LOGINเมื่อคุณหนูตกอับต้องแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้ แต่เธอกลับถูกคนสวนย่ำยีก่อนถึงมือเจ้าบ่าว นิยายรักโคตรน้ำเน่า ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ
View MoreTick tock!
Tick tock!
Tick tock!
The sound of the wall clock could be loudly heard in the dark room illuminated with neon lights. A man tied to a chair with his mouth taped, shivered in fear—he felt rather than heard the heavy footsteps of the man approaching, signifying danger.
His teeth clattered, beads of sweat formed on his forehead, his heart sinking to the pit of his stomach. Two men dressed in black with matching color of hats stood beside him, gun in their hands.
The man swallowed the painful lump in his throat; he had heard rumours but he refused to believe them. He made the mistake of taking up the task everyone rejected and went into the dangerous territories of Narlands.
The rumours were indeed true, the Death lord crept steadily, the silence was deafening. When his face came into view, the man's eyeballs widened in trepidation and at the same time, astonishment.
Awed by the fact that the Death lord wasn't as expected— an ugly old man with a scarred face. What he beheld was handsome man, a Greek god, some would say. Trembling in fear that he had come to meet his end just like the rest trespassers of Narlands territories.
A smirk formed on the Death lords' full lip set in a grim line. The man's head throbbed, one never lived to tell the story. And even if they did, a part of their body would be dismembered as evidence.
"It is you who have the guts to trespass," The Death lord voice was low but at the same time, it was like the sound of lightening flashing in a dark sky.
The Death lord leaned closer, roughly removing the tape from his mouth. The man was shaking like a leaf, his palms were sweaty, the sound of his harsh breathing echoing in his eardrum.
He was beyond mortified, never had he been easily frightened.
"Who are you?" The Death lord asked. One could tell from the way he spoke, he had little patience for speech.
"I will give you three seconds and once they elapse," The Death lord stared deep into his dark brown eyes before he continued his statement, "Boom! Into your brain," he deadpanned.
With a raspy voice, the man began to spill, voicing out his mission. The Death lord chuckled, "A type like you isn't worthy to be a secret agent, you can't keep secrets, I expected you to be tougher than this and die without uttering a word; I guess you are useless after all," The Death lord lamented.
"I will spare you because I want you to live and tell your story," he said. The two hefty bodyguards, forcefully placed both of the man's palm on the desk, in front of the Death lord.
"I should keep your mouth sealed so you'd know how to keep a secret but you need that to tell your experience. I'll cut off your hands instead, so you won't be able to use them anymore."
In a flash, the Death lord sliced off his wrist with his special pocket knife. The man screamed out in agony, tears filling his eyes.
เมื่อปั่นจักรยานมาได้สักระยะ ปาลิตาก็พบว่าเส้นทางนี้เป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมาก สองข้างทางก็เป็นต้นหญ้าสูงท่วมหัว เธอพยายามระวังให้มากแล้ว แต่ก็พลาดจนได้ ปาลิตาล้มลงพร้อมกับจักรยาน หัวเข่าเป็นแผลถลอกสองข้าง เลือดไหลซิบ ชายกระโปรงชุดเดรสสีขาวขาดและเปื้อนเลือด “เจ็บจัง” ปาลิตาเลิกชายกระโปรงขึ้นมาดูรอยแผลที่หัวเข่าทั้งสองข้าง ใบหน้าสวยบิดเบ้ เธอสูดปากเบา ๆ ทั้งเจ็บทั้งแสบ แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องไปต่อ ปาลิตาหันไปมองข้างหลัง เส้นทางเล็ก ๆ ที่สองข้างมีแต่ต้นหญ้าสูง ยอดหญ้าปลิวลู่ตามแรงลมพัด พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เธอต้องออกจากไร่สิงขรให้ได้ก่อนมืด ร่างบางลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอเจ็บหัวเข่า และพอก้มมองจักรยาน เธอก็เห็นว่าล้อหน้าเบี้ยวจนไม่สามารถปั่นต่อไปได้แล้ว ปาลิตาตัดสินใจทิ้งจักรยานไว้ตรงนี้ เธอเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ มือบางเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาข้างขมับ หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งหวั่นใจ กลัวว่านายมากจะตามมาเจอ ยิ่งเดินก็ยิ่งไกล จุดหมายที่เธอคาดว่าจะพบเจอก็ยังไม่ถึง หรือว่าเธอจะหลงทางแล้ว ทว่าเธอมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว ความมืดเริ่มปกคลุมไป
