로그인(เทียน เทียนธารา) ประธานหนุ่มไฟแรง อายุ34ปี เป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาหารแช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมา2ปีหมาด ๅ ก็โดนพ่อกับแม่จับให้แต่งงานกับเลขาสาวที่ทำงานให้เขามานานถึง5ปี ความสัมพันธ์อันดีของเขากับเธอในฐานะเจ้านายจึงพังลง “ฉันลดตัวลงมาแต่งงานกับคนอย่างเธอมันก็เกินพอแล้ว อย่าหวังว่าฉันจะรักคนอย่างเธอ" (แพรไหม พนิตนรี) หญิงสาวยุ26 ทำงานรับใช้เจ้านายหนุ่มไฟแรงในฐานะเลขานานถึง5ปี ทำงานเป็นเลขาอยู่ ๆ ดี กลายมาเป็นภรรยาของเขาซะอย่างนั้น อีกทั้งยังเป็นภรรยาที่เขาเกลียดชังเป็นภรรยาที่เขาไม่คิดจะรักเลยสักนิด “เราหย่ากันเถอะค่ะคุณเทียน“
더 보기หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…. เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ธารากับแพรไหมแยกกันอยู่และเป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ธาราไม่สามารถติดต่อแพรไหมได้เลย เนื่องจากแพรไหมตัดช่องทางการติดต่อของธาราทุกช่องทางราวกับว่าไม่ต้องการติดต่อกับธาราอีกยังไงอย่างนั้น การกระทำของแพรไหมสร้างความปั่นป่วนหัวใจให้กับธาราได้อย่างดีแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธารารู้สึกพะว้าพะวังเป็นห่วงแพรไหมมาก เมื่อจนป่านนี้แล้วธารายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแพรไหมอยู่ที่ไหนอยู่กับใครและทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าเธอเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง อย่างน้อยก่อนจะบล็อกช่องทางติดต่อกัน เธอน่าจะบอกให้เขารู้บ้างว่าเธอพักอยู่ที่ไหน พักกับใคร เขาจะได้รู้สึกเบาใจ แอบขับรถไปส่องเธอบ้างในบางวันพอให้หายคิดถึง แต่นี่แพรไหมกลับบล็อกเขาทิ้งเสียดื้อ ๆ แบบไม่บอกไม่กล่าว ตอนนี้ธาราจึงรู้สึกอับจนหนทางในการตามหาแพรไหมเป็นอย่างมาก ‘เราห่างกันสักพักเถอะนะคะ’ ประโยคสุดท้ายที่เธอพิมพ์มาหา วันนั้นธารายังคิดในแง่ดีและยังคิดว่าห่างกันก็ยังดีกว่าเลิกกัน ทว่าวันนี้เขากลับไม่คิดแบบนั้นแล้ว เพราะไม่ว่าจะหย่าหรือห่างกันสุดท้ายแพรไหมก็ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวอยู่ดี “ไม่ไหวแล้ว
#คำเตือน: มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของตัวละคร ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง อ่านเพื่ออรรถรสเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ ***** อ้อนปรียาได้ยินอย่างนั้นก็หน้าตาตื่นลนลานทำอะไรไม่ถูก ดวงตาฉายความหวาดหวั่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดความกลัวคืบคลานเข้ามากัดกินความกล้าของเธอช้า ๆ ทว่าเธอยังคงปั้นหน้ายิ้มสู้ต่อไป “เทียนพูดอะไรคะ อ้อนไม่รู้เรื่อง” ทำใจดีสู้เสือ ตีหน้าซื่อไม่เข้าในสิ่งที่ธาราพูด เรื่องอะไรเธอจะยอมรับผิด เธออุตส่าห์ดั้นด้นกลับมาหาเขา หวังใช้เขาเป็นโล่บังภัยให้กับตัวเอง หวังใช้ประโยชน์จากธารา หวังให้เธอกับเขากลับมารักกันเหมือนเดิม ทว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เธอคิดไว้เลยสักนิด ธาราแต่งงานแล้ว แถมยังแต่งกับคนที่อ้อนปรียาเกลียดเข้าไส้ เกลียดจนอยากฉีกหน้าซื่อ ๆ ของแพรไหมออกเป็นชิ้น ๆ ให้สมกับความตอแหลของมัน อ้อนปรียารู้มาตลอดว่าแพรไหมชอบธารา ตลอดเวลาที่คบกับธารา อ้อนปรียาจึงพยายามแสดงความรักกับธาราต่อหน้าแพรไหมเพื่อเยาะเย้ยแพรไหมอยู่เสมอ ยิ่งเห็นสีหน้าเจ็บปวดของมันอ้อนปรียาก็ยิ่งสะใจ อยากให้แพรไหมอกแตกตายเดี๋ยวนั้น ตอนที่เพื่อนบอกว่าธาราแต่งงานแล้ว อ้อนปรียาโกรธแทบบ้า แต่โกรธยิ่งกว่
วันนี้ธาราหงุดหงิดเกิดกว่าจะไปทำงานได้และยิ่งเป็นการทำงานปราศจากเลขาข้างกายอย่างแพรไหม ธารายิ่งไม่อยากไปทำงาน เขาจึงถือโอกาสนี้หยุดพักหนึ่งวัน ใช้เวลาในช่วงวันหยุดคิดทบทวนถึงเรื่องราวทั้งหมดและรีบเร่งหาทางแก้ไข ธาราไม่อยากให้เรื่องของอ้อนปรียามาทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับแพรไหมที่กำลังไปได้ดีขาดสะบั้น ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงเพราะน้ำมือของคนพรรค์นั้น ธาราเป็นพวกซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองในวันที่เขาไม่ได้รู้สึกรักแพรไหม เขาก็ต่อต้านความรู้สึกของเธอจนสุดแรง แต่เมื่อวันใดที่ธารามั่นใจว่าตัวเองรัก เขาก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารักได้โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ วันนี้ธารารู้ตัวแล้วว่าเขารักแพรไหม เรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้เธอไม่สบายใจเขาก็พร้อมแก้ไข ไม่เว้นแม้แต่บุคคลที่เข้ามาทำให้ภรรยาสาวไม่สบายใจ ธาราก็พร้อมจัดการ เขาพร้อมทำทุกทาง ทำทุกวิธีเพื่อรักษาความรู้สึกของคนรักไว้โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนกระทำเป็นใครและเคยเป็นอะไรกับเขา ความรู้สึกของภรรยาสาวคือสิ่งที่ธาราควรถนอมไว้ให้ได้มากที่สุด แม้บางครั้งการกระทำของเขาจะดูหยาบกระด้างและเย็นชาไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าธารารักแพรไหมมาก
แพรไหมเก็บของจำเป็นลงกระเป๋าจนเสร็จธาราก็ยังไม่มีวี่แววออกมาจากห้องน้ำสักทีราวกับว่าธาราจงใจหลบหน้าเธอยังไงอย่างนั้นและในเมื่อธาราเอาแต่หลบหน้ากันอยู่แบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรที่แพรไหมต้องรอเขาต่อ หญิงสาวใช้ช่วงจังหวะที่ธาราอยู่ในห้องน้ำลากกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากห้องมา แพรไหมทำทุกอย่าง อย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวว่าเสียงลากกระเป๋าจะดังเล็ดลอดเข้าไปในห้องน้ำแล้วธาราได้ยินเข้า แพรไหมลากกระเป๋ามาถึงชั้นล่างรีบสาวเท้ายกกระเป๋ามาไว้ที่รถแล้วขับออกมา ธาราขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงรถคุ้นเคยขับออกจากบ้าน เขาลนลานกุลีกุจอออกจากห้องน้ำด้วยความรีบร้อน กวาดสายตามองห้องว่างเปล่าพลันหัวใจแกร่งก็ปวดหนึบขึ้นมา “แพรไหม” ตะโกนเรียกหญิงสาวเพื่อความแน่ใจทั้งที่มั่นใจแล้วว่าเสียงรถเมื่อกี้ที่ขับออกไปเป็นรถของเธอแน่นอน ธาราละล่ำละลักคว้ากุญแจรถกับโทรศัพท์เดินออกจากห้องด้วยความรีบร้อน ปลายนิ้วกดพิมพ์ข้อความหาแพรไหมนิ้วพัลวัน ธารา: เธอจะไปไหน ธารา: พี่ไม่ให้เธอไปนะแพร ธารา: กลับมาเดี๋ยวนี้ ธารา: พี่จะไม่หลบหน้าเธอแล้ว พี่จะคุยกับเธอ เธอกลับมาเถอะนะ กลับมาคุยกัน พี่ไม่ได้ตั้งใจเดิ