Share

บทที่ 3

Author: เค้กน้ำตาล
ยังไม่ทันที่หลินอันจะพูดจบ ลี่หานถิงก็ถอดถุงมือพลาสติกออก รับปากกาหมึกซึมมาเซ็นชื่อลงไป

“ตกลงง่ายขนาดนี้ ไม่คิดจะดูสักหน่อยเหรอ” หลินอันแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ซ้ำยังจงใจปรายตามองมาทางหมิงอวิ้น

ลี่หานถิงยกยิ้มมุมปาก “ระหว่างเรายังต้องมีพิธีรีตองพวกนี้อีกเหรอ”

“น้าอันอันคะ หนูเองก็อยากได้ของเล่น น้าซื้อให้หนูบ้างได้ไหมคะ” ลี่เขอเข่อกะพริบตากลมโต “หนูอยากเอาตุ๊กตาผ้าขนสัตว์ไปไว้ในห้องเยอะ ๆ เลย! ที่แม่ทำให้มันน่าเกลียดเกินไป หนูไม่ชอบ!”

“ผมก็อยากได้ครับ!” ลี่อวิ๋นเฉินชูมือขึ้นอย่างตื่นเต้น “ผมจะเอาอุลตร้าแมนร้อยตัวเลย!”

หมิงอวิ้นขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ลูกสองคนเป็นโรคหอบหืดนะ จะเอาของเล่นไปไว้ในห้องเยอะเกินไปไม่ได้ ไม่งั้นอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้เลย”

หลินอันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “ฉันจะเลือกของเล่นที่ทำจากวัสดุที่ปลอดภัยที่สุดให้พวกเขาเอง คุณหมิงวางใจได้เลย”

ลี่หานถิงเอ่ยสมทบ “หลินอันเป็นคนจัดการ คุณไม่ต้องห่วงหรอก”

เมื่อได้รับอนุญาตจากลี่หานถิง ลี่อวิ๋นเฉินและลี่เขอเข่อก็ดีใจจนออกนอกหน้า พวกเขาประคองใบหน้าของหลินอันแล้วจุ๊บลงไปคนละที

“เย้! น้าอันอันใจดีที่สุดเลย!”

“ถ้าน้าอันอันเป็นแม่ของเราก็คงจะดี!”

ลี่หานถิงมองทั้งสามคนหยอกล้อกันด้วยสายตาที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หมิงอวิ้นก็รู้สึกว่าช่างน่าขำ

ชาติที่แล้ว เธอเกรงว่าของเล่นจะส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งสองคน จึงตั้งใจใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทำให้พวกเขาด้วยตัวเอง ต่อให้สองมือจะถลอกปอกเปิกเธอก็เต็มใจ

น่าเสียดายที่สิ่งของซึ่งอัดแน่นไปด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของเธอ กลับกลายเป็นของไร้ค่าในสายตาของพวกเขา

หมิงอวิ้นเดินกลับเข้าห้องไปเพียงลำพัง

ผ่านไปไม่นาน หลินอันก็ถือหนังสือหย่ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“ลี่หานถิงเซ็นชื่อแล้ว คุณคงจะไม่เปลี่ยนใจหรอกใช่ไหม”

“แน่นอนว่าไม่” หมิงอวิ้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รอจนจบช่วงเวลาไตร่ตรองการหย่า ฉันก็จะไป”

......

วันต่อมา หลินอันก็พาเด็กสองคนไปซื้อของเล่นกลับมามากมาย

ลี่อวิ๋นเฉินกับลี่เขอเข่อเดินตามหลินอันต้อย ๆ ราวกับลูกเป็ด พวกเขาตกแต่งห้องของตัวเองกันอย่างเริงร่า

หมิงอวิ้นเดินผ่านโถงทางเดิน เธอเห็นพวกเขานำปราสาทตัวต่อที่เธอต่อด้วยตัวเอง รวมถึงตุ๊กตาผ้าทำมือที่เธอเย็บ โยนทิ้งลงถังขยะไปทีละชิ้น

ขณะเดียวกันนั้น บริเวณโถงทางเดินก็พลันมีเสียงลากของหนักดังขึ้น

พนักงานขนของหลายคนกำลังยกโคมไฟตั้งพื้น โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะน้ำชาชุดใหม่เอี่ยมเข้ามา

“ตอนที่ฉันพาเด็ก ๆ ไปซื้อของเล่น บังเอิญเห็นเฟอร์นิเจอร์พวกนี้เข้า ฉันคิดว่ามันสวยดี ก็เลยติดมือกลับมาด้วยน่ะ”

หลินอันหันไปมองลี่หานถิง มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา “อีกอย่างนะ สไตล์บ้านของคุณมันดูจืดชืดเกินไป หาเวลาตกแต่งใหม่สักหน่อยดีไหม”

ลี่หานถิงตอบกลับโดยแทบไม่ต้องคิด “แล้วแต่คุณเลย”

ปลายนิ้วของหมิงอวิ้นจิกลงบนฝ่ามือแน่น

ทุกอย่างในคฤหาสน์หลังนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เธอใช้เวลาถึงเจ็ดปีเต็ม ในการค่อย ๆ จัดตกแต่งอย่างพิถีพิถัน

ทว่าตอนนี้ เพียงเพราะหลินอันพูดว่า “จืดชืด” แค่คำเดียว ความพยายามทั้งหมดของเธอก็ถูกปฏิเสธจนสิ้น

ช่วงเวลาหลังจากนั้น หลินอันก็ใช้ข้ออ้างเรื่องการคุมงานตกแต่งบ้าน ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้

หมิงอวิ้นที่ได้หนังสือหย่ามาครอบครองแล้ว จึงตัดสินใจทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ และไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องราวใด ๆ ภายในบ้านอีก

เธอเฝ้ามองลี่หานถิงที่ปกติเป็นสิบวันหรือครึ่งเดือนก็ไม่ค่อยจะโผล่หน้ามาเริ่มกลับบ้านตรงเวลา

มองคนทั้งสี่เบียดเสียดกันทำอาหารอยู่ในห้องครัว ทำซีอิ๊วหกเลอะเทอะไปทั่วอย่างทุลักทุเล ทว่ากลับมีเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงดังแว่วมา

มองหลินอันยื่นสตรอว์เบอร์รีที่ยังไม่ได้ล้างไปจ่อตรงริมฝีปากของลี่หานถิงผู้รักความสะอาดเข้าขั้นรุนแรง แต่เขากลับกินมันเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา

มองลี่หานถิงผู้ที่เคร่งครัดเรื่องเวลาเป็นอย่างมาก ยอมอยู่ดูหนังเป็นเพื่อนหลินอันและเด็กทั้งสองคนจนดึกดื่น นอนฟุบหลับอยู่บนโซฟาจนถึงเที่ยงของอีกวัน และยกเลิกการประชุมสำคัญของวันนั้นไปเสียดื้อ ๆ ...

ในที่สุดหมิงอวิ้นก็เข้าใจแล้วว่ากฎเกณฑ์อันแสนเข้มงวดเหล่านั้นของลี่หานถิง มีไว้เพื่อใช้กับเธอแค่คนเดียวมาโดยตลอด

เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เขารักจริง เขาก็โอนอ่อนผ่อนตาม เอาใจใส่ และถึงขั้นยอมทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างของตัวเองเพื่ออีกฝ่ายได้เช่นกัน

......

กลางดึกคืนหนึ่ง ประตูห้องนอนของหมิงอวิ้นก็ถูกผลักให้เปิดออก

ผู้ชายที่ไม่ได้คุยกับเธอมาหลายวัน เดินตรงเข้ามาหาเธอ แววตาของเขาเดือดดาลไปด้วยโทสะอันเย็นเยียบ

“หมิงอวิ้น ความอดทนของผมมีขีดจำกัดนะ” ลี่หานถิงปรายตามองลงมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด

หมิงอวิ้นยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ ก็เห็นลี่หานถิงโยนผ้าห่มผืนหนึ่งลงตรงหน้าเธอ

“ช่วงที่ผ่านมาคุณทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจไยดีเรื่องในบ้าน ผมก็ขี้เกียจจะถือสาหาความกับคุณ แต่คุณเอาความโกรธไปลงกับลูกได้ยังไง”

“คุณก็รู้ว่าเขอเข่อเป็นโรคหอบหืด แต่ก็ยังให้แกห่มผ้าห่มที่ไม่ได้ซักมาตั้งหลายวัน จนเกือบจะทำลูกตาย!”

หมิงอวิ้นชะงักไป

ผ้าห่มผืนนี้เป็นผ้าฝ้ายบริสุทธิ์ทอละเอียดที่เมื่อสองปีก่อนเธอต้องใช้เวลาเทียบราคากับหลายร้านอยู่นาน กว่าจะตัดสินใจซื้อมาได้

จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่ได้ซักแค่ไม่กี่วันก็ทำให้โรคหอบหืดกำเริบขึ้นมาได้!

“เขอเข่อหอบหืดกำเริบ ไม่มีทางเป็นเพราะผ้าห่มผืนนี้แน่” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณเอาเวลาไปตรวจสอบพวกของเล่นที่หลินอันซื้อมาไม่ดีกว่าหรือไง...”

เธอยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ ลี่อวิ๋นเฉินก็ร้องไห้วิ่งเข้ามา ร่างเล็ก ๆ โผเข้ากอดขาลี่หานถิง พลางฟ้องสุดเสียง

“แม่เกลียดเรา ไม่ต้องการเราแล้ว! ก่อนหน้านี้ตอนเราถูกลักพาตัว เธอก็ไม่ยอมไปช่วย แถมยังบอกให้โจรฆ่าพวกเราทิ้งอีก!”

“พ่อ พ่อไล่เธอออกไปเลย! ในเมื่อเธอไม่ต้องการเราแล้ว ผมกับน้องก็ไม่ต้องการเธอเหมือนกัน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 19

    ตอนนั้นเธอถูกตัดสินจำคุกสามปีในข้อหาจงใจทำร้ายร่างกายหลังจากออกจากคุก เธออยากกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่กลับพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเธอส่งเรซูเม่ไปเยอะมาก ไม่เงียบหายเข้ากลีบเมฆ ก็ถูกปฏิเสธเพราะมีประวัติอาชญากรรมเมื่ออับจนหนทาง เธอจึงไปหาลี่หานถิง หวังว่าเขาจะช่วยเธอสักครั้งแต่เธอยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตูใหญ่ก็ถูกรปภ. ขวางไว้ แล้วยัดเงินก้อนหนึ่งให้เธอ“ประธานลี่บอกว่าให้รับเงินก้อนนี้ไป แล้ววันหลังไม่ต้องติดต่อเขามาอีก”หลินอันถือเงินยืนอยู่ใต้ตึกของลี่ซื่อกรุ๊ป ในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและความเสียใจเธอคิดว่าตัวเองจะได้แต่งงานกับลี่หานถิง เป็นคุณนายลี่ที่ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาใครจะไปคิดว่าสุดท้ายจะลงเอยด้วยจุดจบเช่นนี้!......เมื่อเทียบกับชีวิตอันแสนสาหัสของสองคนนี้ ชีวิตของหมิงอวิ้นกลับมีสีสันกว่ามากในช่วงห้าปีนี้ บัญชีของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจากห้าล้านเป็นยี่สิบล้านคน แถมหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่ตีพิมพ์ทั้งสามเล่ม ก็ล้วนเป็นหนังสือขายดีทั้งหมดชีวิตของเธอทั้งเต็มอิ่มและมีอิสระ ข้างกายยังมีป๋อวั่งเซิงกับป๋อซิงหลินสองพ่อลูกป๋อวั่งเซิงรู้ว่า

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 18

    หมิงอวิ้นได้ยินชื่อของลี่หานถิงอีกครั้ง ในบ่ายวันหนึ่งหลังจากผ่านไปห้าปีวันนั้นเธอเพิ่งจะบรรยายเรื่องการเลี้ยงลูกเสร็จ เด็กฝึกงานของสตูดิโอกำลังถือโทรศัพท์มือถือเลื่อนดูข่าว แล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ว่า “ลี่หานถิง ประธานลี่ซื่อกรุ๊ปติดเทรนด์อีกแล้ว ได้ยินว่าเขาคุยกับพาร์ตเนอร์ไม่ลงตัว เหมือนจะเป็นเพราะเสียสมาธิเรื่องที่บ้านน่ะค่ะ”มือที่กำลังจัดเอกสารของหมิงอวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ตั้งใจทำงานเถอะ”เด็กฝึกงานแลบลิ้น รีบเก็บโทรศัพท์มือถือทันทีทว่าประโยคที่เกี่ยวกับลี่หานถิงนั้น กลับยังคงเหมือนหินก้อนเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดคลื่นกระเพื่อมไหวในใจของหมิงอวิ้นอย่างยากจะสังเกตเห็นเธอไม่ได้ยังสนใจอยู่ เพียงแต่รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อยห้าปีแล้ว ผู้ชายที่เคยครอบครองสายตาทั้งชีวิตของเธอ มาบัดนี้กลับกลายเป็นเพียง “บุคคลในข่าว” ที่ไม่มีความสำคัญในชีวิตเธออีกต่อไปต่อมาเธอรู้จากปากของเพื่อน ว่าชีวิตห้าปีมานี้ของลี่หานถิงไม่ได้ราบรื่นนักได้ยินมาว่าตอนนั้นหลังจากลี่หานถิงพาเด็กสองคนกลับประเทศ ก็ปัดธุรกิจในต่างประเทศส่วนใหญ่ทิ้งไป แล้วหันมาให้ความสำคัญกับครอบครัว

