Se connecterหลังฟางหรงเล่าเรื่องหว่านหนิงให้อาจารย์ทั้งสองฟังจนจบ ผู้อาวุโสก็พิจารณาตรึกตรองได้ว่าหลันฮวาเป็น
เมื่อถึงวันสมรส แขกเหรื่อมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวสูงศักดิ์ เจ้าบ่าวเป็นถึงชินอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้แห่งแคว้น ส่วนเจ้าสาวก็เป็นองค์หญิงหนานผิงซึ่งมีศักดิ์เทียบเทียมราชวงศ์เป็นคู่ที่เหมาะสมทั้งรูปโฉมหน้าตา สถานะ สมกันราวกิ่งทองใบหยก งานนี้เน้นทำพิธีอย่างเรียบง่ายแต่ครบขั้นตอน ก่อนส่งตัวเจ้าสาวเข้าสู่ห้องหอที่เรือนพักอาศัยซึ่งฟางหรงแอบมาสร้างเอาไว้นานแล้วตัวเรือนอยู่ไม่ห่างออกไปจากจวนกั๋วกงเท่าใดนัก เดินไปมาหาสู่กันได้ไม่ทันเหนื่อย ซึ่งหว่านหนิงรู้สึกขอบคุณในความใส่ใจของสามียิ่งนักเจ้าบ่าวอย่างฟางหรงถูกปล่อยตัวมายังห้องหอเร็วเป็นพิเศษ เนื่องด้วยเจ้าสาวกำลังตั้งครรภ์ ครอบครัวมิตรสหายจึงยอมอนุโลมให้ ทั้งยังจงใจผลักไสให้เขารีบกลับมาดูแลภรรยาด้วยและนั่นเป็นสิ่งที่ฟางหรงพอใจที่สุด คราวแรกเขาคิดจะแสร้งเมาแล้วให้ถิงหยวนลากกลับมาโดยเร็ว แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็โล่งใจพร้อมเคาะประตูห้องหอเตรียมปรนนิบัติภรรยารักเต็มที่“หนิงเอ๋อ ข้ามาแล้ว” ฟางหรงเอ่ยเรียกฮูหยิน แต่มองไปไม่เห็นนางบนเตียง“ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงรวดเร็วนักล่
หลังงานเลี้ยงฉลองต้อนรับฮ่องเต้แคว้นเหยียนเสร็จสิ้นลงไปด้วยดี ฮ่องเต้หม่าเดินทางกลับแคว้นเหยียนพร้อมข้อความทิ้งท้ายยินดีต้อนรับองค์หญิงหนานผิงสหายคนสำคัญทุกเมื่อด้านหว่านหนิงก็ถูกคะยั้นคะยอร้องขอให้อยู่ที่เมืองหลวงต่อ ทั้งยังได้รับคำสั่งให้ย้ายเข้ามาอยู่ในวังหลวง ตำหนักเดิมของชินอ๋องเพื่อให้สุ่นไทเฮาได้บำรุงดูแลครรภ์และสุขภาพร่างกายนางจนกว่าอายุครรภ์จะครบสามเดือน จึงวางใจให้หว่านหนิงเดินทางกลับแดนเหนือกับพระโอรสองค์รองอย่างวางใจได้หว่านหนิงจึงจำต้องอยู่ให้แม่สามีเอาอกเอาใจต่อ ทั้งยังมีชินอ๋องที่คอยเฝ้าอยู่ข้างกายไม่ห่าง ทำเอานางแทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหนอย่างอดอดกลั้น ด้วยรู้ดีถึงความห่วงใยใส่ใจที่ทุกคนมีให้นั่นเอง“นึกถึงตอนที่หนิงเอ๋อเอ่ยเรื่องตัวเองตั้งครรภ์ต่อหน้าฮ่องเต้หม่าและทุกคนในท้องพระโรงวันนั้นแล้วเรายังถูกใจไม่หาย”“น้องสะใภ้ช่างเป็นสตรีเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและรู้จักเจรจาเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ” ฮ่องเต้เมิ่งจื่อกล่าวชื่นชมหว่านหนิงซึ่งเป็นน้องสาวของสหายรักอย่างอี้เสียน“เสด็จพี่กล่าวชมเกินจริงแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่อยากบอก
