Masukเสิ่นอิงอิงที่คิดว่าตัวเองตายแล้ว ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กหญิงชาวนาอายุ 10 ขวบ ในยุคโบราณที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ ที่ตายเพราะถูกลูกพี่ลูกน้องผลักเพื่อแย่งผลไม้ป่า ทำให้วิญญาณของเสิ่นอิงอิงในยุคปัจจุบันที่เดินทางข้ามเวลาเข้ามาแทนที่เด็กหญิงชาวนาที่ตายไป หลังจากได้รับชีวิตใหม่และได้รับความทรงจำจากร่างเดิมทำให้รู้ว่าตอนนี้ยุคโบราณที่เธอเดินทางข้ามเวลามานั้นกำลังประสบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่และทุกคนในหมู่บ้านตระกูลเสิ่นอยู่ระหว่างเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น เพื่อหนีจากความอดอยาก ทุกคนในหมู่บ้านจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาที่อุดมสมบูรณ์เพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยมีหัวหน้าตระกูลเสิ่นเป็นผู้นำ
Lihat lebih banyak“น้องสาว”
“เหมยลี่ นี่เจ้าทำอะไร”
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แค่คนอย่างพวกเจ้าไม่สมควรได้กินของดี ๆ โดยเฉพาะน้องสาวของเจ้า” เสิ่นเหมยลี่หันหลังวิ่งออกไปทันที
“น้องสาว น้องสาว เจ้าได้ยินพี่ใหญ่หรือไม่” เยว่ฉีเขย่าตัวน้องสาว เรียกนางอยู่นานสองนานแต่กลับไม่มีเสียงขานตอบรับเลย
เสียงเรียกและแรงเขย่าทำให้เสิ่นอิงอิงพยายามอย่างหนักเพื่อลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดบริเวณหน้าผากทำให้รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดแต่ทว่าไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ในใจคิดว่าตัวเองตายแล้วเหตุใดถึงยังมีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ ใช่แล้ว ในความเป็นจริงเสิ่นอิงอิงจากศตวรรษที่ 21 นั้นได้ตายไปแล้วจริง ๆ และเสิ่นอิงอิงจากมิติคู่ขนานโลกโบราณที่ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์โลกก็ได้ตายไปแล้วเช่นเดียวกัน ทำให้เสิ่นอิงอิงจากยุคสมัยใหม่เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในร่างของเสิ่นอิงอิง เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่ตายระหว่างที่กำลังเดินทางอพยพจากบ้านเกิดที่เกิดภัยแล้ง เพื่อไปตั้งรกรากที่เมืองอื่น
เสิ่นอิงอิงจากยุคปัจจุบันตายเพราะคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังระหว่างออกไปทำภารกิจ ทั้งสองคนร่วมมือกันสังหารเธอ ส่วนเสิ่นอิงอิงเด็กหญิงผู้น่าสงสารต้องมาตายเพราะผลไม้ป่าเพียงลูกเดียว หลังจากที่ออกเดินทางจากบ้านเกิดมาหลายวัน วันนี้ชาวบ้านจากหมู่บ้านเสิ่นเจียชุนได้หยุดพักกลางป่า เพื่อหาอาหารและน้ำดื่มเพิ่ม
เสิ่นเยว่ฉีบังเอิญเก็บสาลี่มาได้หนึ่งลูกในป่าเขาจึงนำมามอบให้กับน้องสาวของเขา เมื่อเสิ่นเหมยลี่ที่เป็นลูกสาวของลุงใหญ่เห็นว่าอิงอิงมีสาลี่อยู่ในมือ นางจึงไม่พอใจและต้องการแย่งเอาสาลี่มาเป็นของตัวเอง ด้วยนิสัยของเสิ่นเหมยลี่เป็นคนเห็นแก่ตัว ตะกละ เกียจคร้านและชอบเอารัดเอาเปรียบนิสัยที่สืบทอดมาจากแม่ของนาง เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองมีของกินนางก็เขามาแย่งทันที ทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกัน
เสิ่นอิงอิงที่ทั้งตัวเล็กและอายุน้อยกว่าเสิ่นเหมยลี่ไม่สามารถสู้แรงของนางได้ จึงถูกเสิ่นเหมยลี่ผลักล้มลงหัวฟาดกับก้อนหิน หลังจากได้สาลี่แล้วเสิ่นเหมยลี่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าญาติผู้น้องของตัวเองจะบาดเจ็บหรือไม่ จะเป็นหรือตายนางหาได้สนใจไม่ เสิ่นเหมยลี่วิ่งหนีไปพร้อมกับสาลี่ในมือ หลังจากนางกินสาลี่แล้วยังหันมาพูดอีกว่า
“นังแพศยาอย่างเจ้าสมควรแล้ว ทางที่ดีเจ้าน่าจะตาย ๆ ไปเสีย ตาย ๆ ไปทั้งครอบครัวของเจ้าเลย”
เสิ่นเยว่ฉีที่กำลังร้องเรียกน้องสาวด้วยความตกใจ ไม่ว่าจะทำเช่นไรน้องสาวก็ไม่ลืมตา เขาได้แต่แบกน้องสาวขึ้นหลังแล้ววิ่งกลับไปหาหมอหลูทันที ส่วนเยว่เทียนนั้นเมื่อรู้ว่าเสิ่นเหมยลี่รังแกน้องสาวของเขา ก็รีบวิ่งไปตามหาเสิ่นเหมยลี่ทันที ตอนนี้เด็กชายทั้งรู้สึกโกรธแค้น ตอนก่อนออกเดินทาง
ท่านปู่กับท่านย่าที่ลำเอียงแสนลำเอียงได้ทำการแยกครอบครัวโดยไม่แบ่งทรัพย์สินอันใดให้บ้านรองเลยเพราะเห็นว่าท่านพ่อของเขาป่วยออด ๆ แอด ๆ ท่านย่าจึงให้หัวหน้าหมู่บ้านเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์และมอบให้กับบ้านรองพร้อมหนังสือแยกบ้าน ให้มาเพียงธัญพืชหยาบครึ่งกระสอบเท่านั้น ตอนนี้คนบ้านใหญ่ยังมารังแกน้องสาวของเขาอีก
“เสิ่นเหมยลี่ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้”
“อะไรกัน เสิ่นเยว่เทียนเองเหรอ เหตุใดข้าต้องฟังที่เจ้าพูด”
เสิ่นเยว่เทียนมองเห็นเหมยลี่ที่กำลังวิ่งนำหน้าเขาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปแล้วถีบนางล้มทันที จากแรงถีบทำให้เสิ่นเหมยลี่ล้มลงหน้าทิ่มฟันหักสองซี่ เสิ่นเยว่เทียนเมื่อเห็นว่าเขาได้แก้แค้นให้น้องสาวแล้วก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายกลับไปที่พักทันที
“ตุ๊บ! อ๊า ฟันของข้า ฟันของข้า” เหมยลี่ที่กำลังวิ่งหนีเยว่ฉีล้มลงเพราะแรงถีบจากด้านหลัง
เสิ่นเยว่ฉีที่ตอนนี้เริ่มใจเสียเพราะมีเลือดออกที่หน้าผากของน้องสาว เลือดไหลไม่หยุดแม้ว่าเขาจะฉีกแขนเสื้อพันเอาไว้แล้ว เด็กชายแบกน้องสาววิ่งไปน้ำตาคลอหน่วยปากก็ตะโกนเรียกผู้เป็นแม่
“ท่านแม่ ท่านแม่ น้องสาวแย่แล้วขอรับ”
“พี่ใหญ่ พาน้องสาวไปหาท่านหมอหลูก่อน เดี๋ยวข้าไปบอกท่านแม่เอง”
“ตกลง”
หานหลิวอิงได้ยินเสียงลูกชายเรียกก็รีบออกจากเพิงที่พักทันที เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาวของนางถูกลูกสาวบ้านใหญ่ผลักหัวกระแทกหินตอนนี้ยังไม่ได้สติ นางตกใจจนร้องไห้ออกมา สามีของนางร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอดเพราะตกลงไปในหลุมกับดักของนายพรานและติดอยู่ในหลุมนั้นเป็นเวลาสองวัน กว่าจะตามหาเขาพบก็พบว่าเขาเป็นไข้จนหมดสติส่วนที่ขาเป็นแผลขนาดใหญ่ เพราะในตอนนั้นแม่สามีไม่ยอมให้เงินเพื่อจ่ายค่ารักษาทำให้ไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เขารอดพ้นจากความตายมาได้แต่ทว่าร่างกายกลับไม่แข็งแรงเช่นเดิมแล้ว
“เกิดอันใดขึ้น เทียนเอ๋อร์ เกิดเรื่องอันใดกับน้องสาวของเจ้า”
“ท่านแม่ ไปหาท่านหมอหลูก่อนขอรับ เหมยลี่แย่งผลไม้ของน้องสาวแล้วผลักนางล้มหัวกระแทกก้อนหินขอรับ”
เยว่ฉีที่พาน้องสาวมาถึงกระโจมที่พักของหมอหลูที่เป็นหมอเพียงคนเดียวในหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน บาดแผลที่หน้าผากเป็นรูขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือ เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหวาดกลัว หานหลิวอิงอดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ตอนนี้อยู่กลางป่ากลางเขา
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเองนางรู้สึกคับข้องใจเป็นที่สุด บ้านใหญ่แต่ไหนแต่ไรมาก็รังแกพวกนางบ้านรองอยู่แล้ว แม่สามีที่ลำเอียง พ่อสามีที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับครอบครัวของนางเลย บางครั้งนางอดคิดไม่ได้ว่าสามีของนางยังใช่ลูกของพวกเขาทั้งคู่หรือไม่ โชคดีที่ยังมีหมอเดินทางมาด้วย หากท่านหมอหลูไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยนางเองก็คงหมดหนทาง
“ท่านหมอ ลูกสาวข้าเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”
“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว พวกเจ้าแค่ดูแลนางให้ดี ครั้งนี้นางเสียเลือดไปมากบวกกับร่างกายที่อ่อนแอ ขาดสารอาหาร พวกเจ้าต้องพยายามเติมเต็มให้นาง ข้าเองก็เข้าใจว่าตอนนี้พวกเรากำลังตกที่นั่งลำบาก สิ่งที่ข้าทำได้ข้าก็ได้ทำไปแล้ว โชคดีที่ยังพอมีสมุนไพรติดมาบ้าง พวกเจ้าพานางกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ขอบคุณท่านหมอหลูเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาหรือยังขอรับ”
“ยังเลย ไม่รู้ว่าพ่อของเจ้ากับคนอื่น ๆ จะหาน้ำได้บ้างหรือไม่”
ยังไม่ทันที่แม่ลูกจะได้กลับไปถึงเพิงที่พัก เสิ่นเหมยลี่ก็พานางเซียวเยว่หลิงเข้ามาโวยวายเรียกค่ารักษา เสิ่นเหมยลี่บอกว่าเยว่เทียนทำร้ายนางจนฟันข้างหน้าหลุดออกมาสองซี่ ซ้ำยังบอกอีกว่าพี่น้องบ้านรองถือว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายถือโอกาสรังแกนาง
“เยว่เทียน ไอ้เด็กเวร ออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าทำร้ายลูกสาวข้าจนกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เจ้าจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาของลูกสาวข้า”
“แล้วที่ลูกสาวของท่านผลักน้องสาวของข้าจนนางหมดสติ หน้าผากของนางเป็นรูใหญ่ เลือดไหลไม่หยุด ท่านสองคนแม่ลูกจะรับผิดชอบเยี่ยงไร ลูกสาวท่านไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ เดิมทีผลไม้ก็เป็นข้าที่เก็บมามอบให้กับน้องสาว นอกจากลูกสาวของท่านต้องการแย่งชิงข้าวของ ของผู้อื่น หรือว่านี่เป็นท่านที่สอนมากัน” เยว่ฉีที่ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เขาคงหมดความอดทนถึงได้โต้เถียงออกมา
“เยว่ฉี ไอ้เด็กเหลือขอ ใครให้เจ้าพูดจาเช่นนี้กับผู้อาวุโส พวกเจ้ามันเด็กน่าตาย มีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน”
"เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ" เสียงฝ่ามือที่กระทบกับแก้มของนางเซียวเยว่หลิงหันไปตามแรงตบ หานหลิวอิงที่หมดความอดทนกับคนพวกนี้ที่คอยรังแกครอบครัวของนาง คอยรังแกลูก ๆ ของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้นางจะไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว นางเซียวเยว่หลิงโดนตบจนมึนและไม่คิดว่าหานหลิวอิงที่ปกติยอมก้มหัวให้นางมาตลอดวันนี้จะกล้าตบนาง
“ลูกสาวของเจ้ามีค่า แต่ลูกสาวของผู้อื่นไม่มีค่ารึ เจ้าบอกว่าลูก ๆ ของข้ามีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน แล้วลูกสาวของเจ้าเล่า ทั้งขี้เกียจ ทั้งตะกละ ทั้งชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ลูกสาวข้าบาดเจ็บตอนนี้หมดสติยังไม่ฟื้น เจ้าจะรับผิดชอบเช่นไร หรือว่าลูกที่เจ้าคลอดมาและเป็นเจ้าที่สั่งสอนให้ลูกเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าอยากจะรู้ว่าหากรอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ ผู้ใดกันจะกล้ามาสู่ขอลูกสาวของเจ้า”
“เจ้า .. เจ้า หานหลิวอิง เจ้ากล้าตบข้า”
“เหตุใดข้าถึงจะไม่กล้าตบเจ้า เจ้าคิดว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่ตอบโต้เป็นเพราะข้ากลัวเจ้าเช่นนั้นรึ นั่นมันเป็นเพราะข้าไม่อยากทำให้สามีของข้าลำบากใจ พวกเจ้าแม่สามีลูกสะใภ้ถึงได้รังแกพวกเราอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เจ้านับเป็นตัวอันใด พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว เจ้าอย่าได้เอาตำแหน่งสะใภ้ใหญ่มากดขี่ข่มเหงพวกเราแม่ลูกอีก หาไม่แล้วไม่เพียงแต่ลูกสาวเจ้าฟันจะหัก เจ้าเองก็จะไม่เหลือแม้แต่ฟันจะเคี้ยวข้าว ค่าหมอค่ายาของลูกข้า สามตำลึง หากเจ้าไม่จ่ายข้า พบเจอหน้าเจ้าในที่ลับตาคนเมื่อไหร่ข้าจะทุบตีเจ้า จนกว่าเจ้าจะจ่ายเงินครบสามตำลึง”
“หานหลิวอิง ใครกล้าให้ความกล้านี้แก่เจ้า เจ้ากล้าตบสะใภ้ใหญ่ได้อย่างไร” นางซูเหนียงแม่สามี
“เหตุใดข้าจะไม่กล้าตบนาง นอกจากข้าจะกล้าตบนางแล้วข้ายังกล้าตบท่านอีกด้วย ท่านจะลองหรือไม่ ในเมื่อพวกเราตัดขาดกันแล้ว ท่านไม่ใช่แม่สามีของข้าอีกต่อไปทำไมข้าต้องให้หน้าพวกท่านด้วย”
“หลิวอิง ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่สามีของเจ้า เจ้าควรให้ความเคารพแก่นาง” เสิ่นหงซวนพ่อสามี
“ตั้งแต่แยกบ้าน พวกท่านมอบหนังสือตัดขาด พวกเราก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกันอีก ท่านอย่ามาแสร้งว่าเป็นคนมีคุณธรรมหน่อยเลย ที่ผ่านมาท่านปล่อยให้พวกนางรังแกพวกเรา ครอบครัวเราทำงานหนักมาหลายปี ทำงานหนักยิ่งกว่าวัว แต่สิ่งที่ท่านตอบแทนพวกเราคือไม่เห็นว่าพวกเราเป็นคนด้วยซ้ำ พวกข้าทำงานหนักแต่กินไม่อิ่ม หาเงินมาได้พวกท่านยึดเอาไปใช้อย่างสำราญ พวกเราไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ เช่นนี้ท่านคิดว่าท่านยังเป็นคนยุติธรรม เป็นผู้อาวุโสที่น่าเคารพอยู่รึ ท่านคิดว่าคนอื่นโง่และตาบอดจนมองไม่เห็นการกระทำของพวกท่านหรือเจ้าคะ”
“เจ้า… เจ้า.. สตรีปากคอเราะร้าย สะใภ้ใหญ่ พาเหมยลี่กลับไปได้แล้ว แม่เฒ่า เจ้าเองก็กลับไปด้วย”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรามีความสุขดีหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่านพ่อมีอายุไขที่ยืนยาว ยังสามารถอยู่กับพวกเราได้อีกร้อยปี”“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะการกลับมาของลูกหรือ หากลูกไม่กลับมาครอบครัวของพวกเราก็คงไม่สามารถมีวันนี้ได้”“ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อรู้หรือเจ้าคะ ตลอดเวลาท่านพ่อรู้ว่า ..”“ไม่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่รู้ แม่ของลูกเองก็รู้เช่นกัน รู้เรื่องของลูก แต่เรื่องของพ่อนางไม่รู้หรอก เจ้าอย่าได้ไปบอกนางเชียวนะ”“เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”“ตอนที่ลูกเกิดมา แม่กับพ่อได้พาลูกไปไหว้พระที่วัดบนเขา นักพรตเต๋าชราทำนายเอาไว้ว่า ลูกสาวของเจ้าเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชีวิตครอบครัวของพวกเจ้าล้วนแต่ต้องพึ่งพานาง แต่เป็นเพราะเคราะห์กรรมเก่าของนาง ทำให้นางต้องพบเจอกับภัยพิบัติจนถึงแก่ชีวิต แต่นักพรตชราได้บอกกับพวกเราต่อไปว่า พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเสียใจ หลังจากนั้นจะดีเอง เก่าไม่ไปใหม่ไม่มา และที่กลับมาก็คือลูกสาวที่แท้จริงของพวกเจ้า นางเพียงแค่หลงทางไปเท่านั้น” “เช่นนั้นแล้ว เช่นนั้นแล้ว ข้าไม่ได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ข้าไม่ได้มายึดเอาร่างกายของผู้อื่น ไม่ได้ยืมร่างคืนชีพ แต่
วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปเร็วเสมอ จากเสิ่นอิงอิงหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้เป็นเวลาแปดปีแล้ว ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมานั้นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จากชีวิตที่ยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง แต่เพราะเสิ่นอิงอิงได้เดินทางข้ามเวลามาพร้อมกับมิติวิเศษ ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเป็นตัวช่วยให้อยู่รอดได้อย่างไร้กังวลในยุคโบราณที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลังจากนั้นเดินทางไปจนถึงเมืองเป่ยโจวพร้อมกับชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเข้าเมืองไปได้ แต่ทว่าเจ้าเมืองกลับปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ผู้อพยพเข้าไปในเมืองได้แม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เปิดประตูเมืองแล้วเขายังยักยอกเสบียงอาหารที่ทางการส่งมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชน นอกจากจะยักยอกเสบียงแล้วเขายังสั่งให้ทหารรักษาเมืองลงมือสังหารผู้ลี้ภัยที่หน้าประตูเมือง เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้มาเกิดใหม่แล้วแต่จะต้องมาหิวตายอีกครั้งหลังจากเกิดมาได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะไม่อดตายเพราะนางมีมิติวิเศษ แต่ถ้าหากให้คนอื่นรู้ว่านางมีอาหารอยู่ในมือ ครอบครัวของนางและตัวนางเองก็จะต้องถูกผู้ลี้ภัยหรืออาจจะเ
“พวกเจ้าไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว จะได้มากินข้าว” มู่หลิวอิงเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วจึงได้มาเร่งลูก ๆ ของนาง“ขอรับท่านแม่ แต่ว่าไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ” เยว่อวี้“ท่านพ่อของพวกเจ้าจวนจะกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า”“ขอรับท่านแม่” เมื่อลูกชายทั้งหกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำที่เรือนนอนของตัวเอง ส่วนลูกสาวของนางนั้นไปเก็บผลไม้ที่สวน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางรู้ดีว่าหากไม่มีลูกสาวชีวิตของครอบครัวจะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เสียดายที่นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกชายนั้นนางกลับคิดว่าพวกเขามีมากเกินไปจนน่าปวดหัว ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเป็นเด็กดีรู้ความและไม่เคยทำให้นางกับสามีลำบากใจเลยสักครั้ง ก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อยหนานกงเทียนหยางก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงก็พบว่าวันนี้ลูก ๆ ของเขากลับบ้านกันครบทุกคนแล้ว นานมากแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ตอนนี้ก็ขาดแค่ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาเท่านั้น ไม่รู้ว่าตาเฒ่านั่นพาท่านแม่ของเขาไปที่ใดและตอนนี้เดินทางไปถึงไหนกันแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา “ท่านพ่อ รีบไปล้างมือเถอะเจ้าค่ะ จะได้กินข้าว”“ตกลง รอพ่อไม่นาน”“พี่สาวไฉ่
“แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดที่มีความสามารถเหนือเจ้า ร่ำรวยเหนือเจ้ารึ ในเป่ยฉีนี้ เจ้าไม่คิดบ้างว่าตอนนี้เจ้ามีฐานะอันใด เหตุใดเจ้าไม่คิดว่าแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว ในชีวิตนี้ของเจ้าไม่ขาดแคลนอันใด หรือเจ้าอยากได้สามีเป็นคนเลวทรามอย่างนั้นรึ” เสี่ยวมาว“เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาถึงเพียงนั้นรึเสี่ยวมาว นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าอยากมีสามีเป็นคนเลวทราม เหตุใดข้าถึงไม่เป็นคนเลวทรามเองเสียเล่า แบบนี้เจ้าว่าดีหรือไม่”“ข้าจะไปรู้กับเจ้ารึ ข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย ใครจะสนกันล่ะว่าเจ้าจะเป็นคนเลวทรามหรือไม่ ข้าจะนอนไม่คุยกับเจ้าแล้ว”“ข้าก็จะไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน ข้าไม่อยากรับฟังปัญหาสามีภรรยาของเจ้า” ต้าเฮย“ข้าจะไปหาสมบัติมาเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวจื้อกับเสี่ยวจ้าน ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังปัญหาของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจิน“นี่ พวกเจ้า พวกเจ้า ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้นี่”มู่หลิวอิงได้ยินลูกสาวพูดคุยกับเหล่าสหาย นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง พ่อสามีกับสามีของนางหวงลูกสาวและหลานสาวมาก เกรงว่าในตอนที่ลูกสาวต้องออกเรือนจริง ๆ ตาเฒ่าสองคนนี้คงไม่อยู่เฉย ๆ แน่ ดูท่าแล้วเส้นทางของลูกเขยในอนาคตของนางคงไม่


















Ulasan-ulasan