LOGINบอสคะ เรื่องเมื่อคืน พิมพ์ขอโทษนะคะ คือ พิมพ์เมาไปหน่อย ยัยซื่อบื้อ หล่อนคิดว่าหล่อนเป็นใครถึงกลัวการตั้งท้องทายาทของเขา หญิงทั่วบ้านทั่วเมือง ต่างอยากเป็นแม่ของลูกเขาทั้งนั้น
View Moreวัดริมน้ำในชานเมืองตอนบ่าย หญิงชราหน้าตายิ้มแย้มนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่ริมสะพานทางเดินริมน้ำของวัดเพียงลำพัง ถุงใส่ขนมปังในมือที่ให้อาหารปลาเหลือเพียงแค่ถุงเปล่า เธอลุกขึ้นยืนด้วยไม้เท้าในมือที่ถืออยู่ช่วยพยุงตัวไว้ แต่ด้วยร่างกายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนไม่ได้ดั่งใจ เดินขึ้นบันไดศาลายังไม่ทันจะถึง หญิงชราก็สะดุดพื้นและล้มลง
ที่นี่เป็นวัดที่ค่อนข้างเงียบและสงบร่มรื่นคนไม่พลุกพล่าน เธอพยายามดันร่างขึ้นยืนแต่หลังเจ้ากรรมก็เจ็บแปลบขึ้นมา มือที่ถือไม้เท้าเผลอวางและกุมที่หลังแทน ทำให้ตัวฟุบลงไปกับพื้น
“คุณยายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นวิ่งปรี่เข้ามาหาหญิงชราทันที
“หนูช่วยค่ะ” เธอพูดพลางพยุงหญิงชราลุกขึ้น
“เจ็บตรงไหนไหมคะ ไปนั่งตรงโน้นก่อนดีกว่าค่ะ” เธอมองไปที่ศาลาริมน้ำ
“ไม่เป็นไรจ้ะคนแก่ก็แบบนี้แหละ”
“คุณยายมาคนเดียวเหรอคะ?” พูดพลางพยุงเดิน
“มีคนมาด้วยจ้ะ แต่ตอนนี้เขาไปทำธุระ ประเดี๋ยวคงกลับมารับ” พูดพลางมองหน้าหญิงสาวและยิ้มให้เธอ
“ขอบใจนะหนู” เธอพยุงหญิงชราเดินมานั่งพักที่ศาลาริมน้ำ
“พิมพ์” เสียงเรียกจากด้านหลังสองหญิงต่างวัยหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
“ไปกันเถอะ”
เจ้าของเสียงเรียกที่ยืนห่างศาลาออกไปไม่ไกลนัก ส่งสายตามองมาและยืนรออยู่
ชื่อ “พิมพ์” ผู้สูงวัยทวนชื่อเธอในใจ
“คุณยายอยู่คนเดียวได้แน่นะคะ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“ไม่เป็นไรจ้ะอีกประเดี๋ยวก็มีคนรับแล้ว หนูไปเถอะ”
“งั้นหนูไปนะคะ” ยิ้มและเดินจากไป
พิมพ์มาดา หญิงสาวที่ต้องตระเวนส่งขนมให้พี่สาวในระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้ และวันนี้ก็ต้องมาส่งขนมที่วัดอีกเช่นเคยตามรายการสั่งซื้อของผู้เป็นพี่
ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเดินเข้ามาในวัดกวาดสายตามองหาร่างคุ้นเคย ตามคำบอกเล่าของผู้เป็นย่าคือศาลาริมน้ำ
“คุณย่ารอนานไหมครับ?” หญิงชราหันไปมองตามเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลัง
ปกรณ์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้าง ทายาทศูนย์การค้าและโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หลานชายเพียงคนเดียวของหญิงชรา ที่ปล่อยให้เธอได้อยู่ตามลำพังตามคำขอบ้างในบรรยากาศที่เงียบสงบ
“กลับกันเถอะครับ” พยุงร่างไม้ใกล้ฝั่งเดินตรงไปที่รถ
“เมื่อไหร่แกจะมีแฟนและแต่งงานสักทีตากรณ์” พูดขณะนั่งรถกลับ
“ย่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน จะได้อุ้มหลานหรือจะตายก่อนแกนะ” นึกถึงสุขภาพที่สามวันดีสี่วันไข้ของตัวเองและบ่นพึมพำ
“คุณย่า…ทำไมชอบพูดแบบนี้ล่ะครับ”
“เฮ้อ” ผู้เป็นย่าถอนหายใจกับคำพูดซ้ำๆ ของตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับหลานชายเลยสักนิด เขายังไม่มีท่าทีว่าอยากจะแต่งงานหรือคบหาดูใจกับใครเป็นจริงเป็นจังเลยสักราย
“ผมให้คนติดต่อพยาบาลไว้มาช่วยดูแลคุณย่า ตอนผมไปทำงานคุณย่าจะได้ไม่เหงา” เขาเปลี่ยนเรื่อง
“พอ ๆ อย่าเลยย่าขี้เกียจจะไล่ออก”
ไม่ว่าจะจ้างพยาบาลมาสักกี่คนก็ไม่เป็นอันถูกใจหญิงชรา เพราะในสายตาของเธอผู้หญิงเหล่านั้นมัวจ้องแต่จะจับปกรณ์ แต่เขาก็ยังคงรักษาสถานะโสดไว้ได้ มีเพียงแค่ อิงอร นางแบบชื่อดังที่ไปมาหาสู่กับเขาอยู่ตลอด นับตั้งแต่เจอกันครั้งที่ไปเรียนต่างประเทศ แต่ก็ไม่เคยได้หัวใจของเขาเลย
วันนี้พิมพ์มาดาออกมาส่งขนมให้พี่สาวเหมือนเช่นเคย และหยุดพักรับลมเย็นในศาลาวัดริมน้ำที่ประจำของเธอ นั่งจ้องจอโทรศัพท์มือถือหาตำแหน่งงานว่างอย่างจดจ่อก็ยังไม่เจอสักที่ ลุกขึ้นเดินผ่อนคลาย สายตาเหลือบไปเห็นหญิงชราคนเดิมในวันนั้น เดินช้าๆ มีไม้เท้าช่วยพยุงอันเดิมของเธอตรงมาทางศาลาริมน้ำและนั่งใต้ร่มไม้จุดเดิม
“คุณยายคะ”
หญิงชราหันมามองตามเสียงเรียก
“หนู” ยิ้มรับ
หญิงสองวัยนั่งสนทนากันอย่างถูกคอ ไม่รู้หญิงชราหาเรื่องราวมากมายมาจากไหนมาเล่าสู่กันฟัง และพิมพ์มาดาก็เป็นผู้ฟังที่ดีฟังอย่างไม่รู้เบื่อ
“หลานคุณยายทำงานที่บริษัทพิบูลย์ผลเหรอคะ? พ่อพิมพ์ก็เคยทำที่นั่นค่ะ แต่ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว”
“อ้าวไปไหนเสียหล่ะ”
“พ่อกับแม่พิมพ์ท่านเสียแล้วทั้งคู่ค่ะ”
สายตาผู้พูดหม่นลงชั่วขณะ สักครู่ก็กลับมายิ้มสดใส
“เสียใจด้วยนะ พ่อเธอชื่ออะไรหล่ะ ถ้าเคยทำงานที่นั่นหลานฉันต้องรู้จักแน่”
หญิงชราที่ความจำเลือนลางไปตามสังขาร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่เคยลืมคือชื่อนี้ที่หญิงอ่อนวัยตรงหน้าเอ่ยมา
“นาย ศักดิ์ชาย อรุณรัตน์” เจ้าหน้าที่ รปภ. ที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้จากอุบัติเหตุในการก่อสร้างโกดังเก็บของที่บริษัท หากไม่มีเขาในวันนั้นเธอคงตายไปแล้ว ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขอบคุณหรือตอบแทนด้วยซ้ำ หลังจากออกจากโรงพยาบาลเขาก็ลาออกจากบริษัทไปและติดต่อไม่ได้ แต่เธอไม่ได้เอ่ยอะไรออกมากับหญิงสาวตรงหน้าในเรื่องนั้น
“หนูลองไปสมัครสิฉันได้ยินมาว่าเขาเปิดรับสมัครนะ”
“เหรอคะ?” ท่าทางดีใจ
หญิงชรากำชับหลานชายให้หาตำแหน่งลงให้กับพิมพ์มาดา หลังจากแจ้งชื่อและนามสกุลของเธอไป
“แต่ที่บริษัทยังไม่มีตำแหน่งว่างนะคะคุณกรณ์” เงยหน้ามองคนพูด
“มีตำแหน่งประชาสัมพันธ์ที่โรงแรมจันทร์จะให้เธอประจำที่นั่นค่ะ”
พยักหน้ารับรู้
พิมพ์มาดา ที่รอการติดต่อมาจากฝ่ายบุคคลดีอกดีใจเผลอกระโดดอย่างลืมตัว
“พี่พร…พิมพ์ได้งานแล้ว”
วันแรกของการทำงานพิมพ์มาดาสวมชุดยุนิฟอร์มของโรงแรมที่ได้มาในวันสัมภาษณ์รอบสอง ที่นี่เป็นสาขาย่อย จึงไม่วุ่นวายเธอเรียนรู้งานและปรับเข้ากับเพื่อนร่วมกันได้ไวก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองงานสามเดือนตามที่ระบุในสัญญาเสียอีก
ก่อนเริ่มงานในตอนเช้าผู้จัดการฝ่ายได้เรียกประชุมแจ้งข่าวสาร เรื่อง จะมีทีมผู้บริหารมาตรวจความพร้อมของโรงแรมในวันรุ่งขึ้น ขอให้พนักงานทุกคนเตรียมความพร้อมในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี และต้องไม่มีความบกพร่องใดๆ เกิดขึ้น คือคำสั่งจากผู้จัดการฝ่าย
รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่ต้อนรับผู้บริหารยืนเรียงหน้าเตรียมความพร้อมรออยู่หน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ตามกำหนตารางเวลา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม และทีมผู้ติดตามที่ถือทั้งปากกาและสมุดจดเดินตามมาติดๆ จุดแรกคือเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ ทีมต้อนรับก้มศีรษะขณะเขาเดินผ่าน และรวมเป็นขบวนเดียวกันเพิ่มไปในทีมกับผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว คนนี้คงจะเป็นบอสเธอคิดในใจ
ใบหน้าเข้มๆ รับกับคิ้วเข้มๆ แต่นัยน์ตาดุ ดูจริงจัง ปากหนาได้รูปจมูกโด่งเป็นสัน ผมตรง ตัดรองทรงเปิดข้างทันสมัยผิดกับที่เธอคิดไว้ว่าคงมีอายุพอสมควร
“หล่อจัง” คิดในใจ
กว่าทีมบริหารจะกลับเล่นเอาพนักงานหัวหมุนไปตามๆ กัน
“พิมพ์มีลูกค้าจะไปห้องรับรอง พี่ฝากที ของกินกาแฟก่อน ปวดหัวไม่ไหวแล้ว”
เสียงจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่ไหว้วานเธอ พิมพ์มาดาถือถาดเครื่องดื่มมาที่ห้องรับรอง โค้งคำนับลูกค้าและขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างสุภาพ
“พิมพ์”
เงยหน้าตามเสียงเรียก
“คุณยาย” ยิ้มดีใจ
“ได้เจอกันอีกแล้วนะคะ ดีใจจังเลยค่ะ”
“คุณยายมาทำธุระที่นี่เหรอคะ?” หญิงชราแค่ยิ้ม
“นี่หล่อนไม่ทำการบ้านบ้างเลยหรือไง” คิดในใจ หญิงชราไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่เด็กสาวตรงหน้าพูดเองเออเองไปเสียหมด
“ขอบคุณคุณยายมากเลยนะคะ ถ้าไม่เจอคุณยายพิมพ์คงยังไม่มีงานทำค่ะ”
“แล้วเป็นยังไงบ้างงานใหม่?”
“ดีมากเลยค่ะ แต่เดินทางไม่ค่อยสะดวกค่ะ บ้านพิมพ์อยู่ไกลต้องนั่งรถหลายต่อกว่าจะมาถึง”
พูดแล้วยิ้มเหมือนที่บอกว่าปัญหามันไม่ใช่ปัญหานี่แหละคือเธอ
“ทำไมไม่หาห้องเช่าใกล้ ๆ ล่ะ?”
“พิมพ์อยู่กับพี่สาวค่ะ ไม่อยากย้าย แล้วก็เปลืองเงินเปล่าๆ ค่ะ” ยืนประสานมือสำรวมแบบสุภาพอยู่อย่างนั้น
“เธอดูแลคนแก่ได้ไหม?”
“ไม่ต้องเดินทางมีที่พักพร้อม เงินเดือนน่าจะมากกว่าที่นี่สามเท่า”
หญิงชราคาดคะเนเพราะไม่รู้รายได้ของเธอ แต่เนื่องด้วยเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ จากตำแหน่งพนักงานของเธอก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยาก
“สามเท่า” ใครจะไม่สนงานอะไรที่สุจริตฉันทำจ้ะ เธอนึกในใจ
“เธอยังไม่ต้องตอบตกลงตอนนี้ก็ได้ เก็บไปคิดดูก่อน นี่นามบัตรฉันไปตามที่อยู่นี้ แล้วค่อยตัดสินใจ”
“นภา ประพันธ์พิบูลย์” ชื่อที่ระบุในนามบัตร นามสกุลเดียวกันกับบอสคงเป็นเครือญาติเธอคิดในใจ
หลังจากวางสายจากจันทร์เจ้าเลขาเก่าของนภา ปกรณ์พึมพำคนเดียว
“คุณย่าเป็นอะไรกับพนักงานคนนี้?”
เพิ่งจะขอให้รับเข้าทำงานได้ไม่นาน มาวันนี้จะให้เป็นพยาบาลส่วนตัวทั้งที่เคยพูดเองว่าไม่ต้องการพยาบาล ปกรณ์นั่งนึกในใจในกับการกระทำของผู้เป็นย่า
หญิงสาวกดออดหน้าบ้านหรูตามนามบัตรของหญิงชราที่ให้มา หญิงวัยกลางคนวิ่งมาเปิดประตูและพาเข้าด้านใน เธอนั่งรอในห้องโถงโอ่อ่า มองไปรอบบริเวณเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถึงแม้เธอจะไม่รู้มูลค่าแต่รู้ว่าคงแพงหูฉี่
“คุณยาย” หลังจากเจอหน้า
หญิงชราและหญิงอ่อนวัยนั่งสนทนากันครู่ใหญ่ ความซื่อที่เธอพกมาด้วยตั้งนานก็ถึงบางอ้อเสียทันที รายละเอียดงานใหม่คือการดูแลผู้สูงวัยที่ชื่อระบุในนามบัตร โดยให้เธอทดลองงานเป็นระยะเวลาสามเดือนเหมือนที่อื่น ๆ หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนให้ และเธอสามารถเริ่มงานได้ทันทีที่เธอพร้อม
ชายหนุ่มนั่งจิบกาแฟอย่างอารมณ์ดี หลังจากโทรหาผู้เป็นย่าให้รอกินมื้อเที่ยงด้วยกัน บรรยากาศวาบหวามในช่วงข้ามคืนทำให้อารมณ์มันแจ่มใสเป็นพิเศษ สัญลักษณ์จากตัวหล่อนที่ทิ้งไว้บนที่นอนทำให้เขาประหลาดใจเป็นที่สุด“ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะไม่เคยมีใคร”ไม่ได้หมายถึงอย่างอื่นแต่อย่างใด แต่ด้วยบุคลิกและความสวยสดใสในตัวเธอไม่น่าจะโสดมาได้นานขนาดนี้ ถึงแม้เขาจะคิดว่าเธอซื่อบื้อในบางครั้ง แต่ใคร ๆ ก็เห็นความน่ารักน่าคบหาจากตัวเธออยู่ดีเสียงประตูห้องเปิดออกหญิงสาวนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุบตาลงต่ำมองเท้าที่เดินเข้ามาช้าๆ เขาจะคิดยังไงกับเธอนะจะคิดว่าเธอยั่วและจับเขาหรือเปล่า ?หรือคิดว่าเธอแรด เมาแล้วมั่วยั่วยวนผู้ชาย ?แล้วถ้าเขาไม่พอใจไล่เธอออกล่ะจะทำยังไง ?“เสร็จแล้วเหรอ?”“คุณย่ารอกินมื้อเที่ยงอยู่กลับกันเถอะ”หญิงสาวเงยหน้ามอง เขาพูดแค่นี้เหรอ และเดินตามร่างสูงออกจากห้องไปรถวิ่งออกจากโรงแรมหนุ่มสาวที่นั่งมาในรถต่างคนต่างเงียบ พิมพ์มาดาบีบมือตัวเองแน่น ดวงตาเธอหลุกหลิกมองอากาศข้างหน้าแบบไม่มีจุดหมาย ส่วนคนขับก็นิ่งเงียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก หญิงสาวชั่งใจอยู่นาน“บอสคะ” พูดทำลายความเงียบ“เอ่อ...เรื่องเมื่
ปกรณ์หยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาโป๊ะตรงหน้าผากและเช็ดเบาๆ ที่ใบหน้าและลำคอของหญิงสาว“ขอบคุณค่ะบอส” เธอลืมตามองหน้าเขาที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างเตียงปกรณ์มองหน้าหวานที่ตอนนี้ริมฝีปากชมพูอวบอิ่มเผยอปากและขยับปากขึ้นลงด้วยบรรเทาอาการปากแห้งและคอแห้ง“เหมือนบอสจะไม่ร้อน” เธอใช้สองมือประคองหน้าเขา สายตาสองคู่สบกัน“หิวน้ำ...คอแห้ง”มือที่ประคองหน้าใบหน้าเปลี่ยนเป็นคล้องที่คอเขา เพื่อเกี่ยวจะลุกขึ้นหาน้ำดื่ม ส่วนคนที่นั่งยังไม่ทันได้ตั้งตัวจากแรงโน้มก็ล้มตัวลง ใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นจากอาการคออ่อนทำให้จมูกโด่งของเขาฝังไปที่ลำคอระหง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากเจ้าของร่างทำให้ปกรณ์ถอนจมูกออกอย่างเสียดายเขาไม่ควรฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่หล่อนดูแลตัวเองไม่ได้แบบนี้ แต่แรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ข้างในก็ปั่นป่วนไม่แพ้กัน เขามองริมฝีปากอวบอิ่มที่เม้มเข้าหากันและกัดเบา ๆ ร่างกายหล่อนคงมีปฏิกิริยาบางอย่างกับไวน์แก้วนั้น และเขาเองก็ไม่อาจต้านทานตามสัญชาตญาณและแรงปรารถนาที่ซ่อนไว้ได้อีกต่อไป“พิมพ์หายใจไม่ออก”สิ้นเสียงริมฝีปากหนาก็ปิดปากอวบอิ่มแนบสนิท พิมพ์มาดาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ เขาบรรจงจูบอย่างแผ่วเบาตรงข้ามกับแรงปะทุใ
บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัททำให้พนักงานดี๊ด๊ากันยกใหญ่ กับหัวเรื่อง งานเลี้ยงประจำปี โดยทางบริษัทจะจัดงานขึ้นที่โรงแรมสาขาใหญ่ รวมทั้งการประกาศโบนัสและของรางวัลสำหรับพนักงานที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปีทุกฝ่ายต่างจัดเตรียมสถานที่และความพร้อมกันอย่างครึกครื้น และส่งการ์ดเชิญคู่ค้าร่วมธุรกิจเก่าแก่ของบริษัทเข้าร่วมงานด้วย รวมทั้งพรีเซนเตอร์ของโรงแรม อิงอรก็ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยเช่นเดียวกันนภาที่อาการป่วยถึงแม้จะดีขึ้นมากและออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ปฏิเสธเข้าร่วมงานเลี้ยง โดยขอให้เป็นเรื่องสนุกของหนุ่มสาว ส่วนคนแก่ขอนอนพักผ่อนอยู่บ้านน่าจะดีกว่าปกรณ์นั่งสนทนากับผู้เป็นย่าอยู่ที่ห้องโถง ขณะรอพิมพ์มาดาไปงานเลี้ยง การสนทนาหยุดลงทันทีเมื่อหญิงสาวเดินออกมา“พิมพ์สวยมากวันนี้” นภาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม ปกรณ์หันมองคนสวยของคุณย่าพิมพ์มาดาในชุดราตรีสีโอลด์โรสหวานแหววขับผิวใสให้ผ่องขึ้น ผมลอนของเธอม้วนขึ้นและเกล้าหลวม ๆ แบบง่าย ๆ แต่รับกับใบหน้าหวาน ปล่อยปอยผมจากหน้าผากลงสองข้างแก้ม โชว์แผ่นหลังขาวเนียนน่ามอง ชุดกึ่งเกาะอกแต่มีสายคล้องไหล่เส้นจิ๋ว และโบที่ผูกอยู่ร่องอก สายโบยาวคล้องเกี่ยวกั
พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่จุดพักเบรกของแผนกการตลาด มองร่างชายหนุ่มจากด้านหลังที่นั่งจิบกาแฟอยู่อย่างลังเล ว่าใช่คนที่เธอคุ้นเคยหรือเปล่า“ทัศ”เอ่ยชื่อออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปหา ผู้ถูกเรียกหันมามองตามเสียงทัศเทพ คือเพื่อนชายที่สนิทเพียงคนเดียวของพิมพ์มาดา มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนที่มหาวิทยาลัย คนที่พยายามจะครอบครองหัวใจของเธอให้ได้ตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ได้แค่ความเป็นเพื่อนที่แสนดีจากเธอเท่านั้น แม้กระทั่งในวันที่เขามีหวานใจ ก็ได้หล่อนที่คอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอและเขาที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ได้ไม่นานในฝ่ายการตลาด จากการแนะนำตำแหน่งงานว่างของเพื่อนสาวพิมพ์มาดา“พิมพ์” ทัศเทพลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งยิ้มให้“เป็นไงบ้าง งานใหม่โอเคไหม?” ถามและนั่งลงเก้าอี้ข้างกัน“อยู่ในช่วงเรียนรู้ ปรับตัวนิดหน่อยก็คงเข้าที่เข้าทาง”“ขอบคุณนะพิมพ์”“ไม่ต้องขอบคุณพิมพ์หรอก พิมพ์ก็แค่แนะนำให้เท่านั้น ส่วนเรื่องการสอบสัมภาษณ์ทัศก็ทำเองทั้งหมด ที่ได้งานก็เพราะฝีมือทัศทั้งนั้นแหละ ทัศเก่งจะตาย” ปากหวานชมเพื่อนผู้ถูกชมแค่ยิ้มเท่านั้น“มีอะไรให้ช่วยก็บอกพิมพ์ได้ตลอดเลยนะ”“อือ”เขาพยักหน้า ก่อนพูดคุยถามไถ่จากที่ไม่ค่อยได





