Masukบอสคะ เรื่องเมื่อคืน พิมพ์ขอโทษนะคะ คือ พิมพ์เมาไปหน่อย ยัยซื่อบื้อ หล่อนคิดว่าหล่อนเป็นใครถึงกลัวการตั้งท้องทายาทของเขา หญิงทั่วบ้านทั่วเมือง ต่างอยากเป็นแม่ของลูกเขาทั้งนั้น
Lihat lebih banyakวัดริมน้ำในชานเมืองตอนบ่าย หญิงชราหน้าตายิ้มแย้มนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสะพานทางเดินริมน้ำของวัดเพียงลำพัง ถุงใส่ขนมปังในมือที่ให้อาหารปลาเหลือเพียงแค่ถุงเปล่า เธอลุกขึ้นยืนด้วยไม้เท้าในมือที่ถืออยู่ช่วยพยุงตัวไว้ แต่ด้วยร่างกายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนไม่ได้ดั่งใจ เดินขึ้นบันไดศาลายังไม่ทันจะถึง หญิงชราก็สะดุดพื้นและล้มลง
ที่นี่เป็นวัดที่ค่อนข้างเงียบและสงบร่มรื่นคนไม่พลุกพล่าน เธอพยายามดันร่างขึ้นยืนแต่หลังเจ้ากรรมก็เจ็บแปลบขึ้นมา มือที่ถือไม้เท้าเผลอวางและกุมที่หลังแทน ทำให้ตัวฟุบลงไปกับพื้น
“คุณยายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นวิ่งปรี่เข้ามาหาหญิงชราทันที
“หนูช่วยค่ะ” เธอพูดพลางพยุงหญิงชราลุกขึ้น
“เจ็บตรงไหนไหมคะ ไปนั่งตรงโน้นก่อนดีกว่าค่ะ” เธอมองไปที่ศาลาริมน้ำ
“ไม่เป็นไรจ้ะคนแก่ก็แบบนี้แหละ”
“คุณยายมาคนเดียวเหรอคะ?” พูดพลางพยุงเดิน
“มีคนมาด้วยจ้ะ แต่ตอนนี้เขาไปทำธุระ ประเดี๋ยวคงกลับมารับ” พูดพลางมองหน้าหญิงสาวและยิ้มให้เธอ
“ขอบใจนะหนู” เธอพยุงหญิงชราเดินมานั่งพักที่ศาลาริมน้ำ
“พิมพ์” เสียงเรียกจากด้านหลังสองหญิงต่างวัยหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
“ไปกันเถอะ”
เจ้าของเสียงเรียกที่ยืนห่างศาลาออกไปไม่ไกลนัก ส่งสายตามองมาและยืนรออยู่
ชื่อ “พิมพ์” ผู้สูงวัยทวนชื่อเธอในใจ
“คุณยายอยู่คนเดียวได้แน่นะคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“ไม่เป็นไรจ้ะอีกประเดี๋ยวก็มีคนรับแล้ว หนูไปเถอะ”
“งั้นหนูไปนะคะ” ยิ้มและเดินจากไป
พิมพ์มาดา หญิงสาวที่ต้องตระเวนส่งขนมให้พี่สาวในระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้ และวันนี้ก็ต้องมาส่งขนมที่วัดอีกเช่นเคยตามรายการสั่งซื้อของผู้เป็นพี่
ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเดินเข้ามาในวัดกวาดสายตามองหาร่างคุ้นเคย ตามคำบอกเล่าของผู้เป็นย่าคือศาลาริมน้ำ
“คุณย่ารอนานไหมครับ?” หญิงชราหันไปมองตามเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลัง
ปกรณ์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้าง ทายาทศูนย์การค้าและโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หลานชายเพียงคนเดียวของหญิงชรา ที่ปล่อยให้เธอได้อยู่ตามลำพังตามคำขอบ้างในบรรยากาศที่เงียบสงบ
“กลับกันเถอะครับ” พยุงร่างไม้ใกล้ฝั่งเดินตรงไปที่รถ
“เมื่อไหร่แกจะมีแฟนและแต่งงานสักทีตากรณ์” พูดขณะนั่งรถกลับ
