Mag-log inภาวัตนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบาๆ ให้เลขาฯ เมื่อรู้ว่า ‘ชนิดาภา’ กำลังรอเขาอยู่ คิ้วหนาขมวดหากันเล็กน้อยขณะร่างสูงเดินไปเปิดประตูเข้าห้องทำงาน แล้วก็พบว่า ชนิดาภานั่งอยู่ที่โซฟารับแขกก่อนแล้ว
ชนิดาภาเป็นลูกสาวของนักธุรกิจด้านสื่อโฆษณาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เขารู้จักเธอตั้งแต่ก่อนไปเรียนเมืองนอกในงานเลี้ยงวันเกิดของบิดา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอยากให้สองหนุ่มสาวลงเอยกัน ด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รูปร่างหน้าตา และสถานะของทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันเสียจนผู้คนลุ้นว่า หากภาวัตกลับมาจากอเมริกาคงจะมีข่าวดีในเร็ววัน
“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะคะภีม”
เมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้าห้องมา เจ้าของร่างบางที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำขับผิว ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทันที
“ขอบคุณครับ คุณจะมาไม่เห็นบอกผมก่อนเลย” พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ภาวัตไม่ปฏิเสธเลยว่าชนิดาภาเป็นผู้หญิงที่งดงามเสียจนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธ
“แหม คุณกลับมาไทยไม่เห็นบอกนิด้าสักคำ” หญิงสาวแกล้งทำเป็นงอน แต่นั่นกลับทำให้เธอดูน่ารักเสียมากกว่า
“พอดีผมยุ่งๆ ต้องเคลียร์อะไรหลายอย่าง เลยไม่ได้ส่งข่าวบอกใครสักคนน่ะครับ”
ภาวัตพูดขึ้นอย่างเป็นมารยาท แต่ความจริงแล้ว เขาแค่ไม่ได้นึกถึงชนิดาภาเท่านั้นเอง ชายหนุ่มยอมรับว่าเธอสวยมาก และหากปฏิเสธไมตรีก็คงจะโง่เต็มที แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับชนิดาภา แค่มองว่าเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่งเท่านั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คืนนี้ คุณต้องไปดินเนอร์กับนิด้านะคะ” หญิงสาวถือโอกาสมัดมือชกทันที
“แต่ว่า…”
“นะคะ พอดีพี่ชายของนิด้าเพิ่งกลับมาจากอเมริกาก่อนหน้าภีมได้ไม่นาน คุณกับพี่ชายนิด้าควรรู้จักกันเอาไว้นะคะ เห็นว่าคุณมีแพลนจะเปิดบริษัทที่ต่างประเทศด้วย เผื่อเขาจะช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการทำพีอาร์ได้บ้าง” ชนิดาภารู้ดีว่าจะต้องเอาเรื่องไหนมามัดมือชกเขาได้สำเร็จ และเธอก็มั่นใจว่าคนอย่างภาวัตไม่ยอมเสียเรื่องงานอย่างแน่นอน
“จริงๆ คืนนี้ ผมอยากเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อน แต่ถ้าคุณนัดพี่ชายไว้แล้วก็ได้ครับ” ภาวัตตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เย่ ดีใจจังเลย คุณจะได้รู้จักกับพี่ชายนิด้าไว้” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่สุดท้ายภาวัตก็ยอมรับปากจนได้ แม้ว่าจริงๆ แล้วจุดประสงค์หลักคืออยากให้พี่ชายได้เจอกับ ‘ว่าที่สามี’ ของเธอเท่านั้น
“ว่าแต่คุณไม่ทำงานเหรอครับวันนี้?” ภาวัตเอ่ยถามขึ้น เพราะพอรู้มาว่าชนิดาภาขึ้นแท่นผู้บริหารของบริษัทแล้วเรียบร้อย
“แหม พูดเหมือนอยากให้นิด้ารีบกลับอย่างนั้นแหละ” ชนิดาภารู้ดีว่าแม้ตนเองจะเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่างจนมีแต่ผู้ชายอยากเข้าหา แต่สำหรับภาวัตแล้ว เขาไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น
“เปล่า พอดีผมเห็นว่าคุณได้เป็นผู้บริหารแล้ว มาหาผมแบบนี้ คนอื่นจะว่าหรือเปล่า” เจ้าของร่างสูงโปร่งเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตนเอง ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า ตอนนี้ เธอควรกลับไปได้แล้ว
“ใครจะกล้าว่าคะ อย่าลืมสิว่า นิด้าเป็นลูกสาวขอรองประธานบริษัทนะคะ” ชนิดาภาพูดอย่างขำขัน เพราะแม้เธอจะไม่ไปทำงานสักวันก็คงไม่มีใครกล้าต่อว่าอยู่ดี
“ไม่ได้นะครับ ยิ่งคุณเป็นลูกสาวประธานก็ยิ่งต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง” ภาวัตพูดเตือนหญิงสาว เพราะเขามองว่าแม้เราจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้า แต่หากว่าทำไม่ดี ก็ไม่สามารถสั่งสอนลูกน้องได้
“แหมภีม นิด้าแค่อยากแวะมาทักทายคุณแค่นั้นเอง” ชนิดาภาเริ่มรู้สึกหน้าเสียที่ถูกชายหนุ่มต่อว่า เธอจึงอ้อนเขาด้วยคำหวาน
“ขอบคุณครับที่มาหาผม งั้นเอางี้ไหม เดี๋ยวคืนนี้เราเจอกันอีกที คุณจะได้กลับไปเคลียร์งานด้วย” ภาวัตพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้หญิงสาว
“ก็ได้ค่ะ” พูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ก่อนจะมองชายหนุ่มที่ตอนนี้จับจ้องแต่เอกสารบนโต๊ะราวกับไม่สนใจตนเอง “ถ้างั้นนิด้าไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”
ชนิดาภากล่าวลาชายหนุ่มเป็นการทิ้งท้าย พร้อมกับเดินออกจากห้องไปทันที
ภาวัตเงยหน้ามองเบื้องหลังของหญิงสาวที่เดินลับตาไปพลางคิดกล่าวโทษตนเองที่ทำเมินเฉยต่อเธอ อาจเป็นเพราะในใจเขาตอนนี้กำลังมีเรื่องที่สนใจมากกว่า และเรื่องของพริมพิกาก็สำคัญยิ่งกว่าผู้หญิงคนอื่น หากหาหลักฐานได้ว่าแพรวาเป็นลูกคนอื่นจริง ตอนนั้น เขาอาจจะเลิกสนใจในตัวคุณครูคนสวยก็เป็นได้
ภาวัตเดินเข้ามายังร้านอาหารสุดหรูที่ชนิดาภาจัดการจองไว้เสร็จสรรพ พลางนึกชื่นชมหญิงสาวที่หาร้านได้ดูดีและเงียบสงบ เพราะเขาเป็นคนไม่ชอบอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านมากนัก
ที่สำคัญ ร้านแห่งนี้ราวกับปลูกอยู่ท่ามกลางสวนกุหลาบราวสามร้อยสายพันธุ์ สายตาคู่คมมองไปในสวนสวยที่เป็นทั้งจุดเช็กอินถ่ายภาพและจุดนั่งพักผ่อน แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับกระถางปูนเปลือยขนาดใหญ่
“จูเลียต โรส (Juliet Rose)”
คำพูดเบาๆ ที่หลุดปากออกมาเพียงได้ยินแค่ตนเองคำนั้นทำให้ภาวัตนึกถึงใบหน้าสวยหวานของพริมพิกาขึ้นมา และอดคิดไม่ได้ว่า เวลากว่าห้าปี กุหลาบต้นนั้นยังอยู่ หรือมันตายไปแล้ว...
