Share

เปิดเรียนวันแรก

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-28 19:31:50

เวลา 06.30 น. ของเช้าวันจันทร์ ภายในห้องของมะนาวเริ่มมีแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามา แต่ภายนอกห้องนั้นยังคงมีหิมะสีขาวโปรยปรายอยู่เล็กน้อย

มะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น เปลือกตาบางกระพริบช้า ๆอยู่หลายทีก่อนที่เธอจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน

สายตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่เธอยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนเพื่อชื่นชมวิวทิวทัศน์ในยามเช้าของวันนี้ มะนาวได้บิดขี้เกียจไปมาอยู่สองสามทีก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเข้าห้องเรียนในวันแรกนี้

ที่ตึกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ภายในห้องเรียน A103

"มะนาว! ทางนี้"

เสียงใครบางคนได้เรียกให้มะนาวไปนั่งยังที่นั่งข้าง ๆ เขาพร้อมทั้งโบกมือไปมา เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาได้นั่งอยู่ตรงไหนของห้องเรียน มะนาวจึงรีบเดินผ่านผู้คนไปอย่างเร่งรีบแล้วค่อยนั่งลงไปยังที่นั่งข้าง ๆ เขาอย่างฉับไว

ภายในห้องเรียนนี้ โต๊ะเรียนจะเป็นแบบขั้นบันไดสูงขึ้นไป โดยมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้องที่ชั้นล่างสุด ส่วนประตูทางเข้าออกจะมีอยู่สองฝั่ง คือฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของชั้นล่าง มะนาวและไดอิจิ พวกเขาเลือกนั่งอยู่เกือบขั้นสุดท้ายของที่นั่งภายในห้องเรียนนี้

"เกือบมาสายแล้วไหมล่ะ มะนาวมัวแต่ตามหาห้องเรียนเดินวนตั้งนานกว่าจะหาเจอ" มะนาวบ่นให้ไดอิจิฟังอย่างคนหัวเสียเล็กน้อย

"ก็ยังดีที่มาทันนะ”

ไดอิจิพูดแซวมะนาวไปด้วยความเอ็นดู พร้อมทั้งแอบยิ้มเล็ก ๆ ให้กับร่างเล็กก่อนที่ทั้งสองจะรีบหันหน้ากลับไปมองหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่เพิ่งจะได้เดินเข้ามาภายในห้องเรียนนี้

อาจารย์ผู้หญิงท่านนี้อายุน่าจะราว ๆ 55 - 60 ปีได้ แต่ท่านก็ยังดูไม่แก่มาก ท่าทางอบอุ่นใจดีขณะที่กำลังเดินเข้ามาในห้องเรียน จากนั้นท่านก็ได้เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดวางไว้ในส่วนข้างหน้าของจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่นั้นนั่นเอง

“สวัสดีนักศึกษาทุกคนนะคะ เนื่องจจากวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียนอาจารย์จะยังไม่ได้สอนอะไรมากนัก เพียงแต่จะให้นักศึกษาทุกคนไปลองศึกษาหาหัวข้อวิจัยที่ตนเองอยากจะทำออกมา และให้หาอาจารย์ที่ปรึกษาสำหรับวิทยานิพนธ์นั้นด้วย ส่วนการหาอาจารย์ที่ปรึกษา พวกเธอจะต้องหาอาจารย์ที่มีความรู้เฉพาะทางที่ตรงกับหัวข้องานวิจัยนั้นของพวกเธอ และในการศึกษานี้ ทุกคนจะต้องทำให้ผลงานวิจัยของตนเองถูกตีพิมพ์ออกมาให้ได้ เพราะถ้าหากผลงานวิจัยไม่ถูกตีพิมพ์ออกมานั่นก็หมายถึงว่าพวกเธอจะไม่ผ่านการศึกษานี้ด้วยเช่นกัน ตอนนี้มีใครสงสัยหรืออยากจะสอบถามอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ”

เสียงพูดของอาจารย์ประจำวิชาการลงทุนและการตลาดที่ได้กล่าวกับนักศึกษากว่า 15 ชีวิตในคาบเรียนนี้

“อาจารย์ครับ การหาอาจารย์ที่ปรึกษาจำเป็นจะต้องเป็นอาจารย์ที่อยู่ประจำคณะที่เราเรียนไหมครับ”

นักศึกษาชายคนหนึ่งได้ยกมือขึ้นเพื่อสอบถามถึงข้อสงสัยของเขากับอาจารย์ไป

“ไม่จำเป็นค่ะ ถ้าหากว่าอาจารย์ที่ปรึกษาที่พวกเธอเลือกมานั้นไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือไม่ได้มีผลงานที่เคยถูกตีพิมพ์ออกมาเกี่ยวกับงานวิจัยที่พวกเธอเลือกทำ อาจารย์ท่านนั้นก็จะไม่สามารถรับรองผลงานให้พวกเธอได้ ต่อให้เป็นอาจารย์ที่อยู่ในคณะนี้ก็ตาม”

อาจารย์ได้อธิบายให้กับนักศึกษาที่ถามคำถามนี้ขึ้นมาฟัง

“แล้วพวกเราสามารถหาอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นได้ไหมครับ” นักศึกษาคนเดิมถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

เมื่อนักศึกษาทุกคนในชั้นเรียนได้ฟังคำถามนี้ถึงกับต้องหันหน้าไปมองดูคนที่คิดคำถามนี้ขึ้นมา เพราะพวกเขาทุกคนต่างก็คิดตรงกันว่าถ้าหากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไหน ก็ควรที่จะหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่มหาวิทยาลัยนั้นหรือเปล่า จะสามารถไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นได้ด้วยเหรอ ถามอะไรแปลกๆ

“ที่นี่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ค่ะ พวกเธอจะสามารถหาอาจารย์ที่ปรึกษาได้แค่เฉพาะในมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้น แต่อาจารย์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าที่อื่นจะเป็นเหมือนกันไหม แต่โดยปกติแล้วเขาจะไม่หาอาจารย์ที่ปรึกษาต่างมหาวิทยาลัยกันนะคะ”

อาจารย์ได้เมตตาอธิบายอย่างใจเย็นพร้อมทั้งยิ้มแย้มออกมาด้วยความเอ็นดูลูกศิษย์

“ผมหมดคำถามแล้วครับ ขอบคุณครับอาจารย์” นักศึกษาชายคนนั้นได้กล่าวปิดท้ายลงหลังจากที่เขาได้คำตอบทั้งหมดแล้ว

“ยังมีใครสงสัยอะไรอีกไหมคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วอาจารย์จะได้ปล่อยให้พวกเธอไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา และหาหัวข้อวิจัยที่อยากจะทำกันเอง”

อาจารย์ได้ถามซ้ำขึ้นมาอีกรอบ เผื่อว่าจะมีนักศึกษาคนใดที่ยังมีคำถามอยู่อีก ทั้งห้องเงียบไปสักพักและไม่มีใครเอ่ยถามอะไรขึ้นมาอีก เมื่ออาจารย์เห็นดังนั้นจึงได้กล่าวส่งท้ายไปก่อนจะแยกย้ายกัน

"ถ้างั้นวันนี้พอแค่นี้นะคะ คาบหน้าที่เราเจอกันอาจารย์ถึงจะมาสอบถามความก้าวหน้าอีกรอบ พร้อมทั้งเริ่มสอนในเนื้อหาของการเรียน วันนี้ก็แยกย้ายกันไปศึกษาหาข้อมูลงานวิจัยกับหาอาจารย์ที่ปรึกษากันก่อนนะคะ แล้วค่อยพบกันใหม่ค่ะ"

หลังจากที่อาจารย์กล่าวเสร็จ ท่านก็ได้ลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อที่จะเดินออกไปจากห้องเรียน เหล่านักศึกษาทุกคนจึงต่างพากันรีบลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่อาจารย์ของพวกเขาก่อนที่ท่านจะเดินจากไป

"มะนาว คุณอยากจะทำงานวิจัยเกี่ยวกับอะไรเหรอ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าผมจะทำอะไรดี" ไดอิจิพูดออกมาอย่างปวดหัวพร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขยี้ผมของเขาเล็กน้อย

"มะนาวก็ยังไม่รู้เหมือนกัน งั้นพวกเราไปที่ห้องสมุดกันไหม เพื่อที่จะไปหาหนังสือหรือผลงานวิจัยของศาสตราจารย์แต่ละท่านมาลองอ่านดู เผื่อพวกเราจะคิดหัวข้องานวิจัยออกไง"

มะนาวพูดชักชวนให้ไดอิจิไปที่ห้องสมุดด้วยกันกับเธอ เพื่อค้นหาหัวข้องานวิจัยที่อยากจะทำในการศึกษานี้

"ไปสิ ผมก็ไม่มีธุระอื่นที่จะไปทำอยู่แล้ว"

ไดอิจิรีบตอบตกลงในทันที เพราะเขาก็อยากจะสนิมสนมและอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวอยู่แล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้พบกับมะนาวในวันนั้น เขาก็เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเธอแล้ว ดังนั้นไม่ว่าร่างเล็กจะชวนเขาไปไหน ชายหนุ่มก็เต็มใจที่จะไปกับเธอทั้งนั้น

ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย

"เฮ้อ... อ่านมาตั้งนานผมก็ยังไม่รู้ว่าจะทำหัวข้ออะไรอยู่ดี" ไดอิจิบ่นออกมาเพียงเบา ๆ พร้อมทั้งรีบฟุบหน้าลงไปบนกองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะทันทีที่เขาพูดจบ

"ค่อย ๆ หาไปก็ได้ เดี๋ยวก็มีหัวข้อที่ไดอิจิอยากจะทำเองนั่นแหละ"

มะนาวพูดให้กำลังใจชายหนุ่มขณะที่เธอก็ยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ อย่างไม่ละสายตา ไดอิจิจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาเพื่อมองดูหญิงสาวที่ยังคงนั่งง่วนอยู่กองหนังสือที่อยู่ตรงหน้าเธอ

ชายหนุ่มเหม่อมองดูใบหน้าของเธออยู่นานด้วยสายตาที่อ่อนโยน ยิ่งในตอนนี้ที่เขาเห็นเธอกำลังมุ่งมั่นตั้งใจอ่านหนังสือเขาก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลในตัวของมะนาวมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เหม่อมองใบหน้างามของมะนาวดีก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งได้พูดขัดจังหวะในการมองของเขาขึ้นมา

"พี่คะ มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกให้หนูมาเรียกพี่ เพื่อให้พี่เข้าไปพบท่านที่ห้องพักของอาจารย์ที่อยู่ตึกภาควิชาบริหารและธุรกิจ ห้องอยู่ชั้นห้าทางด้านขวามือจะมีอยู่ห้องเดียวค่ะ"

เสียงของหญิงสาวกล่าว เธอน่าจะมีอายุราว ๆ 18 - 19 ปี เพราะเธอยังดูเด็กมาก และคงน่าจะเพิ่งเข้าเรียนอยู่ในชั้นปีหนึ่ง ระดับปริญญาตรีเท่านั้น มะนาวและไดอิจิได้ยินดังนั้นจึงรีบหันหน้าขึ้นไปมองทางเจ้าของเสียงในทันที

"น้องว่าอะไรนะคะ อาจารย์ท่านไหนคะที่ให้น้องมาเรียกพี่เพื่อให้เข้าไปพบท่านน่ะ"

มะนาวสอบถามไปด้วยความสงสัย ส่วนไดอิจิก็ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงเพราะเขาเองก็สงสัยอยู่เช่นกัน

"หนูก็ไม่ทราบชื่อท่านเหมือนกันค่ะเพราะหนูเพิ่งจะได้มาเข้าเรียนที่นี่ แต่ก่อนที่อาจารย์ท่านนั้นจะให้หนูมาบอกพี่ ท่านเคยนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะมุมนู่นนะคะ แต่ตอนนี้ท่านน่าจะกลับไปที่ห้องพักของอาจารย์แล้วมั้งคะ"

มะนาวได้แต่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพราะหญิงสาวไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนเรียกให้เธอเข้าไปพบ แต่ถ้าดูจากที่น้องผู้หญิงคนนี้พูดมา เขาก็น่าจะเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จริง เพราะไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่มีห้องพักอาจารย์เป็นของตัวเองได้อย่างแน่นอน

"พี่เข้าใจแล้ว ขอบใจน้องมากนะคะที่ได้มาแจ้งพี่"

มะนาวพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มน้อย ๆ ให้กับน้องผู้หญิงคนนั้นไป ถึงแม้ว่าเธอจะยังมีความสงสัยอยู่ก็ตาม เมื่อมะนาวพูดจบ รุ่นน้องผู้หญิงคนนั้นก็ได้โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับไปยังโต๊ะเดิมของตนเอง

"มะนาว นี่คุณจะไปพบเขาจริง ๆ เหรอ พวกเรายังไม่รู้เลยนะว่าเขาเป็นใคร อาจารย์จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้"

ไดอิจิกล่าวอย่างอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมอาจารย์คนนั้นถึงต้องเรียกมะนาวเข้าไปพบด้วย

"อืม... มะนาวน่าจะต้องไปแหละ อีกอย่างเขาก็น่าจะเป็นอาจารย์ที่มหาลัยนี้จริง เพราะหากไม่ใช่อย่างนั้นเขาคงจะไม่มีห้องพักอาจารย์หรอก คงไม่น่าจะมีอะไรหรอกมั้ง"

มะนาวตอบกลับไดอิจิกลับไป เพื่อทำให้เขาสบายใจ

"ให้ผมไปด้วยไหม เผื่อมะนาวมีปัญหาอะไรผมจะได้ช่วยทัน" ไดอิจิถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวร่างเล็ก

"ไม่ต้องหรอกไดอิจิ เรื่องแค่นี้เอง ห้องพักของอาจารย์ก็อยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย ไดอิจิไม่ต้องห่วงหรอกนะ อีกอย่างอาจารย์ท่านก็เรียกพบแค่เฉพาะมะนาว ถ้ามะนาวพาไดอิจิไปด้วยจะเป็นการเสียมารยาทต่ออาจารย์หรือเปล่าล่ะ"

มะนาวพยายามพูดโน้มน้าวให้ชายหนุ่มเปลี่ยนใจเพราะเธอไม่อยากให้เขาต้องเป็นห่วงกังวลมากขนาดนั้น

"โอเค งั้นผมจะรอมะนาวอยู่ที่นี่ ถ้าเกิดว่ามีปัญหาอะไรก็โทรมาหาผมได้ตลอดนะ"

ไดอิจิบอกกับมะนาวไปเพื่อให้หญิงสาวรับรู้ว่าเขาพร้อมที่จะคอยช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลา

"ขอบคุณมากนะ ถ้ามะนาวมีปัญหาอะไรที่นี่จะนึกถึงไดอิจิเป็นคนแรกเลย งั้นมะนาวไปก่อนนะ”

“อ้อ! ถ้าไดอิจิมีธุระก็สามารถกลับก่อนได้เลยนะ"

หลังจากที่มะนาวพูดจบ เธอก็ได้ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วรีบเก็บกองหนังสืออยู่ตรงหน้าที่เธอขึ้นไปวางไว้บนชั้นหนังสืออย่างเดิม ก่อนจะรีบเดินทางเข้าไปพบอาจารย์คนดังกล่าวทันที

"ผมจะรอมะนาวที่นี่แหละ รีบกลับมานะ" ไดอิจิบอกถึงความตั้งใจของเขาที่จะยังคงรอหญิงสาวจนกว่าเธอจะกลับมา

"โอเค งั้นเดี๋ยวมะนาวจะรีบไปแล้วก็รีบกลับมานะ" มะนาวพูดพร้อมทั้งโบกมือลาให้ไดอิจิไปหนึ่งทีแล้วค่อยเดินไปยังสถานที่ดังกล่าว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   แต่งงาน

    ที่ห้องผู้บริหารของบริษัทชิกิยามะ เลขาสาวสวยคนเดิมได้เดินนำหน้าหญิงสาวร่างบาง เพื่อนำทางเธอเข้าไปพบกับเจ้านายของตนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ณ ขณะนี้ เมื่อพวกเธอเดินมาถึงที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม เลขาสาวสวยจึงได้ผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับยามาดะเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงบนนั้น จากนั้นพนักงานคนเดิมก็ได้โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อย ๆ เดินถอยหลังแล้วออกจากห้องไป “คุณเรียกฉันมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะนี่ก็ยังไม่ถึงวันที่เธอจะต้องเข้ามารายงานความคืบหน้ากับเขาสักหน่อย แล้วเขาเรียกเธอเข้ามาพบทำไมกัน “คุณยังติดต่อกับไดอิจิอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมทั้งจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหญิงสาวเพื่อสังเกตอาการของเธอ มะนาวที่ได้ยินเขาถามขึ้นมาแบบนั้น เธอก็มีอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบตอบชายหนุ่มไป “เปล่าค่ะ เขาแค่แชทมาถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของทุนการศึกษาเท่านั้นเอง แต่ฉันไม่ได้ไปพบเขานะคะ” หญิงสาวพยายามเลี่ยงที

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   การเผชิญหน้ากันอีกครั้งของชายหนุ่ม

    ที่ห้องติวหนังสือใต้หอพักของมะนาวและไดอิจิ "มะนาวเป็นยังไงบ้าง คุณหายดีแล้วใช่ไหม" ไดอิจิรีบสอบถามถึงอาการป่วยของหญิงสาวทันทีที่เธอได้เดินเข้ามานั่งยังฝั่งตรงข้ามกันกับเขา "มะนาวหายดีแล้ว ขอบคุณไดอิจิมากนะที่ยังเป็นห่วงมะนาว" หญิงสาวตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เพื่อเว้นระยะห่างอย่างเช่นเคย “มะนาวหายดีก็ดีแล้ว เพราะผมจะไม่ได้เป็นห่วงมะนาวมาก... ถ้างั้นเรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ” ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบพูดเข้าเรื่องทันที “มะนาวอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงได้เกลียดเขานัก ก็เพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมยังไงล่ะ แต่ผมไม่ได้เกลียดเขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่าผู้ชายคนนั้นชอบทำให้พี่สาวของผมเสียใจอยู่บ่อยครั้งน่ะสิ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเกลียดเขามากต่างหาก” ชายหนุ่มหน้าหวานพูดไปพร้อมทั้งใส่อารมณ์ไป เมื่อเขาได้ย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาของยามาดะที่เขาเคยทำกับคาซึเมะไว้ ส่วนมะนาวเมื่อเธอได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้นเธอก็ได้แต่ทำตาโตนั่งนิ่งเพราะกำลังตกใจอยู่กับสิ

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   สืบหาความจริง

    ที่ห้องพักของไดอิจิ"ฮัลโหลครับนายน้อย ผมได้สืบมาแล้วนะครับ เรื่องที่นายน้อยสั่งมา" เสียงทุ้มใหญ่ของพ่อบ้านรีบพูดขึ้นมาทันทีที่ไดอิจิกดรับสายของเขา"ได้เรื่องว่ายังไงบ้างครับ" ไดอิจิรีบถามเขาออกไปด้วยความอยากรู้“เรื่องของคุณผู้หญิงที่นายน้อยสั่งให้ผมสืบ เธอมีความเกี่ยวข้องกับท่านประธานยามาดะจริงครับ โดยที่ท่านประธานเป็นผู้ให้ทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แก่คุณผู้หญิงครับ”พ่อบ้านรีบบอกถึงข้อมูลที่เขาได้ไปสืบมาให้กับไดอิจิฟัง“แล้วนอกจากเรื่องให้ทุนการศึกษาล่ะ ยังมีเรื่องอื่นอีกไหมครับที่มันยังมีความเกี่ยวข้องกันกับเขา”“มีครับ นอกจากท่านจะให้ทุนการศึกษาแก่คุณผู้หญิงแล้วท่านยังให้ทุนการศึกษากับน้องชายของเธออีกด้วยครับ พร้อมทั้งให้เงินเดือนกับครอบครัวของเธอเอาไว้ใช้จ่ายอีกเดือนละ 10,000 บาท และนอกจากนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ท่านประธานยามาดะยอมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้กับคุณผู้หญิงครับ”ชายหนุ่มหน้าหวานเงียบไปสักพักใหญ่เมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เพราะเขาคิดว่าเงื่อนไขของทุนการศึกษานี้มันดูค่อนข้างแปลกจนเกินไปสำหรับผู้ให้และผู้รับทุนที่เขาเคยพบเจอมา“ขอบคุณครับ แต่คุณ

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   ปมแห่งความขัดแย้งระหว่างชายหนุ่ม

    ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของพ่อแม่ไดอิจิชายหนุ่มหน้าหวานรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้อง วันนี้ที่เขาได้เดินทางกลับมาบ้านก็เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของเขาต้องการที่จะปรึกษาหารือธุระสำคัญกับลูกทั้งสองคนโดยเรื่องแรกคือเรื่องกำหนดวันแต่งงานของคาซึเมะพี่สาวไดอิจิ เพราะเธอถูกหมั้นหมายกับยามาดะ โช มาเนิ่นนานหลายปีมากแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไร้วี่แววของฤกษ์มงคล และด้วยอายุของหญิงสาวเริ่มที่จะมากขึ้นทุกปี ดังนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จึงอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ทางด้านคาซึเมะเอง เธอก็ได้แต่ยืนกรานที่จะปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้อีกครั้งโดยที่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่เธอขอเวลาอีกแค่สองปีเท่านั้น เพราะถ้าหากฝ่ายนั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร เธอก็จะยอมแต่งงานแต่โดยดีตามที่ผู้ใหญ่ต้องการส่วนไดอิจิ เขาก็พอจะรู้จักนิสัยพี่สาวดี ที่เธอทำไปแบบนี้ก็ล้วนแค่ทำตามความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วคาซึเมะเองก็ได้ตกหลุมรักยามาดะ โช มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กแล้ว แต่ด้วยนิสัยของหญิงสาวที่เธอเองก็ไม่อยากจะฝืนใจใครและเธอก็ไม่ยอมตัดใจจากเขาเสียที ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้เธอจึงขอเ