บุรุษผู้หนึ่งยอมวางมือตัดใจไปแล้ว เหลือเพียงบุรุษต่างแคว้นที่ยังคงพยายามเพื่อไขว่คว้าสตรีที่หมายปองมาครอบครอง“องค์หญิงหนานผิง เป็นข้าที่กล่าวผิดไป ข้าเพียงเอ่ยอ้างเรื่องเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นให้มั่นคงยิ่งขึ้นด้วยความเห็นแก่ตัวเท่านั้น”“พยายามใช้ทุกวิธีมากล่าวอ้างเพื่อให้ได้ท่านมาครองคู่ องค์หญิงอย่าได้คิดโกรธเคืองไปเลย” ฮ่องเต้หม่ายอมรับผิดออกมาตามตรง“หม่อมฉันไม่คิดโกรธเคืองฝ่าบาทด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อยแค่นี้หรอกเพคะ และหม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่จะบอกแก่ฝ่าบาทเพื่อไม่ให้เสียเวลากับหม่อมฉันอีก” “เรื่องใดงั้นรึ” ฮ่องเต้หม่าถามกลับไป หากเป็นเรื่องที่นางคบหาหมั้นหมายกับชินอ๋องหรือเรื่องที่นางเคยสมรสกับหลี่เจียงมาก่อน สำหรับเขาไม่สำคัญเลยแม้นแต่น้อย“หม่อมฉันได้เข้าพิธีสมรสอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีกับชินอ๋องมาก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งที่หม่อมฉันพบเจอฝ่าบาทที่เมืองเฉิงตูก็ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของคุณชายเฉินแล้วเพคะ”“ยามนี้รอเพียงกลับไปสมรสต่อหน้าครอบครัว ได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสตามความเหมาะสมเท่านั้น”“อีกเรื่องหนึ่ง สำคัญมา
“พวกท่านสนทนาอะไรกันอยู่งั้นหรือดูครึกครื้นดีจริง” ฟางหรงเห็นใบหน้าซีดสลดของหลี่เจียงก็นึกขอบคุณซิงเหออยู่ในใจ“ไม่มีอะไรหรอกเพคะ หม่อมฉันว่าเรากลับไปนั่งประจำที่กันเถอะ ใกล้ถึงเวลาที่ฝ่าบาทจะเสด็จมาแล้ว” หว่านหนิงตัดบท ทุกคนจึงจำต้องแยกย้ายไปนั่งประจำที่ของตนหว่านหนิงนั่งประจำที่เคียงคู่กับฟางหรงถัดลงมาจากที่ประทับของฮ่องเต้เมิ่งจื่อหลี่เจียงนั่งถัดออกไปจากฟางหรงและหว่านหนิงส่วนซิงเหอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขาเมื่อฮ่องเต้เมิ่งจื่อเสด็จมาถึงทุกคนก็ถวายความเคารพและเปิดงานเลี้ยงพร้อมเจรจาลงนามในหนังสือสัญญาสงบศึกระหว่างสองแคว้นท่ามกลางสายตาพยานมากมายทั้งของแคว้นฉู่และแคว้นเหยียนจากนี้ไปแคว้นเหยียนถือเป็นอิสระไม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นฉู่ แลกกับการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน แคว้นเหยียนจะไม่รุกรานแคว้นฉู่อีกตราบชั่วรัชสมัยของฮ่องเต้หม่าซิงเหอสืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลานพร้อมข้อตกลงทางการค้าส่งเสริมชาวเมืองทั้งสองแคว้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเขตชายแดนที่อยู่ติดกันทุกคนในที่นั้นกล่าวแสดงความยินดีกับความสงบสุข
หว่านหนิงได้รับคำชื่นชมมากมายจากฮ่องเต้เมิ่งจื่อ แต่นางหาได้มีความทะเยอทะยานอยากได้ในสิ่งใดไม่นอกเหนือจากความสงบสุขที่แท้จริงของแว่นแคว้น“ขอบพระทัยเพคะที่ฝ่าบาททรงเมตตาและชื่นชมหม่อมฉันถึงเพียงนั้น แต่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่หม่อมฉันราษฎรแคว้นฉู่ทั้งยังเป็นบุตรีแม่ทัพปกป้องบ้านเมืองสมควรกระทำอยู่แล้ว”“ดังนั้นหม่อมฉันหาได้ต้องการยศศักดิ์หรือฐานันดรใดทั้งสิ้นเพคะ ขอเพียงบ้านเมืองสงบสุขร่มเย็นนับว่าเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าและดีที่สุด” หว่านหนิงเอ่ยอย่างถ่อมตัวรู้จักประมาณตน“ไม่ได้หรอกหนิงเอ๋อ คุณงามความดีที่เจ้าสร้างสมเอาไว้ให้กับแคว้นฉู่ช่างมากมายนัก ข้าไม่สามารถหลับหูหลับตาไม่ใส่ใจได้”“ข้าจะไม่เอ่ยถึงตัวตนกุนซือเอกแห่งสกุลจางที่วางกลศึกเอาชนะแคว้นเหยียนเมื่อสิบปีก่อน แต่ไม่อาจปฏิเสธเรื่องที่เจ้าค้นพบไส้ศึกแคว้นเซี่ยกับแคว้นเหยียนรวมทั้งเป็นผู้เจรจาสงบศึกกับฮ่องเต้หม่าได้”“ดังนั้นแล้วเจ้าจงรับตำแหน่งองค์หญิงหนานผิงไปเถอะนะ ถึงอย่างไรเจ้าเองก็เป็นพระชายาชินอ๋องน้องสะใภ้ของข้า พ่วงตำแหน่งองค์หญิงไปด้วยอีกสักตำแหน่ง ไม่มากเกินไปนักหรอก”
สุ่นไทเฮากับฮ่องเต้เมิ่งจื่อให้การต้อนรับหว่านหนิงเป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่คิดติดใจเรื่องที่นางเคยผ่านการสมรสมาก่อนหน้านี้ด้วย“หนิงเอ๋อ แม่ได้ยินมาว่าเจ้าชอบสรรหาของอร่อยมาลิ้มลอง วันนี้แม่ให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารเลิศรสเอาไว้ให้เจ้าเยอะแยะเลยลองชิมดูนะ”สุ่นไทเฮาเอ่ยเอาใจก่อนจะคีบเนื้อปลาหลี่ฮื้อเนื้อแน่นหวานสดนึ่งขิงมาให้ลูกสะใภ้“ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่” หว่านหนิงเอ่ยขอบคุณและเรียกขานสุ่นไทเฮาตามที่นางรับสั่ง“เสด็จแม่ก็ทานด้วยกันเถอะเพคะ” หว่านหนิงเอ่ยและคีบกุ้งเมามายหรือกุ้งแช่เหล้าเนื้อหวานสดเด้งไปให้ไทเฮาแม่สามีและลูกสะใภ้ดูเข้ากันได้ดีทีเดียว ทำให้อีกสองบุรุษอย่างฮ่องเต้เมิ่งจื่อกับชินอ๋องยิ้มอย่างพอใจหลังทานมื้อเย็นร่วมกันเสร็จ สุ่นไทเฮาก็ขอตัวกลับตำหนักไปพักผ่อน ปล่อยให้บุตรชายทั้งสองกับลูกสะใภ้พูดคุยธุระกันต่อ“หนิงเอ๋อ ข้ามีสาส์นจากฮ่องเต้หม่าซิงเหอส่งถึงเจ้า รับไปสิ” ฮ่องเต้เมิ่งจื่อตรัสกับน้องสะใภ้ซึ่งมีสีหน้าท่าทางงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะรับสาส์นที่หลู่กงกงยื่นมาให้“ฮ่องเต้หม่านั่นบังอาจส่งข้อความอะไรมาให้เจ้าน่ะ”
หลังฟางหรงออกไปแล้ว หลันฮวาไม่อยากอยู่ลำพังเฉยๆจึงคิดออกไปเดินเล่นริมทะเลสาบแล้วเลยไปเก็บพืชผักผลไม้ป่าเข้าครัวปรุงอาหารธรรมดาที่นางทานกับอาจารย์ยามอยู่ที่หมู่บ้านซีฮันด้วยกันเพื่อคลายความคิดถึง“ฮูหยินท่านออกไปลำพังเช่นนี้ไม่เหมาะหรอกเจ้าค่ะ ให้ข้าตามไปด้วยเถอะนะเจ้าคะ&rdquo
“อาหารอร่อยทุกอย่าง ยอดเยี่ยมไปเลย” ลี่กวงเอ่ยอย่างพอใจ หลังกินเนื้อแพะย่าง เซาปิ่ง เสี่ยวหลงเปา บะหมี่เนื้อแพะ 2 ชาม มียำแตงกวากับผักดองเป็นเครื่องเคียงไปหมดเกลี้ยง“ทั้งอร่อยและอิ่มมาก”เส้าจิ่งเห็นด้วย“ใช่ข้ายอมรับเลยว่าร้านอาหารข้างทางในตรอกซอ
หลันฮวาออกมาเดินซื้อข้าวของที่ตลาดกลางเมืองเฉิงตูที่ผู้คนคึกคักไม่น้อย โดยมีฟางหรงและผู้ติดตามอย่างถิงหยวน ลี่กวง เส้าจิ่นและซูจิ่นออกมาด้วยกัน“เสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวนี่อุ่นสบายดีจริงเจ้าค่ะ” หลันฮวาเอ่ยกับฟางหรงอย่างพอใจ“ข้าให้คนไปล่าจิ้งจอกหิมะเพื่อเอาขนมันมาท
“พะ..พอแล้ว ข้าเหนื่อย..” ร่างบางเอ่ยเสียงหอบกระเส่าจากจุมพิตลึกซึ้งของฟางหรงสัมผัสรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงชูชันเบื้องล่างของเขาที่ฟื้นคืนมาอีกครั้ง“ฮวาเอ๋อเด็กดี อีกครั้งเถอะนะ”ฟางหรงเอ่ยเสียงแผ่วข้างใบหูหลันฮวาซึ่งกำลังถูกปลุกเร้าด้วยฝ่ามือหนาท







