เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา

เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-20
โดย:  จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
109บท
2.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เสิ่นอิงอิงที่คิดว่าตัวเองตายแล้ว ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กหญิงชาวนาอายุ 10 ขวบ ในยุคโบราณที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ ที่ตายเพราะถูกลูกพี่ลูกน้องผลักเพื่อแย่งผลไม้ป่า ทำให้วิญญาณของเสิ่นอิงอิงในยุคปัจจุบันที่เดินทางข้ามเวลาเข้ามาแทนที่เด็กหญิงชาวนาที่ตายไป หลังจากได้รับชีวิตใหม่และได้รับความทรงจำจากร่างเดิมทำให้รู้ว่าตอนนี้ยุคโบราณที่เธอเดินทางข้ามเวลามานั้นกำลังประสบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่และทุกคนในหมู่บ้านตระกูลเสิ่นอยู่ระหว่างเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น เพื่อหนีจากความอดอยาก ทุกคนในหมู่บ้านจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาที่อุดมสมบูรณ์เพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยมีหัวหน้าตระกูลเสิ่นเป็นผู้นำ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น กับท่านแม่ทุบตีคน

“น้องสาว”

“เหมยลี่ นี่เจ้าทำอะไร”

“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แค่คนอย่างพวกเจ้าไม่สมควรได้กินของดี ๆ โดยเฉพาะน้องสาวของเจ้า” เสิ่นเหมยลี่หันหลังวิ่งออกไปทันที

“น้องสาว น้องสาว เจ้าได้ยินพี่ใหญ่หรือไม่” เยว่ฉีเขย่าตัวน้องสาว เรียกนางอยู่นานสองนานแต่กลับไม่มีเสียงขานตอบรับเลย

เสียงเรียกและแรงเขย่าทำให้เสิ่นอิงอิงพยายามอย่างหนักเพื่อลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดบริเวณหน้าผากทำให้รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดแต่ทว่าไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ในใจคิดว่าตัวเองตายแล้วเหตุใดถึงยังมีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ ใช่แล้ว ในความเป็นจริงเสิ่นอิงอิงจากศตวรรษที่ 21 นั้นได้ตายไปแล้วจริง ๆ และเสิ่นอิงอิงจากมิติคู่ขนานโลกโบราณที่ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์โลกก็ได้ตายไปแล้วเช่นเดียวกัน ทำให้เสิ่นอิงอิงจากยุคสมัยใหม่เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในร่างของเสิ่นอิงอิง เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่ตายระหว่างที่กำลังเดินทางอพยพจากบ้านเกิดที่เกิดภัยแล้ง เพื่อไปตั้งรกรากที่เมืองอื่น

เสิ่นอิงอิงจากยุคปัจจุบันตายเพราะคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังระหว่างออกไปทำภารกิจ ทั้งสองคนร่วมมือกันสังหารเธอ ส่วนเสิ่นอิงอิงเด็กหญิงผู้น่าสงสารต้องมาตายเพราะผลไม้ป่าเพียงลูกเดียว หลังจากที่ออกเดินทางจากบ้านเกิดมาหลายวัน วันนี้ชาวบ้านจากหมู่บ้านเสิ่นเจียชุนได้หยุดพักกลางป่า เพื่อหาอาหารและน้ำดื่มเพิ่ม 

เสิ่นเยว่ฉีบังเอิญเก็บสาลี่มาได้หนึ่งลูกในป่าเขาจึงนำมามอบให้กับน้องสาวของเขา เมื่อเสิ่นเหมยลี่ที่เป็นลูกสาวของลุงใหญ่เห็นว่าอิงอิงมีสาลี่อยู่ในมือ นางจึงไม่พอใจและต้องการแย่งเอาสาลี่มาเป็นของตัวเอง ด้วยนิสัยของเสิ่นเหมยลี่เป็นคนเห็นแก่ตัว ตะกละ เกียจคร้านและชอบเอารัดเอาเปรียบนิสัยที่สืบทอดมาจากแม่ของนาง เมื่อเห็นว่าลูกสาวบ้านรองมีของกินนางก็เขามาแย่งทันที ทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกัน 

เสิ่นอิงอิงที่ทั้งตัวเล็กและอายุน้อยกว่าเสิ่นเหมยลี่ไม่สามารถสู้แรงของนางได้ จึงถูกเสิ่นเหมยลี่ผลักล้มลงหัวฟาดกับก้อนหิน หลังจากได้สาลี่แล้วเสิ่นเหมยลี่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าญาติผู้น้องของตัวเองจะบาดเจ็บหรือไม่ จะเป็นหรือตายนางหาได้สนใจไม่ เสิ่นเหมยลี่วิ่งหนีไปพร้อมกับสาลี่ในมือ หลังจากนางกินสาลี่แล้วยังหันมาพูดอีกว่า