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 17

    หลังกลับประเทศ ลี่หานถิงก็ปัดงานทั้งหมดทิ้ง แล้วอยู่โรงพยาบาลเพื่อตั้งใจดูแลเด็กทั้งสองคนแต่หลังจากเด็ก ๆ ฟื้นขึ้นมาเห็นว่าคนที่เฝ้าอยู่ข้าง ๆ คือเขา ในแววตากลับเต็มไปด้วยความผิดหวังคืนนี้ลี่เขอเข่อไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด ปากเอาแต่พึมพำว่า “อยากกินโจ๊กฝีมือแม่”ลี่หานถิงเคี่ยวโจ๊กอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ตามวิธีทำในอินเทอร์เน็ตแต่ตอนที่ยกมาถึงข้างเตียง ลี่เขอเข่อกลับผลักออกอย่างแรงโจ๊กร้อนลวกหกกระจายเต็มพื้นทันที“หนูไม่เอา นี่ไม่ใช่ฝีมือแม่!” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความน้อยใจ “โจ๊กที่แม่ทำจะใส่พุทราจีนหวาน ๆ พ่อไม่รู้อะไรเลย!”ลี่หานถิงมองสภาพเละเทะเต็มพื้น ในใจราวกับถูกอะไรบางอย่างทุบอย่างแรงเมื่อก่อนเขาคิดว่า ต่อให้บ้านหลังนี้ไม่มีหมิงอวิ้นก็คงไม่เป็นอะไรจนถึงตอนนี้ถึงเพิ่งเข้าใจ ว่าไม่มีใครมาแทนที่การมีอยู่ของเธอได้เลยวันเวลาหลังจากนั้น ลี่หานถิงใช้สารพัดวิธีการเพื่อชดเชยให้เด็กทั้งสองคน แต่กลับได้ผลเพียงน้อยนิดเขาเลียนแบบท่าทางของหมิงอวิ้น เขียนโพสต์อิตติดไว้บนตู้เย็นว่า “เขอเข่ออย่าลืมดื่มนม” “ต้องตรวจการบ้านคณิตศาสตร์ของอวิ๋นเฉิน”ลี่เขอเข่อเห็นโพสต์อิตก็ขอบตาแด

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 16

    หมิงอวิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ตอบคำถามทว่าถามกลับไปแทน “ก็เพราะว่าตัดใจไม่ลงน่ะสิ ฉันถึงได้ยอมถอยให้มาตลอด แต่การทุ่มเทให้มาหลายปีขนาดนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้รับผลลัพธ์ที่ดีกลับมา ไม่ใช่เหรอคะ”พูดจบ เธอก็วางสายไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย......หลังจากลี่หานถิงเข้าโรงพยาบาล ชีวิตของหมิงอวิ้นก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ววันนี้เธอตั้งใจไปหาป๋อวั่งเซิงเพื่อขอบคุณเขา ที่คอยช่วยเป็นกันชนขัดขวางการตามตอแยของลี่หานถิงก่อนหน้านี้ป๋อวั่งเซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน มุมปากยกยิ้มบาง ๆ “ถ้าคุณอยากจะขอบคุณจริง ๆ ผมมีไอเดียอย่างหนึ่งนะ”“ไอเดียอะไรคะ”“เด็กซิงหลินนั่น ชอบคุณมาตลอดเลยนะ” ป๋อวั่งเซิงเว้นจังหวะ...“ผมอยากให้คุณเป็นแม่ของเขา คุณจะยินดีไหม”ป๋อซิงหลินเป็นลูกชายของพี่ชายป๋อวั่งเซิงเมื่อหลายปีก่อนพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จึงได้ฝากฝังเด็กคนนี้ไว้กับเขาหลายปีมานี้ป๋อวั่งเซิงทำหน้าที่แทนพ่อมาตลอด อบรมสั่งสอนให้ป๋อซิงหลินเป็นเด็กเชื่อฟังและรู้ความเดิมทีหมิงอวิ้นก็ชอบป๋อซิงหลินมากอยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล “ยินดีสิคะ”เย็นวันนั้น ป๋อวั่

