LOGIN“จำไว้ต่อไปนี้เธอเป็นของฉัน” เขาพูดเชิงสั่ง น้ำเสียงเข้มน่าขนลุก
“ฉันไม่ใช่ของคุณ” ทิพย์ธาราเถียงกลับ แม้ว่าในใจจะกลัวสายตาที่มองมาอย่างดุดันก็ตาม “แล้วก็ไม่มีวันเป็นด้วย”
“อยากลองดีก็เอา ฉันไม่สนอยู่แล้ว แต่ถ้าเธอยุ่งกับผู้ชายคนไหน ฉันเอามันตายแน่”
“ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันไม่ใช่ของคุณ วันนี้ก็ไม่ใช่ พรุ่งนี้ก็ไม่ใช่ ฉันจะยุ่งกับใครมันก็เรื่องของฉัน” อเล็สซานโดรจ้องมองหญิงสาวที่กล้าเถียงเขาด้วยสายตาดุกร้าว
“ฉันเตือนแล้ว ถ้าอยากลองดีนักก็ตามใจ”
ชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องทันทีที่พูดจบ ปล่อยให้ร่างบางนั่งร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น มองดูตัวเองเหมือนคนไร้ค่าปล่อยให้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จัก สัมผัสร่างกายสาวอย่างจาบจ้วง โดยที่ตัวเองก็เผลอไผลไปกับสัมผัสนั้นเช่นกัน
ทิพย์ธาราไม่รู้หรอกว่าเขาคือใครและไม่อยากรับรู้ด้วย เฝ้าแต่ภาวนาในใจว่า อย่าได้เจอะเจอเขาอีกเลย เธอกลัว กลัวว่าเหตุการณ์เมื่อครู่จะเกิดขึ้นอีก ถ้าหากเกิดขึ้นอีกครั้ง บางทีเธออาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ก็เป็นได้
อเล็สซานโดรนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าสุดโซนวีไอพีที่จัดเตรียมไว้สำหรับแขกผู้มีเกียรติ สายตาดุจดังเหยี่ยวจับจ้องไปยังร่างของนางแบบนับสิบคน แต่ละคนสวมเครื่องเพชรราคาแพงของเขาเดินโชว์ให้แขกผู้มาร่วมงานได้ชมความงามของเพชรหลากสี ที่มีคุณค่าและราคาที่แตกต่างกันไป หากแต่หัวใจของเขากลับถวิลหาสาวน้อยที่ตัวสั่นคล้ายกับลูกนกเปียกฝน ยามที่เขาลูบไล้สัมผัส ผิวเนื้อที่เนียนนุ่มลื่นดุจแพรไหมชั้นเลิศ ตราตรึงอยู่ในความรู้สึกและปลายจมูกของเขา
“เจ้านายครับ เจ้านาย” โรแบร์โตเรียกเจ้านายหนุ่มอยู่หลายครั้ง หากไม่ได้รับการตอบรับเลยสักครั้งเดียว “เจ้านาย เจ้านาย”
คราวนี้โรแบร์โตไม่เพียงแค่เรียก ยังใช้มือสะกิดท่อนแขนของเจ้านายที่เหม่อลอยราวกับว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“อะไรโรแบร์โต” เจ้านายหนุ่มหันมาถามเสียงขุ่น
“ดอกไม้ครับ อแมนดาจะเดินออกมาเป็นคนสุดท้ายครับ”
โรแบร์โตส่งช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้อเล็สซานโดรที่เวลานี้หน้ายุ่งไม่น้อย ก่อนจะเอื้อมมือมารับช่อดอกไม้มาถือไว้ รอเวลาให้นางแบบคนดังกล่าวเดินแบบเสร็จ เขาจึงมอบช่อดอกไม้ช่อนี้ให้กับเธอตามพิธีการ
ไม่ถึงหนึ่งนาทีร่างของอแมนดาก็เดินออกมาพร้อมกับสวมชุดราตรีสีแดงสด เธอสวมเครื่องเพชรชุดสำคัญของงานครบชุด ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ แหวน ต่างหูและสร้อยข้อมือ สนนราคาคิดเป็นเงินไทยก็ราวห้าร้อยล้านบาท ที่ราคาสูงอาจเป็นเพราะจี้รูปหัวใจที่ทำจากเพชรสีชมพู เพชรที่หายากที่สุดและที่สำคัญมีเพียงสามชุดเท่านั้น และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้มูลค่าของสร้อยเส้นนี้มีราคาแพง
แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่ออแมนดาออกมาเดินบนแคตวอล์กสายตาทุกคู่มองมาที่ร่างของเธอเป็นตาเดียว ความสวยสง่าด้วยชุดราตรีจากห้องเสื้อดังทำให้เธอดูโดดเด่น และยิ่งเธอสวมเครื่องเพชรชุดนี้ด้วยแล้ว อแมนดายิ่งดูสง่างามจับตา
อเล็สซานโดรไม่ผิดหวังที่เลือกอแมนดามาเป็นนางแบบ ให้เธอโดดเด่นด้วยการสวมสร้อยเพชรชุดพิเศษนี้ เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายที่ดูแล้วว่า เขาได้กำไรจากการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่นี้ไม่น้อยเลย อเล็สซานโดรลุกขึ้นยืนเมื่อการเดินแบบของเธอจบลง และเดินขึ้นไปบนเวที เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นไม่ขาด เมื่อนักข่าวและแขกผู้ร่วมงาน ต่างถ่ายภาพอเล็สซานโดรมอบช่อดอกไม้ให้กับอแมนดา พร้อมจุมพิตที่เเก้มนวลทั้งสองข้าง ก่อนจะประคองกอดให้ช่างภาพถ่ายรูปคู่กัน เหมือนจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเขาได้มีอาหารว่างจานใหม่เป็นนางแบบสาวคนนี้ ซึ่งอแมนดาเต็มใจอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งนี้ เพราะมันคือจำนวนเงินมหาศาลที่เธอจะได้ตอบแทน
เมื่องานเสร็จสิ้นลง อแมนดาเดินเข้ามาในห้องส่วนตัวที่ทางคณะผู้จัดงานเตรียมไว้ให้ เพราะรู้กิตติศัพท์ของเธอว่าเรื่องมากแค่ไหน ทุกอย่างต้องดีและเครื่องสำอางที่นางแบบสาวใช้ ต้องเป็นของส่วนตัวของเธอเท่านั้น และที่สำคัญหากใครจ้างเธอมาทำงาน ต้องมีห้องส่วนตัวให้ทุกงาน
“ทาร่าเป็นอะไร” อแมนดาเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับอเล็สซานโดร สีหน้าของทิพย์ธาราตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้างามซีดลงถนัดตา น้ำตาเอ่อคลอเบ้าเมื่อเห็นหน้าหล่อเหลาคมเข้มของอเล็สซานโดร
“ปะ เปล่าเสร็จงานแล้วเหรอจะกลับหรือยัง” ทิพย์ธาราเอ่ยถามเสียงเบา ต้องการออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มมาดเข้มมองมาที่เธอ ด้วยแววตาที่หิวกระหาย
“เดี๋ยวฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ” อแมนดากำลังเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดที่อยู่ด้านริมของห้อง หากแต่ทิพย์ธาราเดินตามเธอเข้าไปด้วย
“ทาร่า ออกไปคอยข้างนอกก่อนก็ได้ เธอจะตามฉันมาทำไม” อแมนดาถามอย่างหงุดหงิด
“ก็ เผื่ออแมนดามีอะไรให้ช่วยไง อย่างเช่นรูดซิปหรือว่าอะไรประมาณเนี้ย” ทิพย์ธาราแก้ตัว เพราะเธอไม่อาจบอกเหตุผลที่แท้จริงได้ว่า ไม่ต้องการอยุในห้องนี้ตามลำพังกับอเล็สซานโดรต่างหาก
“ไม่ต้องหรอก ชุดแค่นี้ฉันเปลี่ยนเองได้ ยากกว่านี้ฉันยังถอดได้เลย ออกไปคอยข้างนอกไป” ทิพย์ธาราจำต้องออกมานอกห้องเปลี่ยนชุดอย่างไม่เต็มใจ พอก้าวออกมาเท่านั้นเธอแทบอยากจะเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวใหม่ เพราะร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหาร่างเล็กทันที
“กลัวฉันเหรอ” เขาเอ่ยถาม ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาร่างบาง ทิพย์ธาราถอยร่นจนแผ่นหลังของเธอติดกับผนังห้อง จนไม่สามารถหนีเขาพ้น พร้อมกับก้มหน้างุดหลีกหนีสายตาของเขา ชายหนุ่มเอามือทั้งสองข้างเท้ากำแพง เพื่อกักร่างบางไม่ให้หนีได้
Chapter 111ตึกสูงระฟ้าตรงหน้าทำให้ปรางค์รวีต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วมากยิ่งขึ้น อีกสิบห้านาทีเธอจะต้องเข้าไปรายงานตัวกับแผนกบุคคล เป็นนักศึกษาฝึกงานคนแรกของบริษัททีทีอาร์ กรุ๊ป เธอถูกคัดเลือกจากหนึ่งในร้อยของนักศึกษาที่ยื่นความจำนงขอฝึกงานด้วย“ทำไมมาช้าจังยัยปรางค์ นี่ได้เวลาแล้วนะ” ภัทราหันมาต่อว่าเพื่อนสนิท ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตัวอาคาร“รถติดมากเลย นี่ก็รีบสุดๆ แล้วนะ” ปรางค์รวีพูดอย่างเหนื่อยหอบ“ไปเถอะ กว่าจะรอลิฟต์อีกเดี๋ยวสายกันพอดี” ภัทราบ่นอุบ วันนี้ทั้งสองสาวต้องมารายงานตัวเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นี่ หากแต่คนละบริษัท ภัทราฝึกงานในบริษัทประกันชีวิต ที่เช่าสำนักงานในอาคารแห่งนี้ ส่วนปรางค์รวีโชคดีได้ฝึกงานกับบริษัทเจ้าของอาคาร สองสาวยืนรอลิฟต์อยู่เกือบห้านาที หากแต่ลิฟต์ยังไม่เดินทางมาถึงชั้นล่าง เป็นจังหวะเดียวกับประธานหนุ่มไฟแรง มากด้วยเสน่ห์เจ้าชู้อย่างร้ายกาจ เดินทางมาถึงชั้นล่างของอาคาร ลูกน้องคนสนิทที่เป็นทั้งคนไทยและอิตาลี ยืนห้อมล้อมเจ้านายหนุ่ม รังสรรค์เป็นคนกดปุ่มเปิดลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัท ทั้งหมดเดินเข้าไปภายในลิฟต์ ภัทราหันมามองทางด้านหลังเมื่อเห็นลิฟต์อีก
Chapter 110คฤหาสน์บนเกาะซิซิลีของอเล็สซานโดรเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก นับตั้งแต่ผ่านเรื่องร้ายๆ ที่เมืองไทย หลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาล ได้พาภรรยาและลูกชายกลับมาที่อิตาลีทันที โดยมีเดชดวงและวิภาดาตามมาด้วย รวมทั้งฟิลิปโปไม้เบื่อไม้เมาตัวฉกาจวิตโตริโอเป็นขวัญใจของทุกคนในบ้าน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหนูน้อย ทำให้คฤหาสน์หลังนี้มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า“เสือน้อยมาหาลุงดีกว่า อย่าไปหาพ่อเลย เดี๋ยวหนวดเคราของพ่อจะทิ่มตำหนูเอา” ฟิลิปโปคว้าร่างของวิตโตริโอมานั่งบนตัก หอมแก้มยุ้ยๆ ของหลานรักทั้งซ้ายและขวา ผู้เป็นพ่อหายอมน้อยหน้าผู้เป็นลุงไม่ คว้าร่างของลูกชายมานั่งที่ตักของตนแทน“นั่งบนตักพ่อดีกว่าเนอะ ตักของลุงลิปโป้แข็งอย่างกับหินนั่งแล้วเจ็บก้น” เขาเอ่ยบอกลูกชาย“ไม่ได้นั่งกับลุง ตักลุงนิ่มที่สุด” ฟิลิปโปไม่ยอมคว้าร่างของหลานชายไว้มั่น ออกแรงดึงหวังจะได้ร่างของเสือน้อยมานั่งที่ตัก หากแต่อเล็สซานโดรกลับดึงเข้าหาตัว ทั้งสองจึงยื้อหยุดร่างของเสือน้อยที่หัวเราะร่วนด้วยความสนุกตามประสาของเด็ก“คุณซานโดร ทำอย่างนั้นกับลูกได้ยังไง เดี๋ยวลูกก็เจ็บหรอก” เสียงแหวของภรรยาสาวดังมาก่อ
Chapter 109“หมายความว่ายังไงลิปโป้ ที่นายพูดมาหมายความว่ายังไง” อเล็สซานโดรแทรกถาม เขาต้องการรู้ความจริงทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เส้นโลหิตในสมองของเขาจะแตกเสียก่อน ทิพย์ธารามองหน้าฟิลิปโป อย่างขอร้องไม่ให้พูด เธอไม่อยากเกี่ยวข้องกับใครในที่นี่อีกแล้ว เธออยากมีชีวิตที่สงบสุข มีลูกชาย มีน้องทั้งสอง และมีพี่ชายที่แสนดีก็เพียงพอแล้ว เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องวิ่งหนีใคร วิ่งหนีหัวใจของตัวเอง“ถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดความจริงทาร่า มันถึงเวลาแล้ว ซานโดร ฉันมีเรื่องบางอย่างจะบอกนาย ทาร่าไม่เคยมีอะไรกับฉันอย่างที่ทาร่าพูดเลย ทุกอย่างเป็นแผนของเจนนิเฟอร์และอแมนดาทั้งสิ้น รวมทั้งตัวฉันด้วย ที่ทาร่าต้องพูดอย่างนั้น เพราะฉันจับตัวน้องของเธอไว้เป็นตัวประกัน ทาร่าจำเป็นต้องพูด และที่สำคัญวิโตเป็นลูกของนาย ไม่ใช่ลูกของฉัน” ร่างของอเล็สซานโดรนิ่งงัน อ้าปากค้างเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของฟิลิปโป สมองของเขาที่มีอากาศน้อยลงเริ่มเติมเต็มด้วยความดีใจ แช่มชื่นใจ สมองปลอดโปร่งราวกับว่าเรื่องร้ายๆ ได้ไหลออกไปจากความรู้สึกของเขา เขาหันมามองร่างของทิพย์ธาราอย่างช้าๆ จับจ้องไปที่เด็กน้อยที่สะอื้นไห้ในอ้อ
Chapter 108“เลิกพูดซะทีเจนนิเฟอร์ฉันไม่อยากฟัง” อเล็สซานโดรตะโกนก้อง เขาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เขาพยายามทำใจ ทำใจให้ยอมรับเด็กคนนี้มาเป็นสมาชิกในครอบครัว แม้ว่ามันยากเย็นมากแค่ไหนก็ตาม ไม่ใช่เพราะใครเพราะแม่ของเด็กคนนี้ต่างหาก เขารักทิพย์ธาราจนสุดหัวใจนั่นเอง ยอมให้มีหนามยอกอกอยู่ใกล้ เพียงเพื่อให้เธออยู่กับเขาไปตลอดกาล“แต่คุณต้องฟัง เพราะถ้าคุณยกย่องนังทาร่าเป็นเมีย แทนที่ฉัน เด็กคนนี้ก็ต้องอยู่กับคุณ ใกล้ชิดคุณ และเลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นหน้ากันทุกวันด้วย หรือว่าคุณจะเถียงว่าเอาแต่แม่ไม่เอาลูก ทาร่าคงยอมหรอก” ข้อนี้เขารู้ดีทิพย์ธาราไม่มีวันยอมห่างลูกชายเป็นแน่ มีเธอที่ไหนต้องมีลูกที่นั่น อเล็สซานโดรเจ็บที่หัวใจขึ้นมาทันที ทุกคำพูดของเจนนิเฟอร์ เหมือนมีดมากรีดย้ำความเจ็บปวดของเขา ไม่ให้มีทางรักษาหายได้ ทิพย์ธารากอดกระชับร่างของลูกชายไว้แน่น มองใบหน้าคมเข้มลึกซึ้งไปในแววตาที่เจ็บปวดของเขา หากเขาเจ็บเธอเองเจ็บไม่ต่างกัน อาจจะเจ็บมากกว่าที่ไม่สามารถพูดความจริงออกไปได้ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินกว่าที่เธอกับลูกจะเอาชีวิตไปเสี่ยง ให้เรื่องจบๆ ไปดีกว่า ต่อไปนี้ไม่มีใครเจ็บอีกต่อไป“จะไปไ
Chapter 107ฟิลิปโปเดินทางออกจากโรงพยาบาลได้สองวัน ค่าใช้จ่ายเรือนแสนอเล็สซานโดรเป็นคนออกให้ทั้งหมด ในใจของเขาคิดว่าการที่ศัตรูทำแบบนี้คงเป็นเพราะทิพย์ธาราขอร้อง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของเดชดวงด้วยแล้ว มั่นใจว่าตอนนี้ทิพย์ธาราตกอยู่ในสภาพและฐานะอะไร คนเป็นพี่ชายบุญธรรมอย่างเขา ทนไม่ได้ที่เห็นผู้หญิงแสนดีต้องตกเป็นเหยื่อของมาเฟียตัวร้าย ถึงเวลาแล้วที่เรื่องทุกอย่างจะจบลงเสียที ความจริงน่าจะเปิดเผยได้แล้ว อเล็สซานโดรควรจะได้รู้ความจริงสักทีว่า บิดาของวิตโตริโอไม่ใช่ฟิลิปโปอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นผู้ชายที่ชื่ออเล็สซานโดร ดิมาร์ชี ต่างหาก“พี่ลิปโป้แน่ใจนะว่าจะไป” เดชดวงเอ่ยถามอีกครั้ง หลังจากที่ฟังความตั้งใจของผู้เป็นพี่“จริงสิ พี่คิดดีแล้ว ทุกอย่างน่าจะจบลงเสียที ความจริงควรจะเปิดเผยได้แล้ว ซานโดรจะได้หยุดแก้แค้นและทำร้ายจิตใจทาร่าเสียที” ฟิลิปโปพูดเสียงหนักแน่น“แล้วพี่คิดว่า พี่ซานโดรจะฟังเหรอ รายนั้นเวลาโกรธไม่ฟังอะไรทั้งนั้น” เดชดวงรู้นิสัยของมาเฟียเลือดร้อนคนนี้ดี เวลาดีก็ดีใจหาย เวลาร้ายอย่าให้บอก เพราะร้ายจนใจหายเหมือนกัน ไม่รู้ว่านิสัยแบบนี้จะติดมาถึงลูกชายหรือเปล่า“ไม่ลองไม่รู้ พ
Chapter 106หลายวันมานี้ความสัมพันธ์ของอเล็สซานโดรและทิพย์ธารา ดีขึ้นเรื่อยๆ เสียงหยอกเย้าและเสียงหัวเราะดังแว่วออกมาให้คนที่ยืนอยู่ใกล้เคียงได้ยิน โรแบร์โต คาร์โล และคาร์เมลอดไม่ได้ที่จะยิ้มกับความสุขของเจ้านายหนุ่มที่รอคอยมานานแสนนาน และที่ขาดไม่ได้คือเด็กตัวอ้วนกลมนามว่าวิตโตริโอ เด็กน้อยเป็นที่รักของทุกคนในที่นี้ เป็นตัวตลกให้ทุกคนที่ได้เห็นหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขวิตโตริโอเดินเตาะแตะไปมาหลังจากที่เบื่อหน่ายกับของเล่น หนูน้อยเดินไปยังทิศทางที่อเล็สซานโดรนั่งอยู่ ฝ่ามือเล็กอูมป่ายปัดไปตามลำขาแข็งแรง เขาชายตามองเพียงนิด แล้วจึงหันไปสนใจกับหนังสือพิมพ์ที่อ่านอยู่ต่อ เสือน้อยปีนขึ้นไปบนโซฟา นั่งเคียงข้างชายหนุ่ม แหงนหน้ามองเขา แย้มยิ้มจนเห็นฟันหลายซี่ ส่งเสียงพูดเป็นภาษาเด็ก หากแต่ชายหนุ่มหาได้สนใจท่าทางน่ารักนี้ไม่ กลับสนใจแต่หนังสือพิมพ์เท่านั้น วิตโตริโอไม่ละความพยายามหนูน้อยลุกขึ้นยืน ใช้มืออูมเล็กปัดหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือหนา ป่ายปีนไปบนตัวเขา อเล็สซานโดรอยากจะปัดร่างเล็กนี้ให้ออกห่างด้วยความรำคาญ แต่เหมือนมีสัญชาตญาณระหว่างพ่อกับลูก ทำให้มือหนาโอบอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแทนกา







