หน้าหลัก / รักโบราณ / อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ / อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 6

แชร์

อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 6

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-06 19:49:46

เช้าวันต่อมา ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างเต็มที่ หานจื่อเยว่ลุกขึ้นมาล้างหน้าบ้วนปากและเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้า วันนี้นางตั้งใจจะทำอาหารมื้อใหญ่เพื่อบำรุงร่างกายให้ทุกคนในครอบครัว ข้าวขาวชั้นดีที่เพิ่งซื้อมาจากเมืองชิงสุ่ยถูกนำมาหุงจนส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วห้องครัว

นางนำเนื้อหมูติดมันเล็กน้อยที่ซื้อติดเกวียนกลับมาด้วยมาสับจนละเอียด หมักด้วยซีอิ๊ว เกลือ และพริกไทย จากนั้นนำไปปั้นเป็นก้อนกลมใส่ลงในหม้อต้มน้ำเดือด ใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอมลงไป ปรุงรสอย่างพิถีพิถันจนกลายเป็นน้ำแกงลูกชิ้นหมูรสเลิศ นอกจากน้ำแกงแล้ว นางยังเจียวไข่ใส่ต้นหอมป่าจานใหญ่ และนำไข่เค็มสมุนไพรที่ดองไว้มาผ่าครึ่งจัดเรียงลงจานอย่างสวยงาม

กลิ่นหอมของอาหารลอยไปแตะจมูกคนที่กำลังหลับใหล ไม่นานนัก สมาชิกครอบครัวสกุลหานก็ทยอยเดินออกมาจากห้องนอน หานอี้เฉินน้องเล็กวิ่งนำหน้าเข้ามาในครัวก่อนผู้ใด ดวงตากลมโตจ้องมองอาหารบนโต๊ะพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ

“พี่หญิงใหญ่ หอมเหลือเกินขอรับ วันนี้พวกเราจะได้กินข้าวขาวกับน้ำแกงเนื้อหมูจริงๆ หรือขอรับ” อี้เฉินถามเสียงใส

“แน่นอนสิ เจ้ารีบไปล้างหน้าล้างมือแล้วมานั่งโต๊ะเถิด วันนี้กินให้อิ่ม พี่หญิงใหญ่มีข้าวให้พวกเจ้ากินจนพุงกางเลยทีเดียว” หานจื่อเยว่ลูบหัวน้องชายด้วยความเอ็นดู

เมื่อหานเยี่ยนโจว หลินซือหลิง หานจื่อเซวียน และหานเหวินเทียนมานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะ ทุกคนต่างลงมือกินอาหารเช้าด้วยความเบิกบานใจ ข้าวขาวนุ่มละมุนลิ้นเข้ากันได้ดีกับน้ำแกงรสกลมกล่อมและไข่เค็มสมุนไพรที่ไข่แดงมันเยิ้ม มื้ออาหารนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้ม

หลังจากกินอาหารเสร็จและช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว หานจื่อเยว่บอกให้น้องชายพาน้องเล็กออกไปเดินย่อยอาหารที่ลานหน้าบ้าน ส่วนนางเดินไปปิดประตูห้องโถงลงอย่างแน่นหนา ท่าทางจริงจังของนางทำให้หานเยี่ยนโจวและหลินซือหลิงต้องมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ

หานจื่อเยว่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อและหยิบปึกตั๋วเงินของร้านแลกเงินไท่ผิงออกมาวางเรียงกันบนโต๊ะ ตามด้วยถุงผ้าบรรจุก้อนเงินตำลึงอีกจำนวนหนึ่ง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่คือเงินที่ขายโสมคนและเหอโส่วอูได้ทั้งหมดเจ้าค่ะ” หานจื่อเยว่เอ่ยเสียงเรียบ

หานเยี่ยนโจวหยิบตั๋วเงินขึ้นมาดูใกล้ๆ เมื่อเห็นตัวเลขบนตั๋วเงินแต่ละใบ มือของเขาก็สั่นเทา “ตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึง สิบใบ..    นี่มันหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน”

หลินซือหลิงเอามือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางเกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้มาก่อน

“เยว่เอ๋อร์ เงินมากถึงเพียงนี้ ครอบครัวเราจะทำเยี่ยงไรดี” หลินซือหลิงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เงินทองมีไว้เพื่อสร้างความมั่นคงเจ้าค่ะท่านแม่” หานจื่อเยว่ตอบอย่างหนักแน่น “ข้าคิดเรื่องนี้มาตลอดทาง วันนี้ข้าอยากให้ท่านพ่อพาข้าไปพบหลี่เจิ้ง พวกเราจะไปขอซื้อที่ดินสร้างบ้านหลังใหม่ และซื้อที่นาเพิ่มอีกสักห้าสิบหมู่เจ้าค่ะ”

“ซื้อที่ดินสร้างบ้านใหม่หรือบ้านเดิมของเราก็ยังพออยู่ได้ เหตุใดต้องรีบสร้างใหม่เล่า”

“ท่านพ่อ บ้านเดิมของเราคับแคบและทรุดโทรมเกินไป ซ้ำยังไม่มีกำแพงล้อมรอบที่แน่นหนา ยามนี้เรามีเงินทอง หากผู้ใดล่วงรู้เข้าอาจเกิดอันตรายได้ ข้าต้องการซื้อที่ดินบริเวณตีนเขาชิงซาน สร้างเป็นคฤหาสน์ที่มีกำแพงสูงใหญ่ มีห้องหับเพียงพอให้ทุกคนอยู่สบาย และป้องกันผู้ไม่หวังดีได้ด้วยเจ้าค่ะ” หานจื่อเยว่อธิบายเหตุผล

หานเยี่ยนโจวครุ่นคิดตามและเห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาว บัณฑิตชาวนาพยักหน้าช้าๆ “ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล ความปลอดภัยของครอบครัวย่อมสำคัญที่สุด ได้ ประเดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไปหาหลี่เจิ้ง”

สองพ่อลูกเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านของหลี่เจิ้งผู้นำหมู่บ้านชิงซาน ในมือของหานเยี่ยนโจวถือห่อน้ำตาลทรายขาวที่บุตรสาวเพิ่งซื้อมาจากเมืองชิงสุ่ยเพื่อเป็นของฝากตามมารยาท เมื่อไปถึง บ้านของหลี่เจิ้งเปิดประตูรับแขกอยู่พอดี

หลี่เจิ้งเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าอิ่มเอิบ เมื่อเห็นหานเยี่ยนโจวเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นต้อนรับด้วยความคุ้นเคย “หานซิ่วไฉ ลมอันใดหอบท่านมาถึงบ้านข้าแต่เช้าตรู่ เชิญนั่งก่อน”

“หลี่เจิ้ง ข้าน้อยมารบกวนท่านแล้ว วันนี้ข้ามีเรื่องอยากหารือกับท่านสักหน่อย” หานเยี่ยนโจวส่งห่อน้ำตาลให้ภรรยาของหลี่เจิ้ง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ไม้

“ท่านมีธุระอันใดก็ว่ามาเถิด หากข้าช่วยได้ย่อมไม่ขัดข้อง” หลี่เจิ้งตอบอย่างมีน้ำใจ

หานจื่อเยว่ที่นั่งอยู่ด้านข้างจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “เรียนท่านลุงหลี่เจิ้ง วันนี้ข้าและท่านพ่อตั้งใจมาสอบถามเรื่องที่ดินในหมู่บ้านชิงซานเจ้าค่ะ พวกเราอยากขอซื้อที่ดินบริเวณตีนเขาชิงซานเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ และต้องการซื้อที่นาชั้นดีเพิ่มอีกห้าสิบหมู่ ไม่ทราบว่าในหมู่บ้านพอจะมีที่ดินขายบ้างหรือไม่เจ้าคะ”

