เข้าสู่ระบบแพรพิชชายืนที่ริมฟุตบาทพร้อมกับชะเง้อคอมองหารถของทางบ้านที่จะมารับ เพราะตั้งแต่เหตุการณ์อุบัติเหตุในครั้งนั้น พ่อของเธอไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียว จึงได้จัดแจงให้คนที่บ้านมาคอยรับคอยส่งด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อไรจะมารับนะ” แพรพิชชาพึมพำ ยืนรออยู่สักพักก็สังเกตเห็นรถที่มาจอดเทียบด้านหน้าเธอ ก่อนที่กระจกจะเลื่อนลง “ท่านประธาน!” “ผมเห็นคุณยืนรอรถนานมาแล้ว แต่ยังไม่มีใครมารับ สนใจให้ผมไปส่งไหม?” เขาเสนอ “ขอบคุณนะคะท่านประธาน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันเกรงใจ” “งั้นผมรอเป็นเพื่อน” เขาไม่ลดละความพยายาม ตามตื๊อเธอทำไมนักหนาเนี่ย เป็นถึงประธานบริษัทแต่ดันมาตื๊อเด็กฝึกงานอย่างเธอนี่นะ แพรพิชชาคิดในใจ “ท่านประธานกำลังจีบฉันหรือเปล่าคะ?” แพรพิชชาถามออกไปตามตรง แม้ไม่ใช่คำถามที่เธอควรจะถามมากเลยด้วยซ้ำ แต่ความคับข้องใจทำให้เธอตัดสินใจถามออกไป “ใช่ คุณเข้าใจถูกแล้ว” หญิงสาวอึ้งกับคำตอบของเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมรับกับเธอตรง ๆ เช่นนี้ “ฉันพอจะทราบนะคะว่าฉันเป็นคนที่มีเสน่ห์ แต่เราเพิ่งเจอกันแค่ครั้งที่สอง ท่านประธานก็รุกจีบฉันแบบนี้มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ? อีกอย่างหนึ่งฉันเป็นแค่เด็กฝึกงาน และตำแหน่งของคุณสูงเกินไปจนไม่ควรเลยที่จะทำแบบนี้” แพรพิชชาถามออกไปพร้อมกับจ้องมองเขาไม่วางตา “การที่ผมจะชอบใครมันไม่ได้มีเวลาหรือตำแหน่งฐานะมาบ่งชี้หรอก ชอบก็คือชอบ” เขายังคงหยอดคำหวานใส่เธออย่างต่อเนื่อง “แล้ว...คุณสนใจจะไปกับผมไหม?” ถามขึ้นหลังจากที่เธอนิ่งเงียบกับคำบอกกล่าวของเขา แพรพิชชาขมวดคิ้วกับคำเชิญชวน ที่แท้เขาก็อยากได้ตัวเธอเองหรอกเหรอ “ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน” “เข้าใจผิดแล้วไปใหญ่แล้ว ผมแค่จะไปส่งคุณ” โลกันตร์ทำสายตาเชื้อเชิญเธอ “รถที่บ้านมารับฉันพอดี ขอตัวนะคะ” เธอบอกเขาก่อนจะเดินจากเขาไปขึ้นรถอีกคันที่เคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลัง โลกันตร์ยิ้มอย่างพอใจเพราะคิดว่าหญิงสาวคงจะหลงกลเข้าแล้ว กริ๊ง ๆ กริ๊ง ๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้โลกันตร์ละความสนใจในตัวของแพรพิชชา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เมื่อเห็นชื่อของปลายสายจึงรีบกดรับทันที “ครับวิเวียน?” โลกันตร์กรอกเสียงไปยังปลายสาย (คุณไม่คิดถึงวิเวียนเหรอคะ วิเวียนคิดถึงคุณมากเลยนะ) ปลายสายพูดเสียงหวาน “คิดถึงสิครับ ว่าแต่คุณเถอะหายไปนานเลยนะ?” น้ำเสียงงอนถูกส่งไปให้เธอ (ก็คุณไม่มาหาวิเวียนเองนี่) “ให้ผมบินไปหาคืนนี้เลยก็ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง (ล้อเล่น วิเวียนเข้าใจค่ะว่าคุณงานยุ่ง แต่อย่าทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเองนะ) เธอพูดอย่างเข้าอกเข้าใจเขา ในช่วงสองปีที่ผ่านมา โลกันตร์เข้ามารับช่วงต่อบริษัทจากผู้เป็นปู่ จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลา “ครับ วิเวียนก็อย่าลืมดูแลตัวเองล่ะ คิดถึงมากเลยนะ” โลกันตร์วางโทรศัพท์มือถือลงหลังจากวางสาย เขาแสดงออกถึงสีหน้าแห่งความกังวล โลกันตร์คบหาดูใจกับแฟนสาวมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่กลับมีเรื่องราวที่ทำให้เธออยากจากเขาและโลกนี้ไปซึ่งเขายอมไม่ได้ โลกันตร์ตัดสินใจส่งเธอไปอยู่ต่างประเทศ โดยเขาเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เพื่อให้เธอลืมเรื่องราวในอดีต ถ้าไม่ติดว่า เขาต้องช่วยปู่บริหารบริษัทคงตามไปอยู่กับเธอเป็นการถาวรอย่างแน่นอน เขาซื้อตั๋วเพื่อบินไปเยี่ยมเธออยู่บ่อย ๆ นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับเขานั้นแน่นแฟ้นแม้จะอยู่ห่างไกลกัน สำหรับเขา... วิเวียนเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร เธอตัวคนเดียวมาโดยตลอดจนกระทั่งมาเจอกับเขา เขาจึงปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้เขาจะต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่ได้ เขาปล่อยให้คนชั่วพวกนั้นเข้ามาทำลายเธอ เขาได้แต่โทษตัวเองอยู่ทุกวัน พวกมันต้องได้รับผลกรรมที่ทำไว้ “กลับมาแล้วค่ะ” แพรพิชชาพูดขึ้นขณะที่เดินเข้าบ้าน สายตาของเธอสอดส่องหาผู้เป็นพ่อแต่กลับไม่พบ หญิงสาวเดินไปยังสวนหลังบ้านสถานที่ที่บิดาโปรดปราน และก็พบชายสูงวัยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่จริง ๆ “อยู่นี่เอง” เธอเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อจากด้านหลัง ก่อนจะหอมฟอดแก้มที่เริ่มจะเหี่ยวย่น “น้องแพร...พ่อตกใจหมด” แพรพิชชาหัวเราะคิกคักกับน้ำเสียงตื่นตระหนกของผู้เป็นพ่อ “ฝึกงานวันแรกเป็นไงบ้างน้องแพร เจ้านายใจดีหรือเปล่า มีคนมารังแกหนูหรือเปล่า บอกพ่อได้เสมอนะ พ่อจะไปจัดการให้” เจ้าสัวบดินทร์ถามพร้อมกับพลิกตัวลูกสาวไปมาเพื่อหารอยขีดข่วนจนแพรพิชชาหัวเราะชอบใจ “น้องแพรเก่งจะตาย ใครจะกล้าทำล่ะคะ” “จะมีก็แต่คนหลงเสน่ห์มากกว่า” แพรพิชชายิ้มแย้มจนบิดาเกิดความสงสัย “แค่วันแรกก็มีคนมาจีบแล้วเหรอ ใครกันช่างกล้ามาจีบลูกสาวพ่อ” “น้องแพรล้อเล่นค่ะ ทำงานมาทั้งวันเหนื่อยแทบแย่ ขอไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อนนะคะคุณพ่อ” เธอเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อทำท่าทีขึงขัง เพราะเกรงว่าผู้เป็นพ่อจะซักไซ้มากความไปกว่านี้โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