8 มิอาจหลีกหนี เป็นอีกหนึ่งค่ำคืน ที่ปาลิตาหวาดหวั่นกลัวคนสวนเข้าหา แต่เพราะความเหนื่อยล้า เธอจึงไม่อาจฝืนร่างกายได้ หญิงสาวหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตา ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปแล้วแต่ชะตาฟ้าจะกำหนดเถอะ เธอเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ถึงแม้ว่าจะคิดแบบนั้น แต่คนหวั่นใจก็ยังสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก พอมองไปรอบห้อง แล้วเห็นว่าทุกอย่างยังปกติ เธอจึงหลับตาลงอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่วาย หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ทั้งคืน รุ่งเช้าวันใหม่ ปาลิตาตื่นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง ป้าไก่จัดโต๊ะอาหารไว้รอแล้ว อยู่ที่นี่ ปาลิตาแทบไม่ต้องทำอะไร เธอมีหน้าที่นอน พักผ่อน กินข้าว และก็รอให้เจ้าบ่าวของเธอกลับมา หากไม่มีคนสวนเลว เธอคงอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ “คุณหนูจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ” ป้าไก่เดินเข้ามาถาม ตอนที่ปาลิตาดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว “ไม่ล่ะค่ะ ป้าไก่ ตาลอิ่มแล้วค่ะ เอ่อ...ป้าไก่คะ นายมากอยู่ที่สวนดอกไม้หรือเปล่าคะ คือตาลอยากไปเดินเล่นในสวนค่ะ แต่ถ้าเขาทำงานอยู่ในสวน ตาลก็ไม่อยากไปรบกวน” ปาลิตาเกลียดตัวเองนัก เกลียดที่ต้องบอกเหตุผลที่ไม่อ
“ตบหนึ่งที ปี้หนึ่งครั้ง” “คนเลว” นายมากถอนหายใจเหนื่อยหน่าย “วันหลังจะสอนคำด่าที่มันเจ็บกว่านี้ให้นะ คุณหนูคนสวย” “อย่า...” นายมากปิดปากคุณหนูคนสวยด้วยจูบดุดัน เขาสอดลิ้นควานไปทั่วในปากนุ่ม ดูดกลืนลมหายใจของเธอ บดขยี้อย่างรุนแรง เมื่อคนถูกจูบอ่อนระทวยอยู่กับอกกว้าง มือหนาจึงเลื่อนลงมาจากลำคอระหง ลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวสาว เล้าโลมให้เธอหลงกล ให้เธอตกอยู่ในวังวนสวาทที่มิอาจต้านทานได้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มซุกไซ้ลำคอขาวผ่อง เขาแลบลิ้นเลียบางเบา สูดกลิ่นเนื้อสาวเย้ายวน ฝ่ามือหนาล้วงผ่านชายกระโปรงชุดสวย เขาสอดปลายนิ้วผ่านขอบเป้ากางเกงชั้นใน บดบี้ขยี้ติ่งระรัว “นายมาก...” ปาลิตาเรียกเสียงแผ่วพร่า เธออยากปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่มันก็ยากเย็นเหลือเกิน และพอเขาปล่อยข้อมือบางสองข้างให้เป็นอิสระ แทนที่เธอใช้มันผลักไสเขา เธอกลับยกสองแขนขึ้นคล้องลำคอแกร่ง และเริ่มขยับบั้นท้ายเข้าหานิ้วที่พร่างพรมกลางซอกสาว “ยกก้นขึ้นหน่อยครับ คุณหนู” ปาลิตาส่ายหน้า ทั้งที่บั้นท้ายส่ายร่อนอยู่ไม่สุข น
ป้าไก่ออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว ปาลิตานั่งมองขนมกับน้ำส้มในถาดแล้วก็ถอนหายใจ เธอไม่อยากมีปัญหากับนายมาก เธอกลัวว่าเขาจะหาเรื่องทำให้เธอต้องอับอาย มือบางหยิบขนมขึ้นมากัดกิน เธอฝืนใจกินจนเกือบหมด และดื่มน้ำส้มหมดแก้ว พออิ่มแล้ว ปาลิตาก็รู้สึกง่วง ขนมหวานและน้ำส้มคั้นทำให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย หญิงสาวจึงเอนตัวลงนอน และหลับยาวจนถึงเย็น พอตื่นขึ้นมาก็อยากจะไปปั่นจักรยานชมวิวในไร่ เธอจึงไปบอกป้าไก่ว่า “ป้าไก่คะ ตาลขอไปปั่นจักรยานในไร่ได้ไหมคะ” ป้าไก่มีสีหน้าลำบากใจ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว นางเป็นห่วงคุณหนู “ตาลนอนทั้งวัน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกมึนหัว ไม่สดชื่นเลยค่ะ ถ้าได้ปั่นจักรยานเข้าไปในไร่ ได้เห็นวิวสวย ๆ ได้รับลมเย็น ๆ น่าจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ” ป้าไก่เงียบไปครู่หนึ่ง เห็นใจคุณหนูก็เห็นใจ กลัวนายมากจะรู้ก็กลัว แต่พอเห็นหน้าเศร้า ๆ กับสายตาอ้อนวอนของคุณหนู นางก็เลยพยักหน้า “อย่าไปนานนะคะ” “ค่ะ ป้าไก่” ปาลิตายิ้มดีใจ เธอออกจากบ้านไปจับจักรยานคันเดิม แล้วปั่นเข้าไปในไร่ ปาลิตาปั่นจักรยานไปตามทางเดิม เธอปั่นไปจนถ