LOGINชาติที่แล้ว หมิงอวิ้นแต่งงานกับ “สามีล่องหน” คนหนึ่ง วันที่คลอดลูก เธอตกเลือดอย่างหนักจนหมดสติไป ส่วนโทรศัพท์ของลี่หานถิงก็ไม่มีใครรับสายเลยสักครั้ง หลังจากหมอกดร่องจมูกเพื่อเรียกสติให้ฟื้นคืนมา เธอก็จับปากกาด้วยมือที่สั่นเทา เซ็นชื่อของตัวเองลงบนใบยินยอมการผ่าตัด วันที่ลูกไข้สูงถึงสี่สิบองศา ลี่หานถิงก็ยังคงไม่เห็นแม้แต่เงาเช่นเดิม เธอต้องอุ้มลูกวิ่งไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง การเฝ้าไข้ติดต่อกันสามวันสามคืนทำให้เธอเหนื่อยล้าจนหมดแรง และสลบล้มลงตรงโถงทางเดิน วันที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต ลี่หานถิงก็ยังคงไม่อยู่ เธอประคองโกศเถ้ากระดูกอันเย็นเยียบของพ่อแม่กลับมาถึงบ้าน ทว่ากลับถูกคุณลุงที่เดินสวนมาตบหน้าเข้าอย่างจัง เขาตวาดด่าว่าเธอแค่ใจผู้ชายคนเดียวยังรั้งไว้ไม่ได้ เป็นเหตุให้พ่อแม่ที่ใช้ชีวิตอย่างมีหน้ามีตามาตลอด ไม่ทันได้เห็นลูกเขยมาส่งเป็นครั้งสุดท้าย สิ้นลมไปโดยที่ตายตาไม่หลับ กระทั่งอายุห้าสิบแปดปี เธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และชีวิตก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด
View Moreตอนนั้นเธอถูกตัดสินจำคุกสามปีในข้อหาจงใจทำร้ายร่างกายหลังจากออกจากคุก เธออยากกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่กลับพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเธอส่งเรซูเม่ไปเยอะมาก ไม่เงียบหายเข้ากลีบเมฆ ก็ถูกปฏิเสธเพราะมีประวัติอาชญากรรมเมื่ออับจนหนทาง เธอจึงไปหาลี่หานถิง หวังว่าเขาจะช่วยเธอสักครั้งแต่เธอยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตูใหญ่ก็ถูกรปภ. ขวางไว้ แล้วยัดเงินก้อนหนึ่งให้เธอ“ประธานลี่บอกว่าให้รับเงินก้อนนี้ไป แล้ววันหลังไม่ต้องติดต่อเขามาอีก”หลินอันถือเงินยืนอยู่ใต้ตึกของลี่ซื่อกรุ๊ป ในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและความเสียใจเธอคิดว่าตัวเองจะได้แต่งงานกับลี่หานถิง เป็นคุณนายลี่ที่ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาใครจะไปคิดว่าสุดท้ายจะลงเอยด้วยจุดจบเช่นนี้!......เมื่อเทียบกับชีวิตอันแสนสาหัสของสองคนนี้ ชีวิตของหมิงอวิ้นกลับมีสีสันกว่ามากในช่วงห้าปีนี้ บัญชีของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจากห้าล้านเป็นยี่สิบล้านคน แถมหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่ตีพิมพ์ทั้งสามเล่ม ก็ล้วนเป็นหนังสือขายดีทั้งหมดชีวิตของเธอทั้งเต็มอิ่มและมีอิสระ ข้างกายยังมีป๋อวั่งเซิงกับป๋อซิงหลินสองพ่อลูกป๋อวั่งเซิงรู้ว่า
หมิงอวิ้นได้ยินชื่อของลี่หานถิงอีกครั้ง ในบ่ายวันหนึ่งหลังจากผ่านไปห้าปีวันนั้นเธอเพิ่งจะบรรยายเรื่องการเลี้ยงลูกเสร็จ เด็กฝึกงานของสตูดิโอกำลังถือโทรศัพท์มือถือเลื่อนดูข่าว แล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ว่า “ลี่หานถิง ประธานลี่ซื่อกรุ๊ปติดเทรนด์อีกแล้ว ได้ยินว่าเขาคุยกับพาร์ตเนอร์ไม่ลงตัว เหมือนจะเป็นเพราะเสียสมาธิเรื่องที่บ้านน่ะค่ะ”มือที่กำลังจัดเอกสารของหมิงอวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ตั้งใจทำงานเถอะ”เด็กฝึกงานแลบลิ้น รีบเก็บโทรศัพท์มือถือทันทีทว่าประโยคที่เกี่ยวกับลี่หานถิงนั้น