เข้าสู่ระบบเสิ่นอิงอิงที่คิดว่าตัวเองตายแล้ว ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กหญิงชาวนาอายุ 10 ขวบ ในยุคโบราณที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ ที่ตายเพราะถูกลูกพี่ลูกน้องผลักเพื่อแย่งผลไม้ป่า ทำให้วิญญาณของเสิ่นอิงอิงในยุคปัจจุบันที่เดินทางข้ามเวลาเข้ามาแทนที่เด็กหญิงชาวนาที่ตายไป หลังจากได้รับชีวิตใหม่และได้รับความทรงจำจากร่างเดิมทำให้รู้ว่าตอนนี้ยุคโบราณที่เธอเดินทางข้ามเวลามานั้นกำลังประสบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่และทุกคนในหมู่บ้านตระกูลเสิ่นอยู่ระหว่างเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น เพื่อหนีจากความอดอยาก ทุกคนในหมู่บ้านจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาที่อุดมสมบูรณ์เพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยมีหัวหน้าตระกูลเสิ่นเป็นผู้นำ
ดูเพิ่มเติม“น้องสาว”
“เหมยลี่ นี่เจ้าทำอะไร”
“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แค่คนอย่างพวกเจ้าไม่สมควรได้กินของดี ๆ โดยเฉพาะน้องสาวของเจ้า” เสิ่นเหมยลี่หันหลังวิ่งออกไปทันที
“น้องสาว น้องสาว เจ้าได้ยินพี่ใหญ่หรือไม่” เยว่ฉีเขย่าตัวน้องสาว เรียกนางอยู่นานสองนานแต่กลับไม่มีเสียงขานตอบรับเลย
เสียงเรียกและแรงเขย่าทำให้เสิ่นอิงอิงพยายามอย่างหนักเพื่อลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดบริเวณหน้าผากทำให้รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดแต่ทว่าไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ในใจคิดว่าตัวเองตายแล้วเหตุใดถึงยังมีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ ใช่แล้ว ในความเป็นจริงเสิ่นอิงอิงจากศตวรรษที่ 21 นั้นได้ตายไปแล้วจริง ๆ และเสิ่นอิงอิงจากมิติคู่ขนานโลกโบราณที่ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์โลกก็ได้ตายไปแล้วเช่นเดียวกัน ทำให้เสิ่นอิงอิงจากยุคสมัยใหม่เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในร่างของเสิ่นอิงอิง เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่ตายระหว่างที่กำลังเดินทางอพยพจากบ้านเกิดที่เกิดภัยแล้ง เพื่อไปตั้งรกรากที่เมืองอื่น
เสิ่นอิงอิงจากยุคปัจจุบันตายเพราะคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังระหว่างออกไปทำภารกิจ ทั้งสองคนร่วมมือกันสังหารเธอ ส่วนเสิ่นอิงอิงเด็กหญิงผู้น่าสงสารต้องมาตายเพราะผลไม้ป่าเพียงลูกเดียว หลังจากที่ออกเดินทางจากบ้านเกิดมาหลายวัน วันนี้ชาวบ้านจากหมู่บ้านเสิ่นเจียชุนได้หยุดพักกลางป่า เพื่อหาอาหารและน้ำดื่มเพิ่ม
เสิ่นเยว่ฉีบังเอิญเก็บสาลี่มาได้หนึ่งลูกในป่าเขาจึงนำมามอบให้กับน้องสาวของเขา เมื่อเสิ่นเหมยลี่ที่เป็นลูกสาวของลุงใหญ่เห็นว่าอิงอิงมีสาลี่อยู่ในมือ นางจึงไม่พอใจและต้องการแย่งเอาสาลี่มาเป็นของตัวเอง ด้วยนิสัยของเสิ่นเหมยลี่เป็นคนเห็นแก่ตัว ตะกละ เกียจคร้านและชอบเอารัดเอาเปรียบนิสัยที่สืบทอดมาจากแม่ของนาง เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองมีของกินนางก็เขามาแย่งทันที ทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกัน
เสิ่นอิงอิงที่ทั้งตัวเล็กและอายุน้อยกว่าเสิ่นเหมยลี่ไม่สามารถสู้แรงของนางได้ จึงถูกเสิ่นเหมยลี่ผลักล้มลงหัวฟาดกับก้อนหิน หลังจากได้สาลี่แล้วเสิ่นเหมยลี่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าญาติผู้น้องของตัวเองจะบาดเจ็บหรือไม่ จะเป็นหรือตายนางหาได้สนใจไม่ เสิ่นเหมยลี่วิ่งหนีไปพร้อมกับสาลี่ในมือ หลังจากนางกินสาลี่แล้วยังหันมาพูดอีกว่า
“นังแพศยาอย่างเจ้าสมควรแล้ว ทางที่ดีเจ้าน่าจะตาย ๆ ไปเสีย ตาย ๆ ไปทั้งครอบครัวของเจ้าเลย”
เสิ่นเยว่ฉีที่กำลังร้องเรียกน้องสาวด้วยความตกใจ ไม่ว่าจะทำเช่นไรน้องสาวก็ไม่ลืมตา เขาได้แต่แบกน้องสาวขึ้นหลังแล้ววิ่งกลับไปหาหมอหลูทันที ส่วนเยว่เทียนนั้นเมื่อรู้ว่าเสิ่นเหมยลี่รังแกน้องสาวของเขา ก็รีบวิ่งไปตามหาเสิ่นเหมยลี่ทันที ตอนนี้เด็กชายทั้งรู้สึกโกรธแค้น ตอนก่อนออกเดินทาง
ท่านปู่กับท่านย่าที่ลำเอียงแสนลำเอียงได้ทำการแยกครอบครัวโดยไม่แบ่งทรัพย์สินอันใดให้บ้านรองเลยเพราะเห็นว่าท่านพ่อของเขาป่วยออด ๆ แอด ๆ ท่านย่าจึงให้หัวหน้าหมู่บ้านเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์และมอบให้กับบ้านรองพร้อมหนังสือแยกบ้าน ให้มาเพียงธัญพืชหยาบครึ่งกระสอบเท่านั้น ตอนนี้คนบ้านใหญ่ยังมารังแกน้องสาวของเขาอีก
“เสิ่นเหมยลี่ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้”
“อะไรกัน เสิ่นเยว่เทียนเองเหรอ เหตุใดข้าต้องฟังที่เจ้าพูด”
เสิ่นเยว่เทียนมองเห็นเหมยลี่ที่กำลังวิ่งนำหน้าเขาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปแล้วถีบนางล้มทันที จากแรงถีบทำให้เสิ่นเหมยลี่ล้มลงหน้าทิ่มฟันหักสองซี่ เสิ่นเยว่เทียนเมื่อเห็นว่าเขาได้แก้แค้นให้น้องสาวแล้วก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายกลับไปที่พักทันที
“ตุ๊บ! อ๊า ฟันของข้า ฟันของข้า” เหมยลี่ที่กำลังวิ่งหนีเยว่ฉีล้มลงเพราะแรงถีบจากด้านหลัง
เสิ่นเยว่ฉีที่ตอนนี้เริ่มใจเสียเพราะมีเลือดออกที่หน้าผากของน้องสาว เลือดไหลไม่หยุดแม้ว่าเขาจะฉีกแขนเสื้อพันเอาไว้แล้ว เด็กชายแบกน้องสาววิ่งไปน้ำตาคลอหน่วยปากก็ตะโกนเรียกผู้เป็นแม่
“ท่านแม่ ท่านแม่ น้องสาวแย่แล้วขอรับ”
“พี่ใหญ่ พาน้องสาวไปหาท่านหมอหลูก่อน เดี๋ยวข้าไปบอกท่านแม่เอง”
“ตกลง”
หานหลิวอิงได้ยินเสียงลูกชายเรียกก็รีบออกจากเพิงที่พักทันที เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาวของนางถูกลูกสาวบ้านใหญ่ผลักหัวกระแทกหินตอนนี้ยังไม่ได้สติ นางตกใจจนร้องไห้ออกมา สามีของนางร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอดเพราะตกลงไปในหลุมกับดักของนายพรานและติดอยู่ในหลุมนั้นเป็นเวลาสองวัน กว่าจะตามหาเขาพบก็พบว่าเขาเป็นไข้จนหมดสติส่วนที่ขาเป็นแผลขนาดใหญ่ เพราะในตอนนั้นแม่สามีไม่ยอมให้เงินเพื่อจ่ายค่ารักษาทำให้ไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เขารอดพ้นจากความตายมาได้แต่ทว่าร่างกายกลับไม่แข็งแรงเช่นเดิมแล้ว
“เกิดอันใดขึ้น เทียนเอ๋อร์ เกิดเรื่องอันใดกับน้องสาวของเจ้า”
“ท่านแม่ ไปหาท่านหมอหลูก่อนขอรับ เหมยลี่แย่งผลไม้ของน้องสาวแล้วผลักนางล้มหัวกระแทกก้อนหินขอรับ”
เยว่ฉีที่พาน้องสาวมาถึงกระโจมที่พักของหมอหลูที่เป็นหมอเพียงคนเดียวในหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน บาดแผลที่หน้าผากเป็นรูขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือ เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหวาดกลัว หานหลิวอิงอดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ตอนนี้อยู่กลางป่ากลางเขา
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเองนางรู้สึกคับข้องใจเป็นที่สุด บ้านใหญ่แต่ไหนแต่ไรมาก็รังแกพวกนางบ้านรองอยู่แล้ว แม่สามีที่ลำเอียง พ่อสามีที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับครอบครัวของนางเลย บางครั้งนางอดคิดไม่ได้ว่าสามีของนางยังใช่ลูกของพวกเขาทั้งคู่หรือไม่ โชคดีที่ยังมีหมอเดินทางมาด้วย หากท่านหมอหลูไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยนางเองก็คงหมดหนทาง
“ท่านหมอ ลูกสาวข้าเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”
“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว พวกเจ้าแค่ดูแลนางให้ดี ครั้งนี้นางเสียเลือดไปมากบวกกับร่างกายที่อ่อนแอ ขาดสารอาหาร พวกเจ้าต้องพยายามเติมเต็มให้นาง ข้าเองก็เข้าใจว่าตอนนี้พวกเรากำลังตกที่นั่งลำบาก สิ่งที่ข้าทำได้ข้าก็ได้ทำไปแล้ว โชคดีที่ยังพอมีสมุนไพรติดมาบ้าง พวกเจ้าพานางกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ขอบคุณท่านหมอหลูเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาหรือยังขอรับ”
“ยังเลย ไม่รู้ว่าพ่อของเจ้ากับคนอื่น ๆ จะหาน้ำได้บ้างหรือไม่”
ยังไม่ทันที่แม่ลูกจะได้กลับไปถึงเพิงที่พัก เสิ่นเหมยลี่ก็พานางเซียวเยว่หลิงเข้ามาโวยวายเรียกค่ารักษา เสิ่นเหมยลี่บอกว่าเยว่เทียนทำร้ายนางจนฟันข้างหน้าหลุดออกมาสองซี่ ซ้ำยังบอกอีกว่าพี่น้องบ้านรองถือว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายถือโอกาสรังแกนาง
“เยว่เทียน ไอ้เด็กเวร ออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าทำร้ายลูกสาวข้าจนกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เจ้าจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาของลูกสาวข้า”
“แล้วที่ลูกสาวของท่านผลักน้องสาวของข้าจนนางหมดสติ หน้าผากของนางเป็นรูใหญ่ เลือดไหลไม่หยุด ท่านสองคนแม่ลูกจะรับผิดชอบเยี่ยงไร ลูกสาวท่านไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ เดิมทีผลไม้ก็เป็นข้าที่เก็บมามอบให้กับน้องสาว นอกจากลูกสาวของท่านต้องการแย่งชิงข้าวของ ของผู้อื่น หรือว่านี่เป็นท่านที่สอนมากัน” เยว่ฉีที่ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เขาคงหมดความอดทนถึงได้โต้เถียงออกมา
“เยว่ฉี ไอ้เด็กเหลือขอ ใครให้เจ้าพูดจาเช่นนี้กับผู้อาวุโส พวกเจ้ามันเด็กน่าตาย มีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน”
"เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ" เสียงฝ่ามือที่กระทบกับแก้มของนางเซียวเยว่หลิงหันไปตามแรงตบ หานหลิวอิงที่หมดความอดทนกับคนพวกนี้ที่คอยรังแกครอบครัวของนาง คอยรังแกลูก ๆ ของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้นางจะไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว นางเซียวเยว่หลิงโดนตบจนมึนและไม่คิดว่าหานหลิวอิงที่ปกติยอมก้มหัวให้นางมาตลอดวันนี้จะกล้าตบนาง
“ลูกสาวของเจ้ามีค่า แต่ลูกสาวของผู้อื่นไม่มีค่ารึ เจ้าบอกว่าลูก ๆ ของข้ามีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน แล้วลูกสาวของเจ้าเล่า ทั้งขี้เกียจ ทั้งตะกละ ทั้งชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ลูกสาวข้าบาดเจ็บตอนนี้หมดสติยังไม่ฟื้น เจ้าจะรับผิดชอบเช่นไร หรือว่าลูกที่เจ้าคลอดมาและเป็นเจ้าที่สั่งสอนให้ลูกเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าอยากจะรู้ว่าหากรอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ ผู้ใดกันจะกล้ามาสู่ขอลูกสาวของเจ้า”
“เจ้า .. เจ้า หานหลิวอิง เจ้ากล้าตบข้า”
“เหตุใดข้าถึงจะไม่กล้าตบเจ้า เจ้าคิดว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่ตอบโต้เป็นเพราะข้ากลัวเจ้าเช่นนั้นรึ นั่นมันเป็นเพราะข้าไม่อยากทำให้สามีของข้าลำบากใจ พวกเจ้าแม่สามีลูกสะใภ้ถึงได้รังแกพวกเราอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เจ้านับเป็นตัวอันใด พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว เจ้าอย่าได้เอาตำแหน่งสะใภ้ใหญ่มากดขี่ข่มเหงพวกเราแม่ลูกอีก หาไม่แล้วไม่เพียงแต่ลูกสาวเจ้าฟันจะหัก เจ้าเองก็จะไม่เหลือแม้แต่ฟันจะเคี้ยวข้าว ค่าหมอค่ายาของลูกข้า สามตำลึง หากเจ้าไม่จ่ายข้า พบเจอหน้าเจ้าในที่ลับตาคนเมื่อไหร่ข้าจะทุบตีเจ้า จนกว่าเจ้าจะจ่ายเงินครบสามตำลึง”
“หานหลิวอิง ใครกล้าให้ความกล้านี้แก่เจ้า เจ้ากล้าตบสะใภ้ใหญ่ได้อย่างไร” นางซูเหนียงแม่สามี
“เหตุใดข้าจะไม่กล้าตบนาง นอกจากข้าจะกล้าตบนางแล้วข้ายังกล้าตบท่านอีกด้วย ท่านจะลองหรือไม่ ในเมื่อพวกเราตัดขาดกันแล้ว ท่านไม่ใช่แม่สามีของข้าอีกต่อไปทำไมข้าต้องให้หน้าพวกท่านด้วย”
“หลิวอิง ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่สามีของเจ้า เจ้าควรให้ความเคารพแก่นาง” เสิ่นหงซวนพ่อสามี
“ตั้งแต่แยกบ้าน พวกท่านมอบหนังสือตัดขาด พวกเราก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกันอีก ท่านอย่ามาแสร้งว่าเป็นคนมีคุณธรรมหน่อยเลย ที่ผ่านมาท่านปล่อยให้พวกนางรังแกพวกเรา ครอบครัวเราทำงานหนักมาหลายปี ทำงานหนักยิ่งกว่าวัว แต่สิ่งที่ท่านตอบแทนพวกเราคือไม่เห็นว่าพวกเราเป็นคนด้วยซ้ำ พวกข้าทำงานหนักแต่กินไม่อิ่ม หาเงินมาได้พวกท่านยึดเอาไปใช้อย่างสำราญ พวกเราไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ เช่นนี้ท่านคิดว่าท่านยังเป็นคนยุติธรรม เป็นผู้อาวุโสที่น่าเคารพอยู่รึ ท่านคิดว่าคนอื่นโง่และตาบอดจนมองไม่เห็นการกระทำของพวกท่านหรือเจ้าคะ”
“เจ้า… เจ้า.. สตรีปากคอเราะร้าย สะใภ้ใหญ่ พาเหมยลี่กลับไปได้แล้ว แม่เฒ่า เจ้าเองก็กลับไปด้วย”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
หลังจากที่จัดการเรื่องบ้านและเรื่องคนเรียบร้อยแล้ว เสิ่นอิงอิงก็ย้ายจากโรงเตี๊ยมไปพักที่บ้านหลังใหม่ นอกจากนี้นางยังให้พ่อบ้านทำป้ายมาติดหน้าบ้านด้วย แต่แทนที่ป้ายจะเขียนเอาไว้ว่าจวนสกุลเสิ่น แต่ทว่าเสิ่นอิงอิงกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น กลับให้ทำป้ายเป็นเรือนสุขนิรันดร์แทน ที่นางตั้งชื่อเอาไว้เช่นนี้เพราะต้องการบอกเป็นนัยว่าเรือนหลังนี้จะเป็นบ้านที่สงบสุขและมีความสุขตลอดไปหลังจากกินมื้อเย็นแล้วเสิ่นอิงอิงกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนนอนของนาง เมื่อได้เวลาที่จะต้องออกไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นเสียที นางเรียกเสี่ยวมาวกับเสี่ยวจินออกมาหารือและสั่งการ รวมถึงขั้นตอนการลงมือในครั้งนี้ เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วเสิ่นอิงอิงก็ทำให้คนรับใช้ในจวนหลับทั้งหมด จากนั้นก็ออกไปพร้อมกับเสี่ยวมาวและเสี่ยวจิน เสี่ยวมาวกับเสี่ยวจินอยู่ในตะกร้าสะพายหลัง เสิ่นอิงอิงใช้วิชาตัวเบาไม่นานก็มาถึงจวนสกุลเฉินตามที่ตั้งใจเอาไว้เสิ่นอิงอิงใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคา ด้านล่างเป็นห้องนอนของเฉินอี้เฉิงกับเมิ่งซินอวี่ ตอนนี้ทั้งสองคนยังคงปรึกษากันเรื่องทรัพย์สินที่ซ่งอวี้ท
หลังจากคหบดีซ่งและภรรยาของเขาตายไป เมิ่งซินอวี่ก็หันมาเล่นงานซ่งอวี้โดยให้เฉินอี้เฉิงวางยาพิษนาง พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เมื่อผสมเข้ากับอาหารหรือน้ำดื่ม พิษจะค่อย ๆ สะสมในร่างกายแล้วตายไปในที่สุด หลังจากซ่งอวี้ตายได้ไม่นาน เฉินอี้เฉิงก็แต่งเมิ่งซินอวี่เข้ามาเป็นภรรยา และมีลูกชายด้วยกันสองคนคือ เฉินจิ่งซานที่อายุน้อยกว่าเฉินจวิ้นอวี้เพียงสองเดือนเท่านั้น ลูกชายคนที่สองคือ เฉินจิ่งซวน ที่อายุน้อยกว่าเฉินจวิ้นอวี้สองปีหลังจากเฉินอี้เฉิงแต่งซ่งอวี้เข้าบ้านตระกูลเฉินมาได้ไม่นานเขากับเมิ่งซินอวี่ก็เริ่มดำเนินแผนการที่วางเอาไว้ ในที่สุดก็สามารถกำจัดซ่งอวี้และตระกูลซ่งออกไปได้หมด ส่วนเฉินจวิ้นอวี้นั้นถือว่าเป็นกาฝากของตระกูลเฉิน เมิ่งซินอวี่เมื่อแต่งเข้าตระกูลเฉินมานางย่อมต้องการให้ลูกของนางได้รับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต้องแบ่งให้ใคร นางคิดเสมอว่าหากไม่มีซ่งอวี้นางและเฉินอี้เฉิงคงแต่งงานกันและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนานแล้ว ลูกของนางคงไม่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย ถึงแม้ตอนนี้นางจะกลายมาเป็นฮูหยินเอกเฉินแล้วก็ตามทีเพราะซ่งอวี้เป็นทายาทคนเดียวของคหบดีซ่งที่ร่ำรวยเป็นอั
“เป็นเช่นนั้นขอรับ พวกเราผ่านความเป็นความตาย ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ทำให้พวกเราทุกคนรู้ถึงความสำคัญของความสามัคคีขอรับ ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องที่ยากลำบากมากมายแค่ไหนพวกเราก็จะสามารถผ่านมันไปได้ขอรับ”“นับว่าหาได้ยากยิ่ง เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว เอาล่ะไม่ต้องสนใจข้าแล้ว ข้าเพียงแค่มาดูเท่านั้น ในฤดูกาลเพาะปลูกที่จะมาถึงในปีหน้า ข้าอยากจะส่งเสริมให้ชาวอำเภออันหยางของพวกเราได้ปลูกข้าวสาลี แน่นอนว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีทางการจะซื้อจากพวกเจ้าทั้งสองหมู่บ้านในราคาท้องตลาด ไม่ทราบว่าหัวหน้าหมู่บ้านมีความคิดเห็นเช่นไร”“พวกเราย่อมต้องยินดีอยู่แล้วขอรับ”“ฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาลงมาให้งดเว้นภาษีสองปี เนื่องจากประสบกับภัยแล้ง ราชโองการเพิ่งส่งมาถึงเมื่อเช้า รอข้ากลับไปจะทำหนังสือแจ้งแต่ละหมู่บ้านและจะติดประกาศเอาไว้ที่ป้ายประกาศหน้าศาลาว่าการ”“ดียิ่งนักขอรับ”“หัวหน้าหมู่บ้านเสิ่น ข้าได้ยินมาจากชาวบ้านหมู่บ้านหลี่เจียชุนว่า ที่หมู่บ้านของเจ้ามีเด็กผู้หญิงที่มากความสามารถมาก คนหนึ่ง นางสามารถแก้ปัญ
“ได้สิ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ขอแค่จัดการได้เรียบร้อยเมื่อไหร่ให้รีบบอก แต่ข้าอยากให้เรียบร้อยก่อนสอบระดับอำเภอที่จะมาถึงในปีหน้านี้”“ขอรับ ข้าจะรีบจัดการให้เรียบร้อย”“นายท่านเสิ่นเป็นพ่อที่แข็งแกร่งมาก และจิตใจดี หากคนอื่นคงไม่อยากเอาลูกคนอื่นมาเป็นลูกของตัวเอง อีกทั้งยังส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสืออีก”“ในเมื่อเขามีพรสวรรค์ด้านการเรียน ข้าทำได้เพียงส่งเสริมเขาขอรับ อีกอย่างเงินที่ส่งให้พวกเขาได้เรียน เป็นน้องสาวของเขาขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรขายทั้งนั้น เป็นน้องสาวของพวกเขาที่ส่งเสียให้พี่ชายได้เรียนหนังสือ ข้ากับแม่ของพวกเขาเพียงแค่ส่งเสริมและสนับสนุนเท่านั้น”“ลูกสาวของท่านความคิดนางกว้างขวางกว่าพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่กว่านางเสียอีก”“ที่วันนั้นข้าถามท่านว่ารับสตรีเข้าศึกษาหรือไม่ ข้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ เพราะพี่ชายของนางเทียบนางไม่ได้สักคน”“ห้องพักของพวกท่านทั้งสอง คงจะเรียบร้อยแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะพาพวกท่านไปพักผ่อนรออาหารเย็น ได้เวลาแล้วข้าจะให้ เยว่อันไปแจ้งขอ


















ความคิดเห็น