Mag-log inย้อนไปหลายวันก่อนหน้า...
เช้าตรู่ก่อนดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้า ท่ามกลางความสงบนั้นมีการเคลื่อนไหวแสนไม่ปกติดำเนินขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อคืน
เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านหลังคาแต่ละหลังอย่างรวดเร็ว เสียงกระเบื้องดังกระทบกันใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะถูกกลืนด้วยเสียงไล่ล่าของกลุ่มคนฝูงหนึ่งที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
ฉินเย่าหาน หรือ แม่ทัพฉินเคลื่อนตัวอย่างว่องไวโดยไม่แม้หันกลับไปมอง เขาไม่จำเป็นต้องมองก็รู้ว่าพวกนักฆ่าตามติดอยู่ข้างหลังไม่ห่างนับตั้งแต่เจอเขาเมื่อคืน
เสียงบางอย่างวาบเฉือนอากาศผ่านด้านข้างไป ปักลงเสาไม้ไม่ไกลเพราะเป้าหมายเบี่ยงหลบได้ทัน ฉินเย่าหานกัดฟันเร่งความเร็วของขามากขึ้นอีก แขนซ้ายที่บาดเจ็บจนต้องพันผ้าไว้เริ่มรับการขยับต่อไปไม่ไหว แผลที่เพิ่งสมานเหมือนจะปริเอาเสียแล้ว
หากเป็นยามที่ร่างกายของเขาปกติ คนเช่นเขาไม่คิดหนีหรอก แต่ยามนี้บาดแผลทำให้ทุกจังหวะช้าลงยากต้านทานพวกนักฆ่าที่ถูกจ้างมาเพื่อปลิดชีพเขาโดยเฉพาะ คงรู้ความเคลื่อนไหวและความเป็นอยู่ของเขาอย่างดี ...นั่นหมายความว่ามีหนอนร้ายอยู่ใกล้ตัวเขา
ทว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องพวกนี้! เขาต้องหาทางสลัดพวกมันออกไปก่อน เงาร่างใหญ่วูบลงสู่ตรอกมืดไร้แสงใด เลี้ยวซ้าย ขวา สลับจังหวะ ทิ้งรอยหลอกไว้บนพื้นเปียกน้ำค้างยามเช้า สะบัดให้หยดเลือดตกกระจายคนละทิศทาง กับทางที่เขากำลังจะไป...
ส่วนปลายของตรอกเปิดเข้าสู่เส้นทางตลาดของเมืองหลวงลู่ไปพร้อมกับคูน้ำรอบเมือง น้ำสีดำสนิทไหวระริกท่ามกลางท้องฟ้าที่ยังไม่สว่าง ฉินเย่าหานกวาดสายตาเร็วจัด เห็นพงหญ้ารกริมคูก่อนจะเร่งรีบไถลตัวลงสู่น้ำในคูหลังจากสร้างร่องรอยเหมือนว่าเขารีบหนีเข้าเมืองไปแล้ว
เสียงนักฆ่ากระชั้นเข้ามา...
ฉินเย่าหานกดตัวลงให้จมใต้ผิวน้ำ ปล่อยให้น้ำสีดำสนิทเนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างกลบร่องรอยของตนเอง ความเย็นกัดผิวเหมือนเข็มนับพันแทงพร้อมกัน หนาวจนแล่นถึงแกนกระดูกจนกล้ามเนื้อชาหนึบ ความเจ็บจากบาดแผลที่ปริยังไม่สู้ความเย็นเยียบของน้ำท่ามกลางวสันต์ฤดู
เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังไม่ไกลจากบริเวณที่ฉินเย่าหานหลบอยู่ใต้ผิวน้ำสีดำมืด
“ทางนั้น!”
“อย่าให้มันหนีเข้าเมือง!”
พวกมันวนหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงค่อย ๆ ห่างออกไปทีละนิด ไกลออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสียงน้ำไหลตามกระแสลมเย็น
เขารอให้เวลาผ่านไปนานจนร่างกายร่ำร้องหาอากาศ เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อย ๆ ใช้สองขาที่แข็งตึงตีน้ำพาร่างกายของตนเองขึ้นสู่ผิวน้ำ อากาศอึกแรกไหลวนเข้ามา แขนซ้ายที่มีแผลใหญ่ชาวาบไม่พอ แขนอีกข้างก็พานแข็งทื่อลามจนถึงลำตัวและขาทั้งสองข้าง ร่างกายที่อ่อนแอดื้อกับจิตใจแสนแข็งแกร่งนำพาให้ร่างที่เคยลอยสู่ผิวน้ำดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดใต้น้ำเสียแล้ว
...
อีกฟากของคูน้ำ สตรีร่างเพรียวบางในชุดแสนธรรมดากำลังเดินเร็วฝ่าความมืดและความลมเย็นเยียบ ใบหน้าเปียกเหงื่อแม้อากาศจะเย็นสะท้อนว่านางย่างเท้าเดินมาไกลเพียงใด ที่ไหล่ข้างหนึ่งสะพายถุงผ้าขนาดใหญ่กว่าตัวคนถือ สองมือโอบไว้อย่างทะนุถนอม
สวี่เหวินหรงเลือกใช้เส้นทางลับตาคนเพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดสายหลักของเมืองหลวง... นางจำเป็นต้องลอบออกจากจวนสกุลฉินตอนฟ้ายังไม่สว่างเพื่อนำผ้าพันคอที่ถักร้อยด้วยเส้นไหมออกมาส่งให้เถ้าแก่ร้านขายผ้า
งานฝีมือแปลกตาที่ใช้เข็มที่ทำจากไม้เรียวสองอันค่อย ๆ ถักทอเส้นไหมเรียงเข้าด้วยกันจนกลายเป็นผืนผ้าเนื้อนุ่มชิ้นนี้ นางเสนอขายสำเร็จและรับไหมราคาแพงมาทำผ้าพันคอแล้ว หากไปส่งไม่ทันนัดหมาย เงินและเวลาที่ลงทุนไปก็จะไร้เงินตอบแทน พาลให้ความฝันว่าจะสะสมเงินมากพอจนหนีออกไปใช้ชีวิตนอกจวนสกุลฉินจบเห่หมด
นางคือหญิงสาวจากยุคศตวรรษที่ 21 อ่านนิยายยุคจีนโบราณอยู่ดีดี หลับตาตื่นมาอีกทีก็เกิดในร่างของนางร้ายในนิยายอย่างสวี่เหวินหรง ช่วงหลังจากแต่งกับพระเอกในนิยายอย่างฉินเย่าหานเสียแล้ว
นางร้ายผู้นี้มีบทบาทหลักคือเป็นอุปสรรคให้พระ-นางในนิยายเผชิญและฝ่าฟันจนรักกันในที่สุด ส่วนผู้เป็นนางร้ายก็จบด้วยความตายในช่วงเกือบท้ายเรื่องด้วยน้ำมือผู้เป็นสามีนั่นเอง
หลังจากใช้เวลาทำความเข้าใจโลกนิยายนี้นางก็เลือกทางรอดที่ดูเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือการไม่ยุ่งกับพระเอก ไม่กลั่นแกล้งนางเอก ปล่อยให้ความรักของพวกเขาเดินไป ส่วนตัวนาง…เก็บเงินแล้วหนีออกจากจวนไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ อย่างสุขสบาย
ทว่าความคิดเรื่อยเปื่อยนั้นก็ถูกเสียงต๋อมเบา ๆ จากคูน้ำเรียกความสนใจ สองขาเรียวที่กำลังก้าวเดินอย่างเร่งรีบชะงักลงทันใด
บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ
“อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า
สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั
สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต
สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ
นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ
บทที่ 11ท่านอ๋องลามกเช้าวันหนึ่งแสงแดดยามสายเพิ่งสาดผ่านหลังคาของเรือนหลังน้อยควรจะทำให้เรือนอบอุ่นแต่จิ้งหรูกลับรู้สึกเย็นวาบราวมีลมวูบหนึ่งพัดผ่านใจตลอดเวลา ตั้งแต่ยามที่บ่าวสาวคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่า“มีของจากจวนท่านอ๋องมาส่งเจ้าค่ะ! คนจากตำหนักอ๋องนำมาส่งถึงหน้าประตูต่อหน้าทุกคนในจวนเ
บทที่ 8สามารถช่วยด้วยมือของหม่อมฉันก่อนได้เรือนเล็กของจิ้งหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องแผ่วเบาในความมืด อวี๋เฟิงยืนมองเงาร่างเล็กที่นอนหลับสนิทอยู่บนฟูกเก่าด้วยสายตาเรียบเฉยเขาก้าวเข้าไปเงียบกริบ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหยาบกร้านของอวี๋เฟิงปิดปากนางแน่นในพริบตา ขณ
ดวงตาคมกริบกดดันจนลมหายใจของนางติดขัดหัวใจของจิ้งหรูเต้นแรงแทบทะลุอก ความร้อนวิ่งวาบขึ้นมาถึงใบหน้า นางอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำว่า องค์รัชทายาทผู้เป็นพระเอกในนิยาย ก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าอ๋องเยี่ยนหลงคงสืบเรื่องของจิ้งหรูคนเดิมที่เคยมีใจให้องค์รัชทายาท เขาคงสงสัยและให้คนไปสืบประวัตินางมาแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง หลี่เยี่ยนหลงที่เดินไปข้างหน้าก็เอ่ยเสียงต่ำกับมือขวาของตน “...เป็นนางอีกแล้ว”อวี๋เฟิงเหลือบตามองตามฉายแววสงสัยเช่นกัน “จะให้กระหม่อมจัดการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง แต่ไปสืบมา ว่าสตรีนางนี้เป็นใคร”น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งก่อนหันกลับไปทางด้านหน้าเช่นเคยค่ำวันนั้นอวี๋เฟิงกลับมารายงา







