด้วยเตาผิงหินอ่อนที่เปลวไฟกำลังลุกโชนปกติแล้ว ห้องนี้เป็นที่ที่เธอไม่เคยอยู่คนเดียว เพราะชายหนุ่มทั้งห้าจะอยู่รายรอบเธอเสมอ แต่ค่ำคืนนี้พวกเขาต้องประชุมด่วนกับนักธุรกิจรายใหญ่ที่ชั้นล่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นดังขึ้นทุกขณะบนโต๊ะกลางห้องมีกล่องกำมะหยี่สีเทาเข้มขนาดไม่ใหญ่เกินไปวางเด่นท่ามกลางกลีบกุหลาบโปรยปราย เธอเดินเข้าไปช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีครีม แล้วเอื้อมมือไปเปิดกล่องนั้นออกด้วยความสงสัยเพียงครู่เดียว คิ้วเรียวสวยของเธอก็ขมวดเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเขินทั้งขำ…เพราะภายในกล่องคือ ชุดซีทรูสุดเซ็กซี่ ที่ตัดเย็บอย่างบรรจง ราวกับออกแบบขึ้นมาเพื่อเธอเพียงคนเดียวมันคือผ้าซีทรูสีขาวบางเบา บางจนเกือบโปร่งแสง เนื้อผ้าละเอียดราวกับหมอกบางเคลือบเรือ
ห้าแซ่บเกินต้าน [ตอนพิเศษ] 3 เดือนต่อมา [หลังจากการแต่งงาน]กลางค่ำคืนของแฟร์แบงค์ส เมืองเล็กกลางผืนดินกว้างใหญ่ของอลาสกา ทุกสิ่งรอบกายถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ต้นสนสูงเรียงรายยืนหยัดนิ่งท่ามกลางความหนาวเย็นราวกับประติมากรรมจากน้ำแข็ง ถนนเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มจากเสาไฟส่องลอดม่านหิมะที่ยังโปรยลงมาไม่ขาดสายบ้านไม้แต่ละหลังตั้งชิดติดกันเล็กน้อย หลังคามุงหนาหนักไปด้วยหิมะสีขาวครีม ควันจากปล่องไฟลอยกรุ่นตัดกับท้องฟ้ามืดสนิท ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังพยายามเปล่งไออุ่นต้านกับความหนาวเหน็บที่กัดกินทุกลมหายใจเหนือเส้นขอบฟ้า แสงเหนือปรากฏราวม่านผ้าไหมขนาดมหึมา พลิ้วไหวเป็นริ้วสีเขียว ม่วง และชมพูทอดตัวครอบคลุมฟากฟ้า ทั้งงดงามและน่าพิศวงจนผู้ที่ได้เห็นรู้สึกเหมือนถูกกลืนเข้าไปอยู่ในโลกเหนือจริงแฟร์แบงค์สไม่ใช่เมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่เป็นเมืองที่กาลเวลาเดินช้ากว่าที่อื่น ผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่ายในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมถนนที่ยังคงเปิดไฟต้อนรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางหนาวสั่นกำลังจิบโกโก้ร้อนพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า บ้างก็เดินไปตามเส้นทางหิมะ มุ่งหน้าออกไปยังรีสอร์ทน้ำพุร้อนท่ามกลางหุบเขา เพื่
เธอค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ พวกเขาจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอที่งดงามมีเกล็ดน้ำและฟองสบู่ติดตามเรือนร่าง พวกเขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากเย็น นนท์ใช้ลิ้นเลียกลีบร่องไร้ขนดกดำ เธอใช้มือเรียวปิดกลีบร่องเอาไว้ ทำให้นนท์งวยงงกับการกระทำของเธอ “ผึ้งหนาวค่ะ ไปเย็ดที่เตียงกันเถอะนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวน นัยน์ตาทั้งสองข้างของเธอเป็นประกายราวกับลิลิธกำลังหลอกล่อด้วยสายตาให้จมดิ่งไปกับตัณหาที่นางมอบให้ น้ำผึ้งค่อยๆ เยื้องย้ายก้าวเดินสง่างามก้าวเดินสง่างาม มือเรียวจับดุ้นของกรณ์ที่แข็งเป็นไตตั้งตรงรอเสียบเข้าไปในกลีบร่องของเธอ กรณ์รู้ตัวอีกที… เห็นว่าเธอก้าวเดินเข้าไปในห้องนอน พลทนไม่ได้กับการกระทำยั่วยวนของเธอไม่ไหว คว้าลำคอของเธอมาจูบ เธอตอบรับเขาด้วยการจูบอันเร่าร้อน มือเรียวจับดุ้นของพลที่แข็งเป็นไตรูดขึ้นลงหนัก พลค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก เธอทอดสายตาอย่างเร่าร้อนและยั่วยวนไม่มีท่าทีเขินอายแต่อย่างใด “น้ำผึ้ง คุณกำลังยั่วยวนผมอย่างนั้นเหรอ คุณคิดผิดแล้วล่ะ” พลเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำขบกราม สายตาดุจหมาป่าล่าเหยื่อทอดสายตามองเธอ มือเรียวจั
ตกเย็น พวกเขาพาเธอขึ้นมานั่งทานดินเนอร์บนดาดฟ้าเรือ ท้องฟ้าสีส้มทองค่อยๆ ละลายเป็นม่วงเข้มเมื่อดวงอาทิตย์ตกลงทะเล เทียนและไฟระยิบระยับถูกจุดขึ้นรอบโต๊ะ กลิ่นอาหารทะเลสดใหม่ที่เชฟจัดเตรียมไว้หอมอบอวล พวกเขานั่งล้อมรอบเธอราวกับดาวห้าดวงที่โคจรรอบดวงจันทร์ เธอรู้สึกได้ถึงความรักและสายตาที่มีแต่เธอคนเดียว และเมื่อค่ำคืนคลี่คลุม เรือยอร์ชทอดสมออยู่ท่ามกลางทะเลกว้าง ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสะท้อนบนผืนน้ำ เธอนอนหนุนแขนของหนึ่งในพวกเขา พลางได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคง เป็นจังหวะที่บอกเธอว่า ไม่ว่าทะเลจะกว้างใหญ่เพียงใด เธอจะไม่มีวันหลงทาง เพราะมีพวกเขาห้าคนคอยโอบอุ้มและปกป้องอยู่เสมอ นี้ยังไม่รวมเซ็กส์อันเร่าร้อนที่เขามอบให้ทุกค่ำคืน ไม่มีคืนไหนที่เธอจะไม่เสร็จไปพร้อมกับพวกเขาเลย นับวันพวกเขาก็หาท่าใหม่ๆ ให้เธอลองทำ เธอไม่เคยปฏิเสธพวกเขาได้เลยว่าเธอไม่ชอบมัน เธอเองกับร่วมมือกับพวกเขาเป็นอย่างดี และพวกเขาจะไม่หยุดถ้าเธอไม่สติหลุด ไม่เคยมีคืนใดเลยที่เธอจะมีสติหลังพวกเขาเสร็จ เซ็กส์ของพวกเขาไม่ได้มีแค่บนเตียง แต่ว่าห้องน้ำ ระเบียง โต๊ะ เก้าอี้ ห้องซาวน่า ห้องออกกำลังกาย หรือสระว่ายน้ำ
“พี่พล…ผึ้งอยากได้…ควย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบายั่วยวน สายตาขอเธอเร่าร้อนและหวานฉ่ำเหมือนคนติดสารเสพติด แต่เธอนั่นกำลังเสพติดเซ็กส์จากพวกเขาทั้งห้าคน โดยที่เธอไม่รู้ตัว “ผมชอบจังที่เมียของผมพูดออกมาตรงๆ แบบนี้” พลพูดด้วยน้ำเสียงพร่าแผ่วเบาสายตาที่มองเธอช่างเร่าร้อนเหมือนพระอาทิตย์แรงกล้า ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งเรือนร่าง มารู้ตัวอีกที คือ ริมฝีปากของเขาประกบจูบริมฝีปากบางของเธออย่างดูดดื่ม เธอสัมผัสลิ้นของเขาพันกับลิ้นของเธอ อีกทั้งยังได้กลิ่นไวน์ราคาแพงทำให้เธอรู้สึกงวยงงไปชั่วขณะหนึ่ง มือเรียวของเธอโอบคอเขาไว้กันตก เต้านมเสียดสีกับอกแกร่งที่อุดมไปด้วยซิกแพคหนา มันเสียสีจนร้อนไปหมด ในชั่วขณะเดียวกันเธอรู้สึกว่าน้ำกามอุ่นๆ ไหลทะลักออกมาราวกับเชื้อเชิญให้เขาสอดใส่เขาไป “ผมรักคุณมากนะ ผมไม่อยากห่างคุณแม้แต่ชั่วขณะชีวิตของผม…ผมเป็นของคุณ เป็นของคุณแค่คนเดียว” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงพร่ามัว เธอเผยรอยยิ้มทอดสายตามองเขาที่มองมายังเธอ สายตาของเขานั้นมองเธอด้วยความหลงใหลและเทิดทูนราวกับเธอเป็นเทพีสูงส่งและล้ำค่า เธอไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้จากใคร นอกสายตาจากผัวทั้งห้าคนของเธอ “ผ