เมื่อหลายปีก่อน
ระหว่างเดินทางกลับจากส่งขนมให้ลูกค้า ดวงตาคู่หวานเหลือบเห็นร้านขายต้นไม้ขนาดใหญ่เปิดใหม่ มีทั้งไม้ใบ ไม้ดอกสวยงามเต็มไปหมด มองแล้วสบายตา แต่แล้วก็สะดุดหยุดอยู่กับที่ราวกับต้องมนตร์สะกด เมื่อได้พบกับดอกกุหลาบพันธุ์หายากที่เคยเห็นแต่ในหนังสือ ไม่คิดว่าจะได้เห็นของจริงอยู่ตรงหน้าเช่นนี้มาก่อนสักนิด
และด้วยความที่ชื่นชอบดอกกุหลาบมากราวกับว่ามันคือชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีชมพูเป็นทุน ผลักให้ความตื่นเต้นโลดแล่นออกมาทางดวงตากลมโตที่เปล่งประกาย ขณะเจ้าตัวรีบเลี้ยวรถกลับมาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินลิ่วเข้าไปยลโฉมความสวยงามของมัน
“จูเลียต โรส (Juliet Rose) สวยมากเลย”
“เมื่อคืนที่เห็นพริมร้องทรมาน มันทำให้ผมรู้เลยว่าที่ผ่านมาพริมต้องทรมานแค่ไหน” ภาวัตนึกภาพหญิงสาวที่ทนปวดท้องคลอดลูกเมื่อคืน เธอดูทรมานเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาต้องตั้งท้องและคลอดลูกเองเขาจะอดทนได้มากเท่าเธอไหม ลำพังงแค่แพ้ท้องเขาเองยังทนแทบไม่ได้เลย “มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามค่ะ และพริมก็ดีใจที่ลูกของเราออกมาสมบูรณ์แข็งแรง” พริมพิกาพูดจากใจจริง ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ต้องเจ็บแค่ไหนก็ทนได้ขอเพียงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว “ขอบคุณนะครับพริม ที่ยอมมีลูกให้ผม” ภาวัตพูดด้วยความซึ้งใจ “ขอบคุณภีมเหมือนกันค่ะ ที่เป็นพ่อที่ดีที่สุดให้ลูกของเรา”
“ภีม เร็วหน่อยค่ะพริมไม่ไหวแล้ว” พริมพิกาพยายามสะกดความเจ็บปวดเอาไว้ แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานได้ ตอนนี้เธออยากถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “อดทนหน่อยนะพริม ฮัลโหลริษาตอนนี้พริมกำลังจะคลอด แกช่วยมาดูแพรวาที่บ้านที เออน่าไม่ต้องถามอะไรมาก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมหลานพร้อมแพรวา พี่ฝากด้วย” ภาวัตพูดอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือมาบีบพริมพิกาเพื่อให้กำลังใจภรรยา ภาวัตใช้เวลาขับรถจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนพยาบาลจะพาพริมพิกาไปแผนกทำคลอดทันที แม้ว่าหญิงสาวจะคลอดกะทันหันแต่การดูแลของหมอ และพยาบาลที่นี่กลับดูแลพริมพิกาดีมากจนชายหนุ่มเบาใจลงได้บ้าง “ผมขอเข้าไปดูภรรยาได้ไหมครับหมอ อย่างน้อยก็ให้ผมให้กำลังใจเธอ” ภาวัตเอายขึ้นก่อนที่หมอจะเดินเข้าไปในห้องคลอด
“ก็เข้าเรื่อยๆค่ะ ที่บริษัทช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก โปรเจกต์ที่เราทำก็เคลียร์หมดแล้ว พี่ภีมไม่ต้องห่วงช่วงนี้อู้งานไปเฝ้าเมียได้เต็มที่” ริษาอดแซวพี่ชายไม่ได้ ที่ตั้งแต่แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนก็เปลี่ยนไปเสียจนเธอที่เป็นน้องสาวแท้ๆไม่อยากจะเชื่อว่าเสือจะถอดเล็บได้ง่ายขนาดนี้ “ก้ดีถ้าอย่างนั้นพี่จะได้ไม่ต้องห่วง อ่อ แล้วก้อีกเรื่อง” ภาวัตวางช้อนลงพร้อมกับมองริษาด้วยสายตาจริงจังจนพริมพิกาเองต้องวางช้อนและตั้งใจฟังไปด้วย “มีอะไรพี่ภีม ทำหน้าตาจริงจังแบบนี้จะจับผิดอะไรริษาคะ” ริษาพูดติดตลก เอรู้ดว่าพี่ชายเธอคงไม่ได้มีเรื่องจริงจังอะไรเหมือนท่าทางที่เล่นใหญ่ให้เธอตกใจเล่น &ld
“พริมอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้พริมไม่ได้ตัวคนเดียวนะ พริมกำลังอุ้มท้องลูกอีกคนอยู่ ผมให้พริมทำร้านต่อไปได้แต่พริมต้องหาคนมาช่วยเป็นแม่ครัว แล้วตัวเองก็ต้องมาเป็นคนบริหารร้านอย่างเต็มตัว อาจจะช่วยทำนิดๆหน่อยๆได้ แต่ต้องไม่ใช่ทำเองทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน” ภาวัตคิดว่านี่คือการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากหญิงสาวอยากเปิดเร้านอาหารต่อไป ทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่เหนื่อยจนเกินไปก็คือต้องจ้างคนมาช่วยเป็นแม่ครัวเพิ่ม “มันจะไม่สิ้นเปลืองหรอคะ” พริมพิกาเกรงว่าจการจ้างคนอื่นมาช่วยเป็นแม่ครัวอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่ “คนละครึ่งทางเถอะนะพริม คุณก็รู้ว่าผมสามารถดูแลคุณกับลูกได้ แต่ถ้าพริมอยากจะทำร้านต่อก็ควรหาคนมาช่วยนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความอ่อนโยนและหวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเขา&
กินอย่างถนัดมากขึ้น ภาวัตอดซึ้งใจไม่ได้ที่แม้จะโกรธกันแต่ภรรยาก็ยังเลือกที่จะซื้ออาหารที่เขาชอบมาให้กิน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ทิฐิของชายหนุ่มก็มีมากเกินเสียกว่าจะเอ่ยปากชวนหญิงสาวคุยก่อน ภาวัตเอมไปตักแกงเขียวหวานมากินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แล้วเมื่อชายหนุ่มตักคำแรกเข้าปาก เขากลับรู้สึกเหม็นและพะอืดพะอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนชายหนุ่มทนไม่ไหวและต้องการอาเจียนมันเสียเดี๋ยวนี้! “แอวะ!” ภาวัตรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รีรอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากจนพริมพิกาเองก็ตกใจและรีบวิ่งตามชายหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ภีมเป็นอะไร ทำไมอ้วกออกมาแบบนี้ ไหวไหม” พริมพิกาลูบหลังให้สามีด้วยความเป็นห่วง พลางคิดว่าแกงเขียวหวานก็รสชาติปกติแต่ทำไมชายหนุ่มกินแล้วถึงอาเจียนออกมาได้
“พ่องอนแม่หรอคะ” แพรวาหันมาถามตามประสาเด็ก แต่ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมของพ่ออย่างภาวัตจะชัดเจนเสียจนเด็กดูออกว่าเขากำลังงอนอยู่ “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน สงสัยต้องตามไปดูหน่อย” พริมพิกาลูบหัวลูกสาวเบาๆ และเธอแน่ใจว่าคนอย่างแพรวาต้องไม่ทำให้เธอลำบากใจอย่างแน่นอน “แม่ไปคุยกับพ่อเถอะค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้อย่าให้พ่องอนนานนะคะ หนูสงสารพ่อ” เด็กน้อยพูดออกมาเจื้อยแจ้ว จนพริมพิกาอดคิดไม่ได้ว่าภาวัตแอบเอายาเสน่ห์อะไรให้ลูกกินหรือไม่ ทำไมลูกถึงรักและติดชายหนุ่มได้ถึงเพียงนี้ “จ้า งั้นเดี๋ยวแม่รีบมานะคะ” พริมพิกาพูดพร้อมกับเดินเลี่ยงออกมาทันที เพราะบางทีชายหนุ่มอาจกำลังรอให







