تسجيل الدخولคอนโดอลิน-พี่อลิส
“อือ” ฉันครางออกมาเพราะรู้สึกว่าลำคอมันแห้งผาก แถมอาการมึนหัวอย่างหนัก ได้ยินเสียงวิ้ง ๆ อยู่ในหูตลอด พยายามปรือตาตื่นขึ้นมาเพื่อมองเพดานสีเขียวอ่อน เอียงหน้าไปด้านข้างเห็นโต๊ะสีขาวตั้งอยู่ ฉันค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นสำรวจมองรอบห้อง ยกมือขึ้นจับหัวตัวเองเพราะอาการปวดตุบ ๆ กำลังเล่นงาน ฉันอยู่ที่ห้องของอลิน ฉันจำได้เพราะเคยมานอนเล่นอยู่หลายครั้ง พลันไล่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นร่างเล็กกำลังนอนกอดก่ายกับร่างสูงอยู่ด้านล่างเตียง อ้อ ผู้ชายที่กอดเพื่อนฉันอยู่คือพี่มุ่งนั่นเอง แวบแรกฉันไม่ได้สนใจอะไรหรอกเพราะยังไงสองคนนี้ก็เป็นแฟนกัน นอนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ แต่จังหวะที่พี่มุ่งขยับตัวและดึงผ้าห่มไปฝั่งเขา ดวงตาฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจ เกือบจะเผลอร้องกรี๊ดออกมา ขอบคุณตัวเองที่ยังพอมีสติจึงรีบคว้าผ้าห่มบนเตียงโยนไปคลุมร่างที่ท่อนบนเปลือยเปล่าของพี่มุ่งโชว์หน้าอกหนัดแน่นขาว ๆ อยู่ตรงหน้า นี่มันอะไรกันเนี่ยสองคนนี้ เมื่อนั่งปรับตัวได้สักพักจึงค่อย ๆ ย่องหนีออกจากห้องอลินออกมาข้างนอกและได้พบกับพี่อลิส เธอกำลังคั้นน้ำอะไรสักอย่างสีเขียว ๆ อยู่ในห้องครัว ทันทีที่เธอเห็นฉันเดินออกมา พี่อลิสทำหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มทักทายกัน “อ้าว มีนมานอนกับลินเหรอ” “ค่ะ เมื่อคืนมีนน่าจะเมาเลยมานอนที่นี่” ฉันคงเมาหนักถึงจำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ครั้นจะถามจากเพื่อนรักก็คงไม่ได้คำตอบเร็ว ๆ นี้ นอนหลับยังไม่รู้ตัวเลย “พี่ไม่รู้เรื่องเลย สงสัยคงหลับลึกไปหน่อย” “งั้นมีนขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ ขอโทษนะคะที่มารบกวน” ฉันเอ่ยบอกพลางยกมือไหว้ลา ไม่รู้ว่าพี่อลิสจะเข้าไปในห้องน้องสาวตัวเองแล้วตกใจหรือเปล่า แต่อลินเคยบอกฉันว่า พี่อลิสกับเธอไม่เคยมีความลับต่อกัน เรื่องนี้เธอก็คงรู้แล้วละมั้ง “จ้า แล้วเรากลับยังไง” นั่นสิ กลับยังไงล่ะ นึกขึ้นได้ฉันจึงสำรวจรอบตัวที่ว่างเปล่า ไม่เจอกระเป๋าตัวเอง ทั้งโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์อยู่ในนั้นหมด ฉันจึงเดินกลับไปหาที่ห้องอลินอีกครั้ง ทว่าหาเท่าไรก็หาไม่เจอ จำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน ครั้นจะถามเพื่อนตัวเองก็ยังนอนกอดแฟนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร สุดท้ายฉันจึงแบกหน้าไปหาพี่อลิสเพื่อขอยืมเงินเป็นค่าแท็กซี่กลับบ้าน พี่อลิสใจดีให้ยืมฉันยืมตั้งห้าร้อยบาท ฉันกลับมาถึงบ้านโดยเสียค่าแท็กซี่ไปสองร้อยบาท โชคดีที่พ่อกับแม่ออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนนี้มีเพียงเจ้าน้องชายตัวแสบที่อยู่เฝ้าบ้านและต้องขอบคุณน้องชายสุดที่รักที่ช่วยตอบคำถามของพ่อกับแม่ในตอนเช้าให้ด้วยข้ออ้างที่ว่าฉันหลับอยู่เลยไม่ได้ลงมากินข้าวเช้า “ขอบใจมากนะที่ช่วยแก้ต่างให้” “ขอบคุณน่ะพี่ต้องขอบคุณอยู่แล้ว แต่ขอเงินกินหนมหน่อย” ฉันส่งเสียงเฮอะในลำคอพลางเอื้อมไปหยิบเงินทอนสามร้อยบาทตอนจ่ายค่าแท็กซี่ส่งให้น้องชายผู้หวังเงิน เอ้ยหวังดีเป็นการตอบแทน “นี่ มาร์ พี่ยืมโทรศัพท์เราหน่อย” “เอาไปทำไร” “เอามาเหอะน่า แป๊บเดียวเดี๋ยวคืน” “รีบ ๆ นะ มาร์รอแชตจากแฟนอยู่” ฉันแยกเขี้ยวใส่เจ้าน้องชาย อยู่แค่มอสี่ริอาจมีแฟนก่อนพี่สาวแล้ว “อืม” จากนั้นฉันก็ได้โทรศัพท์ของน้องชายมาอยู่ในมือ ตั้งใจยืมเพื่อโทรอลินนั่นแหละ คาดว่าเธอน่าจะตื่นแล้ว ฉันกดเบอร์โทรศัพท์ที่คิดว่าจำได้ลองโทรหาเพื่อนตัวเอง โชคดีที่ฉันยังจำเบอร์อลินได้เพราะกดโทรหาบ่อย โทรไปสายแรกอลินไม่รับสาย เลยลองกดโทรไปอีกครั้ง รอจนเกือบจะตัดสาย ปลายสายจึงตอบกลับมา (ฮัลโหล) ฟังจากน้ำเสียงเธอคงตื่นนอนแล้ว “แก นี่ฉันเองนะ มีน” (อ๋า แกกลับบ้านไม่ยอมบอกเลยนะ ฉันตื่นขึ้นมาไม่เจอแกตกใจมากรู้ไหมโชคดีที่พี่ลิสบอกว่าแกกลับไปตั้งแต่เช้าแล้วอะ) “ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ว่าแต่เมื่อคืนเราเมามากเลยใช่ปะ ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย” (ไม่ใช่เรา มีแค่แกที่เมามากต่างหาก) คำตอบของอลินทำให้ฉันต้องเด้งตัวจากโซฟาขึ้นมาฟังอย่างตั้งใจ “ยังไง” หลังจากได้ยินบอกฉันเริ่มหวั่นใจขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองเผลอทำอะไรฉิบหายวายป่วงไว้กับใครบ้างหรือเปล่า (อยู่ ๆ แกก็ลุกขึ้นแล้วก็ทิ้งตัวไปนอนโซฟาเฉย เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น) “อ่า แล้วไงต่อ” ฟังถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง แค่อาการเมาแล้วภาพตัดไม่มีอ้วก ไม่มีการทำข้าวของเสียหาย ไม่มีการทำให้ใครเดือดร้อน มันก็ดีมากแล้ว (ฉันก็เมาแต่พอมีสติอยู่ เลยให้พี่ช่วยอุ้มแกขึ้นรถมานอนที่ห้องไง) ทุกอย่างปกติดีสินะ “ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนฉันก็สบายใจละ ฝากขอบคุณพี่มุ่งด้วยนะที่ช่วยอุ้มฉันน่ะ” (ขอบคุณทำไม พี่มุ่งไม่ได้อุ้มแกเว้ย) อลินสวนกลับมาทันที งานเข้าแล้วยังไงล่ะ ถ้าหากอลินบอกว่าคนที่อุ้มฉันไม่ใช่พี่มุ่งแล้วพี่ที่ว่านี่เป็นใครกัน ฉับพลันน้ำเสียงนุ่มทุ้มของใครบางคนก็แล่นเข้ามาในสมองอันตื้อตึงของฉันทีละนิด ในตอนนั้นเองประโยคต่าง ๆ ที่ฉันพูดออกไปก็เข้ามาจนต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างตกใจ ไม่นะ บรรลัยแล้ว อยากจะวิ่งแก้อายรอบบ้านเลยตอนนี้ ‘พี่ไลฟ์เดี๋ยวขับตามรถพี่มุ่งมาเลยนะคะ ลินฝากเพื่อนด้วย’ ‘ครับ’ ‘ใช่ ๆ ขับตามไปเลย’ ‘อย่าดิ้นครับ เดี๋ยวตก’ ‘ตกไปไม่เจ็บเท่าคนหลอกให้ชอบหรอก’ ‘หืม’ ‘พี่คงคิดว่าตัวเองหล่อมากล่ะสิ …อือ พี่ก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละ มีนมองทีไรเป็นใจสั่นทุกที’ แทนที่จะกำมือทุบอกตัวเองกลับทุบอกเขาเสียอย่างนั้น ‘ทำไมใจสั่น’ ‘พี่หล่อไง’ ‘แค่นั้นเหรอครับ’ ‘จะแค่นั้นได้ยังไงล่ะ มีนชอบรอยยิ้มพี่มากเลยนะ แต่เสียดายที่พี่ไม่ได้ยิ้มให้มีน’ ‘ทำไมคิดอย่างนั้น’ ‘ถามเยอะจัง มีนปวดหัว ปวดใจด้วย’ ‘เพราะพี่เหรอครับ’ ‘ไม่ตอบแล้ว ๆ ต่อไปนี้มีนขอสั่งพี่ไลฟ์เลยนะ ถ้าพี่ไม่ชอบมีน ห้ามมองมีนอีกเข้าใจไหม มีนไม่สะดวกใจมาก’ ‘ไม่ตอบแล้ว ๆ ต่อไปนี้มีนขอสั่งพี่ไลฟ์เลยนะ ถ้าพี่ไม่ชอบมีน ห้ามมองมีนอีกเข้าใจไหม มีนไม่สะดวกใจมาก’ เหมือนความทรงจำฉันจะเริ่มกลับมาทีละนิด หน้าของใครบางคนที่กำลังมองฉันแล้วยิ้มก็ตามมาด้วย ฉันยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองอย่างคนไร้สติ ทว่าในตอนนั้นเองที่หูยังได้ยินอลินพูดอยู่ในสาย (เออ เมื่อกี้พี่เขาก็เพิ่งโทรมาหาพี่มุ่ง บอกว่ากระเป๋าแกอยู่ที่รถเขานะ ยังไงก็เข้าไปเอาที่คณะพรุ่งนี้และอย่าลืมขอบคุณพี่เขาด้วยนะที่ช่วยอุ้มแกอะ) ตอนนี้ฉันเหมือนคนบ้า ทำตัวไม่ถูกเดินไปเดินมารอบโซฟา คิดไม่ออกว่าฉันจะเอาความใจกล้าที่ไหนไปเจอหน้าเขาดี ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันไปเจอพี่เขาไม่ได้ ไม่ได้แน่ ๆ โอ้ย อยากจะบ้าตาย เหล้าหนอเหล้า ต่อจากนี้เราเลิกกันชั่วคราว “เออ แค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันที่มอ” (เดี๋ยวๆ พี่มุ่งเพิ่งส่งข้อความให้ฉันอ่าน พี่ไลฟ์เขาส่งมาบอกว่า เดี๋ยวเขาฝากพี่มุ่งมาคืนกับฉันก็ได้ เผื่อแกไม่สะดวกใจงี้ เอ๊ะแล้วทำไมแกถึงไม่สะดวกใจล่ะ) “ไม่รู้เว้ย แค่นี้นะ” ตอนนี้ฉันไม่สะดวกใจจริง ๆ แล้วละ“พี่ไลฟ์” ฉันจ้องตาดุใส่เขา“พี่แค่แกล้งเล่นครับ ผีไม่มีหรอก แต่ถ้าจะมีก็มีแต่ผีผ้าห่มนี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้เราก็เจอ” พี่ไลฟ์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“พี่ไลฟ์เอาอีกแล้วนะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันชี้นิ้วไปที่เขาอย่างหมดความอดทน จบประโยคนั้นฉันก็หลับตาเอนหน้าออกไปทางหน้าต่างทันที “ถึงทะเลแล้วปลุกมีนด้วยนะ”“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับพี่ไง”“เริ่มตอนนี้แหละค่ะ”จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ฉันได้นอนพักผ่อนอย่างสงบ แถมคุณแฟนยังใจดีเปิดเพลงที่ฉันชอบให้ฟังอีกด้วย นั่งไปสักพักฉันก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปจริง ๆ“มีน” เพียงเสียงเรียกแค่ครั้งเดียวฉันก็หลุดสะดุ้งตื่นทันที ค่อย ๆ ปรือตามองไปยังด้านนอก ถึงทะเลแล้วเหรอ?ไหนอะ ทะเล มีแต่ตึกและตลาด นี่เราอยู่ที่ไหนของประเทศไทยกันแน่เนี่ย“ที่บ้านไกลจากแหล่งร้านอาหาร เราแวะตลาดซื้อของไปกินที่บ้านกันก่อนนะ”“อ้อค่ะ” ฉันตอบแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถตามพี่เขาไป เราใช้เวลาเลือกซื้อของนานกว่าที่คิด เพราะอาหารทะเลเยอะมาก ของกินอื่น ๆ ก็เยอะเช่นกัน น่ากินไปเสียทุกอย่างตลาดที่นี่ถ้าเราซื้อของทะเลสด ๆ เขามีบริการปิ้ง ย่าง นึ่ง ทอด ทำให้เราฟรีด้วย ฉันเลยซื้อทั้งปลาหมึก กุ้ง หอย ปู
“พี่ว่ามันโป๊เกินไปรึเปล่า” ฉันหันมองคนตัวโตทันทีที่เขาวิจารณ์ชุดเดรสสีชมพูที่ใส่อยู่ มองร่างสูงผ่านกระจกตรงหน้า วันนี้พี่ไลฟ์หล่อมาก ปกติใส่เสื้อเชิ้ตก็คิดว่าดูดีหล่อมากแล้ว แต่พอเจอลุคคุณชายใส่สูทผูกเน็กไทเข้าไป แถมยังเซตผมหน้าขึ้นอีก ได้แต่ขอบคุณบุญชาติก่อนที่ได้เขามาเป็นแฟน มีนาจะเป็นลมนึก ๆ ดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไลฟ์เข้ามานั่งในห้องของฉัน หากไม่มีงานหมั้นของพี่อิ้งค์ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเขานั่งเล่นส่งยิ้มหวานมองกันอยู่ในห้องนอนของฉันอย่างนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมโนภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเป็นความจริง“โป๊ตรงไหนอ่า” ฉันก้มมองสำรวจชุดตัวเอง ด้านบนเป็นสายเดี่ยว เดรสกระโปรงยาวแต่มันมีดีไซน์แอบเซ็กซี่นิดหน่อย เนื่องจากดีไซน์ด้านหลังนั้นเว้าลึกลงมามากกว่าปกติ แต่ฉันก็ใส่ซับในเอาไว้กันโป๊อยู่แล้วนี่พี่ไลฟ์กวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็จับตัวฉันหมุนและดึงตัวฉันให้นั่งหันหลังซ้อนทับอยู่บนตักของเขาสะดุ้งตัวโยนเมื่อฝ่ามือร้อนนั้นวางทาบลงบนเนื้อผิวเปลือยเปล่าที่พ้นจากขอบเสื้อซับในออกมา เขาลงน้ำหนักลงไปเบา ๆ ก่อนจะโน้ม
“สวัสดีครับ มารอคุณไลฟ์เหรอครับ” พี่นิติของคอนโดเดินผ่านมาจึงแวะเข้ามาทักทายฉันที่นั่งรอพี่ไลฟ์อยู่ที่โซฟา“ใช่ค่า” ฉันเอ่ยบอก ก่อนหน้านี้เราคุยกันผ่านแชตแล้ว พี่ไลฟ์บอกว่าอีกประมาณสิบนาทีจะถึงคอนโด ส่วนฉันเพิ่งกลับมาจากชอปปิงกับอลิน ในที่สุดฉันก็ได้ทั้งชุดไปงานหมั้นของพี่อิ้งค์และชุดไปกินข้าวกับพี่ไลฟ์ที่จะใส่สิ้นปีนี้พี่นิติเพียงเดินมาทักทายเท่านั้นก่อนที่เขาจะเดินเปิดประตูออกไปเช็กความเรียบร้อยด้านนอก คล้อยหลังเขาเดินออกไป ร่างสูงที่ฉันรอก็เดินสวนเข้ามาพอดี ฉันจึงลุกขึ้นยืนหยิบถุงเสื้อผ้าและกระเป๋าตัวเอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา“พี่ไลฟ์”“รอนานไหม” เขายื่นมือมาช่วยถือของในมือฉัน“นานมากค่ะ รากงอกแล้วเนี่ย” พูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่คงอยู่ใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่ฉันและโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบในระยะที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“งอกตรงไหนครับ เข้าไปในห้องขอพี่ดูหน่อยนะ” ฉันทำตาโตใส่เขาทันที แก้มสองข้างพองลมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะสายตาเขานะเอาแต่จ้องสะโพกของฉัน“พี่ไลฟ์ พูดบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวมีนหนีกลับไปนอนบ้านเสียเลยนี
“เวลาก็ผ่านไปโคตรเร็วเลย ไม่ทันไรเราสองคนก็จะอยู่ปีสองแล้ว” เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นั่นแหละ พอพ้นสิ้นปีเรียนอีกสามเดือนเราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้ว“สิ้นปีนี้ฉลองที่ไหนอ่า” อลินถามต่อเพราะอีกสามวันก็ถึงจะวันสิ้นปีแล้ว “แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองกับแกนะ เพราะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่พี่มุ่งที่เชียงใหม่อ่า”“แหม รีบบอกตารางเลยนะ กลัวฉันจะชวนไปเที่ยวหรือไง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “ว่าแต่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ อีกหน่อยคงได้ยินข่าวดีแน่ ๆ ฉันตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลยดีกว่า”“อย่าเว่อร์ ก็แค่ไปสวัสดีปีใหม่ค่า”“ค่า”“แล้วแกอะ พี่ไลฟ์จะชวนไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน”“ก็คงกินข้าวเย็นที่บ้านแหละ พี่ชายฉันจะจัดงานหมั้นพอดีด้วย ส่วนตอนค่ำก็อาจจะไปนั่งเคานต์ดาวน์ที่ไหนสักที่กับพี่ไลฟ์” เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่เล่าให้อลินฟังนี่แหละ ดูเหมือนคิววันสิ้นปีของฉันแน่นมาก“ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าใครบางคนจองร้านอาหารบนดาดฟ้าให้” อลินแกล้งหลุดปากออกมา“รู้อะไรมาอีกแล้วเนี่ย ว่าแต่ดาดฟ้าที่ไหนอะ หรูปะ เผื่อจะได้เตรียมตัวแต่งชุดสวย ๆ ถ่ายรูป” ความจริงฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นปีแรกที่ฉันจะได้เคานต์ดาวน์สิ้นปีกับแฟนคนแรกเ
“พี่ไลฟ์เราจะหยุดแค่ไหนคะ” มือสองข้างโอบรอบคอเขาไว้ ขณะที่อยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายแล้วพบว่ามันเต้นแรงไม่หยุดเลย“แค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วครับ”หอมปากหอมคอคือคำที่พี่ไลฟ์ใช้เกลี้ยกล่อมกระต่ายตื่นตูมอย่างฉัน และฉันก็เชื่อเขาโดยง่ายตามประสาคนอ่อนประสบการณ์ ริมฝีปากนุ่มชื้นนั้นลากไล้ไปตามซอกคอพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้อยู่ช่วงกลางลำตัว อกสั่นไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หนักหน่วงเฝ้าถามตัวเองในใจ ไอ้คำว่าหอมปากหอมคอของเขาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้และฉันไม่ยอมเอ่ยปากห้ามออกไป เราสองคนคงห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว“พี่ไลฟ์” นานพอสมควรที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรเรียกคนที่กำลังบดเบียดร่างกายใหญ่เข้ามาแนบชิด ยกมือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเพื่อยับยั้งเขาเอาไว้เพียงชั่วคราว เขาถึงได้ผละออกจากช่วงคอขึ้นมามองกันอย่างรู้ถึงความหมายดวงตาของฉันคงสั่นไหวพอ ๆ กับสองมือที่วางทาบบนอกแกร่ง เขาหายใจหนักหน่วงพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ จากนั้นฝ่ามือหนาที่วางทาบอยู่ตรงหน้าท้องนั้นจึงผละออกช้า ๆ แทนที่ด้วยเนื้อผ้าผืนบางที่ถูกดึงลงมาปิดเอาไว้ในสภาพเดิมเราจ้องตากันท่าม
“ทำไรอ่า” อลินที่นั่งข้างกันเอียงหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ฉันทำอย่างสนใจ ด้านหน้ามีกระดาษหลากสีอยู่หลายแผ่น และของตกแต่งน่ารักอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับงานประดิดประดอยกระจัดกระจายเต็มบนโต๊ะ“ทำการ์ดเป็นของขวัญให้พี่ไลฟ์” วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เป็นวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจว่าจะทำการ์ดน่ารัก ๆ เขียนคำอวยพรให้และพรุ่งนี้จะให้แม่สอนทำเค้กก้อนเล็ก ๆ เป็นของขวัญให้เขาด้วย“อ่า หวานเกินเบอร์มาก พี่ไลฟ์รักแก หลงแก ตายเลย” อลินทำเสียงล้อเลียนพลันหยิบขนมเข้าปาก หลังจากที่อลินกลับไปคืนดีกับพี่มุ่ง โลกของเธอสดใสขึ้นมากเลยละ อารมณ์ดีทั้งวัน บางวันก็นั่งยิ้มมองโทรศัพท์ราวกับคนบ้า มองตาเพื่อนทีไรนึกว่าเห็นรูปหัวใจลอยออกมา“รักกับหลงก็พอมั้ง ถ้าเขาตายฉันจะอยู่ยังไง” แกล้งทำปากคว่ำร้องไห้เสียใจ อลินหมั่นไส้ผลักศีรษะฉันเอนไปอีกทาง ฉันหันไปมองแรงเป็นเชิงถามว่าแกเกลียดอะไรฉันรึเปล่า ผลักแบบไม่ยั้งมือเลยคอแทบเคล็ด“ค่า” อลินลากเสียงตอบกลับ“แก เย็นนี้ฉันว่าจะคุยกับพี่ไลฟ์จริงจังแหละ” อลินคงดีใจที่ได้ยินประโยคนี้จากฉัน เป็นอย่างที่อลินบอกขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถึงปากเราจะบอกว่าค่อย ๆ ศึกษาดูใจกันไป แต่ลึ







