แชร์

2. มีเรื่องสำคัญจะบอก

ผู้เขียน: Story ปลายตะวัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-21 23:18:39

[เวลา 07:00 น.]

รถสีดำคันหรูเคลื่อนออกจากบ้านในเวลาเจ็ดโมงตรง ภายในห้องโดยสารเงียบสงบอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งนาที เพราะทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย พระพายก็เริ่มทำหน้าที่สร้างความวุ่นวายตามปกติ

“พี่เหนือคะ”

“อืม”

“เปิดเพลงหน่อยค่ะ”

“อยากฟังก็เปิด”

พระพายเอื้อมไปกดหน้าจอกลางรถ ก่อนจะเลือกเพลงรักจังหวะหวาน ตามมาด้วยเสียงใสที่ร้องคลอแบบคร่อมจังหวะดูอารมณ์ดีและขัดใจคนขับเป็นอย่างมาก เพลงแรกเพิ่งเล่นไปได้ไม่ถึงนาที ทิศเหนือก็ยกมือกดเปลี่ยนเพลงทันที

“พี่เหนือ!” เสียงเรียกดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ แขนเรียวสองข้างกอดอกตัวเองทำท่าราวกับจะเอาเรื่อง

“พี่ต้องใช้สมาธิขับรถ”

“เพลงไม่ได้ทำให้เสียสมาธิสักหน่อย”

“เสียงเธอต่างหากที่ทำให้เสียสมาธิ” พระพายทำหน้ามุ่ย ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างได้เพียงครู่เดียว แล้วหันกลับมาใหม่

“พี่เหนือคะ”

“อะไรอีก“

“วันนี้พายสวยไหม”

มือที่จับพวงมาลัยของทิศเหนือชะงัก เขาเหลือบมองเด็กสาวข้างกาย ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“เหมือนทุกวัน”

“เหมือนทุกวันนี่สวยหรือไม่สวยคะ”

“ก็เหมือนเดิม”

“เหมือนเดิมแบบไหน”

“พระพาย!”

“คะ”

“เงียบสักห้านาทีได้ไหม” เด็กสาวก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเอ่ยตอบ

“ได้ค่ะ เริ่มตอนนี้เลยนะคะ”

ภายในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง ทิศเหนือคิดว่าตนจะได้ความสงบเพียงสักห้านาทีก็ยังดี แต่เพียงผ่านไปไม่ถึงนาที เสียงถอนหายใจหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

ครั้งแรกเขายังไม่สนใจแต่เมื่อเสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นครั้งที่ห้า ชายหนุ่มจึงเหลือบมองผ่านหางตา

พระพายกำลังนั่งเม้มปากจนแก้มป่อง มือทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นราวกับกำลังอดทนอย่างหนัก

“เป็นอะไร” เด็กสาวรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก ก่อนจะชูข้อมือให้อีกฝ่ายดูประมาณว่า ยังไม่ครบห้านาที ทิศเหนือหลุดถอนหายใจออกมาบ้างก่อนจะเอ่ยขึ้น

“พูดมา” ใบหน้าของพระพายสว่างขึ้นทันที

“พี่เหนือเป็นคนอนุญาตเองนะคะ”

“อืม”

“พายมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ”

“เรื่องอะไร”

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง

“แล้วจะเริ่มพูดทำไม”

“พายแค่อยากบอกไว้ก่อนว่ามีเรื่องจะบอก”

“…”

“เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ด้วยค่ะ สำคัญที่สุดในชีวิตของพายเลย”

ทิศเหนือพยายามจดจ่อกับถนนตรงหน้า แต่คำว่าสำคัญที่สุดในชีวิตทำให้เขาอดเหลือบมองเธอไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“มีปัญหาอะไรที่โรงเรียนหรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ”

“ทะเลาะกับเพื่อน?”

“ไม่ค่ะ”

“เรื่องเรียน?” เขายังคงถามต่อ ทว่าในใจก็นึกแปลกตัวเองจะอยากรู้ไปทำไมพระพายก็คือพระพายไร้สาระได้ทุกเรื่อง

“ไม่ใช่ค่ะ”

“แล้วเรื่องอะไร”

พระพายหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเขา ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานอย่างคนมีความลับ

“พายจะบอกหลังเรียนจบค่ะ”

“เรียนจบวันนี้?”

