Share

ทำเพื่อคนป่วย

last update Tanggal publikasi: 2026-07-09 14:43:42

ซินหลิงเสียรีบเข้าห้องปิดประตูแน่นหนาแล้ววิ่งขึ้นเตียงนอนด้วยความรวดเร็วหาที่ปลอดภัยหลบซ่อน นางหวาดหวั่นไม่น้อยกับกิริยาท่าทางของหนุ่มร่างใหญ่ เขาทำให้นางไม่ไว้ใจมาตั้งแต่แรก ยิ่งมาเจอเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ยิ่งแน่ใจว่าต้องหาทางหนีให้เร็วที่สุด

เฟิ่งเซียนหยวนกลับเข้าห้องของตัวเอง เขาเองก็มิใช่ว่าอยากแข็งกระด้างกับสตรีเช่นนี้ ในใจลึกๆ ก็รู้สึกผิดต่อนางที่ทำตัวไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ ใบหน้างามยังคงติดตา ดวงตากลมโตคู่สวย แววตาตื่นตระหนกทำให้เขาหวั่นไหว ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไปมาเมื่อได้สติคิดว่าตนเองกำลังฟุ้งซ่านอยู่เป็นแน่ พลันก็เปลี่ยนความคิดว่านางก็แค่ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง เขาจะคิดเห็นใจทำไมกันนึกถึงสิ่งรวมจะดีกว่า

ซินหลิงเสียยังกังวลกับอาการของป้าหลิว นางคิดหาวิธีทำให้น้ำสะอาดแบบโบราณอย่างที่เคยเรียนมา ในเมื่อที่นี่ไม่มีเครื่องกรองน้ำก็ต้องหาวิธีการใหม่ นางจึงถามหยวนเย่เกี่ยวกับแหล่งน้ำดื่มที่คนแถวนี้ใช้กัน

"ก็ไปตักตรงลำธารด้านหลังหมู่บ้านเลือกตรงต้นน้ำแล้วเอามาต้ม พวกเราตุนใส่ถังเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นนอนก้นแล้วจึงนำไปต้มดื่ม"

หยวนเย่อธิบาย

"ทุกคนดื่มเช่นนี้ใช่หรือไม่ เหตุใดกาน้ำป้าหลิวน้ำไม่ค่อยสะอาดเลย"

ซินหลิงเสียพูดขึ้นตามความเป็นจริง

"เหลวไหลน่า น้ำไม่สะอาดใครจะดื่มกันเล่า"

หยวนเย่ตัดบท เขามีเวลาไม่มากต้องออกไปทำธุระให้นายใหญ่จึงสนทนาได้ไม่นานแล้วรีบขอตัว

ซินหลิงเสียมองว่าถึงอย่างไรคนป่วยก็ต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด นางไม่ถามใครแล้วออกไปหาอุปกรณ์กรองน้ำดีกว่า นางเดินลัดเลาะเก็บก้อนกรวดตามลำธารพร้อมกับโถตักทรายไปด้วย ส่วนถ่านก็เอามาจากโรงครัวที่ยังพอมีจากการเผาไหม้ของไม้ฟืน แต่แปลกคนที่นี่ไม่มีการเผาถ่านใช้

ซินหลิงเสียเดินหานุ่นเป็นส่วนประกอบสุดท้ายก็ไม่เจอต้นนุ่น เดินอ้อมไปมาก็ยิ่งวกวน นางจึงมานั่งพักใต้ต้นไม้เล็กๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้าร้อนอบอ้าวกว่าทุกวัน

ซินหลิงเสียเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีสดใสวันนี้อากาศร้อนกว่าทุกวัน คาดว่าเดี๋ยวฝนก็ตกลงมาในอีกไม่ช้าไม่นาน นางนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วจึงลุกขึ้นมองไปรอบๆ ยังนึกบางอย่างไม่ออกแต่เมื่อหันกลับมาที่ต้นไม้ใกล้ตัวก็ต้องเบิกตากว้าง

"ต้นฝ้าย"

นางดีใจที่ได้พบสิ่งนี้รีบเก็บดอกฝ้ายแห้งที่มีปุยข้างในจำนวนหนึ่งใส่โถแล้วเดินกลับเข้าหมู่บ้านอย่างเบิกบาน

บ่ายคล้อยแล้วซินหลิงเสียรีบจัดการทำการกรองน้ำแบบโบราณทันที

"นั่นเจ้ากำลังทำสิ่งใด"

เสียงซวนเซียวทักขึ้น นางละมือจากก้อนกรวดหันมามองบุคคลที่อยู่ด้านหลัง

"ข้าก็กำลังกรองน้ำนะสิ"

นางตอบเสียงเรียบแล้วรีบหันไปหาอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ต่อ ซวนเซียวมองสิ่งที่นางทำไปเรื่อยๆ แล้วถามขึ้นอีก

"เจ้ามีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่"

เขาออกปากเมื่อเห็นนางเปิดฝาถังฝาหม้อไปเรื่อยเปื่อย

"ข้ามีถังใหญ่ไว้รองน้ำแล้ว มีกระบอกไม้ไผ่นี่แล้ว แต่ขาดฝามีรูมารองน่ะ"

"ข้าช่วยหาให้"

ซวนเซียวอยากรู้ว่าซินหลิงเสียจะทำเช่นไรเขาจึงอาสาไปหามาให้ เขาไปได้ฝาปิดถังน้ำใบหนึ่งจัดการทำเป็นรูตรงกลางอยู่พักใหญ่แล้วยื่นให้นาง หญิงสาวยิ้มกว้างรับมาจากมือซวนเซียวแล้วรีบเตรียมการกรองน้ำ

เขามองดูนางตั้งกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่หยิบมาจากครัวซึ่งเขาไปตัดมาเตรียมไว้ใช้อย่างอื่น นางเตรียมกรวด ทรายละเอียด ถ่านและปุยฝ้ายฉีกกระจายออกพร้อมตัดตัดผ้าขาวบางหนึ่งผืนพับทบกันเป็นแผ่นเรียบร้อย นางจัดการตั้งกระบอกไม้ไผ่วางตรงรูของฝาเล็กกว่ากันเล็กน้อย เริ่มจากเอาผ้าใส่ลงไปก่อน ตามด้วยปุยฝ้ายจากนั้นนำก้อนถ่านทุบละเอียดใส่ตามลงไปพร้อมตักทรายลง ตามด้วยก้อนกรวดจากนั้นเทน้ำลงไปให้น้ำค่อยๆ ซึมผ่านแต่ละชั้นไปในถังที่นางทำความสะอาดแล้ว ทำอย่างนี้หลายรอบจนกระทั่งสาวน้อยที่ดูแลป้าหลิวเดินเข้ามาใกล้

"ฮุ่ยเจินมาดูนี่สิ"

ซวนเซียวกวักมือเรียกสาวน้อยนามว่า'ฮุ่ยเจิน' นางสาวเท้าเร็วๆ เข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ทำสิ่งใดกัน"

นางชะโงกมองเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่เริ่มสงสัยพลางมองหน้าซินหลิงเสียที่ทำหน้าเอือมระอาไม่ยอมตอบ

"ยโสจริงถามก็ไม่ตอบ"

ฮุ่ยเจินต่อว่า

"กรองน้ำ"

ซินหลิงเสียพูดเสียงห้วน ฮุ่ยเจินมองดูอย่างสนใจชะเง้อชะแง้ตรงนั้นทีตรงนี้ที

"พวกเจ้าทำสิ่งใดกัน"

เสียงหยวนเย่ถามและเดินมาสมทบอีกคนทั้งสามคนหันมาตามเสียง ซวนเซียวเดินมาหาหยวนเย่แล้วพูดขึ้นยิ้มแย้ม

"มาสิ มาดูพี่สาวกรองน้ำให้พวกเราดื่ม"

ซวนเซียวทึกทักเอาง่ายๆ ซินหลิงเสียหยุดเทน้ำแล้วหันมาพูดทางสองหนุ่มน้อย

"ใครบอกว่าข้ากรองน้ำให้พวกเจ้า ข้ากรองเสร็จจะเอาไปต้มให้ป้าหลิวดื่มต่างหาก"

ฮุ่ยเจินแย้งขึ้นเมื่อได้ยินคำนี้

"เจ้ายุ่งอะไรด้วย นี่มันหน้าที่ของข้า นายใหญ่สั่งให้ข้าทำ"

นางเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ซินหลิงเสียวางถังน้ำหยุดเทน้ำแล้วเอ่ยเสียงแข็ง

"ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องมากรองน้ำเอง หาพวกกรวดทรายใหม่เองทุกวันเอาไหมล่ะ ข้าเข้ามาช่วยมันไม่ดีหรือไร อีกคนนอนพะงาบอยู่บนเตียงแต่เจ้ายังมีหน้ามาหวงหน้าที่"

ซินหลิงเสียอดสั่งสอนเด็กนี่ไม่ได้ ฮุ่ยเจินหุบปากเงียบทำหน้าคว่ำไม่กล้าโต้เถียงเพราะรู้อยู่แก่ใจถึงความมักง่ายของตนเองเมื่อคราวก่อน

ฮุ่ยเจินยอมให้ซินหลิงเสียเข้ามาช่วยดูแลป้าหลิวจากความเห็นชอบของซวนเซียวและหยวนเย่ ทั้งสองหนุ่มพูดถึงเหตุผลว่าจะได้ช่วยเหลือกัน แบ่งเบาภาระของนายใหญ่ หากป้าหลิวอาการทรุดหนักนายใหญ่คงไม่สบายใจเป็นแน่

ซินหลิงเสียนำน้ำสะอาดที่ผ่านการกรองแล้วไปต้มก่อนให้ป้าหลิวดื่มและให้ฮุ่ยเจินจัดการเทน้ำต่อให้เต็มถัง แล้วเอาไปเทใส่ถังน้ำสะอาดขนาดใหญ่ต่อเอาไว้ให้ทุกคนได้ดื่มกิน จากคิดว่าตอนแรกทำให้แค่คนป่วย แต่นางเองก็ต้องดื่มจึงเผื่อแผ่ทุกคนไปด้วย และนางยังสั่งฮุ่ยเจินล้างภาชนะให้สะอาดที่สุดก่อนเทน้ำกรองลงไป ฮุ่ยเจินยินยอมทำตามทั้งที่หน้าตาบูดบึ้ง อาเสียคนนี้ทำตัวเป็นนายอีกคนน่าเจ็บใจนัก

ซินหลิงเสียยกกาน้ำพร้อมน้ำสะอาดใส่ถาดในถาดมีถ้วยเกลือเล็กๆ ติดไปด้วย นางมาถึงห้องเห็นป้าหลิวยังคงอ่อนเพลียจึงเอาน้ำร้อนผสมน้ำธรรมดาใสสะอาดให้ดื่มเสร็จแล้วจึงผสมให้เป็นน้ำอุ่นอีกครั้ง ใส่เกลือลงไปพอเค็มคนจนละลายแล้วให้ดื่มอีกครั้งหนึ่ง

"ข้าจะทำข้าวต้มเกลือให้กินสามมื้อเดี๋ยวก็ดีขึ้น ป้านอนพักก่อนเถอะ"

นางบอกป้าหลิว วางถาดใส่น้ำไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไปยังโรงครัวเพื่อทำข้าวต้ม

"เจ้าชื่อฮุ่ยเจินใช่หรือไม่ หยุดกรองน้ำได้แล้วไปดูป้าหลิวที ข้าจะทำข้าวต้ม"

ฮุ่ยเจินจำใจต้องหยุดแล้วเดินเข้าไปยังห้องพักเพื่อเฝ้าป้าหลิวตามที่ซินหลิงเสียบอก

จากนั้นก็เริ่มลงมือก่อไฟ นางก่อไฟไม่เป็นจึงไปตามซวนเซียวมาช่วย เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงตั้งหม้อน้ำพอเดือด ใส่ข้าวสารลงไป นางไม่ได้ทำให้ป้าหลิวคนเดียวแต่ยังต้องเผื่อคนอื่นๆ ด้วย นางคอยคนข้าวไปเรื่อยๆ จนสุกได้ที่แล้วตักใส่ชามขนาดเล็กโรยเกลือเล็กน้อยก่อนยกถาดข้าวต้มออกไป นางยกหม้อลงก่อนแล้วสั่งความกับหยวนเย่ที่นั่งผ่าฟืนอยู่ด้านนอกว่า

"ข้าจะเอาข้าวไปให้ป้าหลิว เจ้าคอยเติมฟืนให้ด้วยอย่าให้ไฟในเตาดับล่ะ"

เมื่อเห็นเขาพยักหน้าแล้วจึงเดินออกไปยังห้องของป้าหลิว

ป้าหลิวผู้ที่ไม่ค่อยป่วยเมื่อเห็นข้าวต้มเปล่าก็เบือนหน้าหนีไม่อยากกลืนเลยสักนิดเพราะมันไร้รสชาติ หากไม่เจริญอาหารจะหายป่วยได้อย่างไร ซินหลิงเสียรู้ทันจึงเอ่ยขึ้น

"ป้าหลิวอดทนหน่อยนะ ป้าต้องกินข้าวต้มเกลือสามมื้อ ดื่มน้ำมากๆ ก็ดีขึ้นแล้ว"

นางพยายามบอกเหตุผลเพื่อให้คนป่วยยอมกินข้าว ป้าหลิวรับฟังอ้าปากกินข้าวต้มที่ฮุ่ยเจินป้อนให้อย่างเชื่องช้า มันไร้ความอร่อยแทบกลืนไม่ลง ซินหลิงเสียยืนกำกับจนกินข้าวเสร็จนางก็ให้ดื่มน้ำอุ่นแล้วยกถาดไปเก็บ ให้ป้าหลิวอยู่กับฮุ่ยเจินส่วนตนเองจะทำอาหารเย็นต่อเดี๋ยวไม่ทันการจะโดนว่าเอาได้

ในครัวมีไข่ไก่อยู่จำนวนหนึ่ง ซินหลิงเสียนึกสนุกคิดย้อนไปในชาติก่อน นางเคยกินไข่ม้วนที่แสนเอร็ดอร่อยตอนไปเที่ยว เมนูนี้ยังไม่เคยลอง วันนี้นางจะลองทำไข่ม้วน จากนั้นหญิงสาวก็เปิดโถต่างๆ ดู พบผักกาดดองมากมายจึงคิดว่ายำผักกาดดองกินกับไข่ม้วนแบบเรียบง่าย หากมีผัดผักอีกสักอย่างคงไม่เลวเลย นางเดินไปเดินมารอบโรงครัวเจอผักกาดขาวสองสามหัวคิดว่าผัดเพิ่มสักอย่างก็น่าจะพอ หากไม่พอก็เท่ากับว่าพวกเขาเป็นยักษ์มารแล้ว อีกอย่างวัตถุดิบที่มีอยู่ทำอาหารมื้อนี้ก็หมดเกลี้ยง

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   หรือต้องให้ซื้อตัว(จบ)

    เฟิ่งเซียนหยวนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เห็นซินหลิงเสียกำลังหลับสบาย เขาไม่คิดรบกวนนางปล่อยให้นอนเงียบๆ เพียงดึงผ้าห่มคลุมให้กันหนาว แล้วไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำองครักษ์หนุ่มออกไปภัตตาคารแต่เช้าพร้อมด้วยซวนเซียวและหยวนเย่"เรียบร้อยดีหรือไม่"เขาถามทั้งคู่"เรียบร้อยขอรับ"จบบทสนทนามีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ท่าทางสะอาดและสุภาพคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับทหารสี่นาย"คารวะซื่อจื่อ"เขาโค้งกายทำความเคารพอย่างอ่อนน้อมและดูคุ้นเคยกับเฟิ่งเซียนหยวน เมื่อสนทนาสักครู่จึงพาชายคนนั้นเข้าไปข้างในด้วยกันเขาเข้าพบเถ้าแก่และหลงจู๊ แจ้งว่าซินหลิงเสียขอลาออก"ท่านเป็นใครกันถึงกล้าลาออกแทนอาเสียข้าเห็นเขาทำงานมีความสุขดี"เถ้าแก่น้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก"อาเสียต้องกลับไปเมืองซันกับข้าโดยด่วนต้องขออภัยเถ้าแก่ที่แจ้งกะทันหัน ข้ามีพ่อครัวคนใหม่มาแทน ฝีมือไม่ด้อยไปกว่ากัน"เขานำตัวชายฉกรรจ์คนเมื่อครู่มาให้เถ้าแก่ดู อันที่จริงชายผู้นี้เป็นหนึ่งในพ่อครัวในจวนที่มีฝีมือดีมาก บ้านเกิดเขาอยู่ต้าเว่ยเพราะอยากกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ห่างหายไปสิบกว่าปี เพื่อออกมาดูแลพ่อแม่วัยชราให้ใกล้

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   คนปากแข็ง

    ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเขาจะพาตัวนางกลับมาเมืองซันให้ได้ เขายินดีทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครอง ครั้งก่อนเคยพลาดไปแล้วแต่คราวนี้เขาจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกเฟิ่งเซียนหยวนออกเดินทางไปยังภัตตาคารต้าเว่ยที่ซินหลิงเสียทำงานเป็นพ่อครัว เขาตั้งใจไปพบนางและรับตัวกลับเมืองซันด้วยกันโดยที่รู้ดีว่านางอาจไม่ยินยอม แต่คนอย่างเขาใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผลก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าช้าเร็วนางต้องแต่งเข้าจวนอยู่แล้ว"เชิญนั่งตามสบายขอรับคุณชาย"หลงจู๊เข้ามาต้อนรับจัดโต๊ะที่ดีที่สุดให้เฟิ่งเซียนหยวน หยวนเย่และซวนเซียว"แน่ใจหรือขอรับซื่อจื่อว่านางจะยอม"ซวนเซียวลองออกความเห็น เฟิ่งเซียนหยวนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ตอบ สองหนุ่มน้อย"ไม่ยอมจะทำอย่างไรได้เล่า"เขาสั่งอาหารที่แพงที่สุดในร้านสามอย่างกินอิ่มแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สายอาหารสามจานส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ซวนเซียวและหยวนเย่ห่างหายจากรสชาตินี้ไปแสนนาน เมื่อได้ลองชิมคำแรกพลันทำให้อดคิดถึงพี่เสียของพวกเขาไม่ได้ อยากพบหน้านางเร็วๆ ให้หายคิดถึงเช่นกัน"ฝีมือยังอร่อยเหมือนเดิม"ซวนเซียวเอ่ยขึ้น"ข้าว่าอร่อยกว่าเดิมและจานนี้แกะสลักสวยงามมากจริ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   ทวงคืนเพื่อเจ้า

    เฟิ่งเซียนหยวนรักษาตัวจนหายดีจากฝีมือคนตัวแสบ เขาก็สะสางงานต่อทันที เรื่องของซินหลิงเสียเขาไม่เคยลืมยังคงหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้นาง สมบัติทุกชิ้นของนางต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงองครักษ์หนุ่มทูลขอฮ่องเต้เพื่อสืบเรื่องราวของจวนขุนนางซินและใช้อำนาจตรวจค้นภายในจวนได้อย่างถูกต้องรุ่นถิงที่กำลังเสวยสุขอยู่บนทรัพย์สินของซินหลินเสียอย่างฟุ่มเฟือย นอกจากไม่เก็บรักษาสมบัติให้ดียังขายบางส่วนของนางเพื่อใช้จ่ายโดยส่วนของตัวเองไม่ยอมแตะต้องแม้แต่น้อย"เรียนนายหญิง องครักษ์เฟิ่งขอเข้าพบเจ้าค่ะ"บ่าวรับใช้เข้ามารายงานถึงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รุ่นถิงรู้จักเขาเพราะชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือมานาน นึกเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มคงมีเรื่องดีๆ หรืออยากทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ คงไม่แปลกในเมื่อตอนนี้นางเองก็ไม่มีสามี อายุมากกว่าสักหน่อยคงไม่ผิดธรรมเนียมใดกระมัง"เชิญที่ห้องโถงใหญ่ ประเดี๋ยวข้าออกไป"นางบอกกล่าวคนใช้แล้วจัดแจงดูแลความเรียบร้อยของตนเองเฟิ่งเซียนหยวนสำรวจดูภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ขุนนางซินเป็นถึงราชครู ภายในจวนมีความกว้างขวาง ของประดับตกแต่งล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติที่มีคงมากพ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   ถูกจับได้

    ซินหลิงเสียเก็บอุปกรณ์และชวนคนงานลำเลียงของเตรียมเดินทางกลับ นางอำลาผู้ใหญ่และขอบคุณคุณชายเว่ยแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง โดยให้ทุกคนนำหน้าไปก่อนส่วนนางเตรียมเข้าไปร่ำลาแม่ครัวเป็นสิ่งสุดท้าย"ซินหลิงเสีย"เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังที่คุ้นเคยและนุ่มนวล ไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้นานแล้ว นางค่อยๆ หมุนกายกลับมาและต้องตกตะลึงคาดไม่ถึงกับคนตรงหน้า หญิงสาวใจเต้นระรัวที่เจอเฟิ่งเซียนหยวนและเขาก็ยังรู้จักชื่อเต็มของนาง"ใช่จริงๆ เจ้านั่นเอง"เฟิ่งเซียนหยวนยิ้มดีใจโผเข้าหานางกอดกระชับเอาไว้แน่น ร่างเล็กบอบบางของนางเซแทบล้มเมื่อเขาโถมกอดจนตัวเล็กจมมิด"ข้าเจอแล้ว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าขอโทษ"เขาพรั่งพรูความในใจราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน ความคิดคำนึงหาที่เก็บกดมานานระบายผ่านคำพูด ดวงตาทอประกายสดใสและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่นางรู้สึกได้"ท่านจำผิดคนแล้ว ปล่อยข้าน้อยเถิดขอรับ"นางตั้งสติได้นึกถึงวันเก่าทั้งคำพูดและท่าทางเย็นชา อีกทั้งอยากตัดใจให้ขาดแสดงออกเป็นการปฏิเสธชัดเจน"ไม่มีทาง ไม่ผิดตัวแน่ เจ้ายังไม่ตาย"ความดื้อดึงของเฟิ่งเซียนหยวนก็ไม่มีใครต้านทานได้เช่นเดียวกัน เขายังคงกอดนางเอาไว้ทั้งตัว ซบหน้า