“นังแพศยาอย่างเจ้าสมควรแล้ว ทางที่ดีเจ้าน่าจะตาย ๆ ไปเสีย ตาย ๆ ไปทั้งครอบครัวของเจ้าเลย”

เสิ่นเยว่ฉีที่กำลังร้องเรียกน้องสาวด้วยความตกใจ ไม่ว่าจะทำเช่นไรน้องสาวก็ไม่ลืมตา เขาได้แต่แบกน้องสาวขึ้นหลังแล้ววิ่งกลับไปหาหมอหลูทันที ส่วนเยว่เทียนนั้นเมื่อรู้ว่าเสิ่นเหมยลี่รังแกน้องสาวของเขา ก็รีบวิ่งไปตามหาเสิ่นเหมยลี่ทันที ตอนนี้เด็กชายทั้งรู้สึกโกรธแค้น ตอนก่อนออกเดินทาง 

ท่านปู่กับท่านย่าที่ลำเอียงแสนลำเอียงได้ทำการแยกครอบครัวโดยไม่แบ่งทรัพย์สินอันใดให้บ้านรองเลยเพราะเห็นว่าท่านพ่อของเขาป่วยออด ๆ แอด ๆ ท่านย่าจึงให้หัวหน้าหมู่บ้านเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์และมอบให้กับบ้านรองพร้อมหนังสือแยกบ้าน ให้มาเพียงธัญพืชหยาบครึ่งกระสอบเท่านั้น ตอนนี้คนบ้านใหญ่ยังมารังแกน้องสาวของเขาอีก 

“เสิ่นเหมยลี่ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้”

“อะไรกัน เสิ่นเยว่เทียนเองเหรอ เหตุใดข้าต้องฟังที่เจ้าพูด”

เสิ่นเยว่เทียนมองเห็นเหมยลี่ที่กำลังวิ่งนำหน้าเขาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปแล้วถีบนางล้มทันที จากแรงถีบทำให้เสิ่นเหมยลี่ล้มลงหน้าทิ่มฟันหักสองซี่ เสิ่นเยว่เทียนเมื่อเห็นว่าเขาได้แก้แค้นให้น้องสาวแล้วก็รีบวิ่งตามหลังพี่ชายกลับไปที่พักทันที

“ตุ๊บ! อ๊า ฟันของข้า ฟันของข้า” เหมยลี่ที่กำลังวิ่งหนีเยว่ฉีล้มลงเพราะแรงถีบจากด้านหลัง

เสิ่นเยว่ฉีที่ตอนนี้เริ่มใจเสียเพราะมีเลือดออกที่หน้าผากของน้องสาว เลือดไหลไม่หยุดแม้ว่าเขาจะฉีกแขนเสื้อพันเอาไว้แล้ว เด็กชายแบกน้องสาววิ่งไปน้ำตาคลอหน่วยปากก็ตะโกนเรียกผู้เป็นแม่

“ท่านแม่ ท่านแม่ น้องสาวแย่แล้วขอรับ”

“พี่ใหญ่ พาน้องสาวไปหาท่านหมอหลูก่อน เดี๋ยวข้าไปบอกท่านแม่เอง”

“ตกลง”

หานหลิวอิงได้ยินเสียงลูกชายเรียกก็รีบออกจากเพิงที่พักทันที เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาวของนางถูกลูกสาวบ้านใหญ่ผลักหัวกระแทกหินตอนนี้ยังไม่ได้สติ นางตกใจจนร้องไห้ออกมา สามีของนางร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอดเพราะตกลงไปในหลุมกับดักของนายพรานและติดอยู่ในหลุมนั้นเป็นเวลาสองวัน กว่าจะตามหาเขาพบก็พบว่าเขาเป็นไข้จนหมดสติส่วนที่ขาเป็นแผลขนาดใหญ่ เพราะในตอนนั้นแม่สามีไม่ยอมให้เงินเพื่อจ่ายค่ารักษาทำให้ไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เขารอดพ้นจากความตายมาได้แต่ทว่าร่างกายกลับไม่แข็งแรงเช่นเดิมแล้ว

“เกิดอันใดขึ้น เทียนเอ๋อร์ เกิดเรื่องอันใดกับน้องสาวของเจ้า”

“ท่านแม่ ไปหาท่านหมอหลูก่อนขอรับ เหมยลี่แย่งผลไม้ของน้องสาวแล้วผลักนางล้มหัวกระแทกก้อนหินขอรับ”

เยว่ฉีที่พาน้องสาวมาถึงกระโจมที่พักของหมอหลูที่เป็นหมอเพียงคนเดียวในหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน บาดแผลที่หน้าผากเป็นรูขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือ เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหวาดกลัว หานหลิวอิงอดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ตอนนี้อยู่กลางป่ากลางเขา 

เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเองนางรู้สึกคับข้องใจเป็นที่สุด บ้านใหญ่แต่ไหนแต่ไรมาก็รังแกพวกนางบ้านรองอยู่แล้ว แม่สามีที่ลำเอียง พ่อสามีที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับครอบครัวของนางเลย บางครั้งนางอดคิดไม่ได้ว่าสามีของนางยังใช่ลูกของพวกเขาทั้งคู่หรือไม่ โชคดีที่ยังมีหมอเดินทางมาด้วย หากท่านหมอหลูไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยนางเองก็คงหมดหนทาง

“ท่านหมอ ลูกสาวข้าเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”

“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว พวกเจ้าแค่ดูแลนางให้ดี ครั้งนี้นางเสียเลือดไปมากบวกกับร่างกายที่อ่อนแอ ขาดสารอาหาร พวกเจ้าต้องพยายามเติมเต็มให้นาง ข้าเองก็เข้าใจว่าตอนนี้พวกเรากำลังตกที่นั่งลำบาก สิ่งที่ข้าทำได้ข้าก็ได้ทำไปแล้ว โชคดีที่ยังพอมีสมุนไพรติดมาบ้าง พวกเจ้าพานางกลับไปพักผ่อนเถอะ”

“ขอบคุณท่านหมอหลูเจ้าค่ะ”

“ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาหรือยังขอรับ”

“ยังเลย ไม่รู้ว่าพ่อของเจ้ากับคนอื่น ๆ จะหาน้ำได้บ้างหรือไม่”

ยังไม่ทันที่แม่ลูกจะได้กลับไปถึงเพิงที่พัก เสิ่นเหมยลี่ก็พานางเซียวเยว่หลิงเข้ามาโวยวายเรียกค่ารักษา เสิ่นเหมยลี่บอกว่าเยว่เทียนทำร้ายนางจนฟันข้างหน้าหลุดออกมาสองซี่ ซ้ำยังบอกอีกว่าพี่น้องบ้านรองถือว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายถือโอกาสรังแกนาง

“เยว่เทียน ไอ้เด็กเวร ออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าทำร้ายลูกสาวข้าจนกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เจ้าจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาของลูกสาวข้า”

“แล้วที่ลูกสาวของท่านผลักน้องสาวของข้าจนนางหมดสติ หน้าผากของนางเป็นรูใหญ่ เลือดไหลไม่หยุด ท่านสองคนแม่ลูกจะรับผิดชอบเยี่ยงไร ลูกสาวท่านไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ เดิมทีผลไม้ก็เป็นข้าที่เก็บมามอบให้กับน้องสาว นอกจากลูกสาวของท่านต้องการแย่งชิงข้าวของ ของผู้อื่น หรือว่านี่เป็นท่านที่สอนมากัน” เยว่ฉีที่ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เขาคงหมดความอดทนถึงได้โต้เถียงออกมา

“เยว่ฉี ไอ้เด็กเหลือขอ ใครให้เจ้าพูดจาเช่นนี้กับผู้อาวุโส พวกเจ้ามันเด็กน่าตาย มีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน”

"เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ" เสียงฝ่ามือที่กระทบกับแก้มของนางเซียวเยว่หลิงหันไปตามแรงตบ หานหลิวอิงที่หมดความอดทนกับคนพวกนี้ที่คอยรังแกครอบครัวของนาง คอยรังแกลูก ๆ ของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้นางจะไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว นางเซียวเยว่หลิงโดนตบจนมึนและไม่คิดว่าหานหลิวอิงที่ปกติยอมก้มหัวให้นางมาตลอดวันนี้จะกล้าตบนาง

“ลูกสาวของเจ้ามีค่า แต่ลูกสาวของผู้อื่นไม่มีค่ารึ เจ้าบอกว่าลูก ๆ ของข้ามีแม่คลอดแต่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน แล้วลูกสาวของเจ้าเล่า ทั้งขี้เกียจ ทั้งตะกละ ทั้งชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ลูกสาวข้าบาดเจ็บตอนนี้หมดสติยังไม่ฟื้น เจ้าจะรับผิดชอบเช่นไร หรือว่าลูกที่เจ้าคลอดมาและเป็นเจ้าที่สั่งสอนให้ลูกเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าอยากจะรู้ว่าหากรอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไปได้ ผู้ใดกันจะกล้ามาสู่ขอลูกสาวของเจ้า”

“เจ้า .. เจ้า หานหลิวอิง เจ้ากล้าตบข้า”

“เหตุใดข้าถึงจะไม่กล้าตบเจ้า เจ้าคิดว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่ตอบโต้เป็นเพราะข้ากลัวเจ้าเช่นนั้นรึ นั่นมันเป็นเพราะข้าไม่อยากทำให้สามีของข้าลำบากใจ พวกเจ้าแม่สามีลูกสะใภ้ถึงได้รังแกพวกเราอยู่เสมอ แต่ตอนนี้เจ้านับเป็นตัวอันใด พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว เจ้าอย่าได้เอาตำแหน่งสะใภ้ใหญ่มากดขี่ข่มเหงพวกเราแม่ลูกอีก หาไม่แล้วไม่เพียงแต่ลูกสาวเจ้าฟันจะหัก เจ้าเองก็จะไม่เหลือแม้แต่ฟันจะเคี้ยวข้าว ค่าหมอค่ายาของลูกข้า สามตำลึง หากเจ้าไม่จ่ายข้า พบเจอหน้าเจ้าในที่ลับตาคนเมื่อไหร่ข้าจะทุบตีเจ้า จนกว่าเจ้าจะจ่ายเงินครบสามตำลึง”

“หานหลิวอิง ใครกล้าให้ความกล้านี้แก่เจ้า เจ้ากล้าตบสะใภ้ใหญ่ได้อย่างไร” นางซูเหนียงแม่สามี

“เหตุใดข้าจะไม่กล้าตบนาง นอกจากข้าจะกล้าตบนางแล้วข้ายังกล้าตบท่านอีกด้วย ท่านจะลองหรือไม่ ในเมื่อพวกเราตัดขาดกันแล้ว ท่านไม่ใช่แม่สามีของข้าอีกต่อไปทำไมข้าต้องให้หน้าพวกท่านด้วย”

“หลิวอิง ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่สามีของเจ้า เจ้าควรให้ความเคารพแก่นาง” เสิ่นหงซวนพ่อสามี

“ตั้งแต่แยกบ้าน พวกท่านมอบหนังสือตัดขาด พวกเราก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกันอีก ท่านอย่ามาแสร้งว่าเป็นคนมีคุณธรรมหน่อยเลย ที่ผ่านมาท่านปล่อยให้พวกนางรังแกพวกเรา ครอบครัวเราทำงานหนักมาหลายปี ทำงานหนักยิ่งกว่าวัว แต่สิ่งที่ท่านตอบแทนพวกเราคือไม่เห็นว่าพวกเราเป็นคนด้วยซ้ำ พวกข้าทำงานหนักแต่กินไม่อิ่ม หาเงินมาได้พวกท่านยึดเอาไปใช้อย่างสำราญ พวกเราไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ เช่นนี้ท่านคิดว่าท่านยังเป็นคนยุติธรรม เป็นผู้อาวุโสที่น่าเคารพอยู่รึ ท่านคิดว่าคนอื่นโง่และตาบอดจนมองไม่เห็นการกระทำของพวกท่านหรือเจ้าคะ”

“เจ้า… เจ้า.. สตรีปากคอเราะร้าย สะใภ้ใหญ่ พาเหมยลี่กลับไปได้แล้ว แม่เฒ่า เจ้าเองก็กลับไปด้วย”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Pisut Saengnet
Pisut Saengnet
สนุกมากๆเลยค่ะอัพเยอะๆนะคะ
2026-08-15 19:30:39
0
0
109
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น กับท่านแม่ทุบตีคน
“น้องสาว”“เหมยลี่ นี่เจ้าทำอะไร”“ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ แค่คนอย่างพวกเจ้าไม่สมควรได้กินของดี ๆ โดยเฉพาะน้องสาวของเจ้า” เสิ่นเหมยลี่หันหลังวิ่งออกไปทันที“น้องสาว น้องสาว เจ้าได้ยินพี่ใหญ่หรือไม่” เยว่ฉีเขย่าตัวน้องสาว เรียกนางอยู่นานสองนานแต่กลับไม่มีเสียงขานตอบรับเลยเสียงเรียกและแรงเขย่าทำให้เสิ่นอิงอิงพยายามอย่างหนักเพื่อลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดบริเวณหน้าผากทำให้รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดแต่ทว่าไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ในใจคิดว่าตัวเองตายแล้วเหตุใดถึงยังมีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้ ใช่แล้ว ในความเป็นจริงเสิ่นอิงอิงจากศตวรรษที่ 21 นั้นได้ตายไปแล้วจริง ๆ และเสิ่นอิงอิงจากมิติคู่ขนานโลกโบราณที่ไม่มีในหน้าประวัติศาสตร์โลกก็ได้ตายไปแล้วเช่นเดียวกัน ทำให้เสิ่นอิงอิงจากยุคสมัยใหม่เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในร่างของเสิ่นอิงอิง เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่ตายระหว่างที่กำลังเดินทางอพยพจากบ้านเกิดที่เกิดภัยแล้ง เพื่อไปตั้งรกรากที่เมืองอื่นเสิ่นอิงอิงจากยุคปัจจุบันตายเพราะคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังระหว่างออกไปทำภารกิจ ทั้งสองคนร่วมมือกันสังหารเธอ ส่วนเสิ่นอิงอิงเด็กหญิงผู้น่าสงสารต้องมาตายเพราะผลไม้ป่าเพียงลูกเดียว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 ตื่นขึ้นมาพร้อมกับมิติวิเศษ
หลังจากคนบ้านใหญ่กลับไปหมดแล้ว เสิ่นเทียนหยางที่ออกไปหาน้ำกับชาวบ้านคนอื่นก็กลับมา เมื่อเห็นว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บเขารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อท่านแม่ของเขาถึงได้จงเกลียดจงชังเขามากมายเช่นนี้ ในตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขาเติบโตมาด้วยการพึ่งพาตัวเองเสียส่วนใหญ่ เขาไม่เคยได้กินอิ่ม อาหารที่เขากินเป็นเพียงเศษอาหารที่เหลือจากพี่ชายและคนอื่น ๆ ในครอบครัว เขาไม่เคยมีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นครอบครัวของเขาไม่ได้ยากจนถึงขั้นที่ขาดแคลนอาหาร เมื่อเขาเติบโตมาเขาทำงานหนักมากกว่าพี่ชาย ยังมีน้องสาวของเขาอีกคนที่ท่านแม่ไม่ชอบนาง ท่านแม่มักพูดอยู่เสมอว่าลูกสาวอีกไม่นานก็จะต้องแต่งออกไปอยู่บ้านสามี ลูกสาวที่แต่งงานแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป น้องสาวถูกท่านแม่ให้แต่งงานกับชายที่มีอายุมากกว่านางในหมู่บ้านหลี่เจียชุน เพราะชายคนนั้นครอบครัวยากจนและไม่มีใครยอมยกลูกสาวให้แต่งเข้าบ้านเขา เมื่อครอบครัวของชายคนนั้นเสนอให้เงินสินสอดถึง 10 ตำลึง ท่านแม่รีบให้นางแต่งออกไปทันทีโดยไม่ได้จัดเตรียมสินเดิมให้นางแม้แต่น้อย เป็นเขากับภรรยาที่แอบไปหาของป่าเพื่อนำไปขายแลกเงินเพื่อซื้อเสื้อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 เผือกกับแหล่งน้ำ
เสิ่นเทียนหยางวันนี้ยังเข้าป่าไปหาแหล่งน้ำกับชาวบ้านคนอื่นเช่นเคย เสิ่นอิงอิงตามพี่ชายทั้งสองไปหาของป่าเก็บฟืน โดยมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่เฝ้าเพิงที่พัก ด้านข้างเพิงของพวกเขาเป็นเพิงของครอบครัวสหายทั้งสองคนของเสิ่นเทียนหยาง พวกเขาตั้งเพิงที่พักอยู่คนละด้านกับบ้านใหญ่เสิ่น หานหลิวอิงไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนั้นอีก นางจึงให้สามีทำเพิงที่พักให้ห่างจากพวกเขาหน่อยจะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดใจ แต่ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของนางจะถูกลูกสาวบ้านนั้นทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ที่หานหลิวอิงไม่รู้ก็คือลูกสาวตัวจริงของนางได้ตายไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้เสิ่นอิงอิงคือวิญญาณของคนที่มีชื่อเดียวกับลูกสาวของนางที่บังเอิญตกตายในเวลาเดียวกัน ทำให้ดวงวิญญาณของนางเดินทางข้ามเวลาย้อนมาในยุคโบราณที่ล้าหลังแห่งนี้ในขณะที่พวกผู้ใหญ่เข้าป่าหาแหล่งน้ำ ล่าสัตว์ พวกเด็ก ๆ ก็เข้าป่าหาฟืนขุดผักป่าเช่นเดียวกัน แต่เพราะฝนไม่ตกเป็นเวลานานแล้วทำให้พวกเขาไม่สามารถหาผักป่าได้มากนัก ถึงแม้ว่าป่าแห่งนี้จะไม่ถึงกับแห้งแล้งมากเท่ากับป่าใกล้กับบ้านเกิดของพวกเขา แต่เพราะมีผู้คนอพยพเดินทางผ่านมาทางนี้ก่อนแล้ว ทำให้ผักป่าที่มีอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 มองหาปัญหา
หลังจากที่ทั้งสองคนมาถึงจุดนัดหมายแต่พบว่าสหายของพวกเขายังไม่มีผู้ใดมาถึงจุดนัดพบเลย เยว่ฉีจึงให้เยว่เทียนรอพวกเขาอยู่ที่นี่โดยที่ตัวเขาเองเอาตะกร้ามันเทศกลับไปเก็บ ก่อนจะออกจากป่าเขาได้เอากองฟืนทับเอาไว้ด้านบนเมื่อทำเช่นนี้แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าด้านล่างฟืนล้วนเป็นของที่กินได้ทั้งหมด“พี่ใหญ่ ท่านแน่ใจหรือว่าจะเอาตะกร้าทั้งสองใบกลับไปด้วยตัวคนเดียว มันหนักนะขอรับ ที่สำคัญมันน่าสงสัยด้วย ข้าว่าท่านเอาไปแค่ตะกร้าของท่าน ส่วนตะกร้าของข้าค่อยเอากลับไปทีหลัง"“ตกลง เช่นนั้นข้าจะรีบไปรีบกลับ”“ขอรับ ระวังตัวด้วย”เยว่ฉีแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยมันเทศกลับไปยังเพิงที่พัก หานหลิวอิงกำลังรอพวกเขาพ่อลูกกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ สามีและลูก ๆ เข้าไปในป่านานมากแล้วไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้สิ่งใดกลับมาบ้าง ตอนนี้อาหารที่เหลืออยู่นั้นแทบจะหมดลงแล้ว ที่สำคัญนางไม่รู้ว่าพวกเขายังจะต้องเดินทางกันไปถึงเมื่อไหร่ ต่อให้ถึงเมืองข้างหน้าแล้วอย่างไรในเมื่อตอนนี้ในมือนางไม่มีเงินแม้แต่อิแปะเดียว จะเอาเงินที่ใดไปซื้อเสบียงอาหารเพื่อเดินทางต่อ นางกับสามีไม่ได้มีญาติที่ไหนอีก“ท่านแม่ขอรับ”“ฉีเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว”“ท่านแม่ ท่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 ความลับของพ่อและลูกสาว
หลังจากที่ทั้งสามครอบครัวช่วยกันขุดมันเทศในที่สุด มันเทศที่มีขนาดพื้นที่หนึ่งหมู่ก็สามารถขุดมันเทศออกมาได้มากมาย เสิ่นอิงอิงที่ขุดไปเก็บในมิติก่อนหน้านั้นประมาณ 400-500 ชั่ง ครอบครัวเสิ่นเก็บเอาไว้ 300 ชั่ง ส่วนอีกสองครอบครัวมีสมาชิกในครอบครัวเยอะ โดยเฉพาะบ้านไป๋ เสิ่นเทียนหยางให้พวกเขาเก็บเอาไว้ 600 ชั่ง ส่วนบ้านฟู่เก็บเอาไว้ 400 ชั่ง ส่วนมันเทศที่เหลืออยู่น่าจะมีอยู่ประมาณ 800 ชั่ง เสิ่นเทียนหยางจะมอบให้หมู่บ้านและให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนจัดการ ส่วนจะแบ่งให้แต่ละครอบครัวเท่าไหร่พวกเขาไม่สนใจ ถือว่าพวกเขามีน้ำใจแล้ว“เอาล่ะ ฉีเอ๋อร์ ลูกไปหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้วบอกเขาถึงความตั้งใจของพวกเรา จากนั้นเจ้าก็นำทางพวกเขามาที่นี่ส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับไปที่พักกันเถอะ จะได้เก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางพรุ่งนี้”"ขอรับท่านพ่อ"“เทียนหยาง พวกเราไม่ต้องอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว ข้าไม่อยากจะมองหน้าเสิ่นหงอัน” “ข้าก็ไม่อยากหายใจร่วมกับพวกเขา เสิ่นเหมยลี่ทำร้ายลูกสาวของข้า ไม่เพียงแต่ไม่ขอโทษ ยังมาขู่พวกข้าเรียกร้องค่ารักษา ข้าเองก็ไม่รู้ว่าไปทำกรรมอันใดไว้ ถึงได้เกิดมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยคนเช่นนี้”“เอาน่า เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-25
อ่านเพิ่มเติม
ออกเดินทาง 6
เช้าวันนี้ไม่มีครอบครัวไหนทำอาหารเพราะต้องออกเดินทางแต่เช้า หัวหน้าหมู่บ้านแจ้งให้กับชาวบ้านทุกครอบครัวรู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าวันนี้จะเป็นวันที่พวกเขาออกเดินทางต่อ เช่นนั้นแล้วให้แต่ละครอบครัวเตรียมตัวให้ดี เสิ่นอิงอิงกับพี่ชายทั้งสองแต่ละคนจะสะพายตะกร้าเอาไว้บนหลัง ข้าวของส่วนใหญ่ถูกเก็บเอาไว้ในรถเข็น ครอบครัวของเสิ่นอิงอิงรวมถึงครอบครัวสหายของเสิ่นเทียนหยางพวกเขามักจะเดินรั้งท้ายกลุ่มเสมอ ด้านหน้าสุดเป็นครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงกับบ้านใหญ่เสิ่น เสิ่นเทียนหยางจึงเลือกที่จะอยู่รั้งท้ายของขบวน ชาวบ้านหลายครอบครัวล้วนกล่าวขอบคุณเรื่องมันเทศ ทำให้พวกเขาสามารถมีอาหารเพิ่มขึ้นอีกหน่อย อย่างน้อย ๆ มันเทศยังสามารถทำให้อิ่มท้องได้  วันนี้อาหารมื้อเช้าของบ้านเสิ่นก็คือมันเทศเผาที่หานหลิวอิงตื่นมาทำตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เสิ่นเทียนหยางเตือนภรรยาให้ทำมันเผาเอาไว้มากหน่อย เพราะหนทางข้างหน้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะพบเจอกับความยากลำบากอันใดบ้าง นอกจากนี้ดูเหมือนว่ายิ่งเดินต่อไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่าภัยแล้งรุนแรงมากขึ้น ผืนป่าที่แทบจะหาสี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
วันดวงซวย ยังมีโชคช่วยอยู่นะ 7
เสิ่นเทียนหยางรีบสร้างเพิงที่พัก เสิ่นอิงอิงที่เดินมาทั้งวันรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ระหว่างที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายสร้างเพิงที่พัก นางแอบเข้าไปในมิติวิเศษและดื่มน้ำพุจิตวิญญาณไปหลายอึก อาการเหนื่อยล้าก็หายไปทันที ดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อย เพราะกลัวว่าท่านแม่กับทุกคนจะตามหานาง อิงอิงจึงรีบออกจากมิติวิเศษไปหลังจากดื่มน้ำแล้ว  “อิงอิง เมื่อสักครู่เจ้าไปที่ใดมา เหตุใดแม่ไม่เห็นเจ้า”“ท่านแม่ ท่านเหนื่อยจนตาฝาดแล้ว ข้าก็นอนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วเจ้าค่ะ”“เป็นเช่นนั้นจริงรึ หรือว่าแม่จะเหนื่อยมากจริง ๆ เช่นนั้นเจ้านอนต่อเถอะ ฉีเอ๋อร์เจ้าไปหาฟืนมาก่อไฟ แม่จะทำอะไรให้พวกเจ้ากิน”“ขอรับท่านแม่ ไปน้องรองไปช่วยข้าเก็บฟืน”“ขอรับพี่ใหญ่”“ข้าไปด้วย พี่ใหญ่ พี่รองรอข้าด้วย”“อิงอิง แผลเจ้ายังไม่หายดี เจ้าอย่าได้เที่ยววิ่งซุกซน”“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าสบายดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”สามพี่น้องวิ่ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
วันดวงซวย ยังมีโชคช่วยอยู่นะ 8
