Masukมะนาวได้เดินสำรวจจนมาถึงโรงอาหารกลางแห่งแรกของมหาวิทยาลัย เธอจึงเดินเข้าไปสำรวจร้านอาหารต่าง ๆ ที่ได้เปิดขายอยู่ภายในนั้น
ที่นี่เป็นศูนย์รวมอาหารหลากหลายอย่างจากนานาประเทศที่ถูกวางขายอยู่บนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป หรือแม้กระทั่งอาหารไทยเองก็มีให้เห็นอยู่เช่นกัน
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่จะมีอาหารจากหลากหลายเชื้อชาติถูกวางขายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
แต่เนื่องจากมะนาวได้ทานอาหารเช้ามาแล้ว ในตอนนี้หญิงสาวจึงยังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเดินออกไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ก่อน และเมื่อเธอเริ่มหิวแล้วจึงค่อยเดินกลับมาหาซื้ออะไรกินที่นี่พร้อมทั้งเดินกลับไปห้องพักด้วยเลยทีเดียว
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินสำรวจตึกเรียนต่าง ๆ อยู่นั้นเธอก็เหลือบไปเห็นสวนสาธารณะขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปราย มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ต้นเดียว ใต้ต้นไม้นั้นมีม้านั่งอยู่ตัวหนึ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกองหิมะสีขาว และพืชพรรณนานาชนิดที่เคยปลูกไว้ในบริเวณพื้นที่โดยรอบในเวลานี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวเช่นกัน
สวนสาธารณะแห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยตึกเรียนต่าง ๆ ถ้าหากคนที่เรียนอยู่ชั้นสูง ๆ ได้มองลงมา ภาพทิวทัศน์ที่พวกเขาได้เห็นคงจะอภิรมย์ใจน่าดู
มะนาวยืนเหม่อมองไปรอบ ๆ ท่ามกลางละอองหิมะสีขาวโปรยปราย เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่จนเธอรู้สึกถึงแรงสะกิดจากใครบางคน
"คุณครับ ผมเห็นคุณยืนตากหิมะอยู่นานสักพักแล้วนะ ถ้ายังไม่รีบเข้าไปข้างในตึกอีกผมกลัวว่าคุณจะไม่สบายเอาได้นะครับ"
เสียงทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาเป็นคนเอเชียแต่ย้อมผมสีบลอนด์ทอง มีผิวขาวเนียนละเอียดและมีรูปร่างที่สูงโปร่ง ส่วนเค้าโครงใบหน้าของคนผู้นี้ที่ดูอ่อนหวานราวกับหญิงสาวนั้น ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างหน้าตาดีเลยทีเดียว แต่ถ้าให้เทียบกับชายหนุ่มคนที่มาส่งมะนาวเมื่อเช้านี้ ชายหนุ่มตรงหน้านี้ก็อาจจะดูหล่อเหลาน้อยกว่าเล็กน้อย เนื่องจากใบหน้าที่อ่อนหวานของเขาเลยทำให้ความหล่อเหลาคมเข้มไม่เท่ากับอีกคนนั่นเอง
"อ๋อค่ะ คือว่าฉันเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะค่ะเลยอาจจะทำให้ดูตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศรอบ ๆ ตัวไปหน่อย จนลืมไปเลยว่ามีหิมะกำลังตกอยู่ งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาเตือน"
มะนาวพูดจบพร้อมโค้งตัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยแล้วเธอก็รีบเดินผ่านเขาเข้าไปยังตึกที่ใกล้ที่สุดในทันที ชายหนุ่มยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกับเธอต่อ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวรีบเดินเข้าไปหลบอยู่ข้างในตึกแล้ว เขาจึงรีบก้าวเดินตามเธอเข้าไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าหิมะด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
"ผมทานากะ ไดอิจิ นะครับ แล้วคุณชื่อว่าอะไรครับ"
ชายหนุ่มเอ่ยปากถามหญิงสาวในขณะที่ทั้งสองคนกำลังยืนหลบหิมะอยู่ใต้ตึกหนึ่งด้วยกัน
"ฉันชื่อมะนาวค่ะ” มะนาวตอบกลับไปเพียงเรียบ ๆ
"อ้าว... ผมนึกว่าคุณคือคนญี่ปุ่นเสียอีก เพราะสำเนียงการพูดคุยของคุณเหมือนพวกเรามากเลยครับ" เขาตอบกลับมะนาวไปด้วยอาการตกใจเล็กน้อย
"ขอบคุณมากนะคะ พอดีฉันมีโอกาสได้คลุกคลีกับชาวต่างชาติบ่อยเลยทำให้สำเนียงการพูดของฉันดีขึ้นน่ะค่ะ" มะนาวกล่าวและยิ้มรับตามมารยาทที่ดี
"แล้วคุณมาที่นี่เพื่อเรียนต่อเหรอครับ หรือว่ามาท่องเที่ยวเฉย ๆ" เขาเริ่มชักชวนเธอพูดคุยต่ออย่างสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องของเธอ
"ฉันมาเรียนต่อค่ะ พอดีสอบชิงทุนได้ก็เลยได้เข้ามาเรียนที่นี่ค่ะ" มะนาวตอบกลับเขาไปพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย
"จริงเหรอครับ! แล้วคุณเรียนที่คณะไหนครับเผื่อพวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เพราะผมก็เรียนต่อที่นี่เช่นกันครับ"
ชายหนุ่มกล่าวและส่งยิ้มให้มะนาวอย่างตื่นเต้น พร้อมกับสายตาแห่งความคาดหวังว่าพวกเขาจะได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันจริงๆ
"ฉันเรียนต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ระดับชั้นปริญญาโทค่ะ แล้วคุณละคะ?"
มะนาวพูดคุยกับเขาไป เพราะเธอคิดว่าหากได้เรียนที่คณะเดียวกันจริงก็ไม่เสียหายอะไร และถ้าเกิดเธอมีปัญหาอะไรบางทีเขาอาจจะช่วยเหลือเธอได้ก็ได้ เนื่องจากเธอได้มาอยู่ในที่ต่างถิ่นต่างแดนเพียงคนเดียว ถ้าเธอจะไม่หาเพื่อนเลย การอยู่ที่นี่ก็คงจะลำบากไม่น้อย
และชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ดังนั้นเธอจะผูกมิตรกับคนที่นี่ไว้บ้างก็ถือว่าเป็นผลดีสำหรับเธอมากกว่าเสียอีก
"จริงเหรอครับ!! ผมกับคุณเรียนที่คณะเดียวกันเลย และยังอยู่ในระดับชั้นเดียวกันด้วย ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ" เขาพูดอย่างตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เรียนร่วมชั้นเดียวกันกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ
"อ้าว! บังเอิญจัง... งั้นฉันก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันนะคะ" มะนาวยิ้มรับอย่างดีใจเล็ก ๆ ออกมาเช่นกันที่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปหนึ่งคนแล้ว
"งั้นผมขอเรียกคุณว่ามะนาวนะ ส่วนคุณจะเรียกผมว่าไดอิจิก็ได้เพราะยังไงพวกเราก็ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว คงจะไม่เป็นไรนะครับ" ไดอิจิกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
"ได้สิคะ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ" หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นกัน
"มะนาวถ้างั้นผมขอช่องทางการติดต่อคุณไว้ได้ไหม เผื่อเกิดมะนาวมีปัญหาอะไรก็จะได้ติดต่อมาหาผมได้ ถ้าหากผมสามารถช่วยเหลือได้ผมก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่"
ไดอิจิกล่าวออกมาด้วยความจริงใจที่มีต่อเธอ เพราะเขาเห็นว่ามะนาวเพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก บางครั้งเธออาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ และหากว่าเธอยังไม่รู้จักใคร บางทีเขาอาจจะเป็นที่พึ่งให้เธอได้ในยามที่เธอมีปัญหาขึ้นมา แล้วอีกอย่าง ในเมื่อพวกเราได้เป็นเพื่อนกันแล้ว การที่จะขอช่องทางการติดต่อกันไว้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย
"ได้สิ พอดีเลย มะนาวเองก็ยังไม่ได้รู้จักใครที่นี่ ถ้ามะนาวมีปัญหาอะไรจะได้ถามไดอิจิได้ด้วย"
มะนาวกล่าวออกมาด้วยความดีใจที่ตัวเองจะได้มีคนคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ หากว่าเธอมีเรื่องอะไรที่ไม่ค่อยเข้าใจในช่วงตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่
"ได้เลย ผมพร้อมช่วยเหลือมะนาวอย่างเต็มที่ งั้นพวกเรามาแลกไลน์กันนะ" ไดอิจิพูดพร้อมทั้งหยิบมือถือของเขาออกมาจากด้านในกระเป๋ากางเกง
มะนาวเห็นดังนั้นจึงรีบหยิบมือถือของเธอออกมาจากด้านในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กเช่นกัน จากนั้นทั้งสองคนก็ได้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเพิ่มเพื่อนกันให้เรียบร้อย
หลังจากพวกเขาแลกไลน์กันมะนาวเองก็เริ่มที่จะหิวข้าวแล้ว และตอนนี้เธอก็เมื่อยหล้าจากการเดินสำรวจเต็มที ดังนั้นเธอจึงได้พูดขอตัวลากลับไปห้องพักกับชายหนุ่มทันที
"งั้นมะนาวขอตัวก่อนนะ ไว้ถ้ามีเรื่องอะไรอีกพวกเราค่อยคุยกันทางไลน์นะ"
"ให้ผมไปส่งไหมมะนาว ผมมีรถยนต์นะ หิมะตกแบบนี้มะนาวจะไปยังไง"
ไดอิจิพูดชักชวนมะนาวให้ขึ้นรถไปด้วยกันกับเขา เพราะตอนนี้หิมะก็ยังคงตกอยู่เรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้ในเร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าจะใกล้หมดฤดูหิมะตกแล้วก็ตาม ชายหนุ่มจึงรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวกลัวว่าเธอจะไม่สบายเอาได้ ถ้าหากว่าเธอยังจะเดินฝ่าหิมะออกไปทั้งอย่างนั้น
"ขอบคุณมากนะ แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก มะนาวเดินไปเองได้ เพราะมะนาวพกร่มมาด้วย และอีกอย่างระยะทางที่จะไปมันก็ไม่ได้ไกลมาก ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ" มะนาวกล่าวปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจ
"ถ้ามะนาวพูดแบบนั้นงั้นผมก็จะไม่เซ้าซี้ต่ออีก มะนาวก็เดินทางกลับดี ๆ นะอย่าไปยืนเหม่อตากหิมะที่ไหนอีกล่ะ"
ไดอิจิแซวมะนาวกลับไปเล็กน้อย ส่วนมะนาวได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกไป เพราะเธอก็ชอบยืนเหม่อตากหิมะอยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่ตอนที่มาถึงสนามบินของที่นี่แล้ว
"งั้นมะนาวไปก่อนนะ ไว้เจอกันวันเปิดเรียนวันแรกนะไดอิจิ" มะนาวกล่าวลากับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะจากกันไป
"โอเค ผมจะรอคุณที่ห้องเรียนนะ"
หลังจากไดอิจิพูดจบทั้งสองคนต่างก็โบกมือลาต่อกันแล้วก็แยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง
ในอีกมุมหนึ่งที่ใต้ตึกเดียวกันนั้น มีสายตาคู่หนึ่งที่ตอนนี้ได้แผ่รังสีอาฆาตอย่างรุนแรงออกมาเมื่อเขามองไปตามเสียงที่มะนาวและไดอิจิกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน
"ยังไม่ทันข้ามวันดีเลยก็แอบไปกะหนุงกะหนิงอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าได้แล้ว สงสัยผมคงต้องมองคุณใหม่แล้วล่ะมั้ง... มะนาว!"
เจ้าของเสียงที่ได้แต่กัดฟันพูดไปเบา ๆ เมื่อสักครู่นี้ เขาก็คือยามาดะนั่นเอง
ยามาดะเขามาทำธุระที่ตึกนี้พอดี เมื่อเสร็จธุระของเขาแล้วชายหนุ่มจึงได้เดินลงมาข้างล่างตึกเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน
เขาจึงค่อย ๆ หันหลังกลับไปมองก็ปรากฏว่าเจ้าของเสียงทั้งสองคือคนที่เขารู้จักด้วยกันทั้งคู่ เขาจึงได้แอบอยู่ที่มุมตึกด้านหนึ่งเพื่อตั้งใจฟังในสิ่งที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกัน ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าการแอบฟังคนอื่นเขาพูดคุยกันนั้นจะเป็นเรื่องที่เสียมารยาทก็ตามที และหลังจากที่เขาอยู่ฟังจนจบ ชายหนุ่มก็ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วรีบเดินไปขึ้นรถในทันที
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครั้งพร้อมทั้งเสียงพูดขออนุญาตไล่หลังตามมา"ขออนุญาตค่ะ ดิฉันนางสาวกุลนันท์มาขอเข้าพบอาจารย์ค่ะ" เสียงมะนาวกล่าวคำขออนุญาตเพื่อขอเข้าพบอาจารย์ที่ประจำอยู่ห้องนี้"เชิญ..." คำพูดเดียวสั้น ๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อมะนาวได้ยินดังนั้นเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปภายในห้อง หลังจากที่มะนาวได้เข้ามาในห้องแล้ว สายตาของเธอก็ได้มองเห็นด้านหลังของผู้ชายคนหนึ่งขณะที่เขากำลังนั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้ให้เธออยู่มะนาวรู้สึกว่าคนนี้ดูคล้ายคุณยามาดะมาก ทั้งรูปร่างแล้วก็เสียงของเขา แต่เธอก็คิดว่าคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาดูแก่กว่าเธอแค่ไม่กี่ปี และคนอายุเท่านี้จะมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาปริญญาโทได้อย่างไรแต่ถ้าบอกว่าเป็นผู้ช่วยของอาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งอยู่ มะนาวก็อาจจะเชื่อก็ได้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้วิเคราะห์อะไรดี เสียงของเจ้าของห้องนี้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับค่อย ๆ หันเก้าอี้กลับมายังฝั่งที่เธอยืนอยู่"เชิญนั่งครับ..." ยามาดะพูดพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวแข็งทื่อและอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นมะนาวได้แต่เบิกตาโพลงโต เพราะเธอกำลังตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เวลา 06.30 น. ของเช้าวันจันทร์ ภายในห้องของมะนาวเริ่มมีแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามา แต่ภายนอกห้องนั้นยังคงมีหิมะสีขาวโปรยปรายอยู่เล็กน้อยมะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น เปลือกตาบางกระพริบช้า ๆอยู่หลายทีก่อนที่เธอจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนสายตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่เธอยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนเพื่อชื่นชมวิวทิวทัศน์ในยามเช้าของวันนี้ มะนาวได้บิดขี้เกียจไปมาอยู่สองสามทีก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเข้าห้องเรียนในวันแรกนี้ที่ตึกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ภายในห้องเรียน A103"มะนาว! ทางนี้"เสียงใครบางคนได้เรียกให้มะนาวไปนั่งยังที่นั่งข้าง ๆ เขาพร้อมทั้งโบกมือไปมา เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาได้นั่งอยู่ตรงไหนของห้องเรียน มะนาวจึงรีบเดินผ่านผู้คนไปอย่างเร่งรีบแล้วค่อยนั่งลงไปยังที่นั่งข้าง ๆ เขาอย่างฉับไวภายในห้องเรียนนี้ โต๊ะเรียนจะเป็นแบบขั้นบันไดสูงขึ้นไป โดยมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้องที่ชั้นล่างสุด ส่วนประตูทางเข้าออกจะมีอยู่สองฝั่ง คือฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของชั้นล่าง มะนาวและไดอิจิ พวกเขาเลือกนั่งอยู่เกือบขั้นสุดท้ายของที่นั่งภายในห้องเรียนนี้"เกือบมาสายแล้วไ
มะนาวได้เดินสำรวจจนมาถึงโรงอาหารกลางแห่งแรกของมหาวิทยาลัย เธอจึงเดินเข้าไปสำรวจร้านอาหารต่าง ๆ ที่ได้เปิดขายอยู่ภายในนั้นที่นี่เป็นศูนย์รวมอาหารหลากหลายอย่างจากนานาประเทศที่ถูกวางขายอยู่บนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป หรือแม้กระทั่งอาหารไทยเองก็มีให้เห็นอยู่เช่นกันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่จะมีอาหารจากหลากหลายเชื้อชาติถูกวางขายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้แต่เนื่องจากมะนาวได้ทานอาหารเช้ามาแล้ว ในตอนนี้หญิงสาวจึงยังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเดินออกไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ก่อน และเมื่อเธอเริ่มหิวแล้วจึงค่อยเดินกลับมาหาซื้ออะไรกินที่นี่พร้อมทั้งเดินกลับไปห้องพักด้วยเลยทีเดียวในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินสำรวจตึกเรียนต่าง ๆ อยู่นั้นเธอก็เหลือบไปเห็นสวนสาธารณะขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปราย มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ต้นเดียว ใต้ต้นไม้นั้นมีม้านั่งอยู่ตัวหนึ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกองหิมะสีขาว และพืชพรรณนานาชนิดที่เคยปลูกไว้ในบริเวณพื้นที่โดยรอบในเ
เช้าวันต่อมา เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องมะนาวก็ได้ดังขึ้นสามทีตามมาด้วยเสียงเรียกของใครบางคน"คุณผู้หญิงคะ นายท่านให้มาเรียกคุณผู้หญิงออกไปทานอาหารเช้าค่ะ" เสียงเรียกอย่างสุภาพของแม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งที่คอยอยู่รับใช้ยามาดะในบ้านหลังนี้"ขอเวลาอีกสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันตามไปค่ะ" มะนาวรีบตอบกลับไปทันทีพร้อมเก็บข้าวของเครื่องใช้ของเธอที่เธอได้นำออกมาใช้เมื่อคืนนี้ลงในกระเป๋าใบใหญ่อีกครั้งหลังจากที่มะนาวเก็บของเสร็จแล้ว เธอก็ได้ลากกระเป๋าใบนั้นออกมาวางไว้ที่หน้าห้องแล้วค่อยเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารที่อยู่ในพื้นที่ตรงกลางของตัวบ้าน"นั่งลงสิ" ชายหนุ่มผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงมะนาวก้มหัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยพร้อมทั้งค่อย ๆ เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นด้วยความอึดอัดใจ"เดี๋ยวพอคุณกินอาหารเช้าเสร็จแล้วผมก็จะไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัยเอง""ไม่เป็นไรค่ะคุณยามาดะ ฉันว่าจะเรียกแท็กซี่เข้าไปในมหาวิทยาเองค่ะเพราะฉันรบกวนคุณมามากพอแล้ว" มะนาวรีบกล่าวปฏิเสธคนตรงหน้าไป เพราะแค่นี้เธอก็เกรงใจและอึดอัดใจกับคนตรงหน้านี้จะแย่อยู่แล้ว"ผมมีธุระที่จะต้องเข้าไปทำในนั้นอยู่แ
มะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อเธอรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนร่างกายของใครบางคน สายตาของมะนาวค่อย ๆ ปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า และเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเช่นนั้น เพราะตอนนี้หัวของหญิงสาวได้เอนเอียงไปซบบนไหล่ของชายหนุ่มคนที่เคยจ้องมองดูใบหน้าเธออยู่นั่นเองมะนาวจึงรีบยกหัวขึ้นกลับไปดังเดิมแล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับไปดูชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอเห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านมานานแค่ไหนแล้ว และเธอเผลอไปซบไหล่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"ขอโทษด้วยนะคะ ที่หัวของฉันได้ไปซบไหล่ของคุณ พอดีฉันเผลอหลับไปน่ะ และไม่ได้ตั้งใจที่จะไปรบกวนคุณนะคะ" มะนาวรู้สึกร้อนรนจึงรีบกล่าวคำขอโทษออกไปเป็นภาษาอังกฤษเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจเธอผิดไป แต่ชายหนุ่มเพียงแค่หันหน้ามามองเธอเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งยิ่งเขาทำแบบนี้มะนาวก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอีกรอบคนอะไร คนอื่นเขาพูดด้วยดี ๆ แต่ทำเมินมาสองรอบแล้วนะ เป็นใบ้หรือยังไงกัน!มะนาวได้แต่คิดด่าอยู่ในใจ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้อยู่ดี เธอได้แต่นั่งภาวนาให้ถึงสนามบินโตเกียวเร็ว ๆ เพราะเธอ
"ยัยนาว แกคงไม่ลืมอะไรแล้วใช่ไหม ของสำคัญอย่างเช่นพาสปอร์ต วีซ่า หรือบัตรประชาชนน่ะ แกเอามาครบแล้วนะ"ปลาวาฬพูดกับมะนาว เพื่อให้เพื่อนของเธอได้ตรวจสอบรายการดูอีกครั้ง ว่ายังลืมอะไรอยู่หรือไม่มะนาวลองจึงลองเปิดกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กดู เพื่อตรวจสอบรายการตามที่เพื่อนได้พูดมา"เอามาแล้วแก เอกสารสำคัญอยู่ในกระเป๋านี้หมดแล้ว ส่วนในกระเป๋าลากใบใหญ่นั้นก็มีแต่ของใช้ส่วนตัว ฉันว่าฉันเอามาครบแล้วแหละ ไม่น่าจะลืมอะไรแล้วนะ"มะนาวพูดยืนยันว่าตนเองได้นำสิ่งของสำคัญใส่กระเป๋ามาครบหมดแล้ว เพื่อให้เพื่อนสาวได้สบายใจ"โอเค แล้วแกได้ไปลาพ่อกับแม่แกยัง ต้องโทรไปบอกท่านอีกหรือเปล่า ว่าวันนี้แกจะออกเดินทางแล้วนะ"ปลาวาฬสอบถามมะนาวอย่างห่วงใย เพราะด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะตื่นเต้นเกินไป จนบางทีอาจจะลืมบอกลากับคนทางบ้านได้"ฉันกลับไปเยี่ยมที่บ้านมาแล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”“และก่อนที่แกจะมารับฉัน ฉันก็ได้โทรไปร่ำลากับพ่อแม่และน้องชายแล้วล่ะ”“ขอบใจแกมากนะที่คอยเป็นห่วง และคอยช่วยเหลือฉันมาตลอด”“เพราะถ้าไม่มีแกคอยช่วยเหลือ ฉันคงจะได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากกว่านี้แน่เลย"มะนาวพูดแล้วก็ส่งยิ้มให้กับปลาว







