หน้าหลัก / มาเฟีย / อยู่ใต้โลกันตร์ / เพิ่งเริ่มต้น...เท่านั้น

แชร์

เพิ่งเริ่มต้น...เท่านั้น

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 22:58:17

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?” 

ชายปริศนาถามออกไป

“รถเสียค่ะ แต่ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดี ๆ ก็ขับต่อไปไม่ได้” 

เธอมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะปะทะกับล้อรถที่ดูลักษณะแล้วน่าจะไม่มีลมด้านใน

“ยางน่าจะแบนครับ เอาแบบนี้ดีกว่า คุณทิ้งรถไว้ที่นี่ก่อนเดี๋ยวผมขับรถไปส่งแล้วเรียกช่างมาซ่อม” 

เขาตัดสินใจให้เธอเสร็จสรรพ

“จะดีเหรอคะ?” 

อยู่ดี ๆ จะให้ขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้า บ้าหรือเปล่าเนี่ย... เธอถามเขาพร้อมต่อท้ายในใจ

“นี่ก็เย็นแล้ว ไม่รู้จะมีรถผ่านอีกทีตอนไหน ถ้าคุณไม่ไปผมก็ต้องขอตัว” 

พูดจบก็ทำทีหันหลังเดินไป

“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน” 

เธอเรียกเขาอย่างไม่เต็มใจ ชายหนุ่มยิ้มร้ายก่อนจะหันกลับไป

“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ ลงมาสิ” 

แพรพิชชาตัดสินใจลงจากรถของตัวเอง แม้ภายในใจจะรู้สึกหวาดกลัว แต่พยายามเก็บอาการนั้นไว้ เพียงไม่นานเธอก็นั่งอยู่ในรถของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไร้เสียงสนทนามีเพียงน้ำฝนไหลเป็นสายปะทะกับการเคลื่อนที่ของรถ

“เลี้ยวขวาซอยข้างหน้าค่ะ” 

เธอกล่าวบอก เขาเลี้ยวรถตามที่หญิงสาวบอก รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่คฤหาสน์หลังงาม มองจากลักษณะของบ้านก็พอจะเดาได้ว่า เจ้าผู้บ้านนั้นคงจะเป็นคนมีฐานะ

“ขอบคุณนะคะ” 

แพรพิชชากล่าวขอบคุณเขาก่อนจะเปิดประตูแต่กลับถูกชายหนุ่มดึงเขาไว้

“ขอบคุณ แค่นั้นเองเหรอ?”

แพรพิชชางุนงงกับคำถาม ในเมื่อเขาอาสาจะมาส่งเธอเองแล้วเขาต้องการอะไร อีกนอกจากคำขอบคุณ

“คุณต้องการอะไรกันแน่? เงินเหรอ? ฉันลืมไปเลยค่ะ ฉันมีพอมีเงินติดตัวอยู่บ้างปล่อยมือฉันก่อนสิคะ” 

เธอพยายามอธิบายด้วยสีหน้ากังวลเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผู้ชายตรงหน้าไม่มีท่าทีที่จะปล่อยมือเธอ

“ปล่อย... ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” 

เธอพยายามสะบัดมือ เธอกำลังอ้าปากตะโกนออกไป หากแต่มือของเขาปิดไว้ได้ทัน

“คุณเงียบก่อน ผมไม่ได้ต้องการเงินอะไรทั้งนั้น ผมแค่จะถามชื่อคุณ”

 เขาส่งสายตาบอกเธอก่อนจะค่อยๆปล่อยมือที่ปิดปากหญิงสาวออก

“ผมชื่อโลกันตร์... ยินดีที่ได้รู้จัก คุณชื่อ...” 

เขาเว้นวรรคให้เธอตอบ

“แพร แพรพิชชา ขอตัวนะคะ” 

หลังจากที่เธอพูดชื่อของตัวเองตามที่เขาต้องการแล้วจึงปล่อยมือออก

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณนะครับ หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง”

เสียงนิ่มเอ่ย แพรพิชชาไม่ตอบก้าวขาลงจากรถหลังจากที่พูดจบพร้อมกระแทกประตูใส่หน้าเขา 

ปัง! คล้อยหลังหญิงสาว โลกันตร์เปลี่ยนสีหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นสีหน้าแห่งความเกลียดชัง

“ฉันเจอเรื่องสนุกแล้วสิ ช่วยไม่ได้นะแพรพิชชา เธอดันเกิดมาเป็นน้องสาวของพวกชั่วพวกนั้นเอง” 

เขากล่าวกับตัวเองก่อนจะขับรถออกไป ไม่คิดเลยว่า การออกมาข้างนอกในวันนี้จะทำให้เขาได้พบเรื่องราวน่ายินดีเช่นนี้ 

“แพร... ท่านประธานเรียกไปทำไม?”

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

สองเพื่อนรักที่นั่งรอแพรพิชชาอย่างใจจดใจจ่อถลามาหาทันทีที่เธอปรากฏตัว ทั้งสองยิงคำถามมากมายจนเจ้าตัวไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี

“แล้วพวกแกคิดว่าไงล่ะ?” 

เธอถามกลับอย่างยียวน และลอบสังเกตใบหน้าของเพื่อน ๆ ที่สงสัยก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ 

“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่ถามทั่วไป พวกแกอย่าสงสัยไปเรื่อย ไปทำงานกันได้แล้ว” 

แพรพิชชาผลักศีรษะของเพื่อนรักที่พร้อมใจกันมามุงเธอเบา ๆ เพื่อตัดบท เมื่อรับรู้ว่า มีสายตาหลายคู่จ้องมองพวกเธอ

“ทำไมมุกรู้สึกว่า ท่านประธานดูสนใจแพรเป็นพิเศษทั้งที่เพิ่งเคยเจอกัน” 

ม่านมุกพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย

“สงสัยแพรจะสวยจนไปสะดุดตาท่านประธานเข้าละมั้ง” 

เธอพูดทีเล่นทีจริงพร้อมกับหัวเราะคิกคัก

“อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แพรเจอเขานะ”

ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย หากเธอไม่บอกเรื่องนี้กับม่านมุก เพื่อนของเธอก็จะยังคงสงสัยอยู่แบบนั้นไม่จบสิ้นจนไม่เป็นอันกินอันนอน ทำอะไรไม่ได้เลย 

“แพรเคยเจอเขามาก่อนแล้วเหรอ?”

ม่านมุกถามด้วยความสงสัย แพรพิชชาถ่ายทอดเรื่องราววันแรกที่เธอได้เจอกับโลกันตร์ให้แก่ม่านมุกได้รับฟัง

“หรือนั่นจะเป็นพรหมลิขิตที่พาแพรกับเขามาเจอกันก็ได้นะ” 

ม่านมุกนึกถึงเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา บางทีการที่แพรพิชชาได้เจอะเจอกับเขาในตอนนั้นอาจเป็นโชคชะตาถูกลิขิตไว้แล้ว

“เพ้อเจ้อนะมุก แพรกับเขาคงเป็นเวรกรรมล่ะสิไม่ว่า” 

แพรพิชชาพูดติดตลก 

ไม่นาน ทั้งสามก็แยกย้ายกันนั่งทำงานอย่างจดจ่อ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปใกล้ถึงเวลาเลิกงาน แพรพิชชาที่รอเวลานี้มานานจึงกล่าวกับเพื่อน ๆ ของเธอ

“นี่ก็ใกล้จะถึงเวลากลับบ้านแล้ว งั้นเราแยกทางกันตรงนี้เลยแล้วกัน”

เพราะไม่ต้องการไปที่อื่นต่อ เธอจึงรีบกล่าวตัดบทกับเพื่อน ๆ กลัวว่า ม่านมุก และกัสจังจะชวนไปเที่ยวต่อ

“ได้เลย ฉันก็รู้สึกเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเหมือนกัน กะว่าจะชวนเธอกับกัสไปเที่ยวต่อสักหน่อยคงไม่ไหวแล้ว”

ม่านมุกกล่าว ท่าทางอ่อนเพลีย

“ฉันก็ด้วย ถ้างั้นแยกทางกันตรงนี้นะ”

กัสจังเสริม ทั้งสามโบกมือลากันเพื่อแยกย้ายกันไปพักผ่อนจากงานที่เหนื่อยล้าทั้งวัน 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อยู่ใต้โลกันตร์   เป็นของพี่ตลอดไป THE END.

    โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน

  • อยู่ใต้โลกันตร์   แต่งงานกันเถอะ

    “เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ

  • อยู่ใต้โลกันตร์   แปดเดือนผ่านไปกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

    โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง

  • อยู่ใต้โลกันตร์   ความสุขเริ่มกลับมาอีกครั้ง

    “แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที

  • อยู่ใต้โลกันตร์   ความจริงอีกเรื่องที่ควรรู้

    “แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่

  • อยู่ใต้โลกันตร์   หรือเป็นเพียงคำแก้ตัว

    “เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status