 “เทียนหยาง อย่าคิดมากเลย หากชาวบ้านไม่เห็นด้วยเราก็แค่แยกกันเดินทาง บางทีพวกเราเดินทางกันเองอาจจะดีกว่า หรือไม่ก็กลับบ้านเกิดกันเถอะ ข้ารู้สึกว่าพวกเราเดินทางต่อไปก็คงหาที่ตั้งรกรากไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าเมื่อไปถึงเมืองข้างหน้าแล้วจะสามารถเข้าเมืองได้ พวกเราเองก็ไม่รู้สถานการณ์ในตอนนี้ หากว่าพวกเราไปถึงแล้วไม่สามารถเข้าเมืองได้ เมื่อเข้าเมืองไม่ได้ก็เดินทางต่อไม่ได้ ไม่แน่ว่าเมืองข้างหน้าอาจจะแย่ยิ่งกว่าบ้านเกิดของพวกเราก็เป็นได้” ไป๋เฉียนโจว “ข้าเชื่อว่าหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนมีเหตุผลพอ”“ข้าจะแบกเขาไปเอง พวกเจ้ายกเขาขึ้นหลังข้ามาได้เลย” ฟู่หมิงอาสาแบกคนเจ็บ“ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ไปทำอันใดมา อายุเขาไม่มาก อาจจะโตกว่าเยว่ฉีไม่กี่ปี เหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้โดนทำร้ายขนาดนี้ แต่ข้าดูจากเสื้อผ้าบนตัวเขาแล้วไม่น่าจะใช่ชาวบ้านเช่นพวกเรา อาจจะเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่เสียมากกว่า” ไป๋เฉียนโจว“จะเป็นใครค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ช่วยพาเขากลับไปก่อน” เสิ่นเทียนหยาง“ท่านพ่อ พวก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
เย่อันซื่อ 9
ในตอนที่เสิ่นอิงอิงกำลังจะกลับไปหาพี่ชายทั้งสอง ข้าง ๆ พุ่มไม้ที่นางพบลูกเสือมีต้นไม้ที่กำลังออกดอกสีแดงสดอยู่ห้าต้น เสิ่นอิงอิงคิดว่าต้นไม้พวกนี้มันคุ้น ๆ จึงได้นั่งลงดูอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็นึกออก นี่มันต้นโสม โสมคนที่กำลังออกดอก อายุน่าจะหลายปีแล้ว“โอ้ นี่มันโสมคน นับว่าข้ายังมีโชคดีอยู่บ้าง”เสิ่นอิงอิงรีบขุดโสมขึ้นมาทั้งห้าต้น จากนั้นก็นำไปปลูกในมิติวิเศษสี่ต้น อีกหนึ่งต้นเหลือเอาไว้ หลังจากปลูกโสมรดน้ำด้วยน้ำพุจิตวิญญาณเรียบร้อยแล้ว เติมน้ำในกระบอกไม้ไผ่จนเต็มนางก็ออกจากมิติและกลับไปหาพี่ชายทันที เสิ่นอิงอิงตอนนี้อารมณ์ดีมากเพราะนางขุดโสมคนได้ตั้งห้าต้นเชียวนะ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ราคาสมุนไพรในยุคนี้แต่นางเชื่อว่ามันต้องมีราคามากเป็นแน่ “พี่ใหญ่ พี่รอง ข้ากลับมาแล้ว พวกท่านดูสิว่าข้าได้อันใดมา"“น้องสาว เจ้าพบเจอสิ่งดี ๆ อันใดรึ รีบเอามาให้พี่รองดูเร็วเข้า”“นี่เจ้าค่ะ”“นี่ต้นอันใด ดอกสีแดง ๆ มันกินได้หรือไม่”“น้องสาว เจ้าไปพบมันจากที่ใด ยังมีอีกหรือไม่&r
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-27
อ่านเพิ่มเติม
เย่อันซื่อ 10
“บ้านเกิดของพวกเราฝนไม่ตกมาสองปีแล้ว พวกเราออกเดินทางจากบ้านเกิดมาเพราะเกิดภัยแล้ง หัวหน้าหมู่บ้านจึงพาชาวบ้านออกเดินทางเพื่อที่จะไปหาที่ตั้งรกราก ตอนนี้พวกเรากลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยแล้ว ถ้าหากสามารถตั้งรกรากที่เมืองข้างหน้าได้ก็คงจะดีไม่น้อย” “เมืองข้างหน้า พวกท่านหมายถึงเมืองเป่ยโจวหรือขอรับ ตอนข้าหนีมาถึงที่เมืองนี้ภายในเมืองก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเจ้าเมืองสั่งปิดประตู คนในไม่ให้ออกคนนอกไม่ให้เข้า มีผู้อพยพมากมายบริเวณหน้าประตูเมือง ข้าเองไม่สามารถเข้าเมืองได้ ทำได้แค่วิ่งหนีเข้าป่าจนทำให้พวกนักฆ่าตามทัน มีทางเดียวคือต้องเดินทางอ้อมเมืองเป่ยโจวแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมืองเยี่ยนโจวหรือพวกท่านจะเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงฉางโจวก็ได้” “เดิมทีข้าไม่อยากจากบ้านเกิดมา พวกเราเดินทางรอนแรมนอนกลางดินกินกลางทราย เจ้าบอกว่าเมืองเป่ยโจวปิดประตูเมือง ไม่แน่ว่าอีกไม่นานคงมีผู้อพยพเดินทางเข้าป่า ถึงตอนนั้นคงไม่ดีแล้วล่ะ เพราะตราบใดที่ป่ายังมีสีเขียว นั่นเท่ากับว่ายังมีความหวังในการหาน้ำและอาหาร ข้าเกรงว่าจะเกิดการปล้นชิงกันขึ้น&rd
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-27
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status