LOGINมะนาวได้เดินสำรวจจนมาถึงโรงอาหารกลางแห่งแรกของมหาวิทยาลัย เธอจึงเดินเข้าไปสำรวจร้านอาหารต่าง ๆ ที่ได้เปิดขายอยู่ภายในนั้น
ที่นี่เป็นศูนย์รวมอาหารหลากหลายอย่างจากนานาประเทศที่ถูกวางขายอยู่บนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป หรือแม้กระทั่งอาหารไทยเองก็มีให้เห็นอยู่เช่นกัน
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่จะมีอาหารจากหลากหลายเชื้อชาติถูกวางขายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
แต่เนื่องจากมะนาวได้ทานอาหารเช้ามาแล้ว ในตอนนี้หญิงสาวจึงยังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเดินออกไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ก่อน และเมื่อเธอเริ่มหิวแล้วจึงค่อยเดินกลับมาหาซื้ออะไรกินที่นี่พร้อมทั้งเดินกลับไปห้องพักด้วยเลยทีเดียว
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินสำรวจตึกเรียนต่าง ๆ อยู่นั้นเธอก็เหลือบไปเห็นสวนสาธารณะขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปราย มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ต้นเดียว ใต้ต้นไม้นั้นมีม้านั่งอยู่ตัวหนึ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกองหิมะสีขาว และพืชพรรณนานาชนิดที่เคยปลูกไว้ในบริเวณพื้นที่โดยรอบในเวลานี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวเช่นกัน
สวนสาธารณะแห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยตึกเรียนต่าง ๆ ถ้าหากคนที่เรียนอยู่ชั้นสูง ๆ ได้มองลงมา ภาพทิวทัศน์ที่พวกเขาได้เห็นคงจะอภิรมย์ใจน่าดู
มะนาวยืนเหม่อมองไปรอบ ๆ ท่ามกลางละอองหิมะสีขาวโปรยปราย เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่จนเธอรู้สึกถึงแรงสะกิดจากใครบางคน
"คุณครับ ผมเห็นคุณยืนตากหิมะอยู่นานสักพักแล้วนะ ถ้ายังไม่รีบเข้าไปข้างในตึกอีกผมกลัวว่าคุณจะไม่สบายเอาได้นะครับ"
เสียงทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาเป็นคนเอเชียแต่ย้อมผมสีบลอนด์ทอง มีผิวขาวเนียนละเอียดและมีรูปร่างที่สูงโปร่ง ส่วนเค้าโครงใบหน้าของคนผู้นี้ที่ดูอ่อนหวานราวกับหญิงสาวนั้น ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างหน้าตาดีเลยทีเดียว แต่ถ้าให้เทียบกับชายหนุ่มคนที่มาส่งมะนาวเมื่อเช้านี้ ชายหนุ่มตรงหน้านี้ก็อาจจะดูหล่อเหลาน้อยกว่าเล็กน้อย เนื่องจากใบหน้าที่อ่อนหวานของเขาเลยทำให้ความหล่อเหลาคมเข้มไม่เท่ากับอีกคนนั่นเอง
"อ๋อค่ะ คือว่าฉันเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะค่ะเลยอาจจะทำให้ดูตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศรอบ ๆ ตัวไปหน่อย จนลืมไปเลยว่ามีหิมะกำลังตกอยู่ งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาเตือน"
มะนาวพูดจบพร้อมโค้งตัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยแล้วเธอก็รีบเดินผ่านเขาเข้าไปยังตึกที่ใกล้ที่สุดในทันที ชายหนุ่มยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกับเธอต่อ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวรีบเดินเข้าไปหลบอยู่ข้างในตึกแล้ว เขาจึงรีบก้าวเดินตามเธอเข้าไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าหิมะด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
"ผมทานากะ ไดอิจิ นะครับ แล้วคุณชื่อว่าอะไรครับ"
ชายหนุ่มเอ่ยปากถามหญิงสาวในขณะที่ทั้งสองคนกำลังยืนหลบหิมะอยู่ใต้ตึกหนึ่งด้วยกัน
"ฉันชื่อมะนาวค่ะ” มะนาวตอบกลับไปเพียงเรียบ ๆ
"อ้าว... ผมนึกว่าคุณคือคนญี่ปุ่นเสียอีก เพราะสำเนียงการพูดคุยของคุณเหมือนพวกเรามากเลยครับ" เขาตอบกลับมะนาวไปด้วยอาการตกใจเล็กน้อย
"ขอบคุณมากนะคะ พอดีฉันมีโอกาสได้คลุกคลีกับชาวต่างชาติบ่อยเลยทำให้สำเนียงการพูดของฉันดีขึ้นน่ะค่ะ" มะนาวกล่าวและยิ้มรับตามมารยาทที่ดี
"แล้วคุณมาที่นี่เพื่อเรียนต่อเหรอครับ หรือว่ามาท่องเที่ยวเฉย ๆ" เขาเริ่มชักชวนเธอพูดคุยต่ออย่างสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องของเธอ
"ฉันมาเรียนต่อค่ะ พอดีสอบชิงทุนได้ก็เลยได้เข้ามาเรียนที่นี่ค่ะ" มะนาวตอบกลับเขาไปพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย
"จริงเหรอครับ! แล้วคุณเรียนที่คณะไหนครับเผื่อพวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เพราะผมก็เรียนต่อที่นี่เช่นกันครับ"
ชายหนุ่มกล่าวและส่งยิ้มให้มะนาวอย่างตื่นเต้น พร้อมกับสายตาแห่งความคาดหวังว่าพวกเขาจะได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันจริงๆ
"ฉันเรียนต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ระดับชั้นปริญญาโทค่ะ แล้วคุณละคะ?"
มะนาวพูดคุยกับเขาไป เพราะเธอคิดว่าหากได้เรียนที่คณะเดียวกันจริงก็ไม่เสียหายอะไร และถ้าเกิดเธอมีปัญหาอะไรบางทีเขาอาจจะช่วยเหลือเธอได้ก็ได้ เนื่องจากเธอได้มาอยู่ในที่ต่างถิ่นต่างแดนเพียงคนเดียว ถ้าเธอจะไม่หาเพื่อนเลย การอยู่ที่นี่ก็คงจะลำบากไม่น้อย
และชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ดังนั้นเธอจะผูกมิตรกับคนที่นี่ไว้บ้างก็ถือว่าเป็นผลดีสำหรับเธอมากกว่าเสียอีก
"จริงเหรอครับ!! ผมกับคุณเรียนที่คณะเดียวกันเลย และยังอยู่ในระดับชั้นเดียวกันด้วย ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ" เขาพูดอย่างตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เรียนร่วมชั้นเดียวกันกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ
"อ้าว! บังเอิญจัง... งั้นฉันก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันนะคะ" มะนาวยิ้มรับอย่างดีใจเล็ก ๆ ออกมาเช่นกันที่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปหนึ่งคนแล้ว
"งั้นผมขอเรียกคุณว่ามะนาวนะ ส่วนคุณจะเรียกผมว่าไดอิจิก็ได้เพราะยังไงพวกเราก็ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว คงจะไม่เป็นไรนะครับ" ไดอิจิกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
"ได้สิคะ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ" หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นกัน
"มะนาวถ้างั้นผมขอช่องทางการติดต่อคุณไว้ได้ไหม เผื่อเกิดมะนาวมีปัญหาอะไรก็จะได้ติดต่อมาหาผมได้ ถ้าหากผมสามารถช่วยเหลือได้ผมก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่"
ไดอิจิกล่าวออกมาด้วยความจริงใจที่มีต่อเธอ เพราะเขาเห็นว่ามะนาวเพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก บางครั้งเธออาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ และหากว่าเธอยังไม่รู้จักใคร บางทีเขาอาจจะเป็นที่พึ่งให้เธอได้ในยามที่เธอมีปัญหาขึ้นมา แล้วอีกอย่าง ในเมื่อพวกเราได้เป็นเพื่อนกันแล้ว การที่จะขอช่องทางการติดต่อกันไว้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย
"ได้สิ พอดีเลย มะนาวเองก็ยังไม่ได้รู้จักใครที่นี่ ถ้ามะนาวมีปัญหาอะไรจะได้ถามไดอิจิได้ด้วย"
มะนาวกล่าวออกมาด้วยความดีใจที่ตัวเองจะได้มีคนคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ หากว่าเธอมีเรื่องอะไรที่ไม่ค่อยเข้าใจในช่วงตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่
"ได้เลย ผมพร้อมช่วยเหลือมะนาวอย่างเต็มที่ งั้นพวกเรามาแลกไลน์กันนะ" ไดอิจิพูดพร้อมทั้งหยิบมือถือของเขาออกมาจากด้านในกระเป๋ากางเกง
มะนาวเห็นดังนั้นจึงรีบหยิบมือถือของเธอออกมาจากด้านในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กเช่นกัน จากนั้นทั้งสองคนก็ได้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเพิ่มเพื่อนกันให้เรียบร้อย
หลังจากพวกเขาแลกไลน์กันมะนาวเองก็เริ่มที่จะหิวข้าวแล้ว และตอนนี้เธอก็เมื่อยหล้าจากการเดินสำรวจเต็มที ดังนั้นเธอจึงได้พูดขอตัวลากลับไปห้องพักกับชายหนุ่มทันที
"งั้นมะนาวขอตัวก่อนนะ ไว้ถ้ามีเรื่องอะไรอีกพวกเราค่อยคุยกันทางไลน์นะ"
"ให้ผมไปส่งไหมมะนาว ผมมีรถยนต์นะ หิมะตกแบบนี้มะนาวจะไปยังไง"
ไดอิจิพูดชักชวนมะนาวให้ขึ้นรถไปด้วยกันกับเขา เพราะตอนนี้หิมะก็ยังคงตกอยู่เรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้ในเร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าจะใกล้หมดฤดูหิมะตกแล้วก็ตาม ชายหนุ่มจึงรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวกลัวว่าเธอจะไม่สบายเอาได้ ถ้าหากว่าเธอยังจะเดินฝ่าหิมะออกไปทั้งอย่างนั้น
"ขอบคุณมากนะ แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก มะนาวเดินไปเองได้ เพราะมะนาวพกร่มมาด้วย และอีกอย่างระยะทางที่จะไปมันก็ไม่ได้ไกลมาก ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ" มะนาวกล่าวปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจ
"ถ้ามะนาวพูดแบบนั้นงั้นผมก็จะไม่เซ้าซี้ต่ออีก มะนาวก็เดินทางกลับดี ๆ นะอย่าไปยืนเหม่อตากหิมะที่ไหนอีกล่ะ"
ไดอิจิแซวมะนาวกลับไปเล็กน้อย ส่วนมะนาวได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกไป เพราะเธอก็ชอบยืนเหม่อตากหิมะอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่ตอนที่มาถึงสนามบินของที่นี่แล้ว
"งั้นมะนาวไปก่อนนะ ไว้เจอกันวันเปิดเรียนวันแรกนะไดอิจิ" มะนาวกล่าวลากับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะจากกันไป
"โอเค ผมจะรอคุณที่ห้องเรียนนะ"
หลังจากไดอิจิพูดจบทั้งสองคนต่างก็โบกมือลาต่อกันแล้วก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง
ในอีกมุมหนึ่งที่ใต้ตึกเดียวกันนั้น มีสายตาคู่หนึ่งที่ตอนนี้ได้แผ่รังสีอาฆาตอย่างรุนแรงออกมาเมื่อเขามองไปตามเสียงที่มะนาวและไดอิจิกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน
"ยังไม่ทันข้ามวันดีเลยก็แอบไปกะหนุงกะหนิงอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าได้แล้ว สงสัยผมคงต้องมองคุณใหม่แล้วล่ะมั้ง... มะนาว!"
เจ้าของเสียงที่ได้แต่กัดฟันพูดไปเบา ๆ เมื่อสักครู่นี้ เขาก็คือยามาดะนั่นเอง
ยามาดะเขามาทำธุระที่ตึกนี้พอดี เมื่อเสร็จธุระของเขาแล้วชายหนุ่มจึงได้เดินลงมาข้างล่างตึกเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน
เขาจึงค่อย ๆ หันหลังกลับไปมองก็ปรากฏว่าเจ้าของเสียงทั้งสองคือคนที่เขารู้จักด้วยกันทั้งคู่ เขาจึงได้แอบอยู่ที่มุมตึกด้านหนึ่งเพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกัน ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าการแอบฟังคนอื่นเขาพูดคุยกันนั้นจะเป็นเรื่องที่เสียมารยาทก็ตามที และหลังจากที่เขาอยู่ฟังจนจบ ชายหนุ่มก็ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วรีบเดินไปขึ้นรถในทันที
ที่ห้องผู้บริหารของบริษัทชิกิยามะ เลขาสาวสวยคนเดิมได้เดินนำหน้าหญิงสาวร่างบาง เพื่อนำทางเธอเข้าไปพบกับเจ้านายของตนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ณ ขณะนี้ เมื่อพวกเธอเดินมาถึงที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม เลขาสาวสวยจึงได้ผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับยามาดะเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงบนนั้น จากนั้นพนักงานคนเดิมก็ได้โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อย ๆ เดินถอยหลังแล้วออกจากห้องไป “คุณเรียกฉันมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะนี่ก็ยังไม่ถึงวันที่เธอจะต้องเข้ามารายงานความคืบหน้ากับเขาสักหน่อย แล้วเขาเรียกเธอเข้ามาพบทำไมกัน “คุณยังติดต่อกับไดอิจิอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมทั้งจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหญิงสาวเพื่อสังเกตอาการของเธอ มะนาวที่ได้ยินเขาถามขึ้นมาแบบนั้น เธอก็มีอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบตอบชายหนุ่มไป “เปล่าค่ะ เขาแค่แชทมาถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของทุนการศึกษาเท่านั้นเอง แต่ฉันไม่ได้ไปพบเขานะคะ” หญิงสาวพยายามเลี่ยงที
ที่ห้องติวหนังสือใต้หอพักของมะนาวและไดอิจิ "มะนาวเป็นยังไงบ้าง คุณหายดีแล้วใช่ไหม" ไดอิจิรีบสอบถามถึงอาการป่วยของหญิงสาวทันทีที่เธอได้เดินเข้ามานั่งยังฝั่งตรงข้ามกันกับเขา "มะนาวหายดีแล้ว ขอบคุณไดอิจิมากนะที่ยังเป็นห่วงมะนาว" หญิงสาวตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เพื่อเว้นระยะห่างอย่างเช่นเคย “มะนาวหายดีก็ดีแล้ว เพราะผมจะไม่ได้เป็นห่วงมะนาวมาก... ถ้างั้นเรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ” ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบพูดเข้าเรื่องทันที “มะนาวอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงได้เกลียดเขานัก ก็เพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมยังไงล่ะ แต่ผมไม่ได้เกลียดเขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่าผู้ชายคนนั้นชอบทำให้พี่สาวของผมเสียใจอยู่บ่อยครั้งน่ะสิ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเกลียดเขามากต่างหาก” ชายหนุ่มหน้าหวานพูดไปพร้อมทั้งใส่อารมณ์ไป เมื่อเขาได้ย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาของยามาดะที่เขาเคยทำกับคาซึเมะไว้ ส่วนมะนาวเมื่อเธอได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้นเธอก็ได้แต่ทำตาโตนั่งนิ่งเพราะกำลังตกใจอยู่กับสิ
ที่ห้องพักของไดอิจิ"ฮัลโหลครับนายน้อย ผมได้สืบมาแล้วนะครับ เรื่องที่นายน้อยสั่งมา" เสียงทุ้มใหญ่ของพ่อบ้านรีบพูดขึ้นมาทันทีที่ไดอิจิกดรับสายของเขา"ได้เรื่องว่ายังไงบ้างครับ" ไดอิจิรีบถามเขาออกไปด้วยความอยากรู้“เรื่องของคุณผู้หญิงที่นายน้อยสั่งให้ผมสืบ เธอมีความเกี่ยวข้องกับท่านประธานยามาดะจริงครับ โดยที่ท่านประธานเป็นผู้ให้ทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แก่คุณผู้หญิงครับ”พ่อบ้านรีบบอกถึงข้อมูลที่เขาได้ไปสืบมาให้กับไดอิจิฟัง“แล้วนอกจากเรื่องให้ทุนการศึกษาล่ะ ยังมีเรื่องอื่นอีกไหมครับที่มันยังมีความเกี่ยวข้องกันกับเขา”“มีครับ นอกจากท่านจะให้ทุนการศึกษาแก่คุณผู้หญิงแล้วท่านยังให้ทุนการศึกษากับน้องชายของเธออีกด้วยครับ พร้อมทั้งให้เงินเดือนกับครอบครัวของเธอเอาไว้ใช้จ่ายอีกเดือนละ 10,000 บาท และนอกจากนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ท่านประธานยามาดะยอมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้กับคุณผู้หญิงครับ”ชายหนุ่มหน้าหวานเงียบไปสักพักใหญ่เมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เพราะเขาคิดว่าเงื่อนไขของทุนการศึกษานี้มันดูค่อนข้างแปลกจนเกินไปสำหรับผู้ให้และผู้รับทุนที่เขาเคยพบเจอมา“ขอบคุณครับ แต่คุณ
ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของพ่อแม่ไดอิจิชายหนุ่มหน้าหวานรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้อง วันนี้ที่เขาได้เดินทางกลับมาบ้านก็เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของเขาต้องการที่จะปรึกษาหารือธุระสำคัญกับลูกทั้งสองคนโดยเรื่องแรกคือเรื่องกำหนดวันแต่งงานของคาซึเมะพี่สาวไดอิจิ เพราะเธอถูกหมั้นหมายกับยามาดะ โช มาเนิ่นนานหลายปีมากแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไร้วี่แววของฤกษ์มงคล และด้วยอายุของหญิงสาวเริ่มที่จะมากขึ้นทุกปี ดังนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จึงอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ทางด้านคาซึเมะเอง เธอก็ได้แต่ยืนกรานที่จะปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้อีกครั้งโดยที่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่เธอขอเวลาอีกแค่สองปีเท่านั้น เพราะถ้าหากฝ่ายนั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร เธอก็จะยอมแต่งงานแต่โดยดีตามที่ผู้ใหญ่ต้องการส่วนไดอิจิ เขาก็พอจะรู้จักนิสัยพี่สาวดี ที่เธอทำไปแบบนี้ก็ล้วนแค่ทำตามความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วคาซึเมะเองก็ได้ตกหลุมรักยามาดะ โช มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กแล้ว แต่ด้วยนิสัยของหญิงสาวที่เธอเองก็ไม่อยากจะฝืนใจใครและเธอก็ไม่ยอมตัดใจจากเขาเสียที ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้เธอจึงขอเ
หลังจากที่ทั้งสองคนได้สวมใส่เสื้อผ้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวร่างบางจึงได้ตัดสินใจที่จะลองพูดคุยต่อรองเงื่อนไขบางอย่างกับชายหนุ่มไปอีกครั้งอย่างคนไร้หนทางอื่น"ฉันมีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว ถ้าหากว่าคุณยอมรับปาก ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะสั่งให้ฉันทำอะไรฉันก็จะยอมทำตามทุกอย่างที่คุณพูดมา"มะนาวพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแววตาที่ดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในตอนนี้เธอรู้สึกปลงตกกับชีวิตของตัวเองเกินกว่าที่จะรับได้แล้ว ยามาดะเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ เขาจึงรีบถามเธอกลับไปในทันทีอย่างสนใจ"คุณลองว่ามาสิ" เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรกันแน่"คุณอย่าทำแบบนี้กับฉันอีกได้ไหมหากว่าฉันไม่ยินยอม ถ้าคุณยอมรับปากไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็จะยอมทำให้แต่โดยดี"มะนาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เอื่อยเฉื่อยราวกับคนไร้ชีวิตชีวา พร้อมทั้งเบือนหน้าไปมองมู่ลี่บังสายตาที่ติดอยู่กับหน้าต่างภายในห้องนั้น ชายหนุ่มนั่งพิจารณาอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปตอบหญิงสาวร่างบางด้วยความรู้สึกผิดที่มีต่อเธออยู่บ้าง"ผมยอมรับปากคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณยังกล้าขัดคำสั่งของผมอีก คุณจะต้องยอมรับกับผลที่จะตามมาใ
เสียงอู้อี้อย่างแผ่วบางอยู่ในลำคอเล็ก หญิงสาวพยายามดิ้นขลุกขลักไปมาภายใต้ร่างหนาใหญ่แต่เขาก็ยังคงดูดดึงลิ้นบางอย่างไม่ให้เธอได้พักหายใจ หญิงสาวจึงใช้มือเล็กทั้งสองข้างทุบตีระรัวเข้าไปที่กลางลำตัวของชายหนุ่มเพื่อส่งสัญญาณให้เขาปล่อยเธอไปผ่านไปไม่นานชายหนุ่มถึงได้ถอนริมฝีปากหนาของเขาขึ้น จึงทำให้น้ำหวานจากปากของพวกเขาฉ่ำเยิ้มไปทั่วบริเวณรอบ ๆ กลีบปากทั้งสอง ตามมาด้วยเสียงหอบกระเส่าของร่างบางเมื่อเธอได้รับอิสรภาพจากคนตรงหน้า“คุณจะยอมทำตามที่ผมบอกดี ๆ ไหม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณก็จะได้เจออย่างเมื่อคืนอีก”เสียงชายหนุ่มพูดตะคอกใส่หน้าหญิงสาวด้วยอารมณ์โมโหที่เธอชอบขัดคำสั่งเขาตลอด มะนาวจ้องมองไปที่ดวงตาคมเข้มด้วยสายตาที่อาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาหากว่าเธอสามารถทำได้“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำอะไรแบบนี้กับฉันอีก และฉันขอยกเลิกสัญญารับทุนการศึกษานี้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนี้หัวโต แต่ความรู้สึกของฉันก็น่าจะดีกว่าตอนนี้หลายเท่า”มะนาวพูดตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มไปด้วยอารมณ์ที่จุกอกคับแค้นใจ เพราะเขาชอบข่มเหงและข่มขู่เธอด้วยเรื่องพวกนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะขอยกเลิกสัญญาแล้วกลับไปหางานทำ







