ข้าหย่าและรวยมาก

ข้าหย่าและรวยมาก

last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
No hay suficientes calificaciones
5Capítulos
2vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

ชาติก่อนเธอคือโปรดิวเซอร์มือทอง ผู้ปั้นศิลปินจนโด่งดังทั่วประเทศ แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่าง "หลินเยว่ฉี" อนุภรรยาผู้อาภัพที่ถูกเมียหลวงรังแก สามีเย็นชา และทั้งจวนมองเป็นเพียงของไร้ค่า แทนที่จะก้มหน้าทน... นางกลับเลือก หย่า! พร้อมแบกเงินก้อนสุดท้ายออกจากจวนตระกูลเซียวอย่างสง่างาม ในเมื่อโลกนี้ไม่มีวงการบันเทิง ถ้าอย่างนั้นนางก็จะสร้างมันขึ้นมาเอง จากตึกร้างที่ผู้คนร่ำลือว่าผีสิง สู่ "หอรวมดารา" ที่ปลุกกระแสความบันเทิงครั้งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน ปั้นเด็กกำพร้าให้กลายเป็นดาวเด่น สร้างการแสดงที่ผู้คนไม่เคยเห็น ขายสินค้าที่คนทั้งเมืองแย่งกันซื้อ จนเงินทองไหลเข้าราวสายน้ำ เมื่ออดีตสามีเห็นอนุภรรยาที่เคยทอดทิ้ง กลายเป็นสตรีผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลที่สุดในใต้หล้า เขาจึงหน้าด้านกลับมาขอคืนดี แต่น่าเสียดาย สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ พร้อมคำพูดที่ทำให้เขาจดจำไปชั่วชีวิต "นี่ค่าทิป สำหรับคนที่เคยทำตัวเป็นขยะในชีวิตข้า" ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบุรุษลึกลับผู้หนึ่งคอยทุ่มเงิน สนับสนุน และปกป้องนางทุกย่างก้าว ใครจะคิดว่า "คหบดีต่างเมือง" ผู้นั้น แท้จริงแล้วคือองค์รัชทายาทผู้ทรงอำนาจ

Ver más

Capítulo 1

1

กลิ่นอับชื้นของห้องนอนเล็กท้ายเรือนผสานกับกลิ่นยาต้มที่เคี่ยวจนงวด ส่งกลิ่นขมฝาดลอยคลุ้งไปทั่วห้อง หลินเยว่ฉีกระพริบตาช้าๆ อย่างมึนงง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานสตูดิโอถ่ายทำรายการไอดอลซีซันใหม่ หากแต่เป็นเพดานไม้คานหนาหนักเก่าแก่ และม่านมุ้งสีซีดที่ขาดเป็นรูจากการใช้งานมานาน

“ฟื้นแล้วหรือแม่นางเยว่ฉี” เสียงแหลมที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นข้างเตียง

เยว่ฉีค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำของโปรดิวเซอร์มือทองแห่งยุคปัจจุบัน ผู้สร้างศิลปินชื่อดังนับไม่ถ้วน ปะทะเข้ากับความทรงจำของหลินเยว่ฉี อนุภรรยาผู้อ่อนแอแห่งตระกูลเซียวในชั่วพริบตา

เจ้าของร่างเดิมถูกสั่งให้ตากฝนจนล้มป่วย ไข้ขึ้นสูงติดต่อกันสามวันสามคืน ไร้แม้แต่คนเหลียวแล

เยว่ฉีหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเบาๆ

ชัดเจนแล้ว ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนที่ถูกทั้งจวนเหยียบย่ำ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาของนางก็สบเข้ากับสตรีผู้หนึ่ง

'ฉินซี' ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลเซียว นางยืนกอดอก สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ข้างกายมีสาวใช้ถือถาดอาหารเดินเข้ามา กลิ่นของข้าวสารดำกับผักดองเปรี้ยวโชยขึ้นมาจนแทบชวนให้คลื่นไส้

“ฮูหยิน คุณหนูเพิ่งฟื้นจากไข้ เหตุใดถึงให้กินเพียงข้าวสารดำกับผักดองเช่นนี้เล่าเจ้าคะ” เสี่ยวถาว สาวใช้คนสนิทผู้มีใบหน้าซีดเซียวรีบคุกเข่าลงทั้งน้ำตา

“ขอเมตตาให้ยาต้มดีๆ สักหม้อเถิดเจ้าค่ะ”

“เหอะ! ยาต้มดีๆ งั้นหรือ” ฮูหยินใหญ่ฉินแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน

“เรือนของข้าหาใช่โรงทานไม่ อนุชั้นต่ำที่วัน ๆ เอาแต่แสร้งป่วยเรียกร้องความสนใจจากท่านพี่ จะให้ข้าสิ้นเปลืองยาดีไปกับคนเช่นนี้หรือ มีข้าวสารดำกับผักดองให้กินก็นับว่าตระกูลเซียวเมตตาเต็มทีแล้ว”

เยว่ฉียกมือแตะหน้าผาก ความร้อนจากพิษไข้ยังคงแผดเผาอยู่ไม่จาง หากแต่นัยน์ตาที่เคยหวาดหวั่นและอ่อนแอของเจ้าของร่างเดิม บัดนี้กลับสงบนิ่ง เย็นเฉียบ และเปี่ยมไปด้วยอำนาจ

สายตาคมกริบกวาดมองฮูหยินใหญ่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผ้าไหมชั้นดี เครื่องประดับราคาแพง แต่จับคู่สีได้ฉูดฉาดเสียจนไร้รสนิยมสิ้นดี

“เจ้ามองหน้าข้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร” ฮูหยินใหญ่ถลึงตา

“เป็นเพียงอนุ ไร้หัวนอนปลายเท้า ได้เข้ามาอยู่ในตระกูลขุนนางอย่างท่านพี่ก็นับเป็นบุญใหญ่เพียงใดแล้ว ยังกล้าทำสายตาเช่นนี้ใส่ข้าอีกหรือ”

“บุญอย่างนั้นหรือ” เสียงของเยว่ฉีราบเรียบ ทว่านุ่มลึกและเย็นเยียบจนคนฟังชะงักไปชั่วขณะ

นางค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียง เท้าเปล่าแตะพื้นไม้เย็นเฉียบ แม้จะสวมอาภรณ์สีซีดเก่าโทรม แต่ท่วงท่าที่เหยียดกายตรงกลับสง่างาม ราวกับหงส์ที่เพิ่งกางปีกจากกองเถ้าถ่าน

“เข้าเรือนขุนนางที่สามีเย็นชา ปล่อยให้ภรรยาตากฝนจนเกือบตาย เมียหลวงก็เอาแต่ริษยา กลั่นแกล้ง แม้แต่ข้าวดีๆ ยังไม่ยอมให้กิน หากนี่คือบุญ ข้ายกให้ฮูหยินใหญ่เก็บไว้เสพสุขเพียงผู้เดียวเถิด”

“เจ้า! เจ้ากล้าปากดีกับข้าหรือ” ฮูหยินใหญ่ฉินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางไม่เคยเห็นเยว่ฉีในสภาพเช่นนี้มาก่อน

“เด็กๆ จับตัวนางเอาไว้ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้า ปากดีนักนะ ตบให้เลือดกบปากจะได้สำนึกว่าอย่ามาสามหาวกับข้าอีก”

สาวใช้ร่างใหญ่เพิ่งก้าวออกมาได้เพียงก้าวเดียว ก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากหน้าประตู

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดถึงเอะอะโวยวายไปถึงเรือนหน้า” ชายหนุ่มในชุดขุนนางสีเข้มก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลา ทว่าฉายชัดด้วยความหยิ่งทะนงและเย็นชา

เขาคือเซียวเหวินฮั่น สามีเจ้าของร่างนี้

“ท่านพี่” ฮูหยินใหญ่รีบถลาเข้าไปเกาะแขนอีกฝ่าย พลางฟ้องเสียงหวาน

“ท่านดูเยว่ฉีเถิดเจ้าค่ะ เพิ่งฟื้นจากไข้ก็เสียสติ ปากกล้าท้าทายข้า แถมยังลบหลู่ตระกูลเซียวอีก”

เซียวเหวินฮั่นปรายตามองเยว่ฉีเพียงแวบเดียว แววตาเต็มไปด้วยความเอือมระอาและดูถูก

“เยว่ฉี ข้านึกว่าเจ้าป่วยหนักแล้วจะรู้จักสำนึกเสียบ้าง ที่แท้ก็ยังใช้วิธีเดิม ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้า หากเจ้าอยากได้รับความรักจากข้า ก็ควรเรียนรู้ความกตัญญูและเจียมตน ไม่ใช่สร้างปัญหาให้ฮูหยินใหญ่เช่นนี้” เยว่ฉีฟังจบก็แทบหลุดหัวเราะ

ผู้ชายคนนี้ หลงตัวเองเสียจนคิดว่าผู้หญิงทั้งใต้หล้าต้องหมุนรอบตัวเขาอย่างนั้นหรือ

“เรียกร้องความสนใจจากท่าน” เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“ท่านใต้เท้าเซียว ท่านคิดจริงๆ หรือว่าหน้าตาเช่นท่าน กับตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ของท่าน จะมีค่ามากพอให้ข้าต้องลงทุนป่วยจนเกือบตาย เพียงเพื่อแลกกับการชายตามองของท่าน”

“เจ้าว่าอะไรนะ!” เซียวเหวินฮั่นเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา เยว่ฉีไม่เคยแม้แต่จะเถียงเขาสักคำ ปกตินางเอาแต่ก้มหน้า ทำตามคำสั่งอย่างว่างง่าย เหตุใดวันนี้จึงเป็นเช่นนี้ไปได้

วันนี้นางกลับกล้าพูดจาฉะฉานยิ่งนัก

“ข้าบอกว่า...” เยว่ฉีก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมสบนัยน์ตาอีกฝ่ายตรงๆ

“ข้าไม่เคยเรียกร้องความสนใจจากท่าน และข้าก็หมดศรัทธาในตระกูลขยะแห่งนี้โดยสิ้นเชิง” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ในเมื่อฮูหยินใหญ่เกลียดข้า ส่วนท่านก็มองว่าข้าเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง เช่นนั้น เราก็มาทำเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุดกันเถิด”

“เรื่องอันใดของเจ้า” ฮูหยินใหญ่ตวาดเสียงแหลม

เยว่ฉีหันไปมองนาง ก่อนประกาศชัดถ้อยชัดคำ

“หย่ากัน” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างมองนางราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต

“ร่างหนังสือหย่าให้ข้าเสียวันนี้” เยว่ฉีเอ่ยช้า ๆ ทุกคำหนักแน่นดุจค้อนทุบลงกลางห้อง

“ข้าจะออกจากตระกูลเซียวทันที”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนเก่าทรุดโทรมในทันทีที่คำว่าหย่ากัน หลุดออกจากปากของหลินเยว่ฉี

เซียวเหวินฮั่นนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างดูแคลน ราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต

“หย่าเหรอ เจ้าเนี่ยนะขอหย่า หลินเยว่ฉี เจ้าไข้ขึ้นจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร สตรีที่ไม่มีแม้แต่ที่ให้กลับไปอย่างเจ้า หากออกจากตระกูลเซียว ไม่อดตายข้างถนนก็ต้องระเห็จไปขายตัวประทังชีวิต กล้าดีอย่างไรมาขู่ข้าด้วยคำนี้”

“ข้าไม่ได้ขู่” เยว่ฉียืนกอดอก กวาดสายตามองสองสามีภรรยาด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดปิดบัง

“ข้าพูดเรื่องจริง และข้าต้องการหย่าวันนี้ เดี๋ยวนี้”

“ท่านพี่ ดูนางสิเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ฉินแผดเสียง พลางบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“นางกล้าเหยียดหยามตระกูลเซียวถึงเพียงนี้ ในเมื่อนางอยากไปนักก็ไล่นางออกไปตัวเปล่าเลยเจ้าค่ะ อย่าให้เงินนางแม้แต่เหรียญเดียว”

“ไล่ออกไปตัวเปล่า”

เยว่ฉีเลิกคิ้ว ริมฝีปากยกเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนจะขยับเข้าใกล้ฮูหยินใหญ่ฉินอีกหนึ่งก้าว แล้วลดเสียงลง

“ฮูหยินใหญ่ ท่านแน่ใจหรือว่าอยากให้ข้าไปตัวเปล่า หากข้าต้องออกไปโดยไม่มีอะไรติดมือ ข้าคงจำเป็นต้องนำเรื่อง ‘สมุดบัญชีลับ’ ของเรือนหลังที่ท่านยักยอกเงินส่วนกลางไปกว้านซื้อร้านค้าในตลาดทิศตะวันตก ไปป่าวประกาศให้คนทั่วเมืองหลวงรับรู้เสียหน่อย”

ใบหน้าของฮูหยินใหญ่ฉินซีดเผือดทันที นางก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว

“จะ...เจ้ารู้เรื่องนั้นได้อย่างไร”

เยว่ฉีหรี่ตามองอีกฝ่าย ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมยังคงแจ่มชัด หลินเยว่ฉีคนก่อนเคยบังเอิญเห็นสมุดบัญชีเล่มนั้นตอนถูกเรียกไปช่วยคัดแยกของในเรือนหลัง เพียงแต่นางเป็นคนขลาดเขลา ต่อให้รู้ความลับก็ไม่เคยกล้าปริปาก แต่นั่นคือหลินเยว่ฉีคนเก่า ไม่ใช่นาง

“ข้ารู้อะไรมากกว่าที่ท่านคิดเสียอีก” เยว่ฉีเอ่ยอย่างเป็นต่อ

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
5 Capítulos
1
กลิ่นอับชื้นของห้องนอนเล็กท้ายเรือนผสานกับกลิ่นยาต้มที่เคี่ยวจนงวด ส่งกลิ่นขมฝาดลอยคลุ้งไปทั่วห้อง หลินเยว่ฉีกระพริบตาช้าๆ อย่างมึนงง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานสตูดิโอถ่ายทำรายการไอดอลซีซันใหม่ หากแต่เป็นเพดานไม้คานหนาหนักเก่าแก่ และม่านมุ้งสีซีดที่ขาดเป็นรูจากการใช้งานมานาน“ฟื้นแล้วหรือแม่นางเยว่ฉี” เสียงแหลมที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นข้างเตียงเยว่ฉีค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำของโปรดิวเซอร์มือทองแห่งยุคปัจจุบัน ผู้สร้างศิลปินชื่อดังนับไม่ถ้วน ปะทะเข้ากับความทรงจำของหลินเยว่ฉี อนุภรรยาผู้อ่อนแอแห่งตระกูลเซียวในชั่วพริบตาเจ้าของร่างเดิมถูกสั่งให้ตากฝนจนล้มป่วย ไข้ขึ้นสูงติดต่อกันสามวันสามคืน ไร้แม้แต่คนเหลียวแลเยว่ฉีหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเบาๆชัดเจนแล้ว ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนที่ถูกทั้งจวนเหยียบย่ำ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาของนางก็สบเข้ากับสตรีผู้หนึ่ง'ฉินซี' ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลเซียว นางยืนกอดอก สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ข้างกายมีสาวใช้ถือถาดอาหารเดินเข้ามา กลิ่นของข้าวสารดำกับผักดองเปรี้ยวโชยขึ้นมาจนแทบชวนให้คลื่นไส้“ฮูหยิน คุณหนูเพิ่งฟื้นจากไข้
last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Leer más
2
“รวมถึงเรื่องที่ท่านเคยลอบใส่ของบางอย่างลงในน้ำชาของอนุคนก่อนๆ จนพวกนางเจ็บป่วยและถูกบีบให้ออกจากจวน ข้าก็พอมีหลักฐานอยู่บ้าง หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูใต้เท้าเซียว รวมถึงผู้อาวุโสของตระกูล ท่านคิดว่าตำแหน่งฮูหยินเอกของท่านจะยังมั่นคงอยู่อีกหรือ”“เจ้า... เจ้ามันนางมารร้าย กล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ” ฮูหยินใหญ่ฉินสั่นสะท้านทั้งโกรธทั้งกลัวเยว่ฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้านางไม่ใช่อนุผู้อ่อนแอที่เคยก้มหน้ารับคำด่าทออีกต่อไปแล้ว สตรีคนนี้ทั้งกล้าต่อรองและยังรู้ความลับที่สามารถทำลายชื่อเสียงของนางได้ฉินซีจึงรีบหันไปหาเซียวเหวินฮั่น“ท่านพี่ หย่านางไปเลยเจ้าค่ะ สตรีปากร้ายไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเช่นนี้ เก็บไว้ก็มีแต่จะนำความวุ่นวายมาสู่ตระกูล ให้เงินนางไปก้อนหนึ่งแล้วไล่ออกไปให้พ้นหน้าพ้นตาเถิดเจ้าค่ะ” เซียวเหวินฮั่นขมวดคิ้วแน่น เมื่อครู่ภรรยาเอกยังเรียกร้องให้ขับเยว่ฉีออกจากจวนตัวเปล่า แต่เพียงไม่กี่ประโยคกลับยอมให้เงินอย่างง่ายดาย เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้กำลังปิดบังบางอย่างจากเขา“พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรกัน”“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” ฉินซีรีบปฏิเสธ“ข้าเพียงคิดว่านางอยากไปก็ปล่อยให้นางไปเสีย จะได้ไม่สร้างความรำคา
last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Leer más
3
สองข้างทางมีทั้งโรงเตี๊ยมที่เต็มไปด้วยผู้คน สำนักสังคีตที่มีนักดนตรีบรรเลงพิณขับร้องบทเพลงเนิบช้า รวมถึงหอโคมแดงที่ใช้หญิงงามเป็นจุดดึงดูดลูกค้ามากกว่าจะขายศิลปะการแสดงอย่างแท้จริงเยว่ฉีเดินดูอยู่หลายแห่ง ก่อนส่ายหน้าเบาๆ“จืดชืด ไร้รสชาติสิ้นดี” นางพึมพำ“ความบันเทิงของยุคนี้มีเพียงนั่งจิบชาฟังคนดีดพิณ หรือไม่ก็ดูระบำอวยพรแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา ไม่มีการสร้างดาวเด่น ไม่มีการสร้างกระแส และที่สำคัญที่สุด ไม่มีสิ่งที่ทำให้ผู้ชมคลั่งไคล้จนยอมควักเงินออกจากกระเป๋าซ้ำแล้วซ้ำอีก” เสี่ยวถาวที่เดินตามอยู่ด้านข้างกะพริบตาปริบๆ“คุณหนูพูดถึงสิ่งใดหรือเจ้าคะ บ่าวฟังไม่ค่อยเข้าใจ”“สิ่งที่เรียกว่าแฟนคลับอย่างไรเล่า”“แฟน... อะไรนะเจ้าคะ”เยว่ฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหัวเราะออกมา“ช่างเถอะ อีกไม่นานเจ้าจะเข้าใจเอง”เสี่ยวถาวได้แต่เกาศีรษะอย่างงุนงง แล้วเดินตามนายสาวต่อไปกระทั่งเดินผ่านย่านท้ายเมืองซึ่งอยู่ติดกับเขตการค้า สายตาของเยว่ฉีก็สะดุดเข้ากับอาคารไม้ขนาดใหญ่สามชั้นหลังหนึ่งแม้ตัวอาคารจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ผนังบางส่วนแตกร้าว สีซีดจาง และเต็มไปด้วยฝุ่น แต่โครงสร้างหลักกลับยังแข็งแรง ไม้ที่ใช้ก่อสร
last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Leer más
4
“รอบโคมต้องมีฝาครอบป้องกันเปลวไฟ และห้ามวางใกล้ม่านหรือผ้าเด็ดขาด ข้าไม่ต้องการเปิดกิจการวันแรกแล้วหอของข้ากลายเป็นกองเถ้าถ่าน”“เข้าใจแล้วขอรับ”นายช่างใหญ่กวาดตามองแบบแปลนอันแปลกตาอีกครั้ง ดวงตาฉายแววตื่นเต้น“เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นสำนักสังคีตแห่งใดวางโครงสร้างเช่นนี้มาก่อน หากทำสำเร็จตามที่แม่นางออกแบบ ยามเปิดโคมทั้งหมดพร้อมกัน เวทีคงงดงามราวกับแดนสวรรค์เป็นแน่”“ข้าไม่ได้ต้องการให้มันเหมือนสำนักสังคีตแห่งอื่น” เยว่ฉียิ้มบาง“ข้าต้องการให้คนที่ก้าวเข้ามาที่นี่รู้ทันทีว่า สิ่งที่พวกเขากำลังจะได้เห็น หาไม่ได้จากที่ใดในเมืองหลวง”“แม่นางวางใจ ข้าจะทำให้สุดฝีมือ” เมื่อการปรับปรุงหอรวมดาราดำเนินไปตามแผน ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาคนเยว่ฉีไม่คิดแย่งชิงนักร้องนักรำชื่อดังจากสำนักสังคีตหรือหอเริงรมย์แห่งอื่น เพราะคนเหล่านั้นมีรูปแบบการร้องรำที่ถูกฝึกจนติดเป็นนิสัย หากต้องรื้อทุกอย่างแล้วเริ่มใหม่ ย่อมเสียเวลามากกว่าการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นสิ่งที่นางต้องการคือ ‘ผ้าขาว’คนที่ยังไม่ถูกกรอบเดิมขีดเขียนจนเต็มผืน และพร้อมให้นางเจียระไนใหม่ทั้งหมดเยว่ฉีจึงพาเสี่ยวถาวเดินทางไปยังตลาดแรงงานและเขตพักพ
last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Leer más
5
“เข้าใจขอรับ” เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน แม้ทุกคนจะเหนื่อยจนแทบหมดแรงก็ตามเด็กฝึกทั้งสิบห้าคนต่างมีเหงื่อไหลชุ่มแผ่นหลัง ชุดฝึกที่เยว่ฉีออกแบบให้กระชับและเคลื่อนไหวสะดวกเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ บางคนขาสั่น บางคนหอบจนแทบพูดไม่ออก แต่ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากบ่นตั้งแต่เข้ามาอยู่ในหอรวมดารา พวกเขาไม่เพียงมีที่พักสะอาดและอาหารครบสามมื้อ แต่เยว่ฉียังสั่งให้ครัวจัดเนื้อ ไข่ ผัก และธัญพืชให้เหมาะสมกับการฝึก ไม่ปล่อยให้พวกเขากินเพียงข้าวต้มบางๆ เหมือนที่เคยเป็นมายิ่งไปกว่านั้น ทุกคนยังได้รับเบี้ยเลี้ยงประจำสัปดาห์สำหรับคนที่เคยต้องอดมื้อกินมื้อ สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากชีวิตใหม่เยว่ฉีเคาะไม้ลงบนฝ่ามืออีกครั้ง“พอแล้ว พักหนึ่งเค่อ ดื่มน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นกลับมาฝึกควบคุมลมหายใจและจัดเสียงร้องต่อ”เหล่าเด็กฝึกแทบทรุดลงกับพื้นด้วยความโล่งอก“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณหนู”“ขอบพระคุณขอรับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งยกแขนปาดเหงื่อ ก่อนพึมพำกับสหายข้างกาย“ข้านึกว่าฝึกรำจะไม่เหนื่อยเท่าแบกกระสอบข้าวเสียอีก”เด็กสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หลุดหัวเราะ“เมื่อเช้าเจ้าก็พูดว่าจะไม่ยอมแพ้ไม่ใช่หรือ”“ข้าไม่ได้บอกว่าจะยอมแพ้เสียหน่อย
last updateÚltima actualización : 2026-08-11
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status