“เรียนจบมัธยมค่ะ” ทิศเหนือเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“อีกตั้งหลายเดือน”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วจะรีบบอกทำไมว่ามีเรื่องจะพูด” เขาส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ

“พายอยากให้พี่เหนือเตรียมใจไว้ก่อน”

“พี่ต้องเตรียมใจเรื่องอะไร”

“บอกไม่ได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูด”

“แต่พี่เหนือต้องรอฟังนะคะ”

“ไม่รับปาก”

“ต้องรับปากค่ะ”

“พระพาย”

“พายจริงจังนะคะ” น้ำเสียงของเด็กสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความซุกซนในแววตาค่อย ๆ ลดลง เหลือเพียงความมุ่งมั่นบางอย่างที่ทำให้ทิศเหนือเผลอหันไปมองเธอนานกว่าปกติ

“หลังเรียนจบ พายจะบอกเรื่องสำคัญกับพี่เหนือ พี่เหนือต้องอยู่ฟังนะคะ ห้ามหนี แล้วก็ห้ามบอกว่าไม่ว่างด้วย” ชายหนุ่มมองถนนตรงหน้าอีกครั้ง มือหนากำพวงมาลัยรถด้วยความระมัดระวัง นั่งฟังในสิ่งที่คนด้านข้างพูด

รถหรูเลี้ยวเข้าสู่บริเวณโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง ทิศเหนือจอดรถเทียบฟุตบาทหน้าตึกอำนวยการอย่างคุ้นเคย เขายังไม่ทันได้ดึงเบรกมือ เสียงใส ๆ ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ถึงแล้วเหรอคะ เร็วจังเลย”

“ลงไปได้แล้ว จะสายแล้วนะเรา” ทิศเหนือตัดบท พลางเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูฝั่งข้างคนขับเพื่อไล่กลาย ๆ แต่พระพายไม่มีทีท่าว่าจะรีบร้อน เธอยังคงนั่งนิ่ง มองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“พี่เหนือ อย่าลืมที่พายพูดนะคะ”

“เรื่องอะไรอีกล่ะ”

“เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตพายไงคะ! ห้ามลืมเด็ดขาดนะ ถ้าพี่เหนือแกล้งทำเป็นลืมหรือแอบชิ่งไปเรียนต่อต่างประเทศล่ะก็ พายตามไปอาละวาดถึงต่างประเทศแน่ ๆ”

“พี่จะไปต่างประเทศทำไม เสียเวลาทำงาน” ทิศเหนือตอบหน้าตาย พร้อมกับใช้นิ้วผลักหน้าผากมนเบา ๆ อย่างหมั่นไส้

“ลงไปได้แล้ว ยัยตัวแสบ จะสายจริง ๆ แล้วนะเนี่ย”

“โอ๊ย เจ็บนะคะพี่เหนือ! ใจร้ายที่สุดเลย เดี๋ยวเรียนจบพายจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยคอยดู!”

พระพายแกล้งทำเป็นลูบหน้าผากป้อย ๆ ทำแก้มป่องงอนใส่ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แต่ไม่วายหันกลับมาโบกมือยิก ๆ ส่งจูบให้อีกต่างหาก ทิศเหนือส่ายหัวเบา ๆ กับความกะล่อนที่นับวันจะยิ่งทวีคูณของเด็กคนนี้ แต่แปลก ภาพรอยยิ้มและแววตาจริงจังเมื่อครู่ของเธอกลับติดอยู่ในหัวเขาอย่างสลัดไม่หลุด

รถสีดำคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนออกจากหน้าโรงเรียน ทิศเหนือเหลือบมองกระจกมองหลังตามความเคยชิน ภาพเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ยังยืนโบกมืออยู่ข้างฟุตบาทสะท้อนอยู่ในนั้น

