LOGIN
เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปสีขาวดับลงหน้าบ้านหลังใหญ่ในซอยเก่า อากาศเย็นปลายฝน กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นน้ำหอมกลีบพีชจากหญิงสาวที่ก้าวลงจากรถทำให้บรรยากาศรอบบ้านเหมือนหยุดนิ่ง
ขนมในเดรสสั้นสีครีมผ่าสูงเล็กน้อย ก้าวลงจากรถอย่างมั่นใจ ร่างบางบนรองเท้าส้นสูง ปลายผมสีน้ำตาลเข้มสะบัดไหวตามแรงลม เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมทัดหู แสงแดดยามบ่ายสะท้อนผิวขาวนวลจนเหมือนเรืองแสงได้
ขนม — อดีตเด็กแสบประจำซอยที่เคยยัดขนมใส่มือพี่กันต์ทุกวัน หลังจากที่เธอเรียนจบและทำงานในกรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบ 6 ปี ตอนนี้กลับมาบ้านเกิดเพราะได้งานใหม่ที่นี่
เธอถือถุงของฝากในมือ ตั้งใจจะมาเยี่ยม ‘มิว’ เพื่อนสนิทบ้านข้าง ๆ ที่อยู่กับพี่ชายของเธอ—พี่กันต์ ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยตามจีบจนเพื่อนล้อทั้งซอย
“ยังเหมือนเดิมเลยแฮะ บ้านนี้” เธอยิ้มพลางมองรั้วเหล็กที่เคยปีนหนีตอนโดนพี่กันต์ดุเรื่องแอบเอารถเขาไปล้าง
มือเรียวยกขึ้นกดกริ่ง
ติ๊ง...ต่อง...
เสียงฝีเท้าดังจากในบ้าน ก่อนประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ และทันทีที่ใบหน้าคมคายของคนที่เธอคิดถึงปรากฏขึ้น...
หัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม
กันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนพับแขนถึงข้อศอก สาบเสื้อแง้มเผยแนวอกแข็งแรง ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจ้องเธอราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น
“...ขนม?”
เสียงทุ้มต่ำลอดออกจากลำคอแหบพร่า
จากเด็กหัวฟูในเสื้อยืดลายการ์ตูน กลายเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง ผมยาวสีน้ำตาลเข้มระเรื่อแสงแดด อกเป็นอก เอวเป็นเอว
ผิวขาวอมชมพูสะท้อนแดดยามบ่ายจนเขาต้องเบือนหน้าหนี
“ใช่ค่ะ จำขนมไม่ได้เหรอคะ?”
เสียงหวานมีแววล้อเลียนเล็ก ๆ ปลายประโยคลากยาวจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย
สายตาของเขาเผลอไล่จากปลายผมถึงข้อเท้าโดยไม่รู้ตัว
‘นมแน่น…แค่ก แค่ก! เอวคอด และตาคมๆ เชี่ย!! แย่แล้วกรู!’
กันต์ถึงกับอ้าปากค้าง และพยายามตั้งสติ
เขา—หนุ่มฮอตประจำหมู่บ้าน ที่ปัจจุบันกลายเป็นวิศวกรโครงการ หนุ่มมาดนิ่ง ไฟแรง เจ้าของฉายา ‘พี่กันต์สายคาสโนว่า’
แต่ตอนนี้...แขนขาเขากลับแข็งไปหมดจริง ๆ แน่นอนรวมถึงส่วนนั้นด้วยที่แข็งขึ้นมาภายใต้กางเกง
“โต...มาก” เขาพึมพำเบา ๆ
ภาพเด็กตัวเล็กในชุดนักเรียนที่เคยยัดขนมให้เขาทุกวัน กลับกลายเป็นผู้หญิงที่หอมเหมือนลูกพีช เห็นแล้วอยากกัด
‘ไปโตตอนไหนวะ...’
ขนมอมยิ้ม เธอจงใจยื่นถุงของฝากให้จนปลายนิ้วสัมผัสหลังมือเขา
“ของฝากค่ะ พี่กันต์...เผื่อยังชอบกินของหวานเหมือนเดิม”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายผู้หญิงทำให้เขาเผลอกลืนน้ำลาย
ภาพเด็กสาวที่เคยยัดขนมให้เขาเมื่อหกปีก่อนซ้อนทับกับหญิงสาวตรงหน้า
— ต่างกันแค่ตอนนี้ เขาอยากกิน ‘ขนม’
“จะยืนมองอีกนานมั้ยคะ?”
เธอเอียงคอถาม ยิ้มหวานราวกับตั้งใจยั่ว ทำไม่รู้ไม่ชี้กับหน้าตาตื่น ๆ ของเขา ดวงตาหวานคมแอบเหลือบมอง ‘ส่วนนั้น’ ของเขาที่มันตุงออกจนเห็นเด่นชัด
‘หึ เมื่อก่อนตามจีบไม่สน ตอนนี้ทำมาสนใจงั้นเหรอ’
“มิวไม่อยู่เหรอคะ?”
“งั้น...ไว้หนูมาใหม่แล้วกันค่ะ” ขนมส่งยิ้มหวาน
กันต์อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดไม่ออก
เธอหันหลังเดินจากไปช้า ๆ เดรสสั้นพลิ้วไหวตามลม เผยช่วงขาขาวเนียนที่สะท้อนแดดอ่อน ๆ เขาเผลอกลืนน้ำลายอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
“โตขนาดนี้แล้ว...จะให้เรียกหนูได้อีกเหรอวะ…”
เขาพึมพำกับตัวเอง พลางยกมือแตะหน้าอก เพราะหัวใจมันเต้นแรงจนแทบระเบิดอยู่แล้ว
...
ภายในห้องนั่งเล่น บ้านของกันต์ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากถุงของฝากที่เธอเพิ่งยื่นให้
กล่องขนมเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้า
เขาไม่รู้ว่ามันเป็นกลิ่นวนิลลาจากขนมหรือกลิ่นน้ำหอมของเจ้าของกันแน่ที่ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ
กันต์เอนหลังพิงโซฟา หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมสงบ ภาพของเธอเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนยังวนซ้ำในหัว รอยยิ้มหวาน เสียงพูดที่ไพเราะ และเดรสสั้นที่ทำเอาเขาหายใจติดขัด
สายตาเขาเลื่อนมองกล่องขนม แล้วรอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้น
“หนูจะจีบพี่ให้ได้เลย คอยดู!”
เขาหัวเราะ เอานิ้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ
“เร็วไป เด็กน้อยเอ๊ย...”
เสียงหัวเราะในวันเก่าแว่วขึ้นในหัว ภาพเด็กสาวผมฟูแก้มกลมวิ่งมาส่งเขาหน้าบ้านยังติดตา
จนกระทั่งวันนั้น ...วันที่เธอยืนหน้าแดงก่ำในชุดนักเรียน ม.ปลาย
“หนูชอบพี่กันต์ค่ะ!”
“ขอโทษนะ พี่ไม่นิยมกินเด็กอะ”
เขายังจำแววตาเจ็บปวดน้อย ๆ ของเธอได้ดี
แต่วันนี้...
เด็กคนนั้นหายไปแล้ว
เหลือแค่ผู้หญิงที่กลิ่นตัวหอมจนแทบคลั่ง ผู้หญิงที่เขาอยากกอด อยากจูบ อยากลากขึ้นเตียงให้หายคิดถึง
กันต์สูดหายใจลึก พยายามสลัดภาพในหัวแต่กลับยิ่งชัด
เขานึกถึงตอนที่ปลายนิ้วของเธอแตะหลังมือเขา สัมผัสเพียงแค่นิดเดียวแต่กลับรู้สึกเหมือนไฟช็อตทั้งตัว
ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอลอยวาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง
...ถ้าเขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้กว่านั้นอีกนิด
...ถ้าเธอไม่หันหลังเดินหนีไป
จะเกิดอะไรขึ้นนะ...ถ้าเขาเผลอจูบเด็กคนนั้นตรงประตูบ้าน...