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 15

    รูม่านตาของหมิงอวิ้นพลันหดเกร็ง เธอถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจยังไม่ทันที่เธอจะตอบสนอง ร่างสูงโปร่งก็พุ่งพรวดเข้ามาจากนอกประตู แล้วคว้าข้อมือของหลินอันไว้แน่น“หลินอัน วางมีดลงซะ!” ลี่หานถิงขบกรามแน่น น้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งดวงตาของหลินอันแดงก่ำ พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้น “ฉันไม่วาง! จนกว่าคุณจะรับปาก ว่าจะไม่ไปตามหาเธออีก จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีก!”ลี่หานถิงไม่ตอบ เพียงแต่เพิ่มแรงบีบที่มือให้หนักขึ้นท่าทีเงียบขรึมนั้นราวกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟ จุดชนวนความโกรธของหลินอันให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เธอดิ้นรนอย่างแรง ระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น คมมีดก็แทงทะลุเข้าไปในหน้าท้องของลี่หานถิงดัง “ฉึก”!เลือดสด ๆ ซึมทะลุชุดสูทสีเทาเข้มในทันที ก่อนตามชายเสื้อหยดลงบนพื้นอากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่งในเสี้ยววินาทีนี้หลินอันยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อหมิงอวิ้นเองก็ลนลาน รีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉินเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเข้ามาพาลี่หานถิงที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลไปส่วนหลินอันที่ถือมีด ก็ถูกตำรวจที่รีบตามมาจ

  • อดีตดั่งหิมะละลาย   บทที่ 14

    ในรั้วมหาวิทยาลัยจิงต้าเมื่อสิบปีก่อน ป๋อวั่งเซิงกับลี่หานถิงคือสองหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ที่ใคร ๆ ต่างก็ยอมรับคนหนึ่งโดดเด่นเจิดจรัส ปราดเปรื่องว่องไวอีกคนสุขุมเยือกเย็น ลงมือเด็ดขาดตั้งแต่การโต้วาทีในชั้นเรียนไปจนถึงอันดับการแข่งขัน ทั้งสองคนมักจะเผชิญหน้าขับเคี่ยวและไม่เคยยอมอ่อนข้อให้กันเสมอต่อให้เรียนจบมาหลายปีแล้ว ต่างฝ่ายก็ยังเป็น “เสี้ยนหนาม” ในแวดวงธุรกิจที่อีกฝ่ายหวาดระแวงมากที่สุดอยู่ดีจนกระทั่งต่อมาป๋อวั่งเซิงเดินทางไปเติบโตที่ประเทศ A ในรายชื่อคู่แข่งทางธุรกิจของลี่หานถิง ถึงค่อย ๆ ไม่มีชื่อนี้อีกต่อไปเขาไม่เคยคิดเลยว่า การกลับมาพบกันอีกครั้งในรอบหลายปี จะเป็นในสถานการณ์เช่นนี้“ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้เจอนายที่นี่” ป๋อวั่งเซิงยิ้มบาง ๆ “เพราะฉันคิดว่าหลังจากหมิงอวิ้นหย่ากับนายแล้ว นายจะรีบแต่งงานกับหลินอันซะอีก”ลี่หานถิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม “เรื่องหย่ามันเป็นอุบัติเหตุ ฉันจะไม่แต่งงานกับหลินอัน ตอนนี้ไม่แต่ง วันหน้าก็ยิ่งไม่มีทาง”“ทำไมล่ะ” ป๋อวั่งเซิงเลิกคิ้ว แววตาแฝงความหยั่งเชิงอยู่หลายส่วน “ตอนอยู่จิงต้า นายกับหลินอันเป็นคู่ที่ใคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status