ทั้งที่รถออกมาไกลแล้ว พระพายก็ยังไม่ยอมเดินเข้าอาคารเรียนซะที ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ

“ยัยเด็กบ๊อง…”

เสียงพึมพำดังอยู่ภายในรถ ก่อนเท้าจะเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จุดหมายต่อไปของเขาคือมหาวิทยาลัย เพราะเช้านี้ยังมีคลาสของนักศึกษาวิศวกรรมยานยนต์ชั้นปีที่สี่รออยู่ ทิศเหนือเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดรถ

“ยังทัน…” เขาพึมพำกับตัวเอง ถ้าไม่ติดไฟแดงนานเกินไปก็น่าจะไปถึงก่อนอาจารย์เข้าสอน

เสียงเพลงในรถยังคงดังคลอเบา ๆ เป็นเพลงที่พระพายเปิดทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ตอนขึ้นรถ ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะเปลี่ยนเพลงเหมือนทุกครั้ง

แต่ปลายนิ้วกลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้กดปล่อยให้เพลงรักหวานเลี่ยนที่ตัวเองเพิ่งบ่นว่าน่ารำคาญเล่นต่อไปอย่างนั้น ทว่าในหัวกลับนึกถึงเรื่องที่พระพายพูดทิ้งเอาไว้

‘เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ด้วยค่ะ สำคัญที่สุดในชีวิตของพายเลย’

“เรื่องอะไรวะ…” ทิศเหนือพึมพำกับตัวเอง อีกตั้งหลายเดือนกว่าจะเรียนจบ แต่กลับมาบอกให้เขาเตรียมใจตั้งแต่ตอนนี้ สมกับเป็นพระพายจริง ๆ หาเรื่องให้เขาปวดหัวได้แม้กระทั่งเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น

ชายหนุ่มส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนจะตัดความคิดไร้สาระออกจากหัวแล้วตั้งใจกับถนนตรงหน้า รถสีดำแล่นออกจากถนนเส้นหน้าโรงเรียน มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยของเขาในช่วงเช้า

โดยไม่รู้เลยว่าเด็กที่เพิ่งลงจากรถไปเมื่อครู่กำลังยืนยิ้มจนแก้มแทบแตก

พระพายมองท้ายรถสีดำจนมันเลี้ยวออกจากประตูโรงเรียนไปแล้ว จึงค่อยหมุนตัวเดินเข้าไปด้านใน

วันนี้อากาศดีหรือจริง ๆ แล้วอากาศก็เหมือนทุกวัน เพียงแต่คนอารมณ์ดีเลยรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวน่ามองไปหมดก็ไม่รู้ ริมฝีปากเล็กยังคงมีรอยยิ้มติดอยู่ ขณะเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่อาคารเรียน

อีกวันแล้ว…อีกวันที่พี่เหนือมาส่งเธอถึงโรงเรียน สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นเรื่องธรรมดา

แต่สำหรับพระพาย มันน่าภูมิใจจะตายไป เพราะทิศเหนือเองก็มีเรียน เขาไม่ได้ว่างจนไม่มีอะไรทำเสียหน่อย แถมยังเป็นถึงนักศึกษาวิศวกรรมยานยนต์ปีสี่ ช่วงนี้ทั้งงานทั้งเรียนก็ยุ่งแทบทุกวันแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยอมมาส่งเธอแค่คิด รอยยิ้มที่พยายามหุบก็กลับมากว้างอีกครั้ง

“ถ้ายิ้มกว้างกว่านี้อีกนิด ปากแกคงฉีกถึงหูแล้วมั้ง” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้าง

พระพายสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียง

“ข้าวหอม!”

เด็กสาวอีกคนยืนกอดอกอยู่ใต้ต้นไม้ข้างทาง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มล้อเลียน ดวงตาจับจ้องเพื่อนสนิทอย่างรู้ทันทุกอย่าง

“อะไร เรียกซะ”

“แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ตั้งแต่เห็นใครบางคนลงจากรถ แล้วมายืนโบกมือบ๊ายบายผู้ชายอยู่หน้าตึกนั่นแหละ”

“ผู้ชายที่ไหน” พระพายเถียงทันควัน ก่อนจะยกสายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ให้เข้าที่

“พี่เหนือของฉันต่างหาก”

“อะไรนะ?” ริมฝีปากของข้าวหอมค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างมีเลศนัย

“อะไร”

“เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ”

“ฉันพูดอะไร”

“พี่เหนือ…”

“ก็พี่เหนือไง”

“ของใครนะ?” พระพายเม้มปากทันที รู้ตัวแล้วว่าเผลอหลุดอะไรออกไป แต่แทนที่จะเขินจนต้องรีบปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง วันนี้เจ้าตัวกลับเชิดหน้าขึ้นนิด ๆ

“ของฉัน”

“โอ้โห!” ข้าวหอมร้องเสียงดังจนพระพายรีบคว้าแขนเพื่อน

“เบา ๆ สิ!”

“วันนี้มาแปลกนะยะ ปกติแซวนิดแซวหน่อยก็หน้าแดงแล้ว”

“แล้วทำไมต้องเขิน”

“ไม่เขิน?”

“ไม่”

“แน่ใจ?”

“อื้อ” พระพายตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินต่อไปทางอาคารเรียน ข้าวหอมรีบเดินตามมาคล้องแขนทันที

“อารมณ์ดีผิดปกตินะเรา”

“ฉันอารมณ์ดีทุกวัน” พระพายเอ่ยบอกข้าวหอมได้แต่อมยิ้มแล้วมองแก้มนวลของเพื่อน พระพายเป็นคนสดใสอารมณ์ดีแบบนี้ทุกวันจริง ๆ คุยด้วยแล้วสบายใจ ทั้งสองค่อนข้างสนิทและรู้ใจกันมากแต่ทว่าคนอื่นก็เข้าหายากไม่ใช่จะคุยกับใครก็ได้

“ก็จริงไหมล่ะ ตั้งแต่ลงจากรถมายิ้มไม่หยุดเลย” ข้าวหอมเอียงหน้าเข้ามาใกล้ “หรือว่าเมื่อเช้าบนรถมีอะไรเกิดขึ้น”

“จะมีอะไร”

“ไม่รู้สิ…” อีกฝ่ายลากเสียงยาว

“พี่เหนือสารภาพรัก?”

“จะบ้าเหรอ!”

“พี่เหนือขอเป็นแฟน?”

“ยิ่งบ้าไปใหญ่แล้ว”

“หรือว่า…” ข้าวหอมยังคงซักต่อ

“หยุดคิดเลย ไม่มีอะไรทั้งนั้น” พระพายรีบตัดบท แต่ถึงปากจะบอกว่าไม่มีอะไร รอยยิ้มกลับไม่ยอมหายไปเสียที ข้าวหอมเห็นแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้

“ไม่มีอะไรแล้วจะยิ้มอะไรนักหนา” คราวนี้คนถูกถามเงียบไปก่อนจะตอบออกมาอย่างง่าย ๆ

“ก็ยิ้มที่พี่เหนือมาส่ง”

“แค่นี้?”

“อื้อ”

“เมื่อก่อนเขาก็มาส่งแกออกจะบ่อย”

“มันก็ไม่เหมือนกันนี่”

“ไม่เหมือนตรงไหน” พระพายหันมองหน้าเพื่อน ก่อนจะยิ้มจนดวงตากลมโค้งขึ้นเป็นสระอิ

“ช่วงนี้พี่เหนือเรียนเยอะจะตาย ปีสี่แล้วด้วย ไหนจะงาน ไหนจะโปรเจกต์ แต่เขายังมาส่งฉันที่โรงเรียนก่อนตัวเองไปมหาลัยเลยนะ” น้ำเสียงนั้นฟังดูก็รู้ว่าภูมิใจแค่ไหน ข้าวหอมมองหน้าเพื่อนแล้วอดที่จะหัวเราะไม่ได้

“จ้า…ภูมิใจมาก”

“ก็ต้องภูมิใจสิ”

“แกนี่อาการหนักจริง ๆ” ข้าวหอมถึงกับส่ายหน้า

ฮ่าๆๆ สองสาวหัวเราะขึ้นพร้อมกัน พระพายกระชับแขนที่คล้องอยู่กับเพื่อนพากันเดินขึ้นชั้นเรียนไป…

^^

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อย่ามารักในวันที่สายไป(ใจพัง)   2. มีเรื่องสำคัญจะบอก

    [เวลา 07:00 น.] รถสีดำคันหรูเคลื่อนออกจากบ้านในเวลาเจ็ดโมงตรง ภายในห้องโดยสารเงียบสงบอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งนาที เพราะทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย พระพายก็เริ่มทำหน้าที่สร้างความวุ่นวายตามปกติ “พี่เหนือคะ” “อืม” “เปิดเพลงหน่อยค่ะ” “อยากฟังก็เปิด” พระพายเอื้อมไปกดหน้าจอกลางรถ ก่อนจะเลือกเพลงรักจังหวะหวาน ตามมาด้วยเสียงใสที่ร้องคลอแบบคร่อมจังหวะดูอารมณ์ดีและขัดใจคนขับเป็นอย่างมาก เพลงแรกเพิ่งเล่นไปได้ไม่ถึงนาที ทิศเหนือก็ยกมือกดเปลี่ยนเพลงทันที “พี่เหนือ!” เสียงเรียกดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ แขนเรียวสองข้างกอดอกตัวเองทำท่าราวกับจะเอาเรื่อง “พี่ต้องใช้สมาธิขับรถ” “เพลงไม่ได้ทำให้เสียสมาธิสักหน่อย” “เสียงเธอต่างหากที่ทำให้เสียสมาธิ” พระพายทำหน้ามุ่ย ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่างได้เพียงครู่เดียว แล้วหันกลับมาใหม่ “พี่เหนือคะ” “อะไรอีก“ “วันนี้พายสวยไหม” มือที่จับพวงมาลัยของทิศเหนือชะงัก เขาเหลือบมองเด็กสาวข้างกาย ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เหมือนทุกวัน” “เหมือนทุกวันนี่สวยหรือไม่สวยคะ” “ก็เหมือนเดิม” “เหมือนเดิมแบบไหน” “พระพาย!” “คะ” “เงียบสักห้านาทีได้ไหม” เด็กสาวก้มลงมองนาฬิก

  • อย่ามารักในวันที่สายไป(ใจพัง)   1. เช้าที่แสนวุ่นวาย

    “คุณหนูพระพายคะ! ลงมาได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะคะ!”เสียงเรียกของแม่บ้านดังขึ้นจากชั้นล่างเป็นครั้งที่สาม ทว่าคนที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กลับไม่มีทีท่าว่าจะรีบร้อนแม้แต่น้อย พระพาย สมบูรณ์มีทรัพย์ อายุ 18 ปี นักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ยกมือจัดโบสีกรมท่าตรงปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ ก่อนจะรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า เธอเอียงใบหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง จากนั้นจึงหยิบน้ำหอมกลิ่นอ่อนขึ้นมาฉีดกลางอากาศแล้วเดินผ่านละอองบางเบาอย่างอารมณ์ดีวันนี้ไม่ใช่แค่วันเปิดภาคเรียนสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่มันยังเป็นวันที่เธอตั้งใจจะเริ่มต้นภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตอีกด้วย ภารกิจทำให้พี่ชายข้างบ้านยอมมองเธอเป็นผู้หญิงสักที! “พี่เหนือจะออกจากบ้านกี่โมงคะ!” พระพายตะโกนถาม พร้อมกับวิ่งออกจากห้องนอน “รถคุณทิศเหนือออกไปหรือยังไม่ทราบค่ะ แต่รถของเราพร้อมแล้วนะคะ” แม่บ้านตอบกลับมาจากด้านล่าง เด็กสาวชะงักเท้าบนขั้นบันได ใบหน้าที่กำลังยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที “ไม่ได้ค่ะ! พายจะไปกับพี่เหนือ!” เธอรีบวิ่งลงบันไดจนเกือบสะดุดล้ม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status