แค่คิด ปลายนิ้วก็เผลอเกร็งแน่นอยู่บนต้นขา
ร่างกายรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที ภาพของเธอในเดรสสั้นชวนให้ใจเต้น และส่วนล่างของเขาก็ดันมีปฎิกิรยาตอบสนองไวจนน่าหงุดหงิด
เขาเอนตัวพิงโซฟา หลับตาลง แต่กลับเห็นภาพเธอซ้ำในหัวตลอดเวลา ริมฝีปากแดงระเรื่อ...เดรสสั้นแนบตัว...เสียงหวานที่ยังวนอยู่ในหู
‘อยากกินเด็กว้อย!!’
“พี่กันต์!”
เสียงเรียกแหลมเล็กดังมาจากประตูจนเขาสะดุ้งแทบร่วงจากโซฟา
มิว — น้องสาวตัวแสบ เดินเข้ามาพร้อมถุงของกินในมือ
“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นอะพี่? แอร์เสียเหรอ?”
กันต์กระแอมเล็กน้อย รีบขยับตัวให้ดูปกติที่สุด
“ไม่มีอะไร...แค่คิดอะไรเพลิน ๆ นิดหน่อย”
มิวหัวเราะในลำคอ หรี่ตามองพี่ชายอย่างเจ้าเล่ห์ รู้ดีว่าคำว่า ‘เพลิน’ ของพี่ชายคาสโนว่าตัวดีไม่พ้นเรื่องสิบแปดบวกแน่นอน
“เพลินกับอะไรล่ะ~?”
กันต์เบือนหน้า
“อย่ามากวน”
สายตาน้องสาวเหลือบไปเห็นกล่องขนมบนโต๊ะก่อนจะเลิกคิ้ว
“แล้วนั่นอะไรคะ?”
“ขนมเอามาให้น่ะ”
“ขนม...เพื่อนมิวอะนะ?”
มิวเบิกตากว้าง
“นางมาหาเหรอ! มาตอนไหน! แล้วทำไมไม่เรียกมิวออกมาด้วย!”
คำถามรัวติดกันเป็นชุด มือเล็ก ๆ เขย่าแขนพี่ชายไม่หยุดจนเขาถอนหายใจ
“วู้ว~ ใจเย็นหน่อยสิ แม่น้องสาว!”
เขาพูดกลั้วหัวเราะ
“ขนมแวะมานิดเดียว แล้วบอกว่าจะมาใหม่”
“ไม่ได้ละ มิวต้องโทรหาก่อน!”
มิวพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์เพื่อนรักแทบจะทันที
กันต์มองท่าทีตื่นเต้นของน้องสาวแล้วไอเดียบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว...ทั้งเพื่อตัวเอง...และเพื่อจะได้เจอเธออีกครั้ง
“ก็ชวนขนมมากินข้าวเย็นสิ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มไว้ในมุมปาก
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานไม่ใช่เหรอ?”
“หืมม พี่ดูแปลก ๆ นะ~” มิวหรี่ตาใส่ แต่ก็ยิ้มร่า รีบโทรหาเพื่อนต่อโดยไม่คิดมาก
กันต์หัวเราะเบา ๆ พลางเปิดกล่องที่เธอเอามาให้
กลิ่นหอมของคุกกี้เนยกลิ่นวนิลลาลอยอบอวลทันที ของโปรดของเขาและของมิว
เขาหยิบชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมาชิม เนื้อคุกกี้กรอบนอกนุ่มใน ละลายในปากจนเขาหลับตา
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงกลับไม่ใช่รสหวานของคุกกี้...
หากเป็นกลิ่นหอมของเธอที่ยังติดอยู่บนกระดาษห่อ...หอมจนอยากกัดเจ้าของมากกว่า
กันต์วางกล่องคุกกี้ลงบนโต๊ะช้า ๆ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
แสงไฟสีอุ่นในห้องนั่งเล่นสะท้อนแววตาคมที่ซ่อนบางอย่างไว้ภายใน ความคิดถึงที่ผสมความอยากรู้...อยากเจอ...อยากสัมผัส
‘ไม่ได้เจอกันตั้งหกปี...แล้วจะให้พี่ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงกันล่ะ ขนม...’
เขาเอนตัวพิงโซฟา หลับตาลงอีกครั้ง ทว่าภาพเธอในเดรสสั้นกลับชัดขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มหวาน เสียงหัวเราะใส และกลิ่นวนิลลาที่ไม่ยอมจาง...ทุกอย่างเหมือนยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในบ้าน อยู่ในใจ อยู่ในทุกลมหายใจของเขา
กันต์หัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง
“ตั้งแต่พรุ่งนี้...พี่จะไม่ปล่อยให้หนูหนีไปง่าย ๆ อีก”
กันต์ยังไม่พูดอะไร แค่ยืนนิ่ง มองเธอด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบา ๆ สีหน้าเหมือนกำลังลำบากใจ ก่อนเอ่ยช้า ๆ“พี่...ขอบใจนะ ที่รู้สึกกับพี่แบบนั้น”“แต่ขอโทษที...พี่ไม่กินเด็กน่ะ”เขาตอบปฏิเสธเสียงเรียบ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ขนมถึงกับหน้าชา เธอยืนนิ่งไปชั่วครู่ แววตาที่เคยสว่างไสวเริ่มหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดกันต์ยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ แบบที่เคยทำเสมอ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว“พี่ดีใจที่ขนมรู้สึกแบบนั้น...”“แต่เรายังเด็ก ลองใช้เวลารักตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย?”ขนมฝืนยิ้ม พยายามกลั้นน้ำตาให้ไม่ไหลต่อหน้าเขา ก่อนจะรับคำเบา ๆ“ค่ะ...ขอบคุณที่ฟังหนูนะคะ”จากนั้นเธอก็หันหลังเดินกลับไป โดยไม่หันมามองอีกเลยกันต์ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเล็ก ๆ จนลับสายตา ในใจมีบางอย่างที่บีบรัดแน่นขึ้นมา แต่เขาไม่สามารถอธิบายมันได้เสียงร้องไห้แทบไม่เล็ดลอดออกจากห้องนอนเล็ก ๆ ของขนม เด็กสาวที่เคยหัวเราะเสียงดัง วิ่งเอาขนมมาให้ทุกเย็นคืนนี้กลับนอนกอดหมอนแน่น ดวงตาแดงช้ำ จมูกแดง และเสียงสะอื้นที่สะกดไว้ไม่อยู่“ขอโทษทีนะ...แต่พี่ไม่กินเด็ก”ประโยคนั้นวนซ้ำในหัวเธอไม่หยุดทั้งที่ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเ
เย็นวันหนึ่ง ภายในห้องนอนของขนมเธอยืนอยู่หน้ากระจกบานยาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมยาวถูกรวบครึ่งหัวแบบลวก ๆ แต่แววตา...กลับมีความจริงจังถึงที่สุดขนมสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ ก่อนจะยกมือแนบอก ลองพูดกับตัวเองในกระจกอีกครั้ง“พี่กันต์คะ...”“…คือหนู...”เธอย่นจมูก ถอนหายใจแรง เบะปาก สีหน้าเริ่มหงุดหงิด“ไม่เวิร์ก มันดูประหม่าเกินไปอะ”เด็กสาวยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่พักใหญ่ ก่อนลองใหม่อีกครั้ง“พี่กันต์ หนูชอบพี่มาตั้งแต่ ป.6 แล้วค่ะ”“…โอ๊ยย ไม่ ๆ แบบนี้ดูบ้าระห่ำไปมั้ยวะ”เธอทึ้งผมตัวเองเบา ๆ แล้วหลับตา ลองใหม่เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ คราวนี้...พูดช้า ๆ จากหัวใจ“หนูชอบพี่กันต์ค่ะ… ถ้าโตขึ้นกว่านี้อีกนิด… ขอหนูอยู่ข้าง ๆ พี่ได้มั้ยคะ?”เสียงสะอื้นเล็ก ๆ ตามมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะแม้เธอจะยังไม่ได้พูดกับเขา แต่หัวใจเธอรู้ดีว่า มันไม่ง่ายเลยโอกาสมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าโตแค่ไหนแต่มันอยู่ที่ว่า ‘เขารู้สึกแบบเดียวกันหรือเปล่า’เธอถอนหายใจแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียง หันไปมองกล่องของขวัญเล็ก ๆ ที่ห่อไว้เรียบร้อยตรงโต๊ะข้างเตียงด้านในคือ ‘บราวนี่สูตรล่าสุด’ ที่เธอตั้งใจอบเองตั้งแต่เช้าอีกไม่นาน.
ย้อนกลับไปเมื่อ...เก้าปีก่อนวันนั้นเป็นวันที่พระอาทิตย์ตก แสงยามเย็นสีส้มอ่อนนุ่มนวลทาบทับสนามหญ้าหน้าบ้านสองหลังที่สร้างข้างกันมานานเกือบทั้งชีวิต รั้วไม้สีขาวต่ำ ๆ แทบไม่เป็นรั้ว เพราะเด็กสองคนข้ามไปมาราวกับไม่มีมันอยู่จริงเสียงหัวเราะใสกังวานของเด็กสาววัยสิบหกดังลอดออกมาจากรั้วไม้สีขาว เธอวิ่งพลางกระโดดข้ามรั้วด้วยความเคยชิน ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนสะบัดไปมาตามแรงเหวี่ยง กล่องพลาสติกใสในมือถูกกอดแน่นราวกับสมบัติล้ำค่า ตาหยีเป็นเส้นเพราะรอยยิ้มที่กว้างจนแก้มป่อง“พี่กันต์! ขนมทำบราวนี่มาให้~!”เธอตะโกนลั่นสนาม ก่อนวิ่งข้ามสนามหญ้าที่เพิ่งตัดใหม่ ฝุ่นเล็ก ๆ ฟุ้งตามรองเท้าผ้าใบสีขาวที่เปื้อนดินนิดหน่อยประตูหน้าบ้านที่คุ้นเคยเปิดออกและเขา...ก็ยังรออยู่ที่เดิม ยืนพิงเสาระเบียงไม้สีน้ำตาลเข้ม ในเสื้อยืดสีเทาอ่อนตัวโปรดกับกางเกงวอร์มสีเทาเข้ม ผมสั้นยุ่งเล็กน้อยเพราะเพิ่งตัดใหม่ใบหน้าเรียบเฉยแบบที่เพื่อน ๆ มักแซวว่า ‘ดูเย็นชาเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง’ แต่กับเธอ...เขาไม่เคยเย็นชาเลยสักครั้งเดียวกันต์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาววิ่งตรงมาหา มือใหญ่ยื่นออกมารับกล่องขนมอย่างเคยชิน แต่ยังไม่วายเอ่
“เออ ฉันยอมรับละกัน ฉันคือคิวปิดตัวจริง”แต่ระหว่างที่ทุกคนหัวเราะกันสนุก สายตาของมิวกลับสะดุดเข้ากับดวงตาคมคู่หนึ่งที่จ้องเธอไม่วางตาเสียทีราวินยืนพิงบาร์ในชุดสูทสีกรมท่าที่ปลดกระดุมสองเม็ดบน ผมเซ็ตเป๊ะแต่ดูเซอร์นิด ๆ แก้ววิสกี้ในมือหมุนช้า ๆ แต่สายตากลับล็อกเป้าไว้ที่มิวเพียงคนเดียวมิวกลืนน้ำลาย หันหน้าหนีทำเป็นคุยกับเพื่อนต่อ แต่หางตายังรู้สึกถึงสายตาร้อนนั้นที่ตามมาไม่หยุด“แก โดนจ้องอีกแล้วนะ” เพื่อนข้าง ๆ กระซิบพร้อมแซว“ชิ! ใครแคร์ล่ะ” มิวตอบปากแข็ง แต่แก้มเริ่มแดงราวินยกแก้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนส่งสัญญาณ ก่อนเดินตรงมาหาเธอช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงเพลงที่เปลี่ยนเป็นจังหวะช้าลงพอดี“น้องมิว...เต้นรำกับพี่สักเพลงมั้ยครับ?”มิวชะงัก มองหน้าเขา ตาโต“เอ่อ...หนูเต้นไม่ค่อยเก่งนะ”“ไม่เป็นไร พี่ก็ไม่เก่งเหมือนกัน” เขายื่นมือออกมา ยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะมิวลังเลครู่หนึ่ง ก่อนวางแก้วลง แล้วยื่นมือไปจับมือเขา“เพลงเดียวเท่านั้นนะ”ราวินหัวเราะเบา ๆ ดึงเธอเข้าไปในวงเต้นรำเล็ก ๆ ที่เพื่อน ๆ เริ่มเปิดพื้นที่ให้ กันต์ที่ยืนกอดขนมอยู่ มองตามเพื่อนรักกับน้องสาว แล้วกร
เสียงคลื่นจากทะเลสีครามซัดกระทบแนวหาดทรายขาวละเอียดนุ่มราวแป้ง ลมทะเลเย็นพัดโชยแผ่ว ๆ พัดพากลิ่นเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลมาปะปนกับกลิ่นหอมหวานละมุนของดอกลิลลี่และดอกพีชสดที่ประดับประดาไปทั่วบริเวณงาน ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมฉลองวันสำคัญนี้ด้วยกันณ โซนพิธีแต่งงานบนเกาะเอเลเมนต์เกาะที่เพิ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งวงการเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ด้วยโครงการบ้านอัจฉริยะ KANA VERVE ที่ตั้งตระหง่านอย่างงดงามวันนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีวิวาห์สุดอบอุ่นสไตล์มินิมอลริมทะเล ทุกดีเทลถูกออกแบบโดยเจ้าสาวตัวแสบ...ขนมนั่นเองตั้งแต่ซุ้มดอกไม้โค้งสีขาวที่ลอยเด่นเหนือพื้นทราย ไปจนถึงโต๊ะเก้าอี้ไม้สีอ่อนที่เรียงรายอย่างเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกของคำว่า ‘บ้าน’ ที่ทั้งคู่ใฝ่ฝันมานานแสนนาน“เฮ้ย ขนม แกเอาการ์ดงานแต่งไปซ่อนในตู้เย็นจริงดิ?”“เอ้า! คนกินเก่งก็ต้องเจอการ์ดในที่กินเก่งสิคะ”เสียงหัวเราะดังลั่นรอบบริเวณนั้น เมื่อแขกบางคนเดินเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำเย็น ๆ ดื่ม แล้วเจอการ์ดเชิญงานแต่งงานสีครีมแปะอยู่ข้างขวดชาเขียว ข้อความเขียนด้วยลายมือหวาน ๆ ว่า‘ถ้าคุณเจอการ์ดนี้ แปลว่าคุณคือคนสำคัญของขนมม
กันต์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเปลวปรารถนา ปากยังฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำหวานจากเธอ เขาจูบเบา ๆ ที่ต้นขาเนียน ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ถ้าอย่างนั้น...พี่จะพาเราขึ้นสวรรค์จริง ๆ แล้วนะ”ปลายลิ้นร้อนยังคงลากไล้ไม่หยุด ราวกับไม่มีความอิ่มเอมในรสชาติหอมหวานของเธอ กันต์ใช้ปลายนิ้วคลึงจุดอ่อนไหวตรงกลางกลีบเนื้อนุ่มพร้อมกับลิ้นที่ไล้วนไม่หยุด สลับระหว่างตวัดเร็วและดูดดึงเบา ๆ จนขนมแทบสิ้นสติร่างบางบิดกายเกร็ง พยายามยกสะโพกยกหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่จับตรึงแน่นให้รับสัมผัสนั้นเต็มที่“อ๊า…พี่กันต์ หนู…มันเสียวเกินไปแล้วค่ะ…”เสียงหวานสั่นเครือผสมลมหายใจหอบถี่รัว ๆ กันต์ยิ่งได้ยิน ยิ่งขยับลิ้นรัวถี่ขึ้น ปลายลิ้นของเขาสะบัดเข้าตรงจุดไวสัมผัสอย่างแม่นยำ ขณะที่อีกนิ้วยังค่อย ๆ แหวกกลีบเนื้อนุ่มสอดแทรกเข้าไปเพิ่มความเสียวมากยิ่งขึ้น“แบบนี้เหรอคะที่เสียว…หรือแบบนี้?”เขากระซิบพลางตวัดลิ้นเร็วขึ้นอีกครั้ง ดูดกลืนความหวานล้ำจากเธอราวกับไม่รู้จักพอ ขนมแทบขาดใจ เธอกดศีรษะเขาลงโดยไม่รู้ตัว สะโพกบิดเร่าแอ่นขึ้นรับลิ้นร้อนอย่างเต็มที่ปลายเท้าเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น“พี่…หนูจะ…ไม่ไหวแล้ว…อ๊าาาา







