เข้าสู่ระบบ
เรียวขายาวก้าวลงจากรถหรูยืนเต็มความสูงมองไปรอบตึกที่เรียงรายอยู่รอบตัว เธอถอดแว่นกันแดดสีชาเผยให้เห็นใบหน้าหวาน ขนตางามงอนแต่งเติมเครื่องสำอางสีสวย ลิปสติกสีแดงสดบ่งบอกตัวตนของเจ้าหล่อน
แพรพิชชา ลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวบดินทร์ เธอคือคนที่สวย และสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน เนื่องด้วยการเลี้ยงดูฟูมฟักและสนับสนุนจากผู้เป็นพ่อตลอดจนถึงพี่ชายทั้งสอง “แพร... ทางนี้” เสียงคุ้นหูที่ดังอยู่ไม่ไกลดึงดูดความสนใจของเธอ ม่านมุกเพื่อนสนิทที่รสนิยมต่างจากเธอลิบลับ แม้กระทั่งการแต่งตัว “มาถึงนานยัง?” ม่านมุกก้าวขามาประชิดตัวเธอก่อนเอ่ยปากถาม “ถึงเมื่อกี้เลย ก่อนมุกแค่นิดเดียว ว่าแต่กัสจังล่ะ อย่าบอกนะว่าสาย” แพรพิชชาพูดขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของเพื่อนซี้อีกคน “แกสองคนนินทาอะไรฉัน?” ผู้มาใหม่ถามแกมหยอก “เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กำลังเดาต่างหากว่าแกจะมาสายรึเปล่า” “ฉันนะเหรอ ไม่มีทางหรอก” กัสจังคลี่ยิ้มสดใส วันสำคัญแบบนี้จะสายได้อย่างไร “ฉันว่า เรารีบเข้าไปด้านในกันเถอะ ก่อนที่จะสายจริง ๆ” ม่านมุกเบรกเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะคุยกันยืดยาวจนเสียเวลา เพื่อนซี้ทั้งสามเดินเข้าไปยังบริษัทเพชรจรัสกรุ๊ป นำเข้า และส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ “น้อง...มาฝึกงานใช่ไหม?” เสียงทักดังมาจากด้านหลังทำให้ทั้งสามต้องหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะยกมือไหว้อย่างพร้อมเพรียงกัน “ใช่ค่ะ” เป็นแพรพิชชาที่ตอบออกไป “พี่กำลังหาอยู่พอดีเลย ตามพี่มาเลยค่ะ” เธอออกคำสั่งแล้วเดินนำออกไป “พี่ชื่อรดานะ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าพี่ดาก็ได้ค่ะ พี่เป็นผู้จัดการของที่นี่ ยังไงเดี๋ยวพี่พาพวกเราไปแนะนำตัวกับพี่ ๆ แต่ละฝ่ายก็แล้วกัน” รดากล่าวเป็นมิตรพลางแนะนำแผนกต่าง ๆ ให้พวกเธอรู้จักทั้งยังพาพวกเธอไปแนะนำตัวให้พี่ ๆ แต่ละแผลกได้รู้จัก และมาจบที่แผนกทำงานของพวกเธอ “ว่าแต่ ใครชื่อแพรพิชชา?” รดาถามขึ้นพร้อมกับมองเธอทั้งสามสลับไปมา “หนูเองค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ถามออกไปเต็มเสียง “ท่านประธานต้องการพบเธอตามพี่มาทางนี้ ส่วนพวกเธอสองคนเริ่มงานเลยนะ มีอะไรถามพี่ ๆ ในแผนกได้” รดาสั่งการเสร็จสรรพ แพรพิชชามองหน้าเพื่อนทั้งสองด้วยความงงงวย เหตุใดท่านประธานจึงเรียกเธอไปพบตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานก่อนจะเดินตามร่างอวบของรดาไป ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ แกร๊ก ประตูเปิดออกหลังจากสิ้นเสียงอนุญาตของคนด้านใน แพรพิชชาเดินเข้าไปพบกับร่างสูงโปร่งของเจ้าของห้องที่ยืนหันหลังให้เธอ “สวัสดีค่ะท่านประธาน” โลกันตร์เอียงคอมองเธอนิด ๆ ก่อนจะหันหลังให้เธอเฉกเช่นเดิม “พี่รดาบอกว่าท่านประธานอยากพบดิฉัน ไม่ทราบว่าท่านประ...” “แพรพิชชาใช่ไหม?” เขาเอ่ยขึ้นก่อนที่เธอจะพูดจบ ก่อนจะหันหน้ามาปะทะกับเธอ “ชะ...ใช่ค่ะ” แพรพิชชาเกิดอาการประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นใบหน้านั้น “ไม่ทราบว่าท่านประธานมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอสูดหายใจก่อนถามออกไป “ผมทราบมาว่าคุณเก่งที่สุดในบรรดาทั้งสามคนนั้น” โลกันตร์เอ่ยออกไปพร้อมกับใช้สายตา ประเมินหญิงสาวตรงหน้า หึ...สวย เก่ง พี่ชายคงจะหวงมากสิท่า เขามองเธออย่างประเมิน “จะว่าแบบนั้นก็ได้นะคะ แต่ก็ใช่ว่าจะเก่งทุกอย่าง เพราะเพื่อนฉันก็เก่งไม่แพ้กัน” เธอไม่ได้เยินยอเพียงตัวเอง เมื่อได้ยินโลกันตร์คิดว่า เขาคงประเมินคนตรงหน้าต่ำไป เพราะไม่เคยเจอเด็กที่ไหนกล้าคุยกับเขาแบบนี้ เด็กคนนี้น่าสนใจดี เขาคิดในใจ “ฉันว่าฉันคุ้นหน้าท่านประธานมากเลย เราเคยเจอกันรึเปล่าคะ?” หน้าหวานจ้องเขาอย่างสงสัย “เคยสิ คุณอย่าบอกนะว่าลืมคนที่ช่วยตัวเองตอนที่รถเสียวันนั้น?” “จริงด้วย คุณนี่เอง” แพรพิชชาจ้องเขาอย่างไม่วางตา สามเดือนก่อนหน้า... เอี๊ยดดดด... เสียงเบรกรถดังสนั่นไปทั่วอาณาบริเวณ ระยะทางอีกไม่กี่กิโลเมตรจวบจนจะถึงบ้านของแพรพิชชา แต่เธอกลับรู้สึกว่า การเคลื่อนที่ของรถนั้นช้าลงจนหยุดเคลื่อนที่ในที่สุด “บ้าจริง เป็นอะไรไปเนี่ย?” แพรพิชชาสบถคำอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาติดต่อหาคนที่บ้าน ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด.... หญิงสาวพยายามติดต่อคนที่บ้านหากแต่ไม่มีคนรับสักคน ท้องฟ้าเป็นใจเมฆตั้งเค้ามีทีท่าว่า ฝนจะตก และไม่นานฝนก็ได้ตกลงมา ยิ่งทำให้คนในรถร้อนใจขึ้นไปอีกเท่าตัว แพรพิชชานั่งอยู่ในรถ เพราะไม่กล้าที่จะเบิดประตูออกไป เกรงว่าจะเกิดอันตราย เธอโทรคนที่บ้านซ้ำ ๆ และได้แต่ภาวนาให้เธอติดต่อใครได้สักคน “ไม่มีใครรับสายเลย รับสิ!” แพรพิชชาพึมพำ เสียงแตรรถที่มาพร้อมกับไฟที่กระแทกเข้ามากระทบม่านตา จนเธอต้องหลับตาหยี ก่อนจะพบชายหนุ่มกางร่มเดินฝ่าสายฝนมาหาเธอ เขาเคาะที่กระจกรถพร้อมกับทำสัญลักษณ์มือที่บ่งบอกให้เธอเลื่อนกระจกลงโลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา







