LOGINพริมพิกาเอ่ยชื่อกุหลาบสายพันธุ์หายากที่สุดในโลกตามที่เคยอ่านเจอมาในหนังสืออย่างถูกต้อง กุหลาบสายพันธุ์นี้เกิดจากการคิดค้นของเดวิด ออสติน ที่ต้องใช้เวลาถึงสิบห้าปีทีเดียว
“จูเลียต โรสจริงๆ ด้วย สวยจัง ”
หญิงสาวยิ้มหวานละมุนพลางพูดคุยกับต้นกุหลาบในกระถางที่มีเพียงหนึ่งต้นเท่านั้นราวกับว่ามันมีชีวิต พลางค่อยๆ พิจารณาดอกกุหลาบทรงถ้วยสีชมพูอมพีช เรียงกลีบซ้อนตัวสไตล์โบราณเป็นชั้น สวยงามแปลกตาไปจากกลีบดอกกุหลาบทั่วไป และกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ คล้ายกลิ่นของใบชาเป็นลักษณะเฉพาะของกุหลาบพันธุ์นี้ ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้มั่นใจได้ว่าที่ตนเองคิดไว้นั้นถูกต้อง
เท่านั้น พริมพิกาก็ห้ามใจไม่ไหว เคลื่อนหลังมือเข้าไปอยากลองสัมผัสกลีบดอกชั้นนอกดูสักครั้งว่าจะรู้สึกอย่างไร
“ห้ามจับนะเธอ! รู้ไหมกุหลาบต้นนี้ราคาเท่าไหร่”
เจ้าของร้านสาวใหญ่วัยกลางคนทำหน้ามุ่ยไม่พอใจพร้อมกับปรี่เข้ามาปรามทันทีที่เห็นว่าเธอกำลังจะแตะต้องกุหลาบแสนแพงต้นนี้ เพราะกลัวดอกจะช้ำเสียราคาหมด
“ขะ...ขอโทษค่ะคุณ พริมไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เมื่อเจ้าของร้านแผดเสียงใส่กระแทกหน้า รีบดึงมือกลับมาอย่างรู้สึกผิด แต่พลาดโดนหนามจากต้นกุหลาบเกี่ยวเป็นทางยาวจนเลือดซิบ แต่เธอก็รีบซ่อนไว้
“นี่เป็นกุหลาบที่แพงที่สุดในโลกเลยนะ ต้นนี้เป็นต้นแรกในเมืองไทยที่ร้านได้สิทธิ์การนำเข้า เธอจะมาซี้ซั้วจับไม่ได้ ถ้าเกิดเสียหาย ก้านหักขึ้นมา เธอจะรับผิดชอบไหวเหรอ!”
สาวใหญ่เจ้าของร้านต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าทั้งที่พริมพิกากล่าวขอโทษซ้ำๆ หลายรอบ ก่อนจะรีบหุนหันก้าวออกจากร้านไปอย่างเสียอาการ
ในขณะนั้น ภาวัตบังเอิญมาเลือกซื้อต้นกุหลาบไปประดับสวนให้แฟนสาว เขายืนกอดอกมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากมุมหนึ่งของร้าน และรู้สึกคุ้นตาหญิงสาวคนนี้เสียจนคิดว่าจำไม่ผิดตัว เพราะรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ช่างคล้ายคนในใจของเขา และสาวน้อยคนนั้นเคยนำขนมและอาหารมาส่งให้มารดาตนเองนำไปทำบุญอยู่เสมอ
และอาจเพราะเธอมีความคล้ายแฟนสาวของตนเองอยู่มาก ชายหนุ่มจึงเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจที่เห็นเธอถูกต่อว่าเช่นนั้น เมื่อพริมพิการีบร้อนกลับออกไปจากร้านแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปหาสาวใหญ่ปากจัดเจ้าของร้านที่กำลังสำรวจตรวจตราหาความเสียหายจากต้นไม้ราคาแพง
“กุหลาบต้นนี้ราคาเท่าไหร่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นและใบหน้านิ่งขรึมชวนให้เจ้าของร้านปิดปากนิ่งสนิท เมื่อกวาดตามองของแบรนด์เนมที่ประดับอยู่บนตัวแล้ว จึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เพราะแค่นาฬิกาข้อมือปาเต็ก ฟิลิปป์ รุ่นพิเศษเรือนเดียวที่เขาใส่อยู่ก็สามารถเหมาต้นไม้ทั้งร้านได้อย่างสบาย
สาวใหญ่รู้สึกเหมือนลาภลอยมาตกใส่ก้อนโตจึงตัดสินใจขายให้ชายหนุ่มทันที แต่ก่อนที่เขาจะจ่ายเงินให้เจ้าของร้านกลับมีเงื่อนไขอยู่หนึ่งอย่าง
“ผมฝากกุหลาบต้นนี้ไว้ที่ร้านก่อน จนกว่าผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้จะกลับมา แล้วค่อยมอบมันให้เธอไป เข้าใจไหม แต่คุณห้ามบอกเด็ดขาดว่าผมเป็นคนซื้อให้”
“แล้วถ้าเธอไม่กลับมาล่ะคะ”
เจ้าของร้านสุดเขี้ยวมองว่า ถึงแม้ผู้หญิงคนนั้นจะสวย ผิวพรรณดี แต่เสื้อผ้าของใช้นั้นบ่งบอกว่าคงซื้อหาจากตามตลาดนัดทั่วไป ไม่มีแบรนด์เนมสักชิ้น คงไม่มีหน้ากลับมาที่ร้านนี้อีก
“ผมมั่นใจว่าเธอจะกลับมาอย่างแน่นอน”
ภาวัตจ่ายค่าต้นกุหลาบแสนแพงให้เจ้าของร้านอย่างง่ายดาย ราคาของมันสูงกว่ากุหลาบสายพันธุ์ดีๆ หลายสิบเท่า แม้จะไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อกุหลาบให้กับผู้หญิงที่เคยเห็นหน้าไม่กี่ครั้ง ซ้ำยังไม่เคยพูดคุยกันด้วยซ้ำ แต่เขาก็มีเหตุผลส่วนตัวในการทำเช่นนี้
สาวใหญ่ดีใจจนเนื้อเต้น กุหลาบต้นนี้ต้นเดียวทำให้หล่อนสบายไปทั้งเดือน ก่อนจะรีบตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะว่าจะดูแลกุหลาบต้นนี้เป็นอย่างดี และรอมอบให้กับหญิงสาวตามที่ชายหนุ่มต้องการอย่างแน่นอน
และผ่านไปไม่นานก็เป็นดั่งคำที่ภาวัตพูดไว้ พริมพิกาผ่านมาส่งขนมให้ลูกค้าในละแวกนี้จึงแวะกลับมาที่ร้านอีกครั้ง คราวนี้ เธอตั้งใจมาขอโทษเจ้าของร้านที่ครั้งก่อนเสียมารยาทกับต้นกุหลาบราคาแสนแพง
“สวัสดีค่ะคุณน้อง” เสียงหวานระรื่นหูทักทายทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้ามาในร้านผิดแปลกไปจากครั้งเก่าลิบลับจนพริมพริกาประหลาดใจ
“สะ...สวัสดีค่ะ” พริมพิกายังจำท่าทีแรงๆ กับฝีปากจัดจ้านของสาวใหญ่เจ้าของร้านได้ดีจึงยังเกร็งๆ
“วันนี้แวะมาดูดอกกุหลาบอีกเหรอคะ เชิญตามสบายเลยค่ะ”
พริมพิกาแปลกใจในท่าทีที่ดูแปลกตาไป วันนี้ เจ้าของร้านอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ้มรับอย่างเป็นมิตรและพาไปดูต้นกุหลาบที่ถูกฝากฝังให้ดูแลไว้ หญิงสาวจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องครั้งก่อน และเดินตามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี
และแล้ว ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นดอกกุหลาบทรงถ้วยบานพร้อมกันบนต้นเดียวหลายดอก ส่งกลิ่นหอมเฉพาะเตะจมูกให้ชวนดม
“ชอบมากเหรอคะ พี่เห็นน้องมองอยู่นานแล้ว”
“พริมชอบกุหลาบค่ะ ชอบมากๆ เลย” ใบหน้าหวานแต่งสีโทนอ่อน ทาลิปสติกสีชมพูอมพีชสีเดียวกับดอกกุหลาบต้นนี้ หันมามองตอบเจ้าของร้าน แววตาเป็นประกายรับกับรอยยิ้มกระจ่างสดใสออกมาจากใจ
“ถ้าชอบมากๆ พี่ยกต้นนี้ให้” เจ้าของร้านคลี่ยิ้มเล็กๆ เมื่อได้โอกาสมอบกุหลาบต้นนี้ให้หญิงสาวโดยที่อีกฝ่ายไม่สงสัย
“อะไรนะคะ! พี่จะยกให้พริมจริงๆ เหรอคะ?”
ใบหน้าหวานออกอาการตกตะลึง ดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างขึ้นอีกระดับ พริมพิกาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าสาวใหญ่จะยกต้นกุหลาบราคาแสนแพงนี้ให้กับเธอ แต่ก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาพร้อมคำยืนยันว่า
“แหม...จริงสิคะ คนอย่างพี่ พูดจริง ทำจริงค่ะ กุหลาบต้นนี้มันเกิดมาเพื่อคนสวยๆ อย่างน้องค่ะ รอเดี๋ยวนะคะพี่จะจัดการห่อให้อย่างดีเลย”
“เมื่อคืนที่เห็นพริมร้องทรมาน มันทำให้ผมรู้เลยว่าที่ผ่านมาพริมต้องทรมานแค่ไหน” ภาวัตนึกภาพหญิงสาวที่ทนปวดท้องคลอดลูกเมื่อคืน เธอดูทรมานเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาต้องตั้งท้องและคลอดลูกเองเขาจะอดทนได้มากเท่าเธอไหม ลำพังงแค่แพ้ท้องเขาเองยังทนแทบไม่ได้เลย “มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามค่ะ และพริมก็ดีใจที่ลูกของเราออกมาสมบูรณ์แข็งแรง” พริมพิกาพูดจากใจจริง ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ต้องเจ็บแค่ไหนก็ทนได้ขอเพียงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว “ขอบคุณนะครับพริม ที่ยอมมีลูกให้ผม” ภาวัตพูดด้วยความซึ้งใจ “ขอบคุณภีมเหมือนกันค่ะ ที่เป็นพ่อที่ดีที่สุดให้ลูกของเรา”
“ภีม เร็วหน่อยค่ะพริมไม่ไหวแล้ว” พริมพิกาพยายามสะกดความเจ็บปวดเอาไว้ แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานได้ ตอนนี้เธออยากถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “อดทนหน่อยนะพริม ฮัลโหลริษาตอนนี้พริมกำลังจะคลอด แกช่วยมาดูแพรวาที่บ้านที เออน่าไม่ต้องถามอะไรมาก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมหลานพร้อมแพรวา พี่ฝากด้วย” ภาวัตพูดอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือมาบีบพริมพิกาเพื่อให้กำลังใจภรรยา ภาวัตใช้เวลาขับรถจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนพยาบาลจะพาพริมพิกาไปแผนกทำคลอดทันที แม้ว่าหญิงสาวจะคลอดกะทันหันแต่การดูแลของหมอ และพยาบาลที่นี่กลับดูแลพริมพิกาดีมากจนชายหนุ่มเบาใจลงได้บ้าง “ผมขอเข้าไปดูภรรยาได้ไหมครับหมอ อย่างน้อยก็ให้ผมให้กำลังใจเธอ” ภาวัตเอายขึ้นก่อนที่หมอจะเดินเข้าไปในห้องคลอด
“ก็เข้าเรื่อยๆค่ะ ที่บริษัทช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก โปรเจกต์ที่เราทำก็เคลียร์หมดแล้ว พี่ภีมไม่ต้องห่วงช่วงนี้อู้งานไปเฝ้าเมียได้เต็มที่” ริษาอดแซวพี่ชายไม่ได้ ที่ตั้งแต่แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนก็เปลี่ยนไปเสียจนเธอที่เป็นน้องสาวแท้ๆไม่อยากจะเชื่อว่าเสือจะถอดเล็บได้ง่ายขนาดนี้ “ก้ดีถ้าอย่างนั้นพี่จะได้ไม่ต้องห่วง อ่อ แล้วก้อีกเรื่อง” ภาวัตวางช้อนลงพร้อมกับมองริษาด้วยสายตาจริงจังจนพริมพิกาเองต้องวางช้อนและตั้งใจฟังไปด้วย “มีอะไรพี่ภีม ทำหน้าตาจริงจังแบบนี้จะจับผิดอะไรริษาคะ” ริษาพูดติดตลก เอรู้ดว่าพี่ชายเธอคงไม่ได้มีเรื่องจริงจังอะไรเหมือนท่าทางที่เล่นใหญ่ให้เธอตกใจเล่น &ld
“พริมอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้พริมไม่ได้ตัวคนเดียวนะ พริมกำลังอุ้มท้องลูกอีกคนอยู่ ผมให้พริมทำร้านต่อไปได้แต่พริมต้องหาคนมาช่วยเป็นแม่ครัว แล้วตัวเองก็ต้องมาเป็นคนบริหารร้านอย่างเต็มตัว อาจจะช่วยทำนิดๆหน่อยๆได้ แต่ต้องไม่ใช่ทำเองทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน” ภาวัตคิดว่านี่คือการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากหญิงสาวอยากเปิดเร้านอาหารต่อไป ทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่เหนื่อยจนเกินไปก็คือต้องจ้างคนมาช่วยเป็นแม่ครัวเพิ่ม “มันจะไม่สิ้นเปลืองหรอคะ” พริมพิกาเกรงว่าจการจ้างคนอื่นมาช่วยเป็นแม่ครัวอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่ “คนละครึ่งทางเถอะนะพริม คุณก็รู้ว่าผมสามารถดูแลคุณกับลูกได้ แต่ถ้าพริมอยากจะทำร้านต่อก็ควรหาคนมาช่วยนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความอ่อนโยนและหวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเขา&
กินอย่างถนัดมากขึ้น ภาวัตอดซึ้งใจไม่ได้ที่แม้จะโกรธกันแต่ภรรยาก็ยังเลือกที่จะซื้ออาหารที่เขาชอบมาให้กิน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ทิฐิของชายหนุ่มก็มีมากเกินเสียกว่าจะเอ่ยปากชวนหญิงสาวคุยก่อน ภาวัตเอมไปตักแกงเขียวหวานมากินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แล้วเมื่อชายหนุ่มตักคำแรกเข้าปาก เขากลับรู้สึกเหม็นและพะอืดพะอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนชายหนุ่มทนไม่ไหวและต้องการอาเจียนมันเสียเดี๋ยวนี้! “แอวะ!” ภาวัตรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รีรอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากจนพริมพิกาเองก็ตกใจและรีบวิ่งตามชายหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ภีมเป็นอะไร ทำไมอ้วกออกมาแบบนี้ ไหวไหม” พริมพิกาลูบหลังให้สามีด้วยความเป็นห่วง พลางคิดว่าแกงเขียวหวานก็รสชาติปกติแต่ทำไมชายหนุ่มกินแล้วถึงอาเจียนออกมาได้
“พ่องอนแม่หรอคะ” แพรวาหันมาถามตามประสาเด็ก แต่ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมของพ่ออย่างภาวัตจะชัดเจนเสียจนเด็กดูออกว่าเขากำลังงอนอยู่ “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน สงสัยต้องตามไปดูหน่อย” พริมพิกาลูบหัวลูกสาวเบาๆ และเธอแน่ใจว่าคนอย่างแพรวาต้องไม่ทำให้เธอลำบากใจอย่างแน่นอน “แม่ไปคุยกับพ่อเถอะค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้อย่าให้พ่องอนนานนะคะ หนูสงสารพ่อ” เด็กน้อยพูดออกมาเจื้อยแจ้ว จนพริมพิกาอดคิดไม่ได้ว่าภาวัตแอบเอายาเสน่ห์อะไรให้ลูกกินหรือไม่ ทำไมลูกถึงรักและติดชายหนุ่มได้ถึงเพียงนี้ “จ้า งั้นเดี๋ยวแม่รีบมานะคะ” พริมพิกาพูดพร้อมกับเดินเลี่ยงออกมาทันที เพราะบางทีชายหนุ่มอาจกำลังรอให







