LOGINนิยายเซตนางร้าย 2 สไตล์มาให้นักอ่านแวะไปผจญภัยค่า 1 อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า! ................ นางคือหญิงสาวจากยุคศตวรรษที่ 21 อ่านนิยายยุคจีนโบราณอยู่ดีดี หลับตาตื่นมาอีกทีก็เกิดในร่างของนางร้ายในนิยายช่วงหลังจากแต่งกับพระเอกในนิยายแล้ว ในเมื่อสวรรค์ส่งนางมาก่อนพวกเขาจะรักกัน เช่นนั้นนางจะขอเปลี่ยนชะตาใหม่ ทำให้พระเอกนิยายหลงรักแล้วอยู่อย่างสุขสบายแบบไม่ต้องทำงานมันเสียเลย... แต่เอ... นางลืมไปนี่หว่า ว่าสามีผู้นี้เกลียดนางร้ายเช่นนางเสียยิ่งกว่าขี้! พูดออกมากี่ทีไม่ด่านางว่า ปิศาจ ก็ ไล่ให้ออกไป อย่ามาให้เห็นหน้า ไหนจะต้องรับมือกลับนางเอกนิยายที่ดันเป็นอีกคนที่รู้ว่าโลกใบนี้คือนิยายอีกเล่า ......... 2 เมื่อตัวร้ายธงดำติดใจนางร้ายเสียแล้ว แนวเรื่องแบบสุขนิยม นางร้ายที่อยากหนีชะตาตัวเองด้วยการล่อลวงผู้ชายแต่ดันไม่เคยมีความรักมาก่อน จุดจบสายซ่าก็คือตกหลุมที่ตัวเองขุด แต่จะตกหลุมคนเดียวไหมฝากติดตามด้วยนะค้า
View Moreสวี่เหวินหรงยืนอยู่กลางห้องทำงานในจวนแม่ทัพฉิน ผู้เป็นสามีของนางเอง กลิ่นหมึกผสมกลิ่นสนิมของเหล่าอาวุธหลากหลายอย่างที่ประดับอยู่รอบห้องชวนให้ผู้มาเยือนคราแรกเกิดตัวสั่นขึ้นมา
หลังโต๊ะไม้สีเข้ม แม่ทัพฉินหรือฉินเย่าหานนั่งนิ่งราวรูปสลัก สายตาที่เงยขึ้นมานั้นเฉียบคมยิ่งกว่าคมดาบ มองแขกผู้มาใหม่ราวกับมองศัตรู มิใช่ฮูหยินของตน...
“ข้ามีเวลาไม่มาก หากไม่ใช่เรื่องสำคัญอย่างที่เจ้าอ้างมาก็รีบออกไปเสีย”
นี่คือคำแรกที่ออกมาจากปากของผู้เป็นสามี นางเริ่มชินเสียแล้ว การได้เข้าพบก็ถือว่าพิเศษกว่าวันไหน ๆ ด้วยซ้ำ
“ข้ามาเพื่อขออำนาจฮูหยินคืน”
น้ำเสียงของสวี่เหวินหรงที่เปล่งออกมาคราวนี้ต่างจากเดิมนัก สีหน้าเรียบนิ่งแทนที่ใบหน้าเดิมที่คิดอันใดก็แสดงออกทั้งหมด หากเป็นคนคุ้นชินกันคงรับรู้ความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่กับผู้เป็นสามีตรงหน้า
แม่ทัพฉินเหลือบตามองใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังผสมกับน้ำเสียงเยียบเย็นชวนให้คนฟังขนลุก
“เจ้าทำร้ายบ่าวในจวนไปเท่าไรแล้ว เหวินหรง... เจ้ากลั่นแกล้งคนของข้าสารพัด… แล้วมาวันนี้บอกว่าจะขออำนาจคืน?” เขายกมุมปากขึ้นก่อนเอ่ยปากพูดจนจบ “หึ คิดว่าข้าโง่หรือ?!”
สวี่เหวินหรงรับฟังแต่ไม่คิดล่าถอยกับคำด่านั่น เพราะนั่นคือสิ่งที่นางร้ายในนิยายทำ หาได้ใช่นางไม่ เท้าเล็กก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวใช้แทนสัญลักษณ์การไม่ยอมรับ สีหน้าของนางบัดนี้ไร้ความรู้สึกผิดด้วยซ้ำ
“ข้าไม่ได้มาขอเปล่า แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน...”
สิ้นคำพูดประกายในตาของเขาไหววูบวาบหนึ่งแต่ก็กลับมาสงบนิ่งเฉยเมยอย่างรวดเร็ว นางมาคราวนี้ไม่อาจกลับไปมือเปล่าได้ หากการเจรจาไม่สำเร็จนางก็คงต้องตายตามบทนางร้ายในนิยายอย่างแน่นอน
“ข้ายอมให้ท่านใช้เป็นสะพานจัดการกับบิดาของข้า… ท่านอยากแก้แค้นคืนแทนอดีตแม่ทัพฉินบิดาของท่านที่ตายไปแล้วมิใช่หรือ อ้ะ!”
เก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดังทันใด ในพริบตาเดียวฉินเย่าหานก็ยืนอยู่ตรงหน้า มือใหญ่คว้าลำคอเรียวแล้วบีบแน่นจนลมหายใจขาดห้วง
“อย่าเอาเรื่องบิดาของข้ามาพูดเล่น!” เสียงเขาต่ำแน่นกดทับหนักไม่ต่างจากแรงบีบที่คอของนาง “ข้าฆ่าเจ้าได้เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ”
แรงบีบตรงคอทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ขอบตาร้อนผ่าวก่อนน้ำตาจะไหลลงเพราะนางไม่อาจหายใจรับอากาศได้เต็มปอด ใบหน้าขาวผ่องเริ่มแดงอย่างคนใกล้ขาดอากาศตายทว่าดวงตายังคงเค้นจ้องเขาไม่กะพริบ
...นางยอมตายมากกว่ายอมถอย
การกระทำแสนเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้แม่ทัพหนุ่มลดแรงบีบลงนั่นเป็นโอกาสให้สวี่เหวินหรงฉวยช่องว่างนั้นพยายามเปล่งเสียงแหบพร่า
“ข้า…ถูกใช้ไม่ต่างจาก เครื่องมือ...ข้าไม่พอใจ ที่เขา ...ทำกับข้า...ชะ...” สวี่เหวินหรงเค้นเสียงพูดแม้ลมหายใจใกล้ขาดห้วงก็ตาม
ในที่สุดมือหยาบกร้านก็ปล่อยมือจากลำคอระหง ร่างบอบบางร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางพยายามโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง เสียงสูดลมหายใจดังเฮือกปนสะอึกสลับกับอาการไอโขลกจนตัวโยน
“แค่ก! แค่ก แค่ก...” ทุกครั้งที่ไอก็หอบความเจ็บปลาบแล่นไปทั่วรอยแดงที่ลำคอ
หลังจัดการตัวเองพอให้รอดแล้ว สวี่เหวินหรงก็ยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาทาบลงบนลำคอที่ปรากฏรอยปื้นแดงเข้มเป็นรูปนิ้วมือเด่นชัด ความรู้สึกตีบตันยังคงหลงเหลืออยู่จนนางต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง แววตาที่จ้องมองเขายังคงสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดแต่ยังซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้
“ท่านอยากจัดการตระกูลสวี่มิใช่หรือ ใช้ข้าสิ”
ความเงียบขยายตัวทันใดสองสายตาต่างอารมณ์จ้องกันไม่หยุด นางพูดถึงเพียงนี้แล้วเขาก็ไม่ตอบตกลงจึงจำเป็นต้องเดิมพันครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม
“สามเดือน... หากข้าทำหน้าที่ฮูหยินได้ไม่ดีพอ หรือไร้ประโยชน์ต่อท่าน ข้าจะลงนามในหนังสือหย่าและเดินจากไป โดยไม่ให้ท่านต้องเปลืองแรงขับไล่แม้เพียงครึ่งคำ”
นางลงน้ำหนักคำว่าหย่าเพื่อให้เขาได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู “ข้าจะหย่าให้ท่านแบบที่ไม่ว่าใครก็ตามเอาผิดท่านไม่ได้ ท่านหย่าข้าตอนนี้ไม่ได้เพราะอันใดท่านรู้ดี…”
หลังคำพูดจบลงฉินเย่าหานก็หันจ้องมองเนิ่นนาน
หากสามเดือนนี้นางไม่อาจเปลี่ยนใจบุรุษตรงหน้าได้ ชีวิตที่ได้เริ่มต้นใหม่ในนิยายก็จบลงไม่ต่างกัน
ฉินเย่าหานหันหลังเดินย้อนกลับไป ราวกับไม่อยากมองหน้านางอีกแม้เสี้ยววินาทีก่อนเอ่ยตอบ
“ข้าจะคืนอำนาจการดูแลจวนให้เจ้า...” น้ำเสียงเย็นชาจนเหมือนคำสั่งในสนามรบ “แต่ต้องดูแลร่วมกับจิ้นจื่อถง”
เขาไม่ไว้ใจนาง เรื่องนี้นางรู้ดี... ก็ใครให้เจ้าของร่างนี้เป็นบุตรีของศัตรูที่ฆ่าบิดาของเขากันเล่า
และทันในนั้นที่หน้าประตูห้องก็มีเสียงบ่าวดังเข้ามาแทรก
“แม่ทัพขอรับ คุณหนูจิ้นมาขอพบ...”
“ให้เข้ามา ส่วนเจ้าออกไป...” ฉินเย่าหานหันมาพูดกับนางในภายหลังเป็นอันปิดโอกาสให้นางได้พูดอันใดต่อ
...นอกจากคำสั่งแสนเย็นชาแล้ว สายตาของเขาก็ขับไล่สวี่เหวินหรงผู้มีฐานะเป็นภรรยาอย่างถูกต้องเพื่อต้อนรับสตรีอีกนางที่เป็นเพียงสตรีที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน หึ นี่แหละชะตาของนางร้ายในนิยาย
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นสตรีในชุดสีชมพูอ่อนยืนอยู่ตรงหน้า ใบงามละมุนอ่อนหวาน ดวงตากลมใสเหมือนน้ำค้างกลิ้งบนกลีบดอกไม้ เป็นความงามที่ทำให้คนมองอยากทะนุถนอม อยากปกป้องโดยไม่ต้องมีเหตุผล
...สตรีผู้มาใหม่จะเป็นใครอื่นได้หากไม่ใช่ จิ้นจื่อถง...นางเอกในนิยายเรื่องนี้
ความงามอ่อนหวานนี้ต่างจากสวี่เหวินหรงผู้เป็นนางร้ายในนิยายอย่างสิ้นเชิง
นางร้ายในนิยายผู้นี้มีส่วนสูงไม่น้อยหากเป็นจากยุคปัจจุบันก็คงไปทำอาชีพนางแบบได้ไม่ยาก หากแต่ความเพรียวบางนี้กลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งน่ามองชวนให้ผู้ชายหัวใจสั่นไหว ดวงตาคมเฉี่ยว เส้นคางเรียวได้รูป งดงามแบบที่ทำให้คนมองสูดปากอยากเชยชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บถนอมไว้ก็ได้
หลายอย่างเหมือนกับในนิยายที่นางเคยอ่านมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป นั่นก็คือสายตาของจื่อถงผู้เป็นนางเอกในนิยาย สายตาควรจะไร้เดียงสาสมกับฉายาแม่ดอกบัวขาว ทว่าสายตาที่ใช้มองมาตอนเดินผ่านกันนั้นกลับดูเหมือน...กำลังเยาะเย้ย ดูหมิ่น
หนึ่งสิ่งที่นางค้นพบหลังจากมาเกิดใหม่ในร่างนางร้ายในนิยายนั่นก็คือ นางในร่างนางร้ายไม่ใช่คนเดียวที่รู้ว่านี่คือโลกของนิยาย!
ก่อนจะคิดอันใดไปมากกว่านี้ก็ถูกเรียกสติกลับมาด้วยเสียงอ่อนหวานจากจิ้นจื่อถงที่ไม่ดัง แต่ก็เพียงพอให้ได้ยินกันสองคน
“ฮูหยินสวี่เองก็มาหาพี่หานเช่นกันหรือเจ้าคะ?”
พี่หาน? ...คำเรียกที่แสดงออกถึงความสนิทสนมนี้แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการทำให้ผู้เป็นฮูหยินของคนที่ถูกเอ่ยเรียกเจ็บปวด หากแต่ไม่ใช่กับนาง...ที่เป้าหมายหลังจากเกิดใหม่นี้คือการรอดพ้นจากความตาย
“เจ้าไม่คิดว่าข้าอาจอยู่ด้วยกันกับสามีทั้งคืนบ้างหรือ?” สวี่เหวินหรงเอ่ยเสียงเรียบไร้ร่องรอยความเจ็บปวดใดอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ “เขาเป็นสามีของใครเจ้าย่อมรู้ดี...อย่าได้คิดแย่ง--”
“ใครแย่งใครกันแน่ ฮูหยินสวี่ย่อมรู้ดีแก่ใจ”
รอยยิ้มของจิ้นจื่อถงกว้างขึ้นอย่างไร้ความกังวล แววตาใสกระจ่างจนเหมือนไม่มีพิษภัยอย่างเช่นนางเอกในนิยายแม้คำพูดกับตรงกันข้ามสิ้นเชิง “ชะตานางร้ายน่ะ จะเปลี่ยนได้หรือเจ้าคะ? นางร้ายอย่างไรก็ต้องเป็นนางร้าย... พระเอกเป็นของนางเอก อย่าได้ฝืนชะตาเลยเจ้าค่ะ ข้าเตือนด้วยความหวังดี”
สวี่เหวินหรงหยักยิ้มแทนคำตอบ นางไม่กลัวแม้ตนจะเป็นรองด้วยเพราะอยู่ในร่างนางร้าย นางขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายครึ่งก้าวทำให้เห็นสัดส่วนส่วนสูงที่ต่างกันอย่างชัดเจน นางเหลือบตามองต่ำลงก่อนเอ่ยเสียงมั่นใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็มาดูกัน ว่านางร้ายเช่นข้าจะเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นนางเอกได้หรือไม่”
แววตาจิ้นจื่อถงกระเพื่อมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาใสบริสุทธิ์ดังเดิม รอยยิ้มอ่อนโยนไม่เปลี่ยนถูกส่งให้อีกฝ่ายเป็นการตอบรักคำท้า
“ฮูหยินสวี่กล่าวเล่นเก่งนัก... เพียงตำแหน่งฮูหยินของตนก็ยังรั้งไว้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำแต่กลับคิดแย่งบทบาทผู้อื่นเสียแล้ว”
เหวินหรงหยักยิ้มชอบใจกับคำพูดจิกกัดนั่นก่อนก้าวออกเดินเตรียมผ่านไปและไม่ลืมทิ้งคำสุดท้ายไว้โดยไม่หันกลับมา
“ใครบอกกันว่าไม่ได้... เจ้าลองไปถามพี่หานของเจ้าดูอีกทีสิ”
จื่อถงยืนนิ่งคิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจคำพูดอีกฝ่าย นางหันกลับไปมองบานประตูที่กำลังปิดลง... ในใจร้อนรนนักแต่พอคิดบางอย่างขึ้นมาได้ก็คลายทุกข์แล้วหยักยิ้มสบายใจแทน
นางจะคิดมากไปไย ไม่ว่าอย่างไรนางเอกในนิยายเรื่องนี้ก็คือนางอย่างไม่อาจเปลี่ยนได้ อีกฝ่ายจะว่าอย่างไรก็ไร้ประโยชน์นั่นแหละ...
เยี่ยนหลงยกก้อนเนื้อนุ่มขึ้นบีบเคล้นสลับกับการใช้ปากครอบดูด เสียงครางสะท้านแผ่วดังต่อเนื่องทุกครั้งที่เขาดูดแรงขึ้นเหมือนจะลงโทษ ดวงตาคมพร่ามัวไปด้วยแรงปรารถนา เขากระซิบพร่าติดผิวขาวที่ชื้นเหงื่อ“ทั้งหมดนี้…เจ้าต้องโทษตัวเองที่เก็บของเช่นนี้ไว้ไม่ดี…เห็นหรือไม่ ข้าแทบจะบ้าตายเพราะมัน”ร่างสูงไม่รอช้าอีก เขารั้งเอวน้อยยกขึ้นวางบนเตียงในทันที น้ำหนักกายหนาหนักทาบทับลงมา มือใหญ่กักแขนเล็กไว้เหนือศีรษะ ปลายจมูกเฉียดแก้มแดงชื้นเขาก็ขยับสะโพกเข้าแนบชิด เสียงเนื้อกระทบกันหนักแน่นทำให้นางสะดุ้งเฮือก ร้องครางหลุดดังลั่น“อ๊ะ…! อ๊าา…!”มือเล็กคว้าแขนเขาแน่น ร่างบิดเร่าไปมารับแรงกระแทกที่เข้ามาลึกจนสั่นสะท้านไปทั้งกายเยี่ยนหลงกัดฟันข่มเสียงคำรามในลำคอ แรงที่สอดใส่เริ่มหนักขึ้นทีละจังหวะจนเตียงส่งเสียงสั่นสะเทือน เขากดหน้าลงซุกซอกคอขาว ดูดเม้มแรงจนจิ้งหรูครางหวาน“อื้มม…เบาหน่อย…เจ็บ…”เขาผละออกเพียงน้อย แววตาคมพร่าจับจ้องนางอย่างจริงจัง น้ำเสียงกระซิบพร่าใกล้หู “เจ็บสักนิดเดี๋ยวเจ้าจะสุขยิ่งกว่า เจ้ากำลังทำให้ข้าแทบขาดสติ… เจ้ารู้ตัวหรือไม่”“มะ ไม่รู้ อือ…” นางสะอื้นแผ่ว ใบหน้าแดงจัด น้ำตาคลอ
เสียงเล็กสั่นเครือแทบไม่เป็นคำ ร่างบางยกมือสั่นเทาแย่งชุดในมือเขามากอดไว้แน่นเยี่ยนหลงก้าวถอยออกเล็กน้อยอย่างตั้งใจ ปล่อยให้นางได้ยืนกลางห้อง ใบหน้าคมแสยะยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ “ดี…ถอดออกตรงนี้ แล้วใส่ให้ข้าเห็นชัด ๆ”หัวใจของจิ้งหรูเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมา นางกัดริมฝีปากแน่น มือสั่นสะท้านค่อย ๆ แกะสายคาดเอวชุดที่สวมอยู่ชั้นนอกออกทีละชิ้นอย่างช้า ๆ เนื้อผ้าหล่นลงกับพื้น เสียงเบา ๆ นั้นกลับดังก้องในอกเยี่ยนหลงเหมือนระฆังศึกนางหยิบชุดนอนบางเบาขึ้นมาสวมอย่างเงอะงะ มือสั่นจนสายเส้นเล็กพันกันมั่ว ดวงตาไม่กล้าสบเขาแม้แต่น้อย แก้มแดงจนแทบระเบิด ร่างทั้งร่างขยับไปมาราวกับเด็กที่ถูกบังคับให้ทำสิ่งต้องห้ามแต่ยิ่งนางเงอะงะ ซ่อนสายตา กัดริมฝีปากเล็กเพื่อกลั้นความอาย ร่างสูงกลับยิ่งรู้สึกเหมือนมีเพลิงลามทั่วกายเยี่ยนหลงกำมือแน่นที่ข้างลำตัว เล็บแทบจิกเข้าฝ่ามือ เขาแทบอยากถลาลงไปฉีกชุดนั้นทิ้งแล้วจับนางกระแทกเดี๋ยวนั้น แต่ก็ฝืนกลั้นไว้ เพราะอยากเห็นนางสวมจนเสร็จสมบูรณ์สายเส้นเล็กเกี่ยวอยู่บนบ่าเนียน ผ้าบางคลอไปตามร่างโค้งเว้า เผยผิวขาวโพลนและเรือนกายที่สั่นระริกด้วยความเขินอายเยี่ยนหลงสูดลมหาย
ตอนพิเศษจวนอ๋องในยามราตรีเงียบสงัด เงาไฟตากตะเกียงทาบทับลงบนเรือนกายสูงใหญ่ที่กำลังนั่งเอนพิงอยู่กลางห้องนอนเยี่ยนหลงนั่งทอดกายอย่างผ่อนคลาย แต่สิ่งที่อยู่ในมือเขาทำเอาเซี่ยจิ้งหรูที่เพิ่งเข้าห้องมาเหมือนถูกสายฟ้าฟาดกลางอกเนื้อผ้าบางเบาสีอ่อนที่นางจำได้ขึ้นใจ ด้ายเส้นเล็กพันกันอ่อนช้อยเป็นรูปทรงที่ไม่อาจเข้าใจได้ง่ายหากไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนนั่นมัน…ชุดนอนไม่ได้นอนที่นางตัดไว้เพื่อแผนการวันนั้น!เลือดทั้งกายหลั่งขึ้นสู่หน้าร้อนผ่าว นางเผลออ้าปากแต่ไร้เสียง ก่อนที่หัวใจจะเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมา จังหวะที่เขาคลี่เนื้อผ้าบางนั้นออกดูด้วยสีหน้าเข้มขรึมปนสนอกสนใจ ทำเอาขาของนางแทบก้าวไม่ออก“นั่น…ท่านอ๋องไปเอามาจากที่ใดเพคะ!”เสียงนางดังแหลมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งคืน แต่เยี่ยนหลงเพียงเลิกคิ้ว ยกมือสูงหลบอย่างง่ายดายแทน“ในหีบผ้าหีบหนึ่งของเจ้า” เขาตอบเสียงเรียบ ดวงตาคมยังไม่ละจากเนื้อผ้าที่สะท้อนแสงตะเกียงระยิบระยับ “มันบางเสียจนไม่น่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ใครใช้ปกติได้… หรือว่าเจ้าทำเป็นสายรัดเอว?”เขายกผ้าขึ้นพลิกไปมา ปลายนิ้วหนาไล้ไปตามเส้นสายเล็กอย่างพินิจพ
บทส่งท้ายข่าวคราวการลักพาตัวคุณหนูเซี่ยแพร่สะพัดภายในไม่กี่วัน เยี่ยนหลงก็สืบได้จนรู้ความจริงทั้งหมด นอกจากที่เขารู้จากมารดาของจิ้งหรูจนสามารถไปหาและช่วยนางไว้ได้ทันก่อนหน้านั้นบิดาของนางดื่มเหล้าและให้มารดาของจิ้งหรู ปรนนิบัติ นางจึงได้รู้แผนการของใต้เท้าเซี่ยกับพ่อค้าแคว้นซา นางจึงเสี่ยงตายบอกความจริงแก่เยี่ยนหลงด้วยตนเองแน่นอนว่าเรื่องหลังจากนั้นใต้เท้าเซี่ยถูกจับและถูกคาดคั้นอย่างหนักจนยอมสารภาพทุกสิ่ง ไม่เหลือแม้โอกาสแก้ตัว อำนาจของอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ประหนึ่งคมมีดที่ตัดขาดความหวังของเขาทั้งหมดเมื่อเขาถูกจองจำ ทรัพย์สมบัติที่สะสมมาทั้งชีวิตกลับไร้ค่า ไม่มีบุตรภรรยาคนใดคิดจะออกหน้าใช้มันแลกอิสรภาพให้ เพราะสิ่งที่เขาทำมาตลอดคือดูถูกเหยียดหยาม ไม่เคยเห็นคนในจวนเป็นครอบครัว หากแต่เป็นเพียงหุ่นเชิดไว้รับใช้ความทะเยอทะยานของเขาเท่านั้น“ไม่ต้องช่วยหรอกเจ้าค่ะ” เสียงของเซี่ยจิ้งหรูดังขึ้นในวันที่เหล่าภรรยาของใต้เท้าเซี่ยมารวมตัวกัน สีหน้านางเด็ดเดี่ยวกว่าใคร“เขาไม่เคยเห็นพวกเราเป็นคนในครอบครัวด้วยซ้ำ ต่อให้ทุ่มทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อช่วยให้เขามากดขี่เราอีกงั้นหรือเจ้าคะ”บรรดาภรรยาทั้งสิบ







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