“ย่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน จะได้อุ้มหลานหรือจะตายก่อนแกนะ” นึกถึงสุขภาพที่สามวันดีสี่วันไข้ของตัวเองและบ่นพึมพำ
“คุณย่า…ทำไมชอบพูดแบบนี้ล่ะครับ”
“เฮ้อ” ผู้เป็นย่าถอนหายใจกับคำพูดซ้ำๆ ของตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับหลานชายเลยสักนิด เขายังไม่มีท่าทีว่าอยากจะแต่งงานหรือคบหาดูใจกับใครเป็นจริงเป็นจังเลยสักราย
“ผมให้คนติดต่อพยาบาลไว้มาช่วยดูแลคุณย่า ตอนผมไปทำงานคุณย่าจะได้ไม่เหงา” เขาเปลี่ยนเรื่อง
“พอ ๆ อย่าเลยย่าขี้เกียจจะไล่ออก”
ไม่ว่าจะจ้างพยาบาลมาสักกี่คนก็ไม่เป็นอันถูกใจหญิงชรา เพราะในสายตาของเธอผู้หญิงเหล่านั้นมัวจ้องแต่จะจับปกรณ์ แต่เขาก็ยังคงรักษาสถานะโสดไว้ได้ มีเพียงแค่ อิงอร นางแบบชื่อดังที่ไปมาหาสู่กับเขาอยู่ตลอด นับตั้งแต่เจอกันครั้งที่ไปเรียนต่างประเทศ แต่ก็ไม่เคยได้หัวใจของเขาเลย
วันนี้พิมพ์มาดาออกมาส่งขนมให้พี่สาวเหมือนเช่นเคย และหยุดพักรับลมเย็นในศาลาวัดริมน้ำที่ประจำของเธอ นั่งจ้องจอโทรศัพท์มือถือหาตำแหน่งงานว่างอย่างจดจ่อก็ยังไม่เจอสักที่ ลุกขึ้นเดินผ่อนคลาย สายตาเหลือบไปเห็นหญิงชราคนเดิมในวันนั้น เดินช้าๆ มีไม้เท้าช่วยพยุงอันเดิมของเธอตรงมาทางศาลาริมน้ำและนั่งใต้ร่มไม้จุดเดิม
“คุณยายคะ”
หญิงชราหันมามองตามเสียงเรียก
“หนู” ยิ้มรับ
หญิงสองวัยนั่งสนทนากันอย่างถูกคอ ไม่รู้หญิงชราหาเรื่องราวมากมายมาจากไหนมาเล่าสู่กันฟัง และพิมพ์มาดาก็เป็นผู้ฟังที่ดีฟังอย่างไม่รู้เบื่อ
“หลานคุณยายทำงานที่บริษัทพิบูลย์ผลเหรอคะ? พ่อพิมพ์ก็เคยทำที่นั่นค่ะ แต่ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว”
“อ้าวไปไหนเสียหล่ะ”
“พ่อกับแม่พิมพ์ท่านเสียแล้วทั้งคู่ค่ะ”
สายตาผู้พูดหม่นลงชั่วขณะ สักครู่ก็กลับมายิ้มสดใส
“เสียใจด้วยนะ พ่อเธอชื่ออะไรหล่ะ ถ้าเคยทำงานที่นั่นหลานฉันต้องรู้จักแน่”
หญิงชราที่ความจำเลือนลางไปตามสังขาร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่เคยลืมคือชื่อนี้ที่หญิงอ่อนวัยตรงหน้าเอ่ยมา
“นาย ศักดิ์ชาย อรุณรัตน์” เจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้จากอุบัติเหตุในการก่อสร้างโกดังเก็บของที่บริษัท หากไม่มีเขาในวันนั้นเธอคงตายไปแล้ว ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขอบคุณหรือตอบแทนด้วยซ้ำ หลังจากออกจากโรงพยาบาลเขาก็ลาออกจากบริษัทไปและติดต่อไม่ได้ แต่เธอไม่ได้เอ่ยอะไรออกมากับหญิงสาวตรงหน้าในเรื่องนั้น
“หนูลองไปสมัครสิฉันได้ยินมาว่าเขาเปิดรับสมัครนะ”
“เหรอคะ?” ท่าทางดีใจ
หญิงชรากำชับหลานชายให้หาตำแหน่งลงให้กับพิมพ์มาดา หลังจากแจ้งชื่อและนามสกุลของเธอไป
“แต่ที่บริษัทยังไม่มีตำแหน่งว่างนะคะคุณกรณ์” เงยหน้ามองคนพูด
“มีตำแหน่งประชาสัมพันธ์ที่โรงแรมจันทร์จะให้เธอประจำที่นั่นค่ะ”
พยักหน้ารับรู้
พิมพ์มาดา ที่รอการติดต่อมาจากฝ่ายบุคคลดีอกดีใจเผลอกระโดดอย่างลืมตัว
“พี่พร…พิมพ์ได้งานแล้ว”
วันแรกของการทำงานพิมพ์มาดาสวมชุดยุนิฟอร์มของโรงแรมที่ได้มาในวันสัมภาษณ์รอบสอง ที่นี่เป็นสาขาย่อย จึงไม่วุ่นวายเธอเรียนรู้งานและปรับเข้ากับเพื่อนร่วมกันได้ไวก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานสามเดือนตามที่ระบุในสัญญาเสียอีก
ก่อนเริ่มงานในตอนเช้าผู้จัดการฝ่ายได้เรียกประชุมแจ้งข่าวสาร เรื่อง จะมีทีมผู้บริหารมาตรวจความพร้อมของโรงแรมในวันรุ่งขึ้น ขอให้พนักงานทุกคนเตรียมความพร้อมในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี และต้องไม่มีความบกพร่องใดๆ เกิดขึ้น คือคำสั่งจากผู้จัดการฝ่าย
รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ต้อนรับผู้บริหารยืนเรียงหน้าเตรียมความพร้อมรออยู่หน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ตามกำหนตารางเวลา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม และทีมผู้ติดตามที่ถือทั้งปากกาและสมุดจดเดินตามมาติดๆ จุดแรกคือเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ทีมต้อนรับก้มศีรษะขณะเขาเดินผ่าน และรวมเป็นขบวนเดียวกันเพิ่มไปในทีมกับผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว คนนี้คงจะเป็นบอสเธอคิดในใจ
ใบหน้าเข้มๆ รับกับคิ้วเข้มๆ แต่นัยน์ตาดุ ดูจริงจัง ปากหนาได้รูปจมูกโด่งเป็นสัน ผมตรง ตัดรองทรงเปิดข้างทันสมัยผิดกับที่เธอคิดไว้ว่าคงมีอายุพอสมควร
“หล่อจัง” คิดในใจ
กว่าทีมบริหารจะกลับเล่นเอาพนักงานหัวหมุนไปตามๆ กัน
“พิมพ์มีลูกค้าจะไปห้องรับรอง พี่ฝากที ของกินกาแฟก่อน ปวดหัวไม่ไหวแล้ว”
เสียงจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่ไหว้วานเธอ พิมพ์มาดาถือถาดเครื่องดื่มมาที่ห้องรับรอง โค้งคำนับลูกค้าและขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างสุภาพ
“พิมพ์”
เงยหน้าตามเสียงเรียก
“คุณยาย” ยิ้มดีใจ
“ได้เจอกันอีกแล้วนะคะ ดีใจจังเลยค่ะ”
“คุณยายมาทำธุระที่นี่เหรอคะ?” หญิงชราแค่ยิ้ม
“นี่หล่อนไม่ทำการบ้านบ้างเลยหรือไง” คิดในใจ หญิงชราไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่เด็กสาวตรงหน้าพูดเองเออเองไปเสียหมด
“ขอบคุณคุณยายมากเลยนะคะ ถ้าไม่เจอคุณยายพิมพ์คงยังไม่มีงานทำค่ะ”
“แล้วเป็นยังไงบ้างงานใหม่?”
“ดีมากเลยค่ะ แต่เดินทางไม่ค่อยสะดวกค่ะ บ้านพิมพ์อยู่ไกลต้องนั่งรถหลายต่อกว่าจะมาถึง”
พูดแล้วยิ้มเหมือนที่บอกว่าปัญหามันไม่ใช่ปัญหานี่แหละคือเธอ
“ทำไมไม่หาห้องเช่าใกล้ ๆ ล่ะ?”
“พิมพ์อยู่กับพี่สาวค่ะ ไม่อยากย้าย แล้วก็เปลืองเงินเปล่าๆ ค่ะ” ยืนประสานมือสำรวมแบบสุภาพอยู่อย่างนั้น
“เธอดูแลคนแก่ได้ไหม?”
“ไม่ต้องเดินทางมีที่พักพร้อม เงินเดือนน่าจะมากกว่าที่นี่สามเท่า”
หญิงชราคาดคะเนเพราะไม่รู้รายได้ของเธอ แต่เนื่องด้วยเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ จากตำแหน่งพนักงานของเธอก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยาก
“สามเท่า” ใครจะไม่สนงานอะไรที่สุจริตฉันทำจ้ะ เธอนึกในใจ
“เธอยังไม่ต้องตอบตกลงตอนนี้ก็ได้ เก็บไปคิดดูก่อน นี่นามบัตรฉันไปตามที่อยู่นี้ แล้วค่อยตัดสินใจ”
“นภา ประพันธ์พิบูลย์” ชื่อที่ระบุในนามบัตร นามสกุลเดียวกันกับบอสคงเป็นเครือญาติเธอคิดในใจ
หลังจากวางสายจากจันทร์เจ้าเลขาเก่าของนภา ปกรณ์พึมพำคนเดียว
“คุณย่าเป็นอะไรกับพนักงานคนนี้?”
เพิ่งจะขอให้รับเข้าทำงานได้ไม่นาน มาวันนี้จะให้เป็นพยาบาลส่วนตัวทั้งที่เคยพูดเองว่าไม่ต้องการพยาบาล ปกรณ์นั่งนึกในใจในกับการกระทำของผู้เป็นย่า
หญิงสาวกดออดหน้าบ้านหรูตามนามบัตรของหญิงชราที่ให้มา หญิงวัยกลางคนวิ่งมาเปิดประตูและพาเข้าด้านใน เธอนั่งรอในห้องโถงโอ่อ่า มองไปรอบบริเวณเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถึงแม้เธอจะไม่รู้มูลค่าแต่รู้ว่าคงแพงหูฉี่
“คุณยาย” หลังจากเจอหน้า
หญิงชราและหญิงอ่อนวัยนั่งสนทนากันครู่ใหญ่ ความซื่อที่เธอพกมาด้วยตั้งนานก็ถึงบางอ้อเสียทันที รายละเอียดงานใหม่คือการดูแลผู้สูงวัยที่ชื่อระบุในนามบัตร โดยให้เธอทดลองงานเป็นระยะเวลาสามเดือนเหมือนที่อื่น ๆ หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้ และเธอสามารถเริ่มงานได้ทันทีที่เธอพร้อม
หญิงสาวตักอาหารใส่ปากเคี้ยวกลืนลงคอได้ไม่กี่วิมันก็ตีขึ้นจ่ออยู่ที่คอเหมือนเดิมอีกแล้ว พะอืดพะอม สุดท้ายทนไม่ไหวลุกจากโต๊ะอาหารมือปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำ พร้อมเสียงโอ๊กอ๊ากที่ดังทะลุออกมา ปกรณ์ที่ยืนรออยู่ด้านหน้า เขาจำได้ครั้งก่อนที่โรงแรมเธอก็มีอาการแบบนี้ แสดงว่า…“กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”หญิงชราที่จับสังเกตและพูดกับหญิงสาว ขณะที่ปกรณ์พยุงมานั่งที่เดิม เธอมองดูปฏิกิริยาของหลานชายที่ปฏิบัติต่อหญิงสาวก็เดาได้ไม่ยาก พิมพ์มาดาที่ทนไม่ไหวเอื้อมไปจิ้มผลไม้ดองตรงหน้าใส่ปากเคี้ยวต่อได้อีก“พิมพ์ไปหาหมอมาหรือยัง?” คำถามจากหญิงชราทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง“คะ...คุณย่า?”“ตรวจหรือยัง?”หญิงชราถามซ้ำทำให้หน้าที่ซีดอยู่แล้วซีดหนักลงไปอีก คำว่าไก่ต้มคงจะเทียบไม่ได้“กี่เดือนแล้ว?” ขยี้ต่อ“เอ่อ...คือ…” ความที่ไม่กล้าโกหก ทำได้แค่เพียงอ้ำ ๆ อึ้งๆความเงียบเข้าครอบคลุมบนโต๊ะอาหารชั่วขณะ“แล้วเมื่อไหร่แกจะจัดงานแต่ง?” หันหน้ามามองชายหนุ่ม“จะรอให้ย่าตายก่อนแล้วค่อยเอารูปย่าไปวางไว้หน้างานแต่งของแกหรือยังไง?” ประชดประชันหลานชาย“คุณย่าต้องถามพิมพ์ก่อนว่าเขาอยากแต่งกับผมหรือเปล่า?”หน้าซีด ๆ ที่เงยขึ้นมองผู
บรรยากาศในการทำงานกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง พร้อมกับธนาที่ยืดอกรับความสงบสุขในการทำงานอย่างภาคภูมิใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาทำให้บอสประหลาดใจอยู่เป็นประจำ คือเลขาที่ขี้โมโห อารมณ์แปรปรวน หัวเราะอยู่ดีๆ ในไม่กี่ชั่วโมงก็หันกลับมาวีนเขาเสียแล้วแค่เรื่องทิ้งขยะไม่ลงถัง หรือหล่อนจะทำงานหนักไปเขานึกในใจคงต้องปล่อยให้หล่อนได้พักบ้างเขาปฏิเสธมื้อเที่ยงในวันนี้โดยอ้างว่านอนไม่หลับทั้งคืนอยากงีบสักหน่อย โดยปล่อยให้เธอไปรีแลคกับเพื่อน ๆ บ้าง หลังพักเที่ยงกลับมาคนที่นั่งทำงานตรงหน้ากลับใจลอย ไม่พูดไม่จา หรือหล่อนจะกังวลเรื่องพี่สาวกดโทรศัพท์เช็คกับทางโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะหาข้อมูลคนไข้ เนื่องจากยอดบริจาคที่เขาให้กับโรงพยาบาลเพื่อใช้เป็นทุนการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อยู่เป็นประจำ พรพิมลสุขภาพแข็งแรงดีทุกอย่างไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใดๆ“วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกและจะไม่เข้ามาแล้ว มีธุรกับคุณย่านิดหน่อย เดี๋ยวจะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”พูดหูซ้ายแต่เหมือนจะทะลุไปออกหูขวาหล่อนไม่หือไม่อือเลยสักนิด“พิมพ์”“คะ?”“บอสว่าไงนะคะ?”“ผมบอกว่าจะไม่กลับเข้ามาแล้ว จะให้ลุงเพิ่มมารับคุณ”“อ๋อ ไม่เป็นไรค
ภาพหญิงสาวที่เขารอและอยากเจอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงจากรถกับภัสพงษ์โดยชายหนุ่มหิ้วของและเดินมาส่งเธอที่หน้าประชาสัมพันธ์ แก้วไวน์ที่อยู่ในมือของคนที่นั่งอยู่ในห้องกระจก แทบแตกด้วยแรงเกร็งและบีบของมือใหญ่ นี่เธอไม่รับสายเขาและปล่อยให้เขารอทั้งที่นัดกันไว้ดิบดี เพียงเพราะไปกับไอ้ช่างถ่ายภาพหน้าเซอร์นี่เหรอ ชายหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ใบหน้า ลุกขึ้นออกจากห้องรับรองและเดินขึ้นห้องไปพิมพ์มาดาเข้ามาในห้องแต่ปราศจากเงาของเขา เธอยังอยู่ในชุดถ่ายแบบรวมทั้งหน้าตาที่แต่งแต้มไว้อย่างบรรจง ผิดกับวิถีชีวิตประจำวันของเธอปกรณ์เปิดห้องตามเข้ามา มองใบหน้าและหลุบตาลงต่ำสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้เพื่อใครกัน“พิมพ์ขอโทษนะคะที่ไปรับบอสไม่ทัน”“ภัสพงษ์คงสำคัญกับคุณมาก” เสียงต่ำ ดูจากสีหน้าแล้วหญิงสาวพอจะเดาอารมณ์เขาได้“ไม่ใช่นะคะบอส คือ….”“ผมโทรหาคุณตั้งกี่สาย อยู่กับคนอื่นไม่กล้ารับสายผมเหรอ ยังจะกล้าให้มาส่งที่นี่อีก”“พิมพ์ไปทำงาน”“งานอะไร?”“ถ่ายแบบ”“ทำไมต้องถ่าย คุณก็มีงานอยู่แล้ว ยุ่งไม่พอเหรอ?”“แล้วต้องมาแต่งหน้า ทาปาก แล้วชุดนี่อีก ชอบเหรอแบบนี้?”เขามองหน้
วันเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่ มาพร้อมกับวันวุ่นวายชุลมุนของทุกฝ่ายในการเตรียมงาน ป้ายบิลบอร์ดพรีเซนเตอร์ขนาดใหญ่ที่ทิชาดาเชิญชวนให้มาสัมผัส ติดหราในใจกลางเมืองมองเห็นได้อย่างถนัดตา บรรยากาศในศูนย์การค้าคึกคัก ทั้งลานกิจกรรมและบูทแสดงสินค้าลดราคาต้อนรับการเปิดในวันแรกในลานกิจกรรมเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมสนุกในการแข่งขันเพื่อรับของรางวัล และบัตรส่วนลดต่าง ๆ มากมาย เสียงพิธีกรประกาศและบรรยายกิจกรรมการแข่งขันอย่างตื่นเต้นและสนุกสนานตลอดทั้งวันปกรณ์นำพิมพ์มาดาเดินทั่วทั้งศูนย์การค้า โดยหญิงสาวเดินแวะแทบทุกบูทจนขาล้า ของพะรุงพะรังเต็มมือทั้งตัวเองและชายหนุ่มที่ประหนึ่งว่าเธอเป็นลูกค้าวีไอพีของศูนย์การค้านี้อย่างร่าเริง คนที่เดินตรวจงานก็พลอยสนุกไปกับเธอด้วยเช่นกัน“การมีแฟนรวยมันก็ดีแบบนี้นี่เอง” เธอคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ในใจถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกก็เถอะสิ้นสุดวันเปิดตัวศูนย์การค้าก็ต่อด้วยงานมงคลระหว่าง ทิชาดา และ พงศกร โดยจัดขึ้นที่โรงแรมหรูของปกรณ์พิมพ์มาดาในชุดราตรีสีหวานสดใสควงคู่มากับบอสของเธอเดินเข้าไปในงาน ชายสูงวัยท่าทางใจดีมองพินิจพิเคราะห์ใบหน้าพิมพ์มาดาอยู่ยกใหญ่“นึกว่าใครที่ไห
บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัททำให้พนักงานดี๊ด๊ากันยกใหญ่ กับหัวเรื่อง งานเลี้ยงประจำปี โดยทางบริษัทจะจัดงานขึ้นที่โรงแรมสาขาใหญ่ รวมทั้งการประกาศโบนัสและของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปีทุกฝ่ายต่างจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมกันอย่างครึกครื้น และส่งการ์ดเชิญคู่ค้าร่วมธุรกิจเก่าแก่ของบริ
เช้าวันหยุดพิมพ์มาดาลากกระเป๋าเดินทางทั้งของตัวเองและนภาสำหรับทริปเที่ยวทะเลในสุดสัปดาห์นี้ และคนขับคือปกรณ์ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงบ้านพักที่หล่อนจองไว้ เป็นบ้านพักริมทะเลบรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นทะเลเล็กๆ ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระลอก น้ำทะเลกระทบกับแสงแดดระยิบระยับ ลมทะเ
หน้าที่ของพิมพ์มาดาคือการจัดเตรียมอาหารสำหรับคุณนภา จัดยา หาหมอ ไปวัด ซื้อของ ทำธุระ สรุปคือทุกอย่างของหญิงชราจะมีชื่อเธออยู่ในนั้น ซึ่งป้านวลแม่บ้านไม่สามารถทำได้เพราะต้องไปเช้าเย็นกลับ ส่วนเธอต้องพักอยู่ที่นี่บ้านหลังนี้เพื่อสะดวกในการเรียกหาตลอดเวลาแม้ในเวลากลางคืน เนื่องจากปัญหาสุภาพของนภา พิมพ
วัดริมน้ำในชานเมืองตอนบ่าย หญิงชราหน้าตายิ้มแย้มนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสะพานทางเดินริมน้ำของวัดเพียงลำพัง ถุงใส่ขนมปังในมือที่ให้อาหารปลาเหลือเพียงแค่ถุงเปล่า เธอลุกขึ้นยืนด้วยไม้เท้าในมือที่ถืออยู่ช่วยพยุงตัวไว้ แต่ด้วยร่างกายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนไม่ได้ดั่งใจ เดินขึ้นบันไดศาลายังไม่ทัน