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   วันเกิดฮูหยินใหญ่

    แขกเหรื่อในงานกำลังทยอยมาที่จวนตระกูลเว่ย ภายในจวนกว้างใหญ่ไพศาลสมกับเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของต้าเว่ย รองรับแขกได้หลายร้อยคน แต่วันนี้เลือกเชิญเฉพาะคนสำคัญเท่านั้นซินหลิงเสียเดินทางมาถึงพร้อมผู้ช่วย นางได้รับการต้อนรับที่ดีจากที่นี่เพราะคุณชายเว่ยสั่งเอาไว้ นางมาถึงก็รีบจัดเตรียมอาหารโดยไม่รอช้าเพราะอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มต้น ด้านแม่ครัวของที่นี่เริ่มนำเครื่องดื่มทยอยออกไปล่วงหน้าแล้วนางไม่รอช้าเริ่มทำเมนูมงคลเป็นสิ่งแรกคือสิ่วหมี่ ที่มีความเชื่อว่ากินแล้วช่วยให้อายุยืนยาว ซินหลิงเสียทำอย่างรวดเร็วจัดใส่จานขนาดใหญ่ นำผักมาฝานแล้วม้วนเป็นรูปดอกไม้ประดับขอบจานมองดูน่ากินยิ่งนัก"อาหารมงคลธรรมดาที่เราคุ้นเคย ตกแต่งออกมาสวยงามก็ดูน่ากินไม่เบาเลยนะ"เสียงชื่นชมจากปากแขกผู้ใหญ่ที่เริ่มชิมเป็นคำแรกลำดับต่อมาตามติดด้วยเป็ดปักกิ่ง หมูอบน้ำผึ้ง ที่มีกลิ่นหอมโชยไปทั่วบริเวณงานเลี้ยง"เนื้อเป็ดนุ่มลิ้น หนังกรอบพอดี รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีจริงๆ"ฮูหยินใหญ่เอ่ยปากชม แม้แต่แม่ครัวในจวนก็เทียบฝีมือไม่ติด"หมูอบน้ำผึ้งไม่เลี่ยนเลย ข้าล่ะชอบยิ่งนักเนื้อหมูไม่แข็งกระด้างกินเพลินดีด้วย"เพื่อนขอ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   เตรียมตัวเพื่องานสำคัญ

    ครบสิบห้าวันที่เฟิ่งจื่อถงถูกกักกัน เมื่อได้รับอิสรภาพเขาไม่รอช้ารีบเข้าพบพี่ใหญ่ทันทีเพื่อแจ้งความประสงค์บางอย่าง"มีเรื่องใดรึถึงรีบร้อนเช่นนี้"เฟิ่งเซียนหยวนถามเสียงขรึม"พี่ใหญ่ ข้าอยากไปเรียนที่ต้าเว่ย ที่นั่นมีสำนักชื่อดังมากมาย เรียนสักสองปีก็กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่ ท่านว่าดีหรือไม่ขอรับ"เฟิ่งจื่อถงบอกเล่าสิ่งที่เขาวาดฝัน"เจ้ามาขออนุญาตหรือกำลังบอกกล่าวก่อนเดินทางกันแน่"เฟิ่งเซียนหยวนรู้ทันน้องชายตัวดีเสมอ"โธ่ พี่ใหญ่ ข้า..."เฟิ่งจื่อถงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับพี่ชาย"ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นขุนนางในวัง จะมาเป็นบัณฑิตเร่ร่อนสำนักนั้นสำนักนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"เขาเปิดฉากอบรมน้องชายให้รับรู้ถึงหน้าที่ของตนในภายภาคหน้า"อีกอย่างอาจารย์ที่นี่มีแต่คนเก่ง สำนักมีชื่อก็มากมาย เหตุใดเจ้าต้องกระเสือกกระสนไปถึงต้าเว่ยที่มีความเจริญน้อยกว่าเมืองซัน""ข้า..."เฟิ่งจื่อถงเถียงไม่ออก เขารับรู้ทันทีว่าเฟิ่งเซียนหยวนไม่อนุญาตอย่างแน่นอนและไม่มีใครสามารถต่อกรด้วยได้เลย"ไปได้แล้ว"เขาต้องการความสงบจึงไม่พูดสิ่งใดอีก คิดว่าเพียงเท่านี้เฟิ่งจื่อถงน่าจะเข้าใจ"ขอรับพี่ใหญ่"หลังจากนั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status