กลับยังคงเหมือนหินก้อนเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดคลื่นกระเพื่อมไหวในใจของหมิงอวิ้นอย่างยากจะสังเกตเห็นเธอไม่ได้ยังสนใจอยู่ เพียงแต่รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อยห้าปีแล้ว ผู้ชายที่เคยครอบครองสายตาทั้งชีวิตของเธอ มาบัดนี้กลับกลายเป็นเพียง “บุคคลในข่าว” ที่ไม่มีความสำคัญในชีวิตเธออีกต่อไปต่อมาเธอรู้จากปากของเพื่อน ว่าชีวิตห้าปีมานี้ของลี่หานถิงไม่ได้ราบรื่นนักได้ยินมาว่าตอนนั้นหลังจากลี่หานถิงพาเด็กสองคนกลับประเทศ ก็ปัดธุรกิจในต่างประเทศส่วนใหญ่ทิ้งไป แล้วหันมาให้ความสำคัญกับครอบครัว
หลังกลับประเทศ ลี่หานถิงก็ปัดงานทั้งหมดทิ้ง แล้วอยู่โรงพยาบาลเพื่อตั้งใจดูแลเด็กทั้งสองคนแต่หลังจากเด็ก ๆ ฟื้นขึ้นมาเห็นว่าคนที่เฝ้าอยู่ข้าง ๆ คือเขา ในแววตากลับเต็มไปด้วยความผิดหวังคืนนี้ลี่เขอเข่อไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด ปากเอาแต่พึมพำว่า “อยากกินโจ๊กฝีมือแม่”ลี่หานถิงเคี่ยวโจ๊กอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ตามวิธีทำในอินเทอร์เน็ตแต่ตอนที่ยกมาถึงข้างเตียง ลี่เขอเข่อกลับผลักออกอย่างแรงโจ๊กร้อนลวกหกกระจายเต็มพื้นทันที“หนูไม่เอา นี่ไม่ใช่ฝีมือแม่!” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความน้อยใจ “โจ๊กที่แม่ทำจะใส่พุทราจีนหวาน ๆ พ่อไม่รู้อะไรเลย!”ลี่หานถิงมองสภาพเละเทะเต็มพื้น ในใจราวกับถูกอะไรบางอย่างทุบอย่างแรงเมื่อก่อนเขาคิดว่า ต่อให้บ้านหลังนี้ไม่มีหมิงอวิ้นก็คงไม่เป็นอะไรจนถึงตอนนี้ถึงเพิ่งเข้าใจ ว่าไม่มีใครมาแทนที่การมีอยู่ของเธอได้เลยวันเวลาหลังจากนั้น ลี่หานถิงใช้สารพัดวิธีการเพื่อชดเชยให้เด็กทั้งสองคน แต่กลับได้ผลเพียงน้อยนิดเขาเลียนแบบท่าทางของหมิงอวิ้น เขียนโพสต์อิตติดไว้บนตู้เย็นว่า “เขอเข่ออย่าลืมดื่มนม” “ต้องตรวจการบ้านคณิตศาสตร์ของอวิ๋นเฉิน”ลี่เขอเข่อเห็นโพสต์อิตก็ขอบตาแด
หมิงอวิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ตอบคำถามทว่าถามกลับไปแทน “ก็เพราะว่าตัดใจไม่ลงน่ะสิ ฉันถึงได้ยอมถอยให้มาตลอด แต่การทุ่มเทให้มาหลายปีขนาดนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ฉันได้รับผลลัพธ์ที่ดีกลับมา ไม่ใช่เหรอคะ”พูดจบ เธอก็วางสายไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย......หลังจากลี่หานถิงเข้าโรงพยาบาล ชีวิตของหมิงอวิ้นก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ววันนี้เธอตั้งใจไปหาป๋อวั่งเซิงเพื่อขอบคุณเขา ที่คอยช่วยเป็นกันชนขัดขวางการตามตอแยของลี่หานถิงก่อนหน้านี้ป๋อวั่งเซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน มุมปากยกยิ้มบาง ๆ “ถ้าคุณอยากจะขอบคุณจริง ๆ ผมมีไอเดียอย่างหนึ่งนะ”“ไอเดียอะไรคะ”“เด็กซิงหลินนั่น ชอบคุณมาตลอดเลยนะ” ป๋อวั่งเซิงเว้นจังหวะ...“ผมอยากให้คุณเป็นแม่ของเขา คุณจะยินดีไหม”ป๋อซิงหลินเป็นลูกชายของพี่ชายป๋อวั่งเซิงเมื่อหลายปีก่อนพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จึงได้ฝากฝังเด็กคนนี้ไว้กับเขาหลายปีมานี้ป๋อวั่งเซิงทำหน้าที่แทนพ่อมาตลอด อบรมสั่งสอนให้ป๋อซิงหลินเป็นเด็กเชื่อฟังและรู้ความเดิมทีหมิงอวิ้นก็ชอบป๋อซิงหลินมากอยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล “ยินดีสิคะ”เย็นวันนั้น ป๋อวั่