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   ตกลงเงื่อนไข

    หลังจากที่ทั้งสองคนได้สวมใส่เสื้อผ้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวร่างบางจึงได้ตัดสินใจที่จะลองพูดคุยต่อรองเงื่อนไขบางอย่างกับชายหนุ่มไปอีกครั้งอย่างคนไร้หนทางอื่น"ฉันมีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว ถ้าหากว่าคุณยอมรับปาก ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะสั่งให้ฉันทำอะไรฉันก็จะยอมทำตามทุกอย่างที่คุณพูดมา"มะนาวพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแววตาที่ดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในตอนนี้เธอรู้สึกปลงตกกับชีวิตของตัวเองเกินกว่าที่จะรับได้แล้ว ยามาดะเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ เขาจึงรีบถามเธอกลับไปในทันทีอย่างสนใจ"คุณลองว่ามาสิ" เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรกันแน่"คุณอย่าทำแบบนี้กับฉันอีกได้ไหมหากว่าฉันไม่ยินยอม ถ้าคุณยอมรับปากไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็จะยอมทำให้แต่โดยดี"มะนาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เอื่อยเฉื่อยราวกับคนไร้ชีวิตชีวา พร้อมทั้งเบือนหน้าไปมองมู่ลี่บังสายตาที่ติดอยู่กับหน้าต่างภายในห้องนั้น ชายหนุ่มนั่งพิจารณาอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปตอบหญิงสาวร่างบางด้วยความรู้สึกผิดที่มีต่อเธออยู่บ้าง"ผมยอมรับปากคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณยังกล้าขัดคำสั่งของผมอีก คุณจะต้องยอมรับกับผลที่จะตามมาใ

  • อย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นจะโดนทำโทษเป็น 2 เท่า!   ห้องพักอาจารย์

    เสียงอู้อี้อย่างแผ่วบางอยู่ในลำคอเล็ก หญิงสาวพยายามดิ้นขลุกขลักไปมาภายใต้ร่างหนาใหญ่แต่เขาก็ยังคงดูดดึงลิ้นบางอย่างไม่ให้เธอได้พักหายใจ หญิงสาวจึงใช้มือเล็กทั้งสองข้างทุบตีระรัวเข้าไปที่กลางลำตัวของชายหนุ่มเพื่อส่งสัญญาณให้เขาปล่อยเธอไปผ่านไปไม่นานชายหนุ่มถึงได้ถอนริมฝีปากหนาของเขาขึ้น จึงทำให้น้ำหวานจากปากของพวกเขาฉ่ำเยิ้มไปทั่วบริเวณรอบ ๆ กลีบปากทั้งสอง ตามมาด้วยเสียงหอบกระเส่าของร่างบางเมื่อเธอได้รับอิสรภาพจากคนตรงหน้า“คุณจะยอมทำตามที่ผมบอกดี ๆ ไหม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณก็จะได้เจออย่างเมื่อคืนอีก”เสียงชายหนุ่มพูดตะคอกใส่หน้าหญิงสาวด้วยอารมณ์โมโหที่เธอชอบขัดคำสั่งเขาตลอด มะนาวจ้องมองไปที่ดวงตาคมเข้มด้วยสายตาที่อาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาหากว่าเธอสามารถทำได้“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำอะไรแบบนี้กับฉันอีก และฉันขอยกเลิกสัญญารับทุนการศึกษานี้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนี้หัวโต แต่ความรู้สึกของฉันก็น่าจะดีกว่าตอนนี้หลายเท่า”มะนาวพูดตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มไปด้วยอารมณ์ที่จุกอกคับแค้นใจ เพราะเขาชอบข่มเหงและข่มขู่เธอด้วยเรื่องพวกนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะขอยกเลิกสัญญาแล้วกลับไปหางานทำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status