หลี่เจิ้งได้ยินคำกล่าวของหญิงสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มองหานจื่อเยว่สลับกับหานเยี่ยนโจวแล้วพูดว่า “ซื้อที่ดินตีนเขาและที่นาอีกห้าสิบหมู่ หานซิ่วไฉ ท่านล้อข้าเล่นกระมัง ที่นาชั้นดีในหมู่บ้านราคาชั่งละสิบตำลึงเงิน ห้าสิบหมู่ก็เป็นเงินถึงห้าร้อยตำลึง ส่วนที่ดินตีนเขาแม้จะเป็นที่รกร้างราคาหมู่ละสองตำลึงเงิน แต่หากจะสร้างบ้านหลังใหญ่ย่อมต้องใช้พื้นที่ไม่ต่ำกว่าสิบหมู่ รวมแล้วต้องใช้เงินกว่าห้าร้อยยี่สิบตำลึงเงินทีเดียว”

หานเยี่ยนโจวยิ้มบางๆ “หลี่เจิ้ง ข้าไม่ได้ล้อเล่น โชคดีที่เยว่เอ๋อร์บังเอิญเก็บสมุนไพรล้ำค่าบนภูเขาไปขายให้ร้านยาในเมืองชิงสุ่ยได้ราคาดี ครอบครัวเราจึงพอมีเงินทุนก้อนหนึ่ง ท่านพอจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้พวกเราได้หรือไม่”

หลี่เจิ้งกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าครอบครัวบัณฑิตชาวนาที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน จะสามารถพลิกฟื้นฐานะได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

“ได้ ได้สิ ที่ดินรกร้างตีนเขาชิงซานทางทิศตะวันออกมีพื้นที่ว่างราวสิบห้าหมู่พอดี หากพวกท่านต้องการ ข้าสามารถทำเรื่องเบิกโฉนดให้ได้ ส่วนที่นาชั้นดีห้าสิบหมู่ มีครอบครัวเศรษฐีในตัวอำเภอหลิงซีกำลังต้องการขายทิ้งเพื่อย้ายถิ่นฐาน แปลงนานั้นอยู่ติดกับลำธารพอดี น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก หากท่านตกลง ข้าจะนำเรื่องไปแจ้งทางการให้”

“เช่นนั้นรบกวนท่านลุงหลี่เจิ้งจัดการเรื่องที่ดินตีนเขาสิบห้าหมู่ และที่นาชั้นดีอีกห้าสิบหมู่ให้ครอบครัวข้าด้วยเจ้าค่ะ ส่วนนี่คือเงินมัดจำ” หานจื่อเยว่หยิบก้อนเงินตำลึงจำนวนร้อยตำลึงวางลงบนโต๊ะอย่างไม่สะทกสะท้าน

หลี่เจิ้งมองเงินบนโต๊ะเขารีบรับคำและยืนยันว่าจะจัดการเรื่องโฉนดที่ดินให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน สองพ่อลูกกล่าวขอบคุณและขอตัวลากลับ ระหว่างทางเดินกลับบ้าน หานเยี่ยนโจวมองบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจแล้วพูดว่า

 “เยว่เอ๋อร์ เรื่องที่ดินเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เรื่องการศึกษาของจื่อเซวียนและเหวินเทียน พ่อตั้งใจว่าจะพาน้องชายของเจ้าทั้งสองคนไปฝากฝังที่สถานศึกษาในอำเภอหลิงซี ท่านอาจารย์ใหญ่ที่นั่นเคยเป็นสหายร่วมสอบของพ่อ หากไปขอร้อง เขาย่อมรับเด็กทั้งสองเข้าทดสอบแน่นอน”

“ดีเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ ให้น้องรองและน้องสามเข้าเรียนที่สถานศึกษาในอำเภอ จะได้เปิดหูเปิดตาและมีสังคมที่กว้างขวางขึ้น ส่วนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดข้าจะเป็นคนจัดการเอง ท่านพ่อบอกพวกเขาให้ตั้งใจเรียนก็พอเจ้าค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง” หานจื่อเยว่เอ่ยสนับสนุน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 155

    หานเยี่ยนโจวและหลินซือหลิงอายุมากขึ้น พวกเขาหยุดทำหน้าที่อาจารย์ พวกเขาพักผ่อนที่เรือนเดิมในหมู่บ้านชิงซาน พวกเขาปลูกผักและเลี้ยงไก่ พวกเขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหานจื่อเยว่และมู่หรงจิ่งเทียนเห็นว่าทุกอย่างมั่นคงแล้ว พวกเขาตัดสินใจวางมือจากหน้าที่ทั้งหมด ยามซื่อ หานจื่อเยว่เรียกมู่หรงจิ่งเถียนมาที่ห้องบัญชี นางมอบกุญแจห้องบัญชีและตราประทับตระกูลหานให้มู่หรงจิ่งเถียน นางมอบหมายให้มู่หรงจิ่งเถียนดูแลกิจการทั้งหมด มู่หรงจิ่งเถียนรับกุญแจและตราประทับ นางรับปากว่าจะดูแลกิจการให้ดีที่สุดมู่หรงจิ่งเทียนเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายทหาร เขามอบป้ายคำสั่งทางทหารให้หานอี้เฉินและมู่หรงจิ่งฉี เขามอบอำนาจคุมกองทัพให้พวกเขาสองคนเด็ดขาด เขาไม่เข้าไปก้าวก่ายการทหารอีกยามเว่ย มู่หรงจิ่งเทียนและหานจื่อเยว่เก็บเสื้อผ้าใส่หีบ พวกเขาให้บ่าวรับใช้ยกหีบขึ้นรถม้า หานอีและอิ่งอีทำหน้าที่บังคับรถม้าและเป็นผู้คุ้มกันเช่นเดิม พวกเขาเดินทางออกจากหมู่บ้านชิงซาน มุ่งหน้าไปที่จ้วงซีแห่งใหม่ที่มีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เรือนน้ำพุร้อนเป็นการถาวรชีวิตที่เรือนน้ำพุร้อนเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ยามเหม่า หานจื่อเยว่สว

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 154

    มู่หรงจิ่งเทียนบอกให้นางทำเร็วขึ้น หานจื่อเยว่เร่งจังหวะการขย่มให้เร็วขึ้น นางหมุนเอวและบดเบียดสะโพกลงมา มู่หรงจิ่งเทียนยกสะโพกสวนกระแทกขึ้นไปรับแรงของนาง การเสียดสีรุนแรงขึ้น หานจื่อเยว่ส่งเสียงครางดัง นางขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง ช่องทางรักของนางรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้น หานจื่อเยว่บอกว่านางทนไม่ไหวแล้ว นางเร่งความเร็วในการขย่มอีกสิบครั้ง ร่างกายของนางกระตุกเกร็ง นางปลดปล่อยน้ำหวานออกมา มู่หรงจิ่งเทียนจับเอวของนาง เขาออกแรงกระแทกสวนขึ้นไปอย่างแรงสามครั้ง เขาส่งเสียงคราง เขาปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่างกายของนาง หานจื่อเยว่ทิ้งตัวลงนอนทับหน้าอกของเขา นางหอบหายใจ มู่หรงจิ่งเทียนลูบแผ่นหลังของนาง เขายิ้มด้วยความพอใจเช้าวันที่สอง มู่หรงจิ่งเทียนตื่นขึ้นมา เขาเดินไปที่ห้องครัว เขาทำข้าวต้ม เขาหั่นเนื้อปลาเค็ม เขาทอดปลาเค็ม เขาทำไข่เจียว เขาเรียกหานจื่อเยว่มากินข้าว พวกเขากินข้าวเช้าด้วยกัน เมื่อกินเสร็จเขาล้างจานชาม เขาเดินกลับมาที่ห้องโถง เขาอุ้มหานจื่อเยว่ไปที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง เขาวางนางลงบนโต๊ะ เขาจับนางแยกขาออก เขาถอดกางเกงของนาง เขาถอดกางเกงของเขา เขาสอดแก่นกายเข้าไปในช่องทางรักของนาง เขา

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 153

    หานจื่อเยว่ยิ้มและหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา ค่ำคืนที่เร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนยิ่งลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้น ความสงบสุขในครอบครัวดำเนินต่อไปพร้อมกับความหวังที่จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในเร็ววันมู่หรงจิ่งเทียนต้องการร่วมหลับนอนกับหานจื่อเยว่ เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับนางหลายครั้ง ยามค่ำคืนในห้องนอน มู่หรงจิ่งเทียนดึงร่างของหานจื่อเยว่เข้ามากอด เขาก้มหน้าลงจูบที่ซอกคอของนาง เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าของนาง ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก มู่หรงจิ่งฉีเดินเข้ามาในห้อง มู่หรงจิ่งฉีถือดาบไม้ในมือ เขาบอกให้บิดาดูท่าดาบของเขา มู่หรงจิ่งเทียนต้องหยุดการกระทำ เขาต้องเดินไปดูมู่หรงจิ่งฉีแกว่งดาบคืนต่อมา มู่หรงจิ่งเทียนอุ้มหานจื่อเยว่ไปวางบนเตียง เขากำลังจะจูบนาง เสียงเคาะประตูดังขึ้น มู่หรงจิ่งอันเปิดประตูเดินเข้ามา มู่หรงจิ่งอันถือตำราในมือ เขาบอกว่าเขาอ่านตัวอักษรไม่ออก เขาขอให้มารดาสอนตัวอักษร หานจื่อเยว่ผลักอกมู่หรงจิ่งเทียนออก นางเดินไปสอนตัวอักษรให้บุตรชาย มู่หรงจิ่งเทียนต้องนอนรออยู่บนเตียงอีกวันหนึ่งในยามกลางวัน มู่หรงจิ่งเทียนดึงหานจื่อเยว่เข้าไปในห้องทำงาน เขาปิดประตู เขาจูบริมฝีปากขอ

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 152

    มู่หรงจิ่งฉีมีนิสัยต่างจากน้องชาย เขาไม่ชอบนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เขาเรียนรู้และจดจำตัวอักษรได้เร็ว แต่เมื่อท่องจำเสร็จแล้วเขาจะเริ่มเบื่อหน่าย มู่หรงจิ่งฉีชอบซ่อนกิ่งไม้เล็กๆ ไว้ในแขนเสื้อ เมื่อหานเยี่ยนโจวหันไปเขียนกระดาน มู่หรงจิ่งฉีจะนำกิ่งไม้ออกมาแกว่งเล่นใต้โต๊ะเหมือนกำลังฝึกกระบวนท่าดาบ หานเยี่ยนโจวรู้พฤติกรรมของหลานชาย แต่ตราบใดที่มู่หรงจิ่งฉีทำข้อสอบและท่องตำราได้ หานเยี่ยนโจวก็ปล่อยผ่านและไม่ลงโทษทางด้านมู่หรงจิ่งเถียน น้องสาวคนเล็กนั้นการที่อดทนนั่งเรียนจนจบในแต่ละวันถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วส่วนมากนางใช้เวลาทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนอยู่ที่เรือนริมแม่น้ำ ผู้ที่คอยตามใจและเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของนางคือเสือขาวตัวใหญ่ เสือขาวมีขนาดตัวใหญ่กว่าเดิม มันทำหน้าที่พามู่หรงจิ่งเถียนไปทุกที่ วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนมู่หรงจิ่งเถียนกินขนมเสร็จ นางเดินไปหาเสือขาวที่นอนหมอบอยู่ลานหน้าเรือน นางปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเสือขาวและใช้มือจับขนคอของมัน “ไปที่ลำธารหลังเรือน ข้าอยากจับปลา” มู่หรงจิ่งเถียนบอกเสือขาว เสือขาวลุกขึ้นและเดินพานางตรงไปที่ลำธาร มันเดินลัดเลาะกอหญ้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงลำธาร มู

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 151

    “หานอู่แจ้งมาว่า เขาซื้ออาคารเพิ่มสองแห่งเพื่อเปิดเป็นสาขาใหม่ เขารับคนงานเพิ่มสามสิบคน ร้านจินกั่วและหอสุราจินอวี้สาขาใหญ่มีรายรับเพิ่มขึ้น เขาได้มีการตรวจสอบสินค้าในโกดังทุกวัน และได้ทำสัญญาขายผลไม้แปรรูปให้พ่อค้าแคว้นเป่ย การร่วมมือกันเป็นไปด้วยดี ทำให้ตอนนี้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นสองเท่าขอรับ” หานจื่อเยว่ตรวจสอบตัวเลขในสมุดบัญชีเมืองหลวง แล้สั่งการ “เขียนจดหมายตอบหานอู่ ให้เขานำกำไรส่วนหนึ่งจ่ายเป็นรางวัลให้คนที่ทำงานภายใต้กิจการของเราทุกคน”“ขอรับ ข้าจะรีบส่งจดหมายกลับไปเมืองหลวงทันที ”“เอาล่ะ มีเรื่องอันใดจะรายงานเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีข้าจะไปเดินเล่นที่สวนผลไม้เสียหน่อย”"มีขอรับ เป็นส่วนของทำนักคุ้มภัย หานซานรับสมัครผู้คุ้มกันใหม่ห้าสิบคน เขาฝึกสอนกระบวนท่าต่อสู้ให้คนใหม่ หานซานตรวจสอบบัญชีและประเมินเส้นทาง หานซื่อคุมผู้คุ้มกันเจ็ดสิบคนเดินทางไปส่งผ้าไหมที่เมืองทางใต้ ขบวนสินค้าเจอโจรป่าหนึ่งร้อยคนดักปล้นที่ช่องเขา หานซื่อสั่งผู้คุ้มกันต่อสู้ พวกเขาสังหารโจรและจับกุมโจรที่เหลือส่งที่ว่าการอำเภอ สินค้าผ้าไหมปลอดภัยและส่งถึงมือผู้ซื้อตามกำหนด หานซานเจรจาเก็บค่าจ้างคุ้มกันจากพ่อค

  • อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ   อย่ากลับมา ในวันที่ข้าไร้ใจ 150

    อิ่งอีและองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณประตูเรือนเห็นเสือขาวปรากฏตัวกะทันหัน พวกเขารีบชักดาบออกจากฝักและพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าหานจื่อเยว่ทันที“เก็บดาบของพวกเจ้าลงไป นี่คือสัตว์เลี้ยงของข้า มันจะมาทำหน้าที่คุ้มครองเด็กๆ ทั้งสามคน” หานจื่อเยว่สั่งการด้วยเสียงเฉียบขาดอิ่งอีลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของพระชายาและเจ้าเสือขาวที่นั่งลงแทบเท้านางราวกับสุนัขเชื่องๆ เขาจึงส่งสัญญาณให้องครักษ์ทุกคนเก็บดาบหานจื่อเยว่พาเจ้าเสือขาวเดินเข้าไปในห้องโถงที่เด็กทั้งสามกำลังคลานเล่นอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ เสือขาวเดินก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า ไม่มีเสียงฝีเท้าเล็ดลอดออกมา มันก้มหัวลงดมกลิ่นทารกทีละคน ลูกชายคนโตไม่หวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เขายื่นมือป้อมๆ ไปจับจมูกสีชมพูของเสือขาว ลูกชายชายคนรองคลานเข้าไปซุกที่ขนฟูฟ่องบริเวณลำคอของมัน ส่วนน้องสาวคนเล็กส่งเสียงหัวเราะชอบใจและใช้มือตีลงบนหัวของเสือขาวเบาๆเสือขาวทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ทับร่างของเด็กน้อย ปล่อยให้เด็กทั้งสามปีนป่ายบนตัวมันอย่างตามใจ มันทำหน้าที่เป็นเบาะรองคลานและพี่เลี้ยงชั้นเลิศ หากเด็กคนใดคลานออกนอกบริเวณเสื